บทที่ 8
เ้ากล้ารึ!
เขาจึงเผลอไผลเอื้อมมือััมันด้วยสัญชาติญาติ มิได้หมายปองจะล่วงเกินแต่อย่างใด
เพี๊ยะ!!!!
เสียงฝ่ามือเรียวกระทบดวงหน้าฝ่ายนั้นดังฟังชัด ศัตรูในสนามรบที่หมายจะแตะต้องกายหยาบล้วนมีจุดจบไม่ต่างกันคือตายสถานเดียว แต่นางช่างลงทัณฑ์เขาง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ ยามนี้นอกจากช่อแก้มที่ผันแปรถอดสี... หลังหูอ่อนยังผุดสีแดงฉ่าราวผลมะเขือเทศสุกงอม ต่อให้โกรธเคืองและสับสนเพียงใดเขาย่อมไม่กล้าลงมือกับสตรี ในขณะที่ชายหนุ่มนิ่งงันชะงักตัวทิ้งมือค้างเติ่งแนบเนินขาไว้อย่างนั้น จู่ ๆ ถีหลันก็เกิดประหม่าหวั่นใจกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไป
ยิ่งแววตาจาบจ้วงที่เขามองมา นางไม่อาจอดทนข่มใจจ้องมองมันได้อีกต่อไปแล้ว ใบหน้าของนางที่ผินหลบกลับกลอกทั้งที่เป็นางิถีหลันผู้นี้้าเชยชมใบหน้าบุรุษเช่นเขามาโดยตลอด แค่คืนแรกก็ทำเขาประหลาดใจยิ่งนัก... ครั้นเห็นแววตากลมใสเริ่มฉ่ำน้ำมุมปากบางลู่ลงพลิกคว่ำชายหนุ่มก็เกิดความละอายใจ เพราะเขาไม่ใช่คนจำพวกข่มเหงถือสาสตรี
คนชั่วช้าผู้นี้ที่นางหมายหัวยืดตัวขึ้นมา หมุนตัวโน้มไปหยิบผ้านวมลากมาห่อพันกายนางหนาแน่นคล้ายหนอนไหมในฝัก ก่อนจะเฉหน้าหลบเดินไขว้หลังวางมาดร้ายเ็ายวบตัวนั่งลงที่โต๊ะกลมถัดไปไม่ไกล แล้วจึงกรายนิ้วรินเหล้ามงคลลงจอกกระดกดื่มไม่อิดออด คล้ายกำลังพินิจพิเคราะห์บางสิ่ง อันที่จริงเขาหยุดยืนอยู่หน้าเรือนไม้นานแล้ว
ขณะยืนเท้าแข็งอยู่ด้านหน้า เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่านางจะมีความลับใดซ่อนเร้นเพราะิถีหลันที่เขารู้จักมักคุ้นมาั้แ่เด็กกระทำสิ่งใดล้วนเปิดเผยโจ่งแจ้ง แต่แล้วหลานเจ๋อต้องผงะยั้งเท้ามิให้สาวก้าวเข้าไปเมื่อได้ยินเสียงตะกุกตะกักผิดสังเกต จึงลอบสอดส่องนางไปพลางผ่านช่องโปร่งใกล้กับบานหน้าต่าง พฤติกรรมประหลาดปรากฏให้เห็นกับตา อย่างเช่นดวงหน้าห่อเหี่ยวประดับอยู่ก่อนคล้ายว่านางกำลังกลัดกลุ้มกับบางสิ่ง แต่แล้วมันก็แปรผันเป็รอยยิ้มร้ายยามค้นพบของมีคมจากกายตนเอง
หากคิดย้อนกลับไปของประดับทุกชิ้นล้วนเป็ของนาง คนเราสมควรยิ้มแย้มประหลาดใจกับสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าเป็ของตนงั้นหรือ ถึงแม้จะหาคำตอบตอนนี้ไม่ได้แต่เขาย่อมไม่ปล่อยผ่าน ยังคงเก็บงำมันเอาไว้ในใจรอวันไขให้กระจ่าง และที่ทำให้ชายหนุ่มถึงขั้นต้องขยี้ตาแรง ๆ ก่อนจะหรี่มองอย่างจับผิด เห็นนางจงใจซุกซ่อนของมีคมไว้ใต้หมอน ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเื่ยุ่งยากต่อไปที่นางเข็นขึ้นมาคืออะไรกันแน่ ในเมื่อนางมีความพยายามเพียงนี้ก็จะร่วมเล่นละครให้นางสมหวังสักครา
หลังจากทำบื้อบ้าใบ้ไร้วาจาอยู่นานก็ยอมเปิดปากทึกทักเปล่งเสียงแหบพร่าเย้ยหยันอีกฝ่าย
"เสื้อผ้าหลังเตียงหยิบมันขึ้นมาสวมเสีย จะฆ่าแม่ทัพหวังว่าคราวหน้าจะใช้วิธีที่ดีกว่านี้" น้ำคำเ็าราบเรียบทำนางสะอึกชาวาบไปทั้งตัว
[เขาเป็ผีหรือ!! ล่วงรู้ความคิดของข้าได้อย่างไร!!!]
