เมื่อสบโอกาสได้อยู่ผู้เดียวตามลำพัง เหวยจื่อเหวินจึงนั่งเท้าคางแล้วฉุกคิดไปถึงตื้นลึกหนาบาง ซึ่งเป็ข้อเท็จจริงที่น้อยคนนักจะล่วงรู้และเข้าใจว่าเขาจงใจจัดฉากเื่การตายของตนเองขึ้นมาทำไมแล้วเหตุไฉนถึงหายหัวไปนานถึงสามเดือน...
เื่มันมีอยู่ว่า....
แม้เหวยจื่อเหวินจะเป็คนที่ชอบทำอะไรตามใจตนเองและชอบเอาความคิดของตัวเองเป็ใหญ่ แต่เขาก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผลเสียทีเดียวทั้งไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว ว่าง่าย ๆ คือเหวยจื่อเหวินคนนี้หาใช่คนที่ระยำตำบอนถึงขนาดไม่รู้จักไว้หน้าคนตระกูลหลิน และกล้าหักหน้าเ้าสาวที่ตนเองรัก
หากแต่วันนั้นการที่เหวยจื่อเหวินจำต้องสร้างสถานการณ์อัปมงคลจำพวกกุเื่ที่ว่าตนเองถูกลอบสังหารจนตัวตาย ตลอดจนหายหัวไปนานถึงสามเดือนนั่นก็เพราะก่อนจะเริ่มพิธีแต่งงานในยามรุ่ง จื่อเหวินได้รับรายงานจากคนใต้บัญชาบอกว่ามีคนปองร้ายเ้าสาวในกระโจม และจะสังเวยชีวิตสตรีผู้นั้นเพื่อเป็ของขวัญและเป็ดั่งคำอวยพรให้แก่ขุนนางหนุ่มที่ชาตินี้ทั้งชาติอุตส่าห์ได้แต่งภรรยากับชาวบ้านชาวเมืองเขาทั้งที
และน่าเจ็บแค้นยิ่ง!ก็ตรงที่พวกมันหมายใจให้เ้าสาวของเหวยจื่อเหวินต้องกลายเป็ศพเท่านั้นพวกมันถึงจะยอมรามือ! หากปลิดชีพคนไม่ได้ หรือเอาชีวิตของสตรีนางนั้นไม่ได้รับประกันว่า...จะบุกมาระรานงานมงคลของสกุลเหวยเอาให้พังพินาศย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี!
ครั้นได้รับรู้ถึงข่าวคราวนี้จื่อเหวินก็ตระหนักได้ว่าบางทีอาจจะถึงเวลาแล้วที่ตนต้องลุกขึ้นมากวาดล้างเดรัจฉานพวกนี้อย่างจริงจังเสียทีเพราะไม่เช่นนั้นชีวิตของภรรยาคนงาม คงจะหาความสงบสุขไม่ได้วันดีคืนดีหากมันพวกนั้นลอบเข้ามาคร่าชีวิตนาง และพรากนางไปจากตน เขาจะทำเช่นไร!ขืนรอให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นมาก่อน คนที่เสียใจไปจนวันตายมันจะไม่ใช่เขาเองหรอกหรือ
ขณะที่เ้าบ่าวรูปงามซึ่งสวมอยู่ในเครื่องแต่งกายสีแดงสดกำลังเฝ้าขบคิดอย่างขุ่นเคืองใจหว่างคิ้วเข้มดกของขุนนางหนุ่มก็ย่นเข้าหากันเรื่อย ๆ จนแทบจะผูกกันเป็ปมแต่แล้วความเงียบงันภายในห้องสี่เหลี่ยมก็ถูกรบกวนจากมือสังหารหลายสิบชีวิตพวกมันบุกมาที่นี่เพื่อลอบสังหารเหวยจื่อเหวินโดยเฉพาะ!!
ไม่แปลกที่เขาจะโดนปองร้ายและโดนลอบทำร้ายอยู่บ่อย ๆ
นั่นก็เพราะเหวยจื่อเหวินเป็ขุนนางคนโปรดของฝ่าาผู้ปกครองแผ่นดินหนำซ้ำยังขึ้นสู่ตำแหน่งขุนนางระดับกงั้แ่อายุยังน้อยซึ่งยศศักดิ์และตราตั้งที่เขาถือไว้ในมือนับว่าสูงกว่าขุนนางบรรดาศักดิ์ยศโหวตั้งหนึ่งขั้นนอกจากนี้อำนาจหน้าที่ที่เหวยจื่อเหวินต้องควบคุมดูแล คือสังกัดราชการลับซึ่งขึ้นตรงต่อฝ่าาผู้ทรงธรรมแต่เพียงผู้เดียว
หลายปีมานี้ขุนนางน้ำเลวที่เหวยจื่อเหวินเปิดโปงและกระชากหน้ากาก ตลอดจนจับจูงออกมารับโทษทัณฑ์ตามที่มันผู้นั้นสมควรได้รับมีไม่น้อยกว่าห้าร้อยศพ!
