ตอนที่ 30 พลิกผัน
“นี่…”
ปากของหลินจงไห่กระตุกอย่างรุนแรง ไม่เคยมีใครพูดกับเขาอย่างนี้มาก่อน ทั้งหมดเป็ความอัปยศอย่างไม่อาจให้ใครล่วงรู้ได้
เขาคือลูกชายคนสุดท้องของตระกูลหลิน มีผู้คนมากมายให้ความเคารพและให้เกียรติเขาอยู่เสมอ แต่ในสายตาของหลินเยี่ยเขากลับโดนดูถูกว่าไม่คู่ควรแม้แต่จะขัดรองเท้าให้!
แล้วเขาจะสามารถอดทนความอัปยศนี้ได้อย่างไรกัน หลินจงไห่ตะคอกกลับอย่างเกรี้ยวกราด “ไอ้เด็กโง่ อย่าคิดว่าแกแค่มีความสามารถนิดหน่อยแล้วจะหยิ่งผยองได้ แกอาจจะมีความกล้า แต่ความสามารถของแกยังเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตระกูลหลิน!”
“ก็แค่ตระกูลหลิน แล้วยังไง?” น้ำเสียงของหลินเยี่ยยังคงเ็าเช่นเดิม โลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดที่เขาคิดหวาดกลัว
“วันนี้แกสร้างความขุ่นเคืองกับฉัน ไม่ช้าก็เร็ว แกจะไม่มีแม้แต่หลุมฝังศพ!” หลินจงไห่กำหมัดแน่นก่อนจะคำรามออก
“ผมคิดว่าคุณคงจะไม่มีวันนั้น” แววตาทอประกายวูบไหวก่อนจะยกขาขึ้นอย่างคิดจัดการ
“แกคิดจะทำอะไร…”
หลินจงไห่ยังกล่าวไม่จบ เขาก็ลงไปนอนอยู่บนพื้นเสียแล้ว ชายวัยกลางคนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างเ็ป
“จงไห่…”
หลิวฉิงรีบก้าวเข้าไปหาเขาทันที เมื่อเห็นว่าสามีได้รับาเ็สาหัส เธอคว้ามีดปอกผลไม้บนโต๊ะพร้อมพุ่งเข้าหาหลินเยี่ยอย่างไม่คิดชีวิต “ไอ้สารเลว ฉันจะฆ่าแก”
“ปึก!”
ก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้าถึงตัว หลินเยี่ยเพียงสะบัดมือฟาดลงบนใบหน้านั้นอย่างรุนแรง เธอล้มลงกับพื้นและนอนน้ำลายยืดอย่างเ็ป
ในตอนนั้นเองที่หลินชิ่งจู๋วิ่งเข้ามา
เมื่อเห็นทั้งหมดนอนกองอยู่บนพื้น เธออุทานออกอย่างตื่นตระหนก “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงเกิดเื่แบบนี้ขึ้น?”
ก่อนหน้านี้ลุงสามและป้าสาม้าจะมาเชิญหลินเยี่ยให้ไปรักษาปู่ของเธอด้วยตนเอง
แต่เธอก็เฝ้ารออยู่นานและไม่เห็นว่าพวกเขากลับมาสักที หลังจากกังวลอยู่นาน เธอจึงมุ่งหน้ามาที่บ้านของหลินเยี่ยด้วยตนเอง
แต่ทันทีที่เธอมาถึงบ้านของหลินเยี่ย เธอเห็นครอบครัวของตัวเองนอนกลิ้งอยู่บนพื้นด้วยสภาพที่น่าสมเพช
“คุณควรจะขอบคุณผมนะ ที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่” หลินเยี่ยกล่าวออกอย่างเ็าโดยไม่คิดจะอธิบายอะไรทั้งนั้น
เป็เพราะเขายังคงเมตตา มิฉะนั้นหลินจงไห่คงจะโบยบินไปสู่ภพหน้าแล้ว
ทั้งหมดเป็เพราะเขาเห็นแก่ใบหน้าของหลินชิ่งจู๋ และไม่้าจะฆ่าใครในบ้าน เขาไม่คิดจะสร้างความหวาดกลัวให้กับลูกสาว
“เื่นี้มัน…” หลินชิ่งจู๋นิ่งไปพักหนึ่งอย่างไม่รู้จะพูดอะไร
เมื่อเห็นว่าหลินเยี่ยโกรธจัดและไม่ยอมพูดจา เธอจึงเดาได้ว่าลุงสามคงจะปฏิบัติต่อเขาอย่างบีบบังคับ เหตุการณ์ทั้งหมดจึงจบลงอย่างนี้
การทุบตีของหลินเยี่ยโหดร้ายไม่เบา เขาเพียงออกแรงนิดหน่อย คนกว่าหนึ่งโหลก็ลงไปนอนบนพื้นอย่างง่ายดาย
หลังจากตื่นตระหนกสักครู่ใหญ่ หลินชิ่งจู๋ออกคำสั่งกับผู้ติดตามทันที “เร็วเข้า ส่งลุงสามไปโรงพยาบาล!”
