ศิษย์ใน
กาลเวลาหมุนเวียน เปลี่ยนผันไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกระพริบตาผ่าน อีกสามเดือนได้ผ่านไป
ภายในถ้ำฝึกตนของกู้เฉิน เขาในตอนนี้กำลังนั่งกินหม้อไฟอย่างสบายอารมณ์
[โฮสต์อร่อยรึเปล่า?] อยู่ๆ ระบบก็ถามขึ้น
กู้เฉินที่เคี้ยวเนื้ออยู่เต็มปากชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง ทำไมระบบอยู่ๆ ก็ถาม แต่เขาไม่คิดอะไรมาก เคี้ยวไปพยักหน้าไป “อร่อยมาก”
[อร่อยแล้วทำไมไม่ชวน คนอย่างโฮสต์นี่มันเห็นแก่ตัวจริงๆ กินอยู่คนเดียว ระบบโกรธโฮสต์มากบอกเลย!] ระบบพูดอย่างโกรธจัด
“หะ...หา?!” กู้เฉินตกตะลึงไป เขาอดไม่ได้ที่จะเกาศีรษะ ทำไมเขากินหม้อไฟอยู่ดีๆ ถึงได้ถูกระบบด่าเอาได้
“ระบนี่มันยังไงกัน มาพูดคุยกันให้รู้เื่ซิ!” กู้เฉินกลืนเนื้อทั้งหมดลงท้อง พูดกับระบบอย่างจริงจัง “แล้วถ้าฉันชวนเธอ เธอมากินกับฉันได้รึเปล่า?”
[ไม่เอาน่าโฮสต์ ระบบแค่ล้อเล่น ไปนะ ถ้าจะแลกเปลี่ยนเรียกได้เสมอเลยจ้า] ระบบทิ้งท้ายเอาไว้แบบนี้ ก่อนจะเงียบลงไป
“.....” กู้เฉิน เขาอึ้งจนพูดไม่ออก ดูเหมือนว่าระบบจะหลอกด่าเขาฟรีๆ เมื่อเห็นว่าเขากำลังอารมณ์ดี
“ระบบนี้ไม่น่าเชื่อถือยังไง ก็ยังคงไม่น่าเชื่อถืออย่างนั้น” กู้เฉินบ่น จากนั้นก็เลิกสนใจ เขากินหม้อไฟต่อ เมื่ออิ่ม ก็นอนลูบท้องที่เตียงหิน
ชีวิตตอนนี้ช่างสุขสบายอย่างยิ่ง และตอนนี้อารมณ์ของเขาก็ดีมาก ไม่อย่างนั้น คงจะไม่ต้องถึงขั้นแลกเปลี่ยนกระทิงดำที่เหลืออยู่ตัวสุดท้ายกับระบบ เพื่อให้ได้ชุดหม้อไฟมาอย่างแน่นอน
เหตุผลที่เขาอารมณ์ดี ล้วนมาจากเื่การปิดด่านฝึกตนของเขา การปิดด่านฝึกตนของเขาตลอดสามเดือนที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็อย่างมาก
ในตอนนี้ เขาไม่ใช่ผู้ฝึกตนระดับฝึกปราณขั้นกลางอีกต่อไป หากแต่เป็ผู้ฝึกตนระดับก่อตั้งปราณขั้นต้น
ถูกต้อง สามเดือนที่ผ่านมา เขาทะลวงผ่านสองขั้นด้วยกัน จนมาถึงระดับก่อตั้งปราณขั้นต้น!
หินลมปราณจำนวนสี่ร้อยเจ็ดสิบหกก้อนของเขาหายเกลี้ยง เขาได้ใช้มันไปจนหมดแล้ว รวมถึงเม็ดยาผลึกก่อตั้งปราณด้วย
และดูเหมือนว่ามันจะเป็อย่างที่ระบบบอกเขาไว้ ร่างกายของเขาที่ได้รับออร่า์จากการได้รับครั้งแรกของเฟิ่งเสวี่ยอี๋ มันทำให้เขาฝึกตนเร็วขึ้น และไม่พบคอขวดใดๆ จริงๆ
ในตอนที่ทะลวงจากระดับฝึกปราณขั้นปลายไปยังระดับก่อตั้งปราณขั้นต้นนั้น เขารู้สึกถึงมันได้อย่างชัดเจนว่ามันราบรื่นมาก จนน่าประหลาดใจ
“เอาล่ะ ได้เวลาไปทำเื่เป็ศิษย์ในและรับหินลมปราณสามร้อยก้อนที่เรายังไม่ได้ไปรับตลอดสามเดือนที่ผ่านมานี้แล้ว” กู้เฉินพลันลุกจากเตียงหิน
จุดนี้เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ออกไปรับหินลมปราณเลย ย่อมเป็เช่นนี้ เขาเลือกที่จะปิดด่านฝึกตนอย่างต่อเนื่อง จะมีเวลาออกไปรับได้อย่างไร
การปิดด่านฝึกตนของเขา ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมาก ไม่เพียงมาถึงระดับก่อตั้งปราณขั้นต้นเท่านั้น วิชากาลเวลาและทักษะเก้าดาราของเขา มีความก้าวหน้าครั้งใหญ่
ถึงแม้ว่าจะยังฝึกรูปแบบที่สองและกระบวนท่าที่สองยังไม่สำเร็จก็ตาม
ความก้าวหน้าที่ว่าก็คือ วิชากาลเวลา รูปแบบที่หนึ่งหยุดเวลานั้น เขาสามารถใช้มันหยุดเวลาได้หนึ่งนาทีแล้ว จากเดิมที่หยุดได้เพียงแค่ห้าวินาทีเท่านั้น
สิ่งนี้ย่อมเป็ความก้าวหน้าครั้งใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัยเลย สาเหตุที่เขามีความก้าวหน้าเช่นนี้ หนึ่งมาจากพื้นฐานฝึกตนของเขาเพิ่มขึ้น และอีกหนึ่งมาจากการที่เขาเข้าใจในกฎเกณฑ์ด้านเวลามากขึ้น
ส่วนทักษะเก้าดารา กระบวนท่าที่หนึ่งดาราจุตินั้นเขาสามารถหยิบยืมพลังจากดวงดาราได้มากขึ้นกว่าเดิมมาก คาดว่าในตอนนี้ ในระดับก่อตั้งปราณคงไม่มีใครสู้เขาได้ กระทั่งระดับปราณปฐี
หากว่าเขาไม่ไปพบเจอกับผู้ฝึกตนที่ฝึกฝนวิชาด้านร่างกายมาเป็พิเศษ เขาก็สามารถฆ่าได้ในทันที ถ้าใช้วิชากาลเวลา รูปแบบที่หนึ่งหยุดเวลา บวกกับทักษะเก้าดารา กระบวนท่าที่หนึ่งดาราจุติ!