เป็เช่นนี้ศัตรูคู่อาฆาตและผู้ที่หมายจะคร่าชีวิตของกงหนุ่มจึงมีไม่น้อยแต่ทว่าการจะคร่าชีวิตของเหวยจื่อเหวินถ้ามันง่ายดายขนาดนั้นป่านนี้คนโฉดชั่วคงเดินเกลื่อนอยู่ทั่วแว่นแคว้นแล้วสิในเมื่อเอาชีวิตของกงหนุ่มไม่ได้ พวกเดรัจฉานลอบกัดจึงหันมาปองร้ายว่าที่ภรรยาของเขาแทน
'เหอะ!พวกอ่อนหัด จะฆ่าคนแค่ผู้เดียว ดันแห่กันมามากถึงสิบชีวิตเช่นนั้นก็เรียงตัวกันเข้ามาเสียสิ!'
เหวยจื่อเหวินไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงให้มากความเพียงอึดใจเดียวเขาก็แกว่งกระบี่คู่ใจต่อสู้โรมรันกับพวกขี้เรื้อนอย่างอุกอาจไม่นานนักพวกมันเ่าั้ก็ค่อย ๆ ตายตกไปทีละคนคล้ายว่าการต่อสู้กันหนนี้เหวยจื่อเหวินจะเป็ฝ่ายชนะแต่จวนจะปลิดชีพคนชั่วจนครบสิบชีวิตอยู่แล้วแท้ ๆ ์ดันไม่เข้าข้าง
เพราะจู่ ๆพวกหน้าใหม่พากันแห่มาจากที่ไหนก็ไม่ทราบ ที่นับจำนวนได้ด้วยตาเปล่าเห็นทีจะมีมือสังหารนับยี่สิบชีวิตที่ตามมาสมทบยามนี้อาศัยเพียงวรยุทธ์ของจื่อเหวิน กับเยี่ยตงฉือและทหารคุ้มกันจวนอีกสองสามชีวิต ก็นับว่าไม่อาจทัดทานได้กว่าจะเอาชนะพวกมันทั้งหมดได้ เหวยจื่อเหวินก็ได้รับาเ็ไปมิใช่น้อย
"เวรเอ๊ย!ไอ้พวกระยำนี่ อาบยาพิษไว้บนคมดาบงั้นหรือ!"
เหวยจื่อเหวินสบถด่าอย่างหัวเสียทั้งเจ็บใจที่ตนเองพลาดท่าให้กับพวกกระจอกนี่ทั้งที่ไม่ควรจะพลาดท่าเพียงเพราะตนสวมใส่ชุดแต่งงานที่ค่อนข้างรุงรังไม่เช่นนั้นคนอย่างเหวยจื่อเหวินไม่มีทางพลาดท่าให้กับพวกมันง่าย ๆ แน่
เอาล่ะ!ไอ้เจ็บใจมันก็เจ็บใจอยู่หรอก แต่การจะหมกมุ่น เอาแต่คิดเคืองแค้นเฝ้าตอกย้ำอยู่อย่างนั้น ก็รังแต่จะเจ็บใจเสียเปล่าหาได้มีประโยชน์อันใดเกิดขึ้นมา ที่สำคัญยังมีเื่อื่นที่รอให้รีบไปจัดการ
เช่นนั้นก่อนที่ยาพิษจะกระจายไปทั่วร่างกายและออกฤทธิ์รุนแรงขึ้นกระทั่งหมดสติไปเหวยจื่อเหวินก็ไม่ลืมที่จะมอบหมายให้เยี่ยตงฉือรีบระดมพรรคพวกไปคุ้มครองขบวนเกี้ยวเ้าสาวพาให้แต่งเข้าจวนสกุลเหวยได้อย่างปลอดภัยทั้งยังกำชับอีกว่า หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรจะต้องแต่งภรรยาเข้าจวนให้จงได้!