ขณะที่เขานั่งหันหลังกระดกสุรามงคลเฝ้ารอสังเกตการณ์นางอยู่นั้น ถีหลันไม่กล้ากระโตกกระตากเผยพิรุธอื่นอีกได้แต่จิกนิ้วเรียวบีบคลึงเนื้อหลังมือครุ่นคิดในใจ ทว่าปลิดชีพเขาไม่สำเร็จในคืนนี้ก็มิได้ล้มเหลวเสียทีเดียว มีครั้งหนึ่งก็ต้องมีครั้งสอง อย่างไรก็เป็สามีภรรยากันแล้ว การคร่าชีวิตเขาอยู่แค่เอื้อมมือเท่านั้น ไหนเลยต้องรีบร้อนใช้อารมณ์มากกว่าปัญญา เอาเถอะครั้งนี้ถือว่าคนชั่วช้าเช่นเขาโชคดี มิวายปล่อยให้รอดตัวไปก่อน
ผ่านมาร้อยพันความตายหลานเจ๋อไม่ตระหนกกับเหตุการณ์เมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย เขาเพียงรู้สึกสงสัยใคร่รู้ว่าฉไหนคนที่ยอมแลกแม้แต่ชีวิตน้อย ๆ ของตัวเองเพื่อให้ได้แต่งกับเขาถึงได้มีอาการบิดเบี้ยวผิดแปลกถึงขั้นเตรียมอาวุธไว้ลงมือฆ่าสามีตัวเอง หรือว่าหลังจากนางตกลงไปในบ่อจะพ่วงภูตผีตัวใดติดตัวมาด้วย กระทั่งครอบงำทั้งจิตใจและพฤติกรรมภายนอกอย่างที่ปรากฏให้เห็นอยู่นี้
อากัปกิริยาทำให้เขาประหลาดใจจนพูดไม่ออก ทั้งอาการมือไว้เท้าไว ไหนจะน้ำคำร้ายกาจพวยพ่นออกมาโดยไร้ท่าทีตรึกตรองราวถูกขุดออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ แล้วท่าทีหวงตัวจำพวกนั้นมันคืออะไร มิใช่ว่านางฝักใฝ่ให้ชายหนุ่มััเรือนร่างมาตลอดหรอกหรือ! ไม่ใช่แค่น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปแต่แววตาลูกแกะคู่นั้นก็เปลี่ยนไปด้วย มันทั้งแข็งกร้าวและไม่น่ามองเลยสักนิด เวลาเมื่อครู่ที่ใกล้ชิดคล้ายรู้สึกว่านาง้าทุบเนื้อเลาะกระดูกสามีให้ได้
แม้ไม่ได้ใส่ใจนักว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาถีหลันขนกลเม็ดอะไรมาเกี้ยวเขาบ้าง แต่ก็พอจะจำได้แม่นยำว่าวาจาที่หลุดจากปากนางเพื่อส่งต่อให้เขาล้วนอ่อนหวานอิดออดและแปลกปลอม กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเขาก็ดูออกว่ามันไม่เป็ธรรมชาติเลยสักนิด ฟังหนึ่งครั้งสะอิดสะเอียนชวนอ้วกไปหลายยก เพราะเป็เช่นนี้ถึงได้เว้นระยะห่างจากสตรีจอมมารร้ายนางนี้อยู่เรื่อยไป
