ย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70

    บทที่ 34 [อ่านฟรี 9 พฤศจิกายน 66 เวลา 19.00 น.]

    คุยกันสักนิด


    ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่สนับสนุนผลงานการเขียนของไรท์ขอให้นักอ่านทุกคน อ่านนิยายให้สนุกนะคะและไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับไรท์นะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++








    บทที่ 34





    “นั่นสิ ถึงยังไงพวกเราก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ก็ควรจะแบ่งปันกันบ้างสิ ขนาดพวกเราเข้าไปพูดคุยกับเธอแล้วนะ แต่เมิ่งจือหลันก็ยังไม่คิดที่จะแบ่งข้าวของเหล่านั้นให้กับพวกเราเลยแม้แต่นิดเดียว”


    ตู้ฟางเยว่รู้สึกโมโหเมิ่งจือหลันและครอบครัวของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่ครอบครัวเมิ่งมีเงินทองมากมาย แทนที่จะแบ่งปันให้กับชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเธอบ้าง แต่นี่อะไรนำข้าวของไปมอบให้แค่บางบ้านเท่านั้น ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยช่วยเหลือบ้านลู่เหมือนกับชาวบ้านที่ได้รับข้าวของเหล่านั้น แต่พวกเธอก็เป็นคนในหมู่บ้านเหมือนกัน เหตุใดถึงได้เลือกปฏิบัติกันแบบนี้


    “ฉันจะเข้าไปพูดคุยกับเมิ่งจือหลันให้รู้เรื่องเลย ของกินเล็กน้อยแบบนั้น ทำไมถึงได้ขี้เหนียวกับเพื่อนบ้านแบบนี้กัน”


    จูเจิ้งอวี๋รู้สึกอิจฉาชาวบ้านที่ได้รับของจากเมิ่งจือหลัน เพราะจากที่เธอคอยมองอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลานั้น ทำให้เธอได้เห็นว่าของที่อีกฝ่ายมอบออกไปให้กับบ้านต่างๆ นั้น มีทั้งเนื้อสัตว์ ผลไม้และลูกอมกระต่าย แค่เพียงเธอได้เห็นข้าวของเหล่านั้น จูเจิ้งอวี๋ก็ยิ่งรุ้สึกตาร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที เพราะกว่าที่พวกเธอจะได้ทานเนื้อกันก็เฉพาะช่วงเทศกาลหรือไม่ก็วันที่ได้รับการแบ่งปันผลผลิตเท่านั้น


    ส่วนเรื่องผลไม้และลูกอมกระต่ายนั้นเป็นของที่มีราคาแพงและสิ้นเปลืองเป็นอย่างมาก ดังนั้นถ้าหากไม่ใช่งานมงคลของชาวบ้านในหมู่บ้านหรือญาติพี่น้อง เธอก็ไม่มีทางได้ลิ้มรสชาติของมันแต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อจูเจิ้งอวี๋ได้เห็นเมิ่งจือหลันมอบผลไม้ให้ชาวบ้านไปหลายลูก รวมไปถึงลูกอมกระต่ายที่ถูกมอบให้บ้านละห่อเลยทีเดียว ดังนั้นเธอจึงอยากได้มาให้หลานชายคนโปรดของเธอได้กินบ้าง


    “จือหลัน หลานจะกลับบ้านแล้วเหรอ”


    เมิ่งจือหลันหยุดชะงักลงเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นมาข้างเพื่อบดบังร่างเล็กของน้องชายทั้งสองคนของเธอเอาไว้ เพราะเธอรู้ดีว่าเธอและชาวบ้านตรงหน้าไม่ได้สนิทสนมกันสักเท่านั้น อีกทั้งคนเหล่านี้ยังมักจะนินทาเธอและครอบครัวของเธออยู่เป็นประจำ ดังนั้นเธอจึงไม่ค่อยชื่นชอบคนเหล่านี้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่เพราะว่าเป็นชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ อีกทั้งอีกฝ่ายยังมีอายุที่มากกว่าเธออีกด้วย ดังนั้นถ้าหากเธอรีบเดินหนีจากไปก็คงจะดูไม่ดีอย่างแน่นอน


    “คุณป้ามีอะไรหรือเปล่าคะ”