จากนั้นก็จงไปกระพือข่าวให้ผู้คนในเมืองได้รับรู้ว่าผู้นำตระกูลเหวยถูกลอบสังหารจนตายคาจวนไปแล้วส่วนพิธีแต่งงานก็ให้ดำเนินไปตามขั้นตอนเดิมหากไม่ทำเช่นนี้รับรองว่าพวกมันจะต้องแห่กันมาระรานงานแต่งแน่นอน ครั้นจะไปหยิบยืมเอากองกำลังพลมาล้อมจวนไว้ก็เกรงว่าจะช้าเกินไปและไม่ทันการณ์มีเพียงวิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นจึงจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทั้งยังจะรับเ้าสาวเข้ามาในจวนได้อย่างปลอดภัยได้พร้อม ๆ กัน...
แล้วระหว่างนี้!ผีขุนนางอย่างเหวยจื่อเหวินจะกลับไปวางแผนซ้อนแผนอยู่ที่เมืองหลวงแล้วคอยจับตามองพวกโฉดชั่วจากที่ลับ หมากกระดานนี้เรียกว่า 'พยัคฆ์หมอบเมฆา' ก็คือล่อให้พวกมันตายใจปล่อยให้พวกมันได้มุดออกจากรู แล้วออกมาใช้ชีวิตอย่างเหิมเกริมได้เต็มที่ด้วยว่าเมื่อขุนนางขั้นกงอย่างเหวยจื่อเหวินสิ้นอายุขัยและสิ้นอำนาจลง ก็พลอยให้ขุนนางบางหมู่เหล่าที่ลอบทำการชั่วช้าและทรยศแผ่นดินอย่างลับๆ มาเป็เวลานานเริ่มเผยตัวมากขึ้นเป็เช่นนี้แล้วเหวยจื่อเหวินที่คอยจับตาดูอยู่ในที่ลับจึงจะกวาดล้างพวกขุนนางอัปรีย์ได้ง่ายดายขึ้น
ครั้นโอกาสมาถึงเมื่อใดเมื่อนั้นไอ้พวกระยำจะต้องตายตกอย่างอนาถ แม้แต่หลุมฝังศพก็ไม่มีให้กลบหลุมศพเดียวที่พอจะให้ได้ เห็นทีจะเป็เสาร์ประตูเมืองที่มีไว้เพื่อแขวนประจานและตรึงร่างเปลือยเปล่าไว้ให้นกแร้งมารุมจิกทึ้งกินก็เท่านั้น
ครั้นทำให้ดูเป็เยี่ยงอย่างด้วยวิธีที่โเี้ทารุณเช่นนี้แล้วมันผู้ใดยังกล้าบ่อนทำลายชาติบ้านเมืองและกล้าหมายปองจะคร่าชีวิตเหวยจื่อเหวินและฮูหยินเพียงคนเดียวของเขาอีกมันผู้นั้นย่อมต้องมีจุดจบที่ไม่ต่างจากนี้เท่าใดนัก!
รอกระทั่งกวาดล้างและจัดการคนโฉดพรรค์นั้นจนหมดสิ้นและเวลาผ่านไปราว ๆ สามเดือน ผีขุนนางที่ตายไปแล้วอย่างเหวยจื่อเหวินก็ถึงคราวที่ต้องผงาดกลับคืนมามีลมหายใจและได้มีโอกาสกลับมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าภรรยาสวมรอยอย่างที่เห็นในวันนี้!
หากสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็หลินลู่เอ๋อร์แน่นอนว่าเขายินดีอธิบายทุกอย่างให้ฟังจนละเอียดเสียก็แต่สตรีผู้นี้หาใช่หลินลู่เอ๋อร์ แต่เป็สตรีชั่วร้ายอย่างหลินซูเฟยที่กล้าปีนเกี้ยวเ้าสาวและสวมรอยแต่งเข้ามาในจวนสกุลเหวยแทนเ้าสาวตัวจริงอย่างหน้าไม่อาย!
เช่นนั้นเหวยจื่อเหวินจึงคิดว่าตัวเขาเองก็ไม่จำเป็ต้องเปลืองน้ำลายอธิบายสิ่งใดต่อนางเพราะหลินซูเฟยหาได้มีความสำคัญใด ๆ ต่อจิตใจของเขาแม้แต่น้อย ไหน ๆก็ไม่ได้ลงรักปักใจต่อนาง หนำซ้ำยังไม่มีไมตรีใด ๆ ที่จะสานต่อกับนางเช่นนั้นนางจะเข้าใจผิด หรือเข้าใจถูกก็ช่างหัวมารดานางเสียสิ!