สิบปีให้หลังั้แ่วัยเยาว์จวบจนก้าวเข้าสู่วัยแรกแย้ม สำหรับหลานเจ๋อเซียวแล้วิถีหลันก็ยังคงเป็ได้แค่บุปผาร่วงหล่นมีใจ สายธารหลั่งไหลกลับไร้รัก อันหมายถึงรักข้างเดียวมิสมหวัง ถึงกระนั้นน้องหญิงผู้โง่เขลายังคงปักใจรักลึกซึ้ง เขาขึ้นเหนือนางจะติดตาม เขาลงนรกนางจะบุกนรกลงไปตาม ราวกับว่าชาตินี้นางเกิดมาเพื่อรักเขาเท่านั้น
สายตาพิการที่มีให้หลานเจ๋อเซียวล้วนอัดแน่นไปด้วยความคลั่งไคล้และราคะ หญิงสาวเทิดทูนให้เขาเป็พ่อทูนหัวไร้ข้อกังขา แม้แต่มาเยี่ยมหลานเจ๋อที่ค่ายทหารหนก่อนยังกล้าลอบวางยาปลุกกำหนัดหวังกินเต้าหู้ตะล่อมหลังให้ได้เขามาเป็สามีโดยที่ฝ่ายชายไม่อาจปฏิเสธและหลุดพ้นพันธะได้ ครั้งแล้วครั้งเล่า์ไม่เข้าข้าง แผนการชั่วร้ายพังไม่เป็ท่าแต่ไม่ยอมถอดใจ ช่างเป็สตรีที่อดทนเก่งเสียจริง
ครั้งหนึ่งนางทำตัวระริกระรี่จนหลานเจ๋อแทบแหวกแผ่นดินมุดหนี หนึ่งในฤดูคิมเหมันต์หลานเจ๋อเซียวฝึกวรยุทธกลางลานดินเป็เยี่ยงอย่างแก่ทหารกล้า รอบกายไม่เกินสามวาล้วนเป็ทหารกล้าที่กำลังฝึกกระบอง ใช้กระบี่ ทวน และหอก ถัดไปอีกสามก้าวเป็ถีหลันที่ตั้งแคมป์ปักหลักชื่นชมหลานเจ๋ออยู่อย่างนั้นทำราวกับว่าเขาเป็เด็กชายข้างบ้านของนางเฉกเช่นเมื่อครั้งยังเยาว์ ทุกก้านธูปเผาไม้สุดปลอกนางผู้ตามติดเป็เงาจะวิ่งแจ้นส่งน้ำป้อนขนม พฤติกรรมเกินงามไม่สนประเพณีน่าเอือมระอา หลานเจ๋อทนไม่ไหวถึงขั้นประกาศน้ำเสียงแข็งกร้าวทำร้ายน้ำใจนาง กระทั่งคุณหนูสกุลใหญ่ิถีหลันปัดก้นขึ้นรถม้ากลับเมืองหลวงอย่างไว
"สตรีจำพวกไม่รักษาตนเองดั่งหยกบริสุทธิ์ ต่อให้ประเคนเงินทองร้อยหีบแดง ข้าก็จะยังปรารถนาให้ไม่มีนางในชีวิต!!"
