บทที่26. ชิงเหมี่ยวไม่สบาย
“น้องสามมมมน้องสะใภ้สามมม”
“เสียงคนมาเรียกค่ะน่าจะเป็พี่ชายคุณนะคะ” เสียงะโเรียกดังมาจากหน้าบ้านคำเรียกแบบนี้คงเป็พี่ชายสักคนหนึ่งของสามีเธอแน่นอน
“เดี๋ยวผมออกไปดูเองครับ”แม้ขายังเดินกะเผลกอยู่บ้างแต่ไม่ได้เจ็บมากเหมือนตอนแรกๆแล้วอีกทั้งทักษะการต่อสู้ของเขาก็มีมากจึงไม่ต้องกลัวร่างสูงโปร่งเดินฝ่าแรงลมหนาวและหิมะที่กำลังตกหนักออกมาหน้าบ้าน
“ใคร”เสียงนิ่งขรึมถามออกไปเพื่อความแน่ใจว่าใช่พี่ชายของเขาจริงๆ
“พี่รองเองน้องสามเปิดประตูให้พี่หน่อย” เซียวฉิงไห่เอ่ยขึ้นมาอย่างเร่งรีบ
“พี่รองเข้ามาก่อนครับ”เมื่อแน่ใจว่าคือเสียงพี่ชายคนรองจริงๆมือหน้าก็เอื้อมไปปลดล็อกรั้วแล้วเปิดออกกว้างก่อนทั้งสองจะพากันเดินฝ่าลมเข้าไปในบ้านกันเซียวฉิงไห่วางตะเกียงในมือลงบนโต๊ะห้องครัวทันทีที่เข้ามาถึง
“พี่รองนั้นเองมีเื่อะไรหรือเปล่าคะถึงดูรีบร้อนนัก”ซีอินเอ่ยถามพร้อมส่งผ้าเช็ดตัวผืนหนาให้พี่ชายของสามีเช็ดตามตัวที่มีหิมะเกาะจนเปียกไปหมดก่อนเดินมาหาสามีจับเขานั่งลงที่เก้าอี้แล้วเดินอ้อมไปข้างหลังจากนั้นก็ลงมือเช็ดผมและลำคอด้านหลังให้เอง
“ขอบคุณครับ”ฉิงเฟิ่งเอ่ยขอบคุณภรรยาเบาๆ กับความใส่ใจของเธอ
“พี่จะมาขอยืมจักรยานรถหน่อยน่ะเหมียวเหมี่ยวไม่สบายตัวร้อนมีไข้ด้วยพี่ไม่รู้จะทำยังไงดีเลยต้องมารบกวนบ้านน้องสาม”เซียวฉิงไห่เกรงใจบ้านน้องชายมากแต่เขาก็เป็ห่วงลูกสาวมากจึงตัดสินใจมาขอยืมรถ
“เหมียวเหมี่ยวหรือคะ”หลานสาวตัวน้อยวัย6ขวบคงเป็ไข้เพราะอากาศที่เย็นลงมากนั้นเอง
“แต่ตอนนี้หิมะตกหนักมากดูเหมือนจะเป็พายุด้วยซ้ำจะขับรถไปยังไงคะถ้ายังไงที่ฉันมียาเม็ดและยาน้ำอย่างดีอยู่ค่ะเดี๋ยวฉันหยิบมาให้เอาให้ชิงเหมี่ยวกินแล้วคอยเช็ดตัวให้ก่อน หากหิมะเริ่มเบาลงและลมไม่แรงเราค่อยพาชิงเหมี่ยวไปโรงพยาบาลกันดีมั้ยคะ”เพราะตอนนี้หิมะและลมแรงมากจริงๆ หากออกไปก็มีแต่อันตรายมากเท่านั้นเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าเซียวฉิงไห่จึงพยักหน้าตกลงตามที่น้องสะใภ้สามพูด
“ตอนนี้เหมียวเหมี่ยวตัวร้อนมากพี่กลัวว่า...” เสียงพี่รองสั่นเครือซีอินเข้าใจดีว่าพี่รองรู้สึกยังไงเพราะหน้าหนาวทีไรก็จะมีเด็กตัวเล็กๆหรือไม่ก็คนแก่ที่ทนไม่ไหวล้มป่วยบางคนก็เสียชีวิตเลยก็มี
