ลังจากค่ำคืนอันแสนบ้าคลั่งและน่าอัปยศอดสูที่สุดในชีวิตสะใภ้แสนดีของฉันผ่านพ้นไป... ลุงสมยศ เพื่อนสนิทก๊วนสุราของพ่อณรงค์ก็เดินทางกลับบ้านของตนเองในเช้าวันต่อมา ทิ้งไว้เพียงรอยช้ำสีแดงเข้มดวงใหญ่ รอยขบเคี้ยวตามเนินเนื้ออวบอัด และคราบน้ำกามเหนียวเหนอะหนะที่แห้งกรังตามต้นขาและซอกกายของฉัน
ฉันยืนสั่นระริกอยู่ใต้สายน้ำเย็นเฉียบจากฝักบัวในห้องน้ำ ปล่อยให้สายน้ำชะล้างคราบคาวราคีและหยาดเหงื่อไคลของพวกลุงวัยดึกทั้งสองคนออกไปจากร่างกาย
มือบางของฉันสั่นเทายามบีบครีมอาบน้ำกลิ่นกุหลาบลงบนใยบวบ แล้วเริ่มขัดถูเนื้อตัวอวบอัดของตัวเองอย่างรุนแรง
ฉันถูเนินเต้าหน้าอกหน้าใจขนาดใหญ่สะบึมสองข้างอย่างแรงจนผิวเนื้อขาวผ่องเปลี่ยนเป็รอยแดงแสบ ขัดถูซอกคอและยอดทรวงอกที่เคยโดนริมฝีปากเหี่ยวย่นของลุงสมยศและพ่อณรงค์รุมรังแกขบเคี้ยวอย่างหื่นกระหาย
ยิ่งไปกว่านั้น... ฉันพยายามใช้นิ้วล้างทำความสะอาดช่องทางรักส่วนลึกที่ยังคงรู้สึกระบมตึง เจ็บแปลบทุกครั้งที่ขยับเขยื้อน
น้ำกามขุ่นร้อนของพวกเขาทั้งสองคนไหลย้อนออกมาตามง่ามขาปะปนไปกับสายน้ำที่ไหลลงท่อระบายน้ำ
ฉันทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าร้องไห้โฮอยู่บนพื้นห้องน้ำอันเย็นเยียบ ปล่อยให้น้ำตาไหลพรากแข่งกับสายฝักบัว
ความรู้สึกผิดบาปราวกับเป็หญิงแพศยาชั่วช้าประดังประเดเข้ามาจนเจ็บแน่นในทรวงอก ฉันทรยศต่อแมนสามีที่แสนดีและซื่อสัตย์ของฉันอย่างไม่มีชิ้นดี
แต่สิ่งที่น่าขยะแขยงที่สุดและทำให้ฉันเกลียดตัวเองมากที่สุด... คือการที่ร่างกายอวบอัดนี้กลับตอบสนองความดิบเถื่อนวิปริตนั้นได้อย่างน่าละอาย
ร่องหอยส่วนลึกยังคงสั่นระริกและตอดรัดขมิบเบาๆ เป็จังหวะยามนึกถึงตอนที่ท่อนเอ็นหนาใหญ่ของพวกลุงสลับสับเปลี่ยนกันตอกกระแทกสอดใส่เข้ามาลึกสุดใจจนร่างกายสั่นคลอนโยกโยน
มันเหมือนมีโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นรัดตรึงร่างของฉันไว้แ่า... โซ่ที่ผูกปมด้วยความกลัว อนาคตของสามี และความใคร่ทางกายที่ทรยศจิตใจ
วันเวลาผ่านไปหลังจากค่ำคืนนั้น... ทัศนคติและการวางตัวของคุณพ่อณรงค์ที่มีต่อฉันก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ท่านไม่ได้ทำตัวเป็ผู้ข่มขู่ที่ดุดันหรือเ็าบีบคั้นเหมือนตอนแรกๆ อีกแล้ว... แต่กลับวางตัวเป็เ้าชีวิตผู้ใจดี โอบอ้อมอารี และครอบงำฉันอย่างเยือกเย็น
"ฝ้ายจ๊ะ... พ่อซื้อสร้อยคอทองคำหนักสองบาทมาฝากหนูนะลูก พ่อใส่กล่องกำมะหยี่สีแดงวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนใหญ่ ลองขึ้นไปเปิดดูสิคะคนสวย"
เสียงนุ่มทุ้มที่ฟังดูอบอุ่นและมีเมตตาของคุณพ่อณรงค์ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ขณะที่ฉันกำลังยืนล้างจานชามอยู่ในครัว่บ่ายวันหนึ่ง
ไม่พูดเปล่า... ร่างสูงใหญ่กำยำของชายวัยห้าสิบสามปีขยับสะกดรอยเข้ามาประชิดแผ่นหลังของฉันอย่างเงียบเชียบ
อ้อมแขนหนาร้อนระอุเอื้อมมากอดรัดเอวคอดผายของฉันเอาไว้หลวมๆ ดึงรั้งให้สะโพกอวบอัดแน่นตึงของฉันกดเบียดแนบชิดอยู่กับหน้าขาและกึ่งกลางลำตัวของท่าน