กู้เฉินพลันออกจากถ้ำฝึกตน เขาตรงไปที่หอภารกิจในทันที เมื่อไปถึงก็ไปทำเื่ขอรับหินลมปราณสามร้อยก้อนจากผู้าุโหอภารกิจ
อีกฝ่ายมองเขาอย่างใเล็กน้อย ผู้าุโคนนี้ย่อมจำกู้เฉินได้ว่าเมื่อสามเดือนก่อน เป็คนที่ทำภารกิจเขากระทิงดำยี่สิบเขาสำเร็จ
‘น่าใทีเดียว คิดไม่ถึงว่าด้วยเวลาสั้นๆ เพียงแค่สี่เดือน จากระดับฝึกปราณขั้นต้น จะมาถึงระดับก่อตั้งปราณขั้นต้นแล้ว!’ ผู้าุโหอภารกิจคิดในใจ
เห็นได้ชัดว่าเขาจำข้อมูลของกู้เฉินได้ั้แ่เวลาที่เข้าสำนักกระบี่ดารามา เื่นี้ทำให้เขามีความสุขมาก
กู้เฉินไม่ได้เป็เพียงแค่ต้นกล้าที่ดีในสายตาของเขาแล้ว แต่เป็สุดยอดต้นกล้าต่างหาก เขามอบหินลมปราณสามร้อยก้อนให้กับกู้เฉินอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะพากู้เฉินไปยังเขตศิษย์ใน เพื่อทำเื่เป็ศิษย์ในให้
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาของศิษย์นอกหลายคน ถ้าเป็ไปได้ พวกเขาอยากจะสลับตัวกับกู้เฉิน การเป็ศิษย์ในล้วนเป็ความใฝ่ฝันของพวกเขา
เมื่อเห็นคนได้กลายเป็ศิษย์ใน พวกเขาจะไม่รู้สึกอิจฉาและอยากสลับตัวเพื่อเป็ศิษย์ในแทนได้อย่างไร?
ภายในหอภารกิจที่มุมหนึ่ง เย่เฟิงยืนอยู่ สีหน้าของเขาในตอนนี้มืดมน สองมือกำแน่นจนสั่นไปมา ดวงตาของเขาปรากฏความไม่อยากที่จะยอมรับขึ้นมา
เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองต้องเป็คนแรกที่ได้เข้าเป็ศิษย์ในภายในปีนี้ แต่เมื่อมันไม่เป็อย่างที่เขาหวัง จะไม่ให้เขามีความไม่อยากที่จะยอมรับขึ้นมาในดวงตา รวมไปถึงมีสีหน้ามืดมนได้อย่างไร!
‘บัดซบ ไอ้หมอนี้มันเป็ใคร ทำไมกล้าข้ามหน้าข้ามตาข้า!’ เย่เฟิงสบถในใจอย่างอดไม่ได้ เขาแน่นอนว่าจำกู้เฉินได้ว่าเป็หนึ่งในคนที่ผ่านการทดสอบเข้าเป็ศิษย์สำนักกระบี่ดาราที่เมืองจิ่วเย่ว์พร้อมกับเขา
แต่เห็นว่าอายุสิบแปดแล้ว ยังเป็ได้เพียงแค่ผู้ฝึกตนระดับฝึกปราณขั้นต้น เขาจึงไม่ได้ให้ความสนใจใดๆ ไม่แม้แต่จะจำชื่อ ด้วยเหตุนี้เอง เขาถึงไม่รู้ว่ากู้เฉินเป็ใคร
‘แล้วทำไมระดับพื้นฐานฝึกตนของมันถึงได้พุ่งพรวดขึ้นเร็วแบบนี้?’ เย่เฟิงคิดในใจอย่างสงสัย บอกตามตรงว่าเขาอยากรู้อย่างมาก
แต่ไม่ว่าเขาอยากจะรู้มากหรืออยากรู้น้อย ก็ไม่มีใครมาตอบคำถามของเขา สุดท้ายเย่เฟิงก็ขบกรามด้วยความอิจฉา จากนั้นก็รีบกลับไปที่ถ้ำฝึกตน เพื่อปิดด่านฝึกตน
เขาแน่นอนว่าไม่อยากที่จะแพ้กู้เฉิน เขาจึงต้องทะลวงไปยังระดับก่อตั้งปราณขั้นต้นให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้เลื่อนขั้นเป็ศิษย์ใน!
จบบทที่ 21