“ยาของซีอินดีมากพี่รองไม่ต้องกังวลครับ”ฉิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจในยาของภรรยาว่าดีจริงๆ
“งั้นฉันจะไปดูเหมียวเหมี่ยวด้วยค่ะ...สามีคะ…”ซีอินพูดขึ้นก่อนกันมาเรียกสามีเพราะจะให้เธอเดินออกจากบ้านไปกับพี่ชายสามีตอนกลางคืนแบบนั้นไม่ได้แน่นอน
“ได้ครับผมจะไปกับคุณเอง”ไม่ต้องรอให้ภรรยาพูดจบเขาก็เข้าใจ
จากนั้นซีอินก็เอาผ้าผ่มมาห่อตัวเ้าหัวผักกาดทั้งสองไว้แล้วอุ้มตูตูที่กำลังหลับขึ้นมาส่วนไคไคเป็พี่รองช่วยอุ้มให้เพราะสามีเธอยังต้องใช้ไม้พยุงตัวเวลาเดินอยู่เมื่อปิดบ้านเรียบร้อยแล้วใช้เวลาเดินไปบ้านใหญ่เซียวประมาณ15นาทีนานกว่าปกตินิดหน่อยก็มาถึงตอนนี้ที่บ้านใหญ่เซียวเปิดไฟจนสว่างโล่งแต่พอเดินพ้นประตูบ้านเข้ามากลับพบว่าคุณแม่เซียวกำลังลงไม้ลงมือทุบตีพี่สะใภ้รองอยู่
ตุบๆๆ
“โอ๊ยๆคุณแม่อย่าตีฉันค่ะ โอ๊ยยย”
“สารเลวจริงๆเธอก็รู้ว่าอากาศหนาวมากขนาดนี้ ยังกล้าใช้ให้เหมียวเหมี่ยวไปซักผ้าอีกเธอมันไร้สามัญสำนึกของความเป็แม่คนจริงๆ”
“โอ๊ยคุณแม่ฉันเจ็บนะคะก็ใครจะไปคิดล่ะคะว่าแค่นี้เหมียวเหมี่ยวจะป่วยได้เด็กผู้หญิงก็อ่อนแอแบบนี้เดี๋ยวก็หายเองนั่นแหละค่ะ”เสียงพูดที่ไม่สำนึกผิดทั้งยังสะบัดเสียงใส่อย่างรำคาญเต็มทีนั้นสร้างความเอือมระอาต่อคนในบ้านเต็มที
“เธอนี่มันโง่ไม่มีหัวคิดจริงๆเหมียวเหมี่ยวไม่ค่อยแข็งแรงตัวนิดเดียวเอง ถึงจะเป็ลูกสาวก็หัดใส่ใจลูกให้มันดีๆกว่านี้ไม่ได้หรือไงเธอจะรักต้าเป่ามากกว่าฉันไม่ว่าแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะลำเอียงกับเหมียวเหมี่ยวได้ขนาดนี้”
“เด็กผู้หญิงไม่ต้องดูแลมากก็ได้นี่คะ”ยังไม่วายเถียงกลับไปอีก
ตุบ ๆ ๆจบคำนั้นคุณแม่เซียวก็ลงมือกับสะใภ้รองอีกครั้งจนครั้งนี้น้องสี่ที่ยืนอยู่ข้างคุณแม่เซียวต้องรีบเข้าไปห้ามไว้
“ถ้ายังกล้าพูดแบบนี้อีกอย่าหาว่าแม่สามีอย่างฉันร้ายก็แล้วกันฉันจะให้เ้ารองหย่าเธอคอยดู” คุณแม่เซียวะโไปหอบไป
“มะไม่เอานะคะ” ขืนถูกหย่าจริงๆ เธอไม่แย่หรอกหรือ
“แม่ครับ” เซียวฉิงไห่เอ่ยเรียกขึ้นพร้อมมองดูภรรยาด้วยสายตาที่อ่านได้ยากยิ่งนัก