กลิ่นน้ำยาหลังโกนหนวดอ่อนๆ ผสมกลิ่นเหงื่อดิบของผู้ชายวัยทองโชยเข้าจมูกของฉันจนสมองชาวาบไปชั่วครู่
ฉันสะดุ้งตัวโยนด้วยความใ แต่ขาสองข้างกลับอ่อนแรงและยอมยืนนิ่งงันให้อ้อมกอดนั้นล็อกกุมตัวไว้โดยไม่คิดขัดขืน
"ค... คุณพ่อคะ... ฝ้ายไม่คู่ควรกับของมีค่าขนาดนั้นหรอกค่ะ..." ฉันเอ่ยปากปฏิเสธเสียงสั่นสั่นระริก ก้มหน้าหลบสายตาคมกริบหลังแว่นตาที่จ้องมองลงมา
"ทำไมจะคูควรล่ะจ๊ะฝ้าย... หนูเป็สะใภ้แสนดี คอยดูแลบ้านและดูแลพ่ออย่างดีที่สุดมาตลอดนี่นา"
คุณพ่อณรงค์ส่งเสียงหัวเราะ *หึหึ* ในลำคออย่างผู้มีชัย มือหนาข้างหนึ่งละจากเอวขยับเลื่อนลงไปขยำบั้นท้ายผายใหญ่โตของฉันอย่างเต็มรัก บีบเค้นเนื้อแน่นตึงผ่านผ้าถุงผืนบางจนเนื้อมือจมลึกลงไปในความนุ่มนิ่ม
ท่านบดสะโพกแกร่งเข้ามาเน้นย้ำขยี้ก้นงอนงามของฉันจนััได้ถึงท่อนเอ็นหนาที่เริ่มแข็งตึงและขยายตัวสู้มือดุนดันอยู่ด้านหลัง
ฉันหน้าร้อนผ่าว ลมหายใจสะดุด หัวใจเต้นโครมครามด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นริ้วจากสะโพกขึ้นสู่สมอง ร่องรักขมิบตอดเปียกชื้นขึ้นมาทันควันอย่างห้ามไม่อยู่
"เป็เด็กดีเชื่อฟังพ่อนะคะฝ้าย... แล้วพ่อจะให้รางวัลหนูอีกเยอะแยะเลยจ้ะ"
พ่อณรงค์กระซิบแ่พร่าชิดซอกหูแล้วฝังปลายจมูกลงบนกกหูของฉันลากสูดดมกลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นเหงื่อสาวอย่างหิวกระหาย ก่อนจะยัดเยียดปึกธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทจำนวนหลายหมื่นบาทใส่ลงในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนของฉัน
ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากกำปึกเงินนั้นไว้แน่นและพยักหน้ารับคำสั่งอย่างจำยอม
ความสัมพันธ์อันบิดเบี้ยวนี้ดำเนินไปเรื่อยๆ จนฉันรู้สึกราวกับตัวเองกำลังกลายเป็ 'เมียเก็บ' ลับๆ ของพ่อผัวไปโดยปริยาย
ทุกๆ อย่างที่ฉันได้รับ ไม่ว่าจะเป็เงินทอง อาหารการกินที่ดี หรือของมีค่า ล้วนแลกมาด้วยเรือนร่างอวบอัดที่ต้องยอมคลานเข่าเข้าไปปรนเปรอกลุ่มกามารมณ์และรับน้ำรักของพ่อผัวในห้องนอนใหญ่ค่ำคืนแล้วค่ำคืนเล่า
นอกจากเงินทองแล้ว พ่อณรงค์ยังเริ่มขยายขอบเขตการกักขังและควบคุมความเป็อยู่ของฉันอย่างมีระดับ
"ฝ้ายจ๊ะ... ่นี้แดดร้อนและมีข่าวคนแปลกหน้าเข้ามาป้วนเปี้ยนในบ้านสวนบ่อยๆ คราวหลังถ้าหนูจะออกไปตลาดหรือซื้อของในเมือง บอกพ่อนะจ๊ะ พ่อจะขับรถพาไปเอง หรือถ้าพ่อไม่ว่าง ก็รอให้พ่อกลับมาค่อยไปนะ อย่าแอบเดินทางไปคนเดียวเด็ดขาด พ่อเป็ห่วงหนูเหลือเกิน"
คำพูดของท่านฟังดูเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยประหนึ่งพ่อแท้ๆ คอยคุ้มครองลูกสาว... ทว่าแววตาและรอยยิ้มเ็าที่ซ่อนอยู่หลังแว่นสายตากลับส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่าห้ามฉันขัดคำสั่งเด็ดขาด
ฉันรู้ดีแก่ใจ... นั่นไม่ใช่ความห่วงใย แต่มันคือการสร้างกรงขังล้อมรอบตัวฉันเอาไว้ เพื่อไม่ให้ฉันมีโอกาสได้หลบหนีหรือไปพูดคุยติดต่อกับคนภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแมนสามีของฉัน
ทุกวันของฉันกลายเป็ความจำเจอันน่าอึดอัด ฉันทำงานบ้าน ทำอาหาร ซักผ้า และรอคอยเวลาค่ำคืนด้วยความหวาดผวาปนเปกับตัณหาดิบที่ถูกพ่อผัวขุดขึ้นมาล่อลวง
จิตใจของฉันเริ่มมีความด้านชาและยอมรับสภาพทาสสวาททีละน้อย สรีระอวบหยุ่นเริ่มจดจำและตอบสนองแรงััของพ่อณรงค์ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับเนื้อตัวนี้สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความหื่นกระหายของชายวัยห้าสิบสามปีคนนี้
แต่ในเวลาเดียวกัน จิติญญาและความคิดส่วนดีของฉันก็ยังคงทุกข์ทรมานร้าวรานอย่างแสนสาหัส
ยามที่ฉันหยิบเอาเสื้อยืดคอกลมลายการ์ตูนตัวโปรดของแมนที่เขาชอบใส่เวลานอนขึ้นมาซักทำความสะอาด
หยาดน้ำตาอุ่นร้อนก็ร่วงเผาะลงบนเนื้อผ้าผืนบาง ฉันซบหน้าลงกับเสื้อยืดของสามีสะอื้นไห้เสียงสั่นสะท้านอย่างโดดเดี่ยวในห้องซักล้าง
"แมน... ฮือ... ฝ้ายขอโทษ... ฝ้ายมันผู้หญิงร่านชั่ว... ฝ้ายสกปรกเหลือเกิน..." ฉันพร่ำเพ้อขอโทษสามีในความมืดมน
ความกดดันจากการซ่อนเร้นความลับขนาดมหึมาบวกกับความรู้สึกผิดต่อสามีที่ทำงานหนักเพื่อสร้างอนาคตครอบครัว มันบีบรัดหัวใจของฉันจนเจ็บจี๊ดทุรนทุราย
ทว่าร่างกายกลับทรยศความดีงามอย่างน่าสมเพช...
ทุกคืนที่พ่อณรงค์บุกรุกเข้ามาล่วงเกินหรือสั่งให้ฉันเดินไปต้อนรับที่เตียงไม้สักใหญ่...
ฉันกลับปล่อยกายปล่อยใจให้จมดิ่งสู่าสวาทอันเสียวสะท้าน ครางอูยส่งเสียงหวานหู บิดกายเร่าๆ ต้อนรับความแข็งแกร่งร้อนระอุที่ตอกย้ำเข้ามาในตัวจนเสร็จสมหลั่งน้ำรักชุ่มโชกเตียง
โซ่ตรวนแห่งบาปกรรมนี้รัดแ่าจนฉันแทบไร้ความรู้สึกต่อต้านอีกต่อไป...
จนกระทั่งในบ่ายวันหนึ่งอันเงียบสงบ...
สภาพอากาศด้านนอกบ้านสวนร้อนอบอ้าวและนิ่งสนิท ไม่มีลมพัดแม้แต่ระลอกเดียว จิ้งหรีดเรไรเงียบเสียงอย่างน่าประหลาด
คุณพ่อณรงค์ขับรถหรูของท่านออกไปเข้าร่วมประชุมสมาคมข้าราชการำาญในเมืองหลวงั้แ่่สิบโมงเช้า ทำให้บ้านสวนหลังใหญ่ตกอยู่ในความเงียบสงัดสมบูรณ์แบบ
ฉันอาศัยเวลานี้เดินขึ้นไปทำหน้าที่สะใภ้แสนดี จัดเก็บกวาดปัดฝุ่นและทำความสะอาดในห้องนอนใหญ่ของคุณพ่อณรงค์บนชั้นสอง
ฉันเดินเก็บเสื้อผ้าที่ใส่แล้วของท่านลงในตะกร้าเตรียมเอาไปซักล้าง
ขณะที่กำลังเอื้อมมือสองข้างพับจัดแจงกางเกงนอนและเสื้อยืดที่ส่งกลิ่นน้ำยาหลังโกนหนวดผสมกลิ่นเหงื่อดิบเฉพาะตัวของคุณพ่อณรงค์โชยเตะจมูกเบาๆ
กลิ่นอายคาวราคีนั้นทำให้สมองและร่างกายของฉันกระตุกวาบ เนินเนื้อเต้าหน้าอกหน้าใจขนาดใหญ่สะบึมกดแนบชิดกับขอบเตียงไม้สักทอง
ร่องรักส่วนลึกขมิบตอดตุบๆ ขึ้นมาทันทีด้วยอารมณ์ตัณหาที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ร่างกายของฉันตอบสนองต่อทุกสิ่งที่เป็ตัวแทนของพ่อผัวไปเสียแล้ว
ฉันยื่นมือสั่นเทากลั้นกางเกงนอนตัวบางของคุณพ่อณรงค์มากอดแนบอกแน่น หลับตาสูดดมกลิ่นกายของท่านอย่างลืมตัวลืมความผิดชอบชั่วดีไปชั่วขณะ...