    จูเจิ้งอวี๋ส่งยิ้มให้กับอีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่สายตาจองเธอจะจ้องมองไปที่ตะกร้าด้านหลังของอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนที่จูเจิ้งอวี๋จะดึงสายตาของตัวเองกลับคืนมาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเบี่ยงตะกร้าที่เธอกำลังจดจ้องอยู่นั่นไปอีกทางหนึ่ง


    “ฉันเห็นว่าหนูจือหลันกำลังแจกข้าวของให้กับชาวบ้านนะจ๊ะ ก็เลยอยากจะเข้ามาสอบถามว่าไม่มีของพวกป้าบ้างเหรอจ๊ะ ถึงยังไงพวกป้าก็เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้เหมือนกันนะ การที่หนูจือหลันไม่มอบข้าวของให้แบบนี้จะทำให้คนอื่นมองหนูจือหลันไม่ดีนะจ๊ะ”


    “ที่ฉันออกมาแจ้งของแบบนี้ ก็เพราะว่าพ่อกับแม่ของฉันได้จัดเตรียมเอาไว้แล้วนะคะ ดังนั้นเรื่องว่าบ้านไหนควรได้หรือไม่ควรได้อันนี้ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันนะคะ แต่จากที่ฉันเห็นดูเหมือนว่าบ้านที่ได้รับของจากพ่อแม่ของฉัน จะเป็นครอบครัวที่ช่วยเหลือบ้านลู่ของแม่ฉันทั้งนั้นเลย”


    เมิ่งจือหลันตอบอีกฝ่ายกลับไปด้วยท่าทางปกติ เธอไม่ได้สนใจว่าคำพูดของเธอจะทำให้ใครไม่พอใจหรือเปล่า เพราะถึงยังไงคนเหล่านี้ก็ไม่ได้ช่วยเหลือบ้านลู่ของตายายเธอเลยแม้แต่นิดเดียว


    “ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ ป่านนี้พ่อกับแม่ของฉันคงจะคอยมองหาฉันกันแล้ว”


    หวงเหยาฉียกมือขึ้นชี้หน้าของเมิ่งจือหลันอย่างโมโห ทั้งๆ ที่พวกเธออุตส่าห์เดินเข้ามาพูดถึงขนาดนี้ แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่คิดที่จะมอบข้าวของให้กับพวกเธออีกต่างหาก


    “เธอเป็นแค่เด็กเท่านั้น ทำไมถึงได้ก้าวร้าวต่อผู้อาวุโสแบบนี้ ทั้งๆ ที่พวกเขาเดินเข้ามาขอเธอดีๆ แต่แทนที่เธอจะมอบมันให้กับพวกเรา กับมาพูดจาดูถูกพวกเราแบบนี้ได้ยังไง หรือว่าเป็นเพราะพวกเราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น คนในตำบลอย่างเธอถึงได้ไม่คิดจะไว้หน้าพวกเราเลยสักนิด”


    เมิ่งจือหลันอยากจะยกมือขึ้นกุมขมับของตัวเองในทันที เธอไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะพูดจาไม่รู้เรื่องถึงขนาดนี้ อีกทั้งเมื่อเธออ้างไปถึงพ่อกับแม่ของเธอ อีกฝ่ายก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้อีกต่างหาก แต่กลับกลายเป็นว่าเธอที่ทำตัวไม่เคารพผู้อาวุโสแทน


    “นี้เป็นเงินที่พ่อกับแม่ของฉันทำงานมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย ดังนั้นการที่จะมอบสิ่งของให้กับใครก็เป็นเรื่องของพวกเขา อีกอย่างพวกคุณป้าก็ไม่เคยยื่นมือช่วยเหลือบ้านลู่ของตากับยายของฉันเลยสักครั้ง มีแต่นินทาว่าร้ายครอบครัวของฉันมาโดยตลอด แล้วพวกคุณป้าคิดว่าพ่อกับแม่ของฉันจะต้องมอบสิ่งของเป็นการขอบคุณคนที่นินทาหรือต่อว่าพวกเราด้วยเหรอคะ”


    “ฉันของย้ำอีกรอบนะคะ ของทุกอย่างที่มอบให้ก็คือคำขอบคุณที่ชาวบ้านเหล่านั้นช่วยเหลือบ้านลู่ ไม่ใช่ขอบคุณคำนินทาและด่าทอบ้านลู่”