“เ้ารองมาแล้วเ้าสามก็มาด้วยหรือ” ตอนนี้ฉิงเฟิ่งยืนอยู่ข้างพี่ชายคนรองส่วนภรรยาเขารีบเดินเข้าไปดูชิงเหมี่ยวั้แ่ที่มาถึงแล้ว
“ตอนนี้หิมะตกหนักมากครับมันอันตรายเกินไปที่จะขับรถเข้าเมืองอำเภออาจเกิดอันตรายระหว่างทางได้แต่ที่ซีอินมียาอยู่ครับคงต้องให้เหมียวเหมี่ยวกินก่อนแล้วคอยเช็ดตัวเรื่อยๆและดูอาการไป หากหิมะเบาลงแล้วค่อยพาไปโรงพยาบาลนะครับแม่”ฉิงเฟิ่งพูดตามที่ได้ยินภรรยาบอกพี่รองก่อนหน้านี้ให้แม่เขาฟัง
“งั้นหรืออย่างนั้นก็รีบเข้าไปดูชิงเหมี่ยวกันเถอะ”
เมื่อเข้ามาทุกคนก็เห็นซีอินเอาแท่งแก้วประหลาดๆมาสลัดแล้วเอาไปให้เหมียวเหมี่ยวอมไว้
“เหมียวเหมี่ยวของอาหนูอ้าปากแล้วอมนี้ไว้ใต้ลิ้นครู่หนึ่งนะจ๊ะเด็กดี”ซีอินพูดเสียงอ่อนโยน ชิงเหมี่ยวเองก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายท่ามกลางสายตาของตูตูที่ตื่นแล้วถูกแม่จับนั่งลงบนเก้าอี้อยู่ห่างๆพร้อมใส่ผ้าปิดปากไว้อยู่ด้วย มองไปก็ได้แต่คิดว่าตูตูก็อยากจินมั้งส่วนไคไคที่ถูกลุงรองอุ้มไว้ก็ตื่นแล้วจึงดิ้นๆ ลงจะไปหาพี่ชายตัวเองเมื่อตูตูเห็นไคไคเดินมาหาแล้วก็ยื่นของให้
“แม่บอกว่าให้ใส่ไว้นะ”
“อะไรหยอ”
“ผ้าปิดหน้าแบบที่ตูตูใส่ไง”
“อื้มม”ไคไคพยักหน้าไปมาก่อนรับมาใส่ไว้อย่างว่าง่ายทันที
“ไคไค”เสียงตูตูเอ่ยเรียกน้องชายสายตาไม่ได้ละไปจากแท่งแก้วในปากของญาติผู้พี่เลยสักนิด
“หื้ม”ไคไคเองก็ขานตอบพี่ชายทันที
“คิดว่าอันที่พี่เหมียวเหมี่ยวจินนั้นอย่อยมั้ย”
“ไม่รู้ซี่อร่อยมั้ง”
“ไว้ไปของแม่มาจินกัน”เอ่ยชวนน้องชายอย่างมุ่งมั่น ของที่แม่เอามาให้กินอร่อยทุกอย่าง ตูตูคิดว่าอันแท่งๆนั้นก็ต้องอร่อยแน่ๆ
“อื้มมได้”ไคไคเองก็เชื่อว่าแม่มีแต่ของอร่อย ถึงไม่ค่อยชอบกินมากเท่าพี่ชายแต่พอเห็นของที่แปลกตาดูน่ากินเขาก็อยากลองกินเหมือนกัน
เมื่อซีอินดึงปรอทออกมาแล้วเห็นว่าไข้ไม่สูงมากก็โล่งใจก่อนลงมือป้อนยาน้ำเป็ยาลดไข้ให้ชิงเหมี่ยวกินเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ขอให้พี่สะใภ้ใหญ่ต้มน้ำร้อนให้และขอผ้าสะอาดสองผืนพร้อมกะละมังใส่น้ำมาให้ด้วยเมื่อได้ของที่้าก็นำผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ เช็ดปลายมือปลายเท้าเข้าหาลำตัวและวางผ้าไว้ตามข้อพับต่างๆเมื่อเช็ดตัวเสร็จเรียบร้อยก็รอดูอาการกันต่อไป ดีที่ไม่มีการอาเจียนหรือซึมมากนัก
