“ก๊อก ก๊อก” ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้เฉินฮวาลี่สะดุ้งออกจากภวังค์ เธอรีบเช็ดน้ำตา ปรับสีหน้าให้เป็ปกติ เธอได้ยินเสียงเอ่ยเรียกดังมาจากนอกห้อง
“ฮวาเอ๋อร์ ลูกเป็อะไรหรือเปล่า” เสียงของหวังซูเหมย ผู้เป็แม่เลี้ยงดังขึ้นมาจากด้านนอกประตู น้ำเสียงนั้นอ่อนโยน ราวกับเป็ห่วงเป็ใยเธออย่างจริงใจ
เฉินฮวาลี่จ้องมองไปที่ประตู ดวงตาฉายแววเ็า เมื่อก่อนเธอรักและไว้ใจแม่เลี้ยงคนนี้มาก คิดว่าหล่อนเป็ผู้หญิงที่ใจดี อ่อนโยน ที่คอยดูแลเธอมาั้แ่เด็กๆ เฉินฮวาลี่เลยรักหล่อนเหมือนแม่แท้ๆ หญิงสาวหวนนึกถึงเื่ราวในอดีต ภาพความทรงจำในวัยเด็กผุดขึ้นมาในหัว
เฉินฮวาลี่คือลูกสาวเพียงคนเดียวของเฉินซ่งอี้ พ่อค้าผู้มั่งคั่งที่ต้องเดินทางค้าขายไปต่างเมืองอยู่เนืองๆ ั้แ่ภรรยาของเขาเสียชีวิตไปั้แ่เธออายุเพียง 3 ขวบ เฉินซ่งอี้ก็ไม่เคยคิดจะแต่งงานใหม่ เขาจ้างพี่เลี้ยงมาหลายคน แต่ก็ไม่มีใครอยู่ได้นาน จนกระทั่งได้พบกับหวังซูเหมย
หวังซูเหมย เป็หญิงสาวจากครอบครัวยากจน หญิงสาวมีความทะเยอทะยานอันแรงกล้า ใฝ่ฝันอยากมีชีวิตที่ดีกว่า เมื่อโอกาสมาถึง หล่อนจึงไม่ปล่อยให้หลุดลอยไป ด้วยความเฉลียวฉลาดและเสน่ห์อันเหลือร้าย หวังซูเหมยใช้เวลาไม่นานก็เอาชนะใจเฉินฮวาลี่ได้ หล่อนเลี้ยงดูฮวาลี่อย่างดี เอาอกเอาใจ ประคบประหงมราวกับไข่ในหิน สอนให้ฮวาลี่เป็เด็กหัวอ่อน เชื่อคนง่าย และมองโลกในแง่ดี
"ฮวาลี่หนูต้องเชื่อฟังน้าซูเหมยนะ น้ารักหนูเหมือนลูกแท้ๆ ของตัวเอง" หวังซูเหมยกระซิบข้างหูเฉินฮวาลี่ พลางลูบผมเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน
เฉินฮวาลี่ซบหน้าลงกับอกของหวังซูเหมย "ค่ะ น้าซูเหมย" เด็กหญิงตอบรับด้วยความไร้เดียงสา
เมื่อเฉินซ่งอี้กลับมาจากการเดินทาง เขาก็พบว่าลูกสาวของเขารักและผูกพันกับหวังซูเหมยมาก หวังซูเหมยเองก็ทำหน้าที่พี่เลี้ยงได้อย่างสมบูรณ์แบบ เธอดูแลลูกสาวเขาเป็อย่างดี บ้านช่องสะอาดเรียบร้อย อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ เฉินซ่งอี้รู้สึกประทับใจในตัวหวังซูเหมยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยหารู้ไม่ว่า เื้ัใบหน้าที่งดงามราวกับหยกขาวนั้น ซ่อนความร้ายกาจไว้มากมายเพียงใด
หวังซูเหมยค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในชีวิตของเฉินซ่งอี้ หล่อนทำตัวเป็แม่บ้านที่ดี ดูแลเอาใจใส่ชายหนุ่ม อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง คอยปรนนิบัติพัดวี พูดจาหวานหู และที่สำคัญที่สุด หล่อนใช้เฉินฮวาลี่เป็เครื่องมือในการเข้าถึงใจของเขา
"คุณพ่อคะ พี่ซูเหมยทำกับข้าวอร่อยมากเลยค่ะ คุณพ่อลองชิมสิคะ" เฉินฮวาลี่พูดกับเฉินซ่งอี้ด้วยรอยยิ้มสดใส
"จริงหรือ ฮวาเอ๋อร์" เฉินซ่งอี้ยิ้มรับ พลางมองไปที่หวังซูเหมยด้วยสายตาชื่นชม
"คุณพ่อแต่งงานกับพี่ซูเหมยเถอะนะคะ ฮวาเอ๋อร์อยากมีแม่ค่ะ" เฉินฮวาลี่อ้อนเฉินซ่งอี้
คำพูดของลูกสาว บวกกับความดีของหวังซูเหมย ทำให้เฉินซ่งอี้ใจอ่อน ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจแต่งงานกับหวังซูเหมย เมื่อตอนเฉินฮวาลี่ อายุ 7 ขวบ ทำให้เธอมีน้องสาวต่างแม่ที่อายุห่างกันเกือบ 8 ปี