*ปี๊น!... ปี๊น!...*
ทันใดนั้น เสียงแตรลมรถกระบะอันแหลมสูงและดุดันคุ้นหูก็ดังแผดสนั่นหวั่นไหวขึ้นจากหน้าลานปูนบ้านสวนด้านล่าง!
เสียงนั้นดังฝ่าความเงียบกริบดุจเสียงฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ!
ฉันสะดุ้งสุดตัว กางเกงนอนของคุณพ่อณรงค์ร่วงหลุดจากมือตกแหมะลงบนพื้นปูนเตียงทันควัน
หัวใจของฉันพลันตกวูบดิ่งดิ่งลงสู่เหวลึก ร่างกายอวบอัดขาวผ่องสั่นสะท้านอย่างรุนแรงประหนึ่งโดนกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตใส่จนชาวาบไปทุกขั้วปอดและข้อต่อกระดูก
จังหวะเสียงแตรสั้นสองครั้งสลับยาวแบบนี้... มีรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อแต่งซิ่งเพียงคันเดียวในละแวกนี้เท่านั้น...
รถกระบะของแมน! สามีของฉัน!
"แ... แมน..." ฉันละเมออุทานออกมาเสียงสั่นเครือซีดเผือด ใบหน้าจิ้มลิ้มไร้สีเืฝาดทันที
แมนกลับมาแล้วงั้นเหรอ?!
เขาเคยโทรศัพท์บอกฉันเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าติดงานติดตั้งท่อขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทย ต้องเลื่อนเวลาพักร้อนยาวไปอีกสองเดือนเต็มไม่ใช่หรือ?!
ทำไมจู่ๆ ถึงขับรถเข้ามาจอดในบ้านสวนเวลานี้ได้!
ความตื่นตระหนก หวาดหวั่น และความกลัวตกเกณฑ์แล่นทะลวงเกาะกุมสมองและหัวใจของฉันอย่างหนักหน่วงจนขาสองข้างอ่อนแรงสั่นระริกริกๆ ราวกระดาษโดนลมพายุพัดแทบจะยืนไม่มั่นคง
หากแมนเดินก้าวเข้ามาในบ้านตอนนี้... เขาจะสังเกตเห็นรอยเปื้อน รอยรักแดงช้ำตามซอกคอและยอดทรวงอกของฉันที่ยังไม่จางหายดีหรือไม่?
เขาจะจับได้ไหมว่าของมีค่าและเงินทองปึกใหญ่ที่ซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าเป็ของพ่อของเขาเอง?
และความลับที่ฉันพยายามปิดบังสะกดกลั้นกักขังมันเอาไว้กำลังจะะเิแตกกระจายต่อหน้าสามีสุดที่รักอย่างนั้นหรือ?!
ฉันยืนเบิกตาโพลงค้างแน่นอยู่กลางห้องนอนใหญ่ของคุณพ่อณรงค์ หยาดเหงื่อกาฬไหลหยดชื้นเต็มหน้าผาก สองมือกระชับกุมหน้าอกตึงแน่นพยายามฝืนบังคับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวสะท้านจนแทบทะลุผ่านกระดูกซี่โครงอก
ความลุ้นระทึกเสี่ยงตาย เสี่ยงคุกตะราง และแรงสั่นสะท้านต่อชีวิตสมรสกำลังจู่โจมเข้ามาแล้ว!
ฉันต้องรีบหนีลงไปชั้นล่างให้เร็วที่สุด ก่อนที่แมนจะเปิดประตูรั้วบ้านสวนและเดินขึ้นมาหาฉันที่ห้องนอนใหญ่ของพ่อผัว!
สองเท้าสั่นเทาของฉันก้าววิ่งถอยตะลุยพื้นไม้อย่างรีบร้อน วิ่งตะบึงลงบันไดเพื่อไปเผชิญหน้าต้อนรับสามีด้วยหน้ากากภรรยาแสนดีทันทีอย่างใจสั่นสะท้าน...