“คืนนี้คงต้องนอนที่นี่ก่อนนะครับ”ฉิงเฟิ่งที่อยู่ดูภรรยาเช็ดตัวให้หลานเอ่ยขึ้น
“ได้ค่ะฉันเองก็คิดว่าจะอยู่ดูอาการเหมียวเหมี่ยวด้วยเหมือนกัน”
ฉิงเฟิ่งพาตูตูกับไคไคเข้าไปนอนในห้องของน้องสี่ก่อนเพราะน้องสี่เป็คนเดียวในบ้านที่ยังไม่ได้แต่งภรรยาจึงสะดวกให้พี่สามและหลานแฝดของเขามานอนด้วยได้
จนกระทั่งเช้าเหมียวเหมี่ยวตัวน้อยลืมตาตื่นขึ้นดวงตาสดใสขึ้นกว่าเดิมมากเด็กหญิงตัวน้อยนอนมองอาสะใภ้สามที่นั่งหลับอยู่ข้างเตียง มีย่าป้าสะใภ้ใหญ่และพ่อของเธอก็อยู่แต่ชิงเหมี่ยวไม่เห็นแม่เลย
“อาซาใภ้สามคะอาคะ” เสียงเล็กแหบๆ เอ่ยเรียกคนที่อยู่ใกล้ที่สุดเสียงเบา
“เหมียวเหมี่ยวหนูตื่นแล้วเป็ยังไงบ้างปวดหัวมั้ยเจ็บคอหรือเปล่า”ซีอินถามพร้อมยื่นมือไปแตะที่หน้าผากดูเหมือนตัวจะเย็นลงแล้วสินะ
“ไม่ปวดหัวค่ะแต่หนูหะ หิวค่ะ” พูดพร้อมก้มหน้าลงน้อยๆ
“หิวหรือจ๊ะงั้นเดี๋ยวป้าสะใภ้ใหญ่ไปต้มโจ๊กนะ”ซูหงเองก็ตื่นแล้วเช่นกันโล่งใจที่เห็นหลานสาวดีขึ้นแล้ว จึงอาสาไปต้มโจ๊กให้จะได้ทำอาหารเช้าด้วยเลย
“เหมียวเหมี่ยว”เซียวฉิงไห่รีบถลาเข้ามาช้อนร่างเล็กของลูกสาวขึ้นอุ้มแล้วกอดไว้ทันที
“พ่อย่า”
“ดีขึ้นแล้วนะเหมียวเหมี่ยว”คุณแม่เซียวที่ตื่นแล้วก็เข้ามาลูบหัวลูบตัวหลานสาว เวรกรรมอะไร้ามีแม่แบบนี้กันก็ไม่รู้
เมื่อซีอินเห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงเพราะชิงเหมี่ยวอาการดีขึ้นแล้วเธอจึงเดินออกจากห้องช้าๆ ปล่อยให้พ่อลูกและย่าได้พูดคุยถามไถ่กันเธอเดินออกมาด้านนอกเห็นว่าตูตูกับไตไตนั่งเอานิ้วจิ้มหิมะเล่นกันพร้อมหัวเราะคิกคักกันเบาๆอยู่
“ตูตูไคไค”
“ฮึ้มมแม่ แม่คับ” ไคไคที่เงยหน้ามาเห็นแม่ก่อนรีบเอ่ยเรียกออกไป
“โฮ๊ะ!แม่มาแล้ว” ตูตูเองก็รีบวิ่งไปหาเหมือนกัน
“จ้าๆหิวหรือยัง หื้ม”
“หิวคับ/หิวนิดนึงคับ”
“อืมงั้นเดี๋ยวกินซาลาเปาลูกน้อยๆรองท้องไปก่อนแล้วค่อยกลับไปกินข้าวที่บ้านกันเนาะ”
“คับ/คับ”
เมื่อเด็กๆรับคำแล้วจึงเดินไปหาสามีที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้นั่งเล่นที่หน้าห้องนอนของน้องสี่เธอรับเอากระเป๋าผ้าจากสามี แล้วทำทีหยิบของก็ได้ซาลาเปาออกมา5ลูกให้ลูกๆและสามีกินรองท