การตัดสินใจแต่งงานในครั้งนั้น พ่อของเธอหารู้ไม่ว่า นั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะในชีวิตของเขาและลูกสาว เฉินฮวาลี่หลงเชื่อว่าหวังซูเหมยรักและหวังดีกับเธอสุดหัวใจ หญิงสาวมอบความรักและดูแลน้องสาวต่างแม่อย่างดี จนกระทั่งเธอตายไปแล้วถึงได้รู้ความจริงหลังจากที่เธอกลายเป็ิญญาที่คอยวนเวียนอยู่ในบ้านหลังนี้ ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงแม่เลี้ยงที่เธอรักดังขึ้น
"พวกแกนี่ชักช้าเสียจริง" หวังซูเหมยตวาดใส่หลี่เจี้ยน ผู้เป็ลูกเขยและเฉินเสี่ยวเหมย ลูกสาวของเธอเองด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
"กว่าจะฆ่านังฮวาลี่ได้ อีกไม่นานพ่อของแกก็จะกลับมาจากจากกว่างโจวแล้ว ถ้าเขารู้เื่นังฮวาลี่ที่ถูกพวกเราฆ่าตาย พวกแกก็เตรียมตัวเข้าคุกได้เลย"
เฉินเสี่ยวเหมย ผู้มีใบหน้าสวยหวานแต่แฝงไปด้วยความอำมหิตแสยะยิ้ม "แม่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า กว่าพ่อจะกลับมา พวกเราก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว"
หลี่เจี้ยน พยักหน้าเห็นด้วย "เดี๋ยวผมจะจัดการฝังศพเฉินฮวาลี่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่สวนหลังบ้าน ก็จะไม่มีใครหาเธอเจออีกครับ พวกเราสามารถอ้างได้ว่าเธอหายตัวไป อาจจะโดนลักพาตัวไป ยิ่ง่นี้มีแต่เหตุการณ์ที่ผู้หญิงโดนลักพาตัวไปขายเป็จำนวนมาก ทางการก็คงไม่สงสัยพวกเราหรอกครับ"
ดวงิญญาของเฉินฮวาลี่ มองดูการกระทำของคนพวกนั้นด้วยความโกรธแค้น หัวใจของเธอแตกสลาย ไม่คิดว่าแม่เลี้ยงและน้องสาวที่เธอรักและสามีที่เธอไว้ใจจะร่วมมือกันฆ่าเธอ เพื่อหวังสมบัติของเธอ
"พวกแก... พวกแกทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆ ที่ฉันดีกับพวกแกมาโดยตลอด" เฉินฮวาลี่ร้องไห้ แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับไม่มีใครได้ยินเสียงของเธอเลย เธอหันไปมองหวังซูเหมยที่ไปค้นข้าวของบนศพของเธอ
"ฮ่าๆๆ ในที่สุด สมบัติของนังฮวาลี่ ที่มันหวงนักหวงหนาก็ตกเป็ของฉัน ฉันรอมานานถึง 20 ปี" หวังซูเหมยพูดพลางลูบแหวนหยกที่นิ้วของเธออย่างหลงใหล
เฉินเสี่ยวเหมยมองดูมารดาด้วยแววตาชื่นชม ความโลภ ความริษยา และความมืดดำในใจของเธอนั้นมิได้น้อยไปกว่าผู้เป็มารดาเลยแม้แต่น้อย สมบัติของเฉินฮวาลี่ที่สร้างมากับมือก็มีไม่น้อยทั้งบริษัท และห้างสรรพสินค้า ตอนนี้ก็ตกอยู่ในมือของหลี่เจี้ยนหมดแล้ว พี่สาวของเธอช่างโง่เง่าเสียจริงที่ยกทุกสิ่งทุกอย่างให้ผู้เป็สามีทั้งหมดโดยไม่คิดว่าเขาจะทรยศหักหลัก
"แม่ เดี่ยวหนูไปดูเครื่องประดับของนังฮวาลี่ที่ในห้องนอนก่อนนะคะ" เฉินเสี่ยวเหมยเอ่ยกับผู้เป็มารดาก่อนจะพาหลี่เจี้ยนเดินไปยังห้องนอนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ของเฉินฮวาลี่
ภายในห้องนอน เฉินเสี่ยวเหมยเปิดตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ หยิบชุดกี่เพ้าสีแดงสด ของเฉินฮวาลี่ออกมาสวมใส่ ผ้าไหมเนื้อดีลื่นผ่านผิวกายขาวเนียน
เธอหมุนตัวไปมาพลางจัดแต่งชุดกี่เพ้าด้วยความเชี่ยวชาญ ก่อนจะมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ ใบหน้าสะท้อนกลับมา งดงาม เย่อหยิ่ง และเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างน่าขนลุก
"ต่อไปนี้ ฉันจะเป็คุณหนูตระกูลเฉิน แต่เพียงผู้เดียว"
หลี่เจี้ยนมองเฉินเสี่ยวเหมยด้วยสายตาหลงใหล ความงามและความอ่อนวัยของเธอทำให้เขาแทบลืมหายใจ เขาเดินเข้าไปใกล้ โอบกอดเธอจากด้านหลัง กระซิบข้างหู
"เสี่ยวเหมย น้องช่างงดงามเสียจริง ต่อไปนี้ ทุกอย่างของตระกูลเฉินจะเป็ของเรา"