    หลังจากที่เมิ่งจือหลันพูดจบ เธอก็รีบหันหลังและรีบจับจูงน้องชายทั้งสองคนของเธอเดินจากไปในทันที เธอไม่มีเหตุผลที่จะต้องยืนคุยกับคนเหล่านี้อีกต่อไป เพราะถึงแม้ว่าเธอจะมอบข้าวของให้อีกฝ่ายออกไป แต่คนเหล่านี้ก็คงจะนินทาและต่อว่าอีกแน่นอน สำหรับคนที่ไม่ชอบกัน ต่อให้เรามอบสิ่งของให้เขาเท่าไหร่ พวกเขาก็หาเหตุผลที่จะมานินทาและต่อว่าพวกเราอีกจนได้


    ดังนั้นถึงแม้ว่าจะถูกต่อว่าออกไปเช่นนั้น แต่เมิ่งจือหลันก็ไม่คิดที่จะมอบสิ่งใดให้กับอีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว เพราะเธอเชื่อว่าถ้าหากเธอมอบให้คนเหล่านั้นไป อีกฝ่ายก็จะต้องต่อว่าที่เธอมอบให้พวกเขาไม่มากพออย่างแน่นอน ดังนั้นเป็นการดีที่สุดก็คือการเดินจากมาและไม่ให้ความสนใจกับคนเหล่านั้นอีกต่อไป


    จูเจิ้งอวี๋อ้าปากค้างขึ้นมาในทันที เธอไม่คิดเลยว่าเมิ่งจือหลันจะไม่ไว้หน้าพวกเธอถึงขนาดนี้ อีกทั้งเธอยังมีอายุพอๆ กับยายของอีกฝ่ายเลยก็ว่าได้


    “นังเด็กเลว ฉันอุตส่าห์พูดคุยด้วย แต่นอกจากมันจะไม่ให้ของกับฉันแล้ว นังนั้นมันจะต่อว่าเราที่ไม่ช่วยเหลือบ้านลู่อีก ทำไมฉันจะต้องช่วยเหลือบ้านลู่กัน ในเมื่อฉันไม่ได้เป็นญาติพี่น้องของพวกมันสักหน่อย”


    เสียงหัวเราะของใครบางคนดังขึ้นมาท่ามกลางเสียงด่าทองของคนทั้งสามคน


    “เป็นบ้าเหรอนังเถียนอี้ อยู่ๆ ก็มาหัวเราะอยู่ตรงนี้” ตู้ฟางเยว่ไม่คิดที่จะไว้หน้าใครอีกต่อไป เพราะตอนนี้เธอรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีคนมาเห็นเหตุการณ์ในครั้งนี้อีกด้วย “นังสารเลว แกหยุดหัวเราะพวกฉันเดี๋ยวนี้นะ หรืออยากโดนพวกฉันตบหะ”


    “ฉันจะหัวเราะแล้วมันทำไม ก็ตอนนี้ฉันอารมณ์ดีนี่น่า ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเห็นใครบางคนมาดักคอยขอข้าวของจากคนอื่นแบบนี้”


    หย่งเถียนอี้ไม่ค่อยชอบหญิงชราทั้งสามคนนี้เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากคอยจับกลุ่มนั่งนินทาคนในหมู่บ้านแล้ว อีกฝ่ายยังมักจะสร้างข่าวลือที่เสียหายให้กับคนอื่นอยู่เป็นประจำ ซึ่งแน่นอนว่าบ้านของเธอก็เคยโดนอีกฝ่ายนินทาเช่นเดียวกัน


    ซึ่งโชคดีที่บ้านของเธอนั้นรักใคร่กลมเกลียวกัน ดังนั้นเมื่อเกิดข่าวลือของหลานสาวนางขึ้นมา หลังจากที่ตรวจสอบที่มาที่ไปเรียบร้อยแล้วนั้น บ้านของเธอก็ยกคนมาเยือนบ้านของทั้งสามคนนี้ และนั้นทำให้อีกฝ่ายไม่กล้ากระจายข่าวลือที่เสียหายของบ้านเธออีกต่อไป ถึงแม้ว่าจะมีการจับกลุ่มนินทากันก็ตาม แต่ถ้าหากไม่ได้หนักหนาสักเท่าไหร่ ครอบครัวของเธอก็ไม่คิดที่จะใส่ใจ