ความพยายามมากมายเหล่านี้ถีหลันลืมสิ้นแล้วหรือไร หลานเจ๋อมั่นใจเหลือเกินว่าระหว่างเขาและนางไม่เคยมีเื่บาดหมางถึงขั้นหมายจะเอาชีวิต เหตุใดหลับใหลไปเพียงเจ็ดวันถึงได้วิปลาสบ้าคลั่งกินหัวใจหมีดีเสือดาวจนน่าฉงนฉงาย ครั้นจะเบี่ยงเบนไปเป็วิธีเกี้ยวบุรุษแบบใหม่ก็ออกจะดูสิ้นคิดไปหน่อย ทว่าเดิมทีนางก็เป็คนโง่เง่าไร้สมองอยู่แล้วมิใช่หรือ
บางทีนี่อาจจะเป็กลยุทธ์เรียกร้องความสนใจจำพวกหนึ่งดั่งคำคมที่ว่า ไม้อ่อนไม่ได้ผลต้องใช้ไม้แข็ง หลังจากใช้สมองเปลืองไปกับความคิดปริวิตกก็ปล่อยผ่านโสตสมองอย่างรวดเร็ว หลานเจ๋อเซียวพ่นลมหายใจด้วยสีหน้ารำคาญ หันกลับไปมองนางอีกครั้งหลังจากคาดคะเนว่าคงสวมอาภรณ์เสร็จเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
หลายวันมานี้หลังเคร่งครัดอยู่กับา แค่ถือศาสตราวุธห้ำหั่นศัตรูแล่นเหนือพุ่งใต้โฉดฉายทวงคืนกระจุกเมือง แรงกายแรงใจก็ถูกใช้แทบไม่เหลือ แล้วนี่ยังต้องมาคอยจัดการเื่ยุ่งยากที่นางก่ออีก บรรพบุรุษที่เสวยสุขบน์เหตุใดเอาแต่เพิกเฉยไม่รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นเสียบ้าง
[หวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ทันแล้ว จัดการนางในแบบของข้า... สกุลิอย่าได้ถือโทษโกรธข้าภายหลังก็แล้วกัน!]
ครุ่นคิดในใจอย่างเงียบงัน ดื่มสุรามงคลสองจอกเสร็จ หลานเจ๋อก็ตั้งท่าว่าจะจากไป เอาเถอะแล้วแต่ใครจะเก็บไปนินทา เดิมทีก็ไม่คิดจะค้างคืนกับนางอยู่แล้ว หากฝ่าาจะคาดโทษก็ช่วยมิได้ในเมื่อสมรสนี้หลานเจ๋อเซียวไม่เคย้า เป็นางที่วิ่งแจ้นร้องขอเอง ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นผู้รับผิดชอบย่อมต้องเป็ิถีหลันแต่เพียงผู้เดียว หลานเจ๋อเซียวรังเกียจนางมากเพียงนี้ ทว่ายอมเคลื่อนตัวมาสอดส่องนับว่าเมตตาแล้ว
"สุรามงคลดื่มแทนเ้าแล้ว เรือนหอก็เข้าแล้ว... ไม่มีกฎหมายใดระบุว่าคืนเข้าหอต้องอุ่นเตียง เช่นนั้นจะกล่าวโทษข้าไม่ได้!"
"นับแต่นี้ไปเป็เพียงสามีภรรยาในนามมิข้องเกี่ยวพัวพัน ทั้งข้าและเ้าไม่มีอะไรติดค้าง เข้าใจหรือไม่?"
[ใครอยากอุ่นเตียงกับเ้ากัน เกิดมาไม่เคยพบเห็นผู้ใดหน้าด้านหน้าทนหลงตัวเองขนาดนี้มาก่อน ]
[ดี! ไม่ยุ่งเกี่ยวก็ดีข้าจะได้มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้นหน่อย!]
ิถีหลันพยักหน้ารับง่ายดายไม่พูดจาโต้ตอบ ทั้งที่ในใจด่าทอสาปส่งไล่หลัง นางนั่งมองแผ่นหลังฝ่ายนั้นจากไปด้วยแววตาแข็งกร้าวหมกมุ่นกับแรงโทสะในใจ ล้วนอยากเห็นเขาตายวันละร้อยหนพันครั้งให้สาสมกับเสียงโอดครวญร้องขอชีวิตของชาวต้าหยางที่ล่วงลับ
*****
ไม่อยากเข้าหอใช่ไหม
อย่าให้เห็นคืนคำนะ คุณรี้ดกำลังจ้องเล่นงานนายอยู่
ฝากเม้น ฝากกดใจ เป็กำลังใจให้ด้วยนะคะ
ขอบคุณค่า
ซื้ออีบุ้กที่Meb