“ครับ”
เมื่อได้รับคำสั่ง ทั้งหมดพุ่งเข้าไปแบกหามร่างของหลินจงไห่และหลิวฉิงออกมาทันที อีกทั้งยังไม่ลืมเหล่าบอดี้การ์ดที่นอนเรียงกันอยู่บนพื้นอีกด้วย
“ออกไปก่อน แล้วไปรอฉันที่ชั้นล่าง” หลังเคลื่อนย้ายผู้าเ็ทั้งหมดออกไป หลินชิ่งจู๋ออกคำสั่งกับผู้ติดตามที่ยังเหลืออยู่
“ครับ!” บอดี้การ์ดทั้งหมดตอบรับอย่างเชื่อฟัง
หลินชิ่งจู๋ปิดประตู พร้อมกับกล่าวขอโทษหลินเยี่ยอย่างตรงไปตรงมา “ฉันขอโทษกับเื่ราวทั้งหมดนะ ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะหยาบคายกับคุณอย่างนี้ ฉันต้องขอโทษแทนพวกเขาจริง ๆ”
หลังกล่าวจบ เธอโค้งคำนับอย่างจริงใจ
เธอไม่จำเป็ต้องถามอีกฝ่ายเลยว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้มีเพียงการขอโทษเท่านั้น
อย่างไรแล้วหลินเยี่ยเป็เพียงคนเดียวที่สามารถรักษาปู่ของเธอได้
ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าหลินเยี่ยเป็คนพิเศษ ปู่บอกเธอเกี่ยวกับทุกสิ่งอย่างชัดเจนแล้ว เช่นนี้เธอจึงไม่คิดจะต่อต้านเขาอีกต่อไป
“ออกไปเถอะ เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเธอ” หลินเยี่ยโบกมืออย่างไม่ใส่ใจพร้อมกับขอให้เธอออกไป
“ฉันขอร้อง… คุณช่วยปู่ของฉันเถอะนะ…”
“ผมจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น”
“ฉันคุยกับปู่แล้ว เขาบอกว่าตราบใดที่คุณทำให้เขาตื่นขึ้นมาได้ ตระกูลหลินจะซื้อูเาเทียนหูและมอบมันให้กับคุณ!” หลินชิ่งจู๋กล่าวออกอย่างรวดเร็ว
“ถึงจะยอมยกมันให้ผม… ผมก็ไม่มีวันช่วยปู่ของคุณ!”
“ทำไม?”
“ไปถามลุงสามของคุณ”
“แต่…”
“ออกไป!” หลินเยี่ยะโอย่งหมดความอดทน น้ำเสียงของเขาเด็ดขาดและดังฟังชัด
“ฉันไปก่อนนะ” หลินชิ่งจู๋เม้มปากอย่างกังวล แต่ก็ยอมออกไปแต่โดยดี
ในใจของเธอยังคงกล่าวโทษลุงสามที่ทำตัวเช่นนี้ หลินเยี่ยโกรธจนไม่ยอมฟังอะไรอีกแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะลุงสาม หลินเยี่ยต้องยอมช่วยปู่ของเธออย่างแน่นอน
แล้วอย่างนี้ควรทำยังไงดี?
หลินชิ่งจู๋เดินลงไปด้านล่างด้วยสภาพไร้ิญญา เธอเหม่อลอยอย่างครุ่นคิด
เธอยังแอบคิดว่าความสวยของตนจะใช้กับหลินเยี่ยได้หรือไม่ แล้วหากเธอร้องไห้ กอดขาอ้อนวอนให้เขาช่วยรักษาปู่ล่ะ จะดีไหม?
หลังจากคิดอยู่นาน แต่ก็ไม่กล้าจะลงมือ
สุดท้ายแล้วหลินเยี่ยไร้หัวใจเกินไป ดวงตาของเขาไม่มีความชั่วร้ายเลย อีกทั้งความแข็งแกร่งของเขายังไม่ใช่สิ่งที่จะยั่วยุได้
สำหรับผู้ชายเช่นนี้ ความงามใช้ไม่ได้ผลแน่นอนและมันอาจจะส่งผลเสียในระยะยาว
ลืมมันเถอะ… กลับบ้านก่อนแล้วกัน
หลินชิ่งจู๋กลับมาที่บ้านพร้อมกับความหนักอึ้งในอก
ตอนนี้ปู่ของเธอโคม่าอีกแล้ว เขายังคงหลับใหลอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนลุงสามและป้าสามก็าเ็อยู่ที่โรงพยาบาลเช่นกัน ตระกูลหลินทั้งหมดถึงกับแตกตื่นและตกอยู่ในความวุ่นวายไม่จบสิ้น
เช่นเดียวกับหลินชิ่งจู๋ที่กำลังปวดหัว อีกทั้งวันนี้หลินจงเทาซึ่งเป็ลุงใหญ่ของเธอกลับมาที่บ้าน
หลินจงเทาทำงานเป็คณะกรรมการพรรคเทศบาลอยู่ในเมืองปินโจว
หลังจากที่เขารู้ว่าพ่อป่วยหนัก เขาหยุดงานและกลับมาเยี่ยมพ่อของตนที่หยุนเฉิงทันที แต่เขาไม่ได้คาดคิดว่าจะเห็นสภาพความเละเทะของตระกูลหลิน
เขาเป็คนมีเก่งและสามารถจัดการทุกอย่างได้เป็อย่างดี
เช่นนี้เขาจึงเอ่ยปากถามหลินชิ่งจู๋เกี่ยวกับสถานการณ์ “หลินชิ่งจู๋ พ่อฉันเป็ยังไงบ้าง?”
“คุณปู่ยังโคม่า อาการแย่ลงเรื่อย ๆ ค่ะ”
“มีวิธีรักษาไหม?”
“มีแค่ผู้ชายที่ชื่อหลินเยี่ยเท่านั้นที่จะช่วยคุณปู่ได้”
“แน่ใจนะ?”
“แน่ใจค่ะ เขาเคยเอายาเม็ดสีดำให้ปู่กิน แล้วปู่ก็ฟื้นขึ้นมา” หลินชิ่งจู๋เริ่มบอกเล่าเื่ราว
หลังจากได้ยินอย่างนั้น หลินจงเทาก็ตื่นเต้นมาก เขารีบร้องออก “ในเมื่อหลินเยี่ยสามารถรักษาพ่อได้ งั้นก็ไปหาหมออัจฉริยะคนนั้นมารักษาพ่อเถอะ!”
“เฮ้อ…”
หลินชิ่งจู๋ถอนหายใจยาวก่อนจะพูดต่อด้วยความหงุดหงิด “หนูไปเชิญเขาแล้ว แต่ลุงสามกับป้าสามวิ่งไปสร้างความขุ่นเคืองให้เขาถึงในบ้าน ตอนนี้หลินเยี่ยโกรธมากและปฏิเสธที่จะรักษาแม้ว่าปู่จะตายตรงหน้าก็ตาม!”
“เ้าสามนี่เหลวไหลจริง ๆ นับวันก็ยิ่งสร้างปัญหา!” หลินจงเทาสาปแช่งอย่างโกรธเกรี้ยว
“หลินเยี่ยไม่เหมือนคนทั่วไป อารมณ์ของเขามั่นคงและเด็ดเดี่ยว ไม่ว่าจะขอร้องเขายังไง เขาก็ไม่เต็มใจที่จะช่วย ตอนนี้หนูไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”
“ชิ่งจู๋ไม่ต้องกังวลหรอก” หลินจงเทาทอดสายตาออกไปอย่างครุ่นคิด ก่อนจะพูดต่อ “เดี๋ยวลุงจะไปหาหลินเยี่ยเป็การส่วนตัว แล้วจะเป็คนพูดกับเขาเื่นี้เอง”
“ค่ะ แต่หนูคงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว” หลินชิ่งจู๋กล่าวออกไปเพราะมั่นใจว่าลุงของเธอไม่สามารถทำได้แน่
แต่ตอนนี้ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการลอง…
หากมองแล้ว ยังไงซะลุงใหญ่ก็ดีกว่าลุงสามหลายสิบขุม
“ชิ่งจู๋ ไปกับลุง ไปพบคุณหลินเยี่ยแล้วขอให้เขาช่วยรักษาคุณพ่อ” หลินจงเทากล่าวออกอย่างเด็ดขาดพร้อมกับเดินออกไปพร้อมกับหลานสาว