    “ก็แล้วทำไมละ พวกฉันสามคนก็เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านนี้เหมือนกันนะ ทำไมครอบครัวเมิ่งจือได้ไม่นำข้าวของมามอบให้กับพวกฉันกัน หรือเป็นเพราะพวกฉันเป็นชาวบ้านจนๆ ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น อีกฝ่ายถึงได้ไม่คิดที่จะเห็นหัวพวกเราแบบนี้”


    จูเจิ้งอวี๋โทษทุกอย่างไปที่ครอบครัวเมิ่งทั้งหมด เพราะถ้าหากอีกฝ่ายมอบข้าวของให้เธอเหมือนเช่นกับบ้านหลังอื่นๆ เธอคงจะไม่ต้องมาคอยเดินตามอีกฝ่ายแบบนี้อย่างแน่นอน และคงไม่ต้องมีชาวบ้านคนไหนมาเห็นท่าทางอดสู่ของพวกเธอแบบนี้เช่นเดียวกัน


    ‘คอยดูเถอะ ฉันจะกระจายข่าวความแล้งน้ำใจนี้ของบ้านเมิ่งให้ชาวบ้านได้รับรู้ คนพวกนั้นมันจะได้ตาสว่างกันสักที ไม่ต้องคอยไปเป็นลูกไล่ให้กับบ้านลู่อีกต่อไป’


    “ใช่ๆ เป็นเพราะบ้านเมิ่งเห็นแก่ตัวนั่นแหละ” หวงเหยาฉีจ้องมองไปที่หย่งเถียนอี้ด้วยความไม่พอใจ “เธอก็พูดได้นะสิ ก็เพราะว่าบ้านของเธอได้รับข้าวของจากครอบครัวเมิ่งไม่ใช่เหรอ”


    “แล้วยังไง ในเมื่อฉันกับบ้านลู่เคยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ดังนั้นบ้านเมิ่งจึงได้มอบของให้กับบ้านของฉันเป็นการตอบแทน แต่ดูเหมือนว่าบ้านของเธอจะไม่เคยช่วยเหลือบ้านลู่เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งพวกเธอทั้งสามคนยังมักจะนินทาว่าร้ายบ้านลู่และบ้านเมิ่งอยู่เป็นประจำ ถ้าหากฉันเป็นเมิ่งจางเฮ่อและลู่จื่อหลิน ฉันก็คงจะไม่มอบสิ่งของให้กับคนเหล่านั้นเหมือนกันนั่นแหละ”


    ซึ่งแน่นอนว่าทันทีที่ทั้งสามคนได้ยินคำพูดของหย่งเถียนอี้ พวกเธอก็รู้สึกโมโหมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะกับหวงเหยาฉีที่ต้องการจะเข้าไปทำร้ายร่างกายของหย่งเถียนอี้ แต่เธอก็ต้องหยุดชะงักลงเสียก่อน เพราะว่าด้านหลังของหย่งเถียนอี้ปรากฏร่างของลูกชายและลูกสะใภ้ของอีกฝ่ายขึ้นมาเสียก่อน


    “ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ”


    หวงเหยาฉีชี้หน้าของหย่งเถียนอี้ด้วยความโมโห ก่อนที่เธอจะรีบเดินจากไปในทันที ซึ่งแน่นอนว่าหวงเหยาฉีไม่คิดที่จะสนใจเพื่อนสนิทของตัวเองอีกสองคนเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าเวลานี้เธอต้องรีบหนีก่อนที่ลูกชายของอีกฝ่ายจะเข้ามาลงไม้ลงมือกับเธอ


    “เดี๋ยสิเหยาฉี รอพวกฉันด้วยสิ”


    หลังจากที่ตู้ฟางเยว่และจูเจิ้งอวี๋เห็นเพื่อนสนิทของตัวเองรีบวิ่งจากไป พวกเธอทั้งสองคนก็ไม่คิดที่จะยืนอยู่ให้เจ็บตัวเช่นเดียวกัน ดังนั้นเพียงไม่นานแผ่นหลังของทั้งสามคนก็หายไปจากสายตาของหย่งเถียนอี้กับลูกชายและลูกสะใภ้ของเธอในทันที


    “ไม่คิดเลยว่าหมู่บ้านของพวกเรา จะมีคนหน้าไม่อายถึงขนาดนี้อยู่ด้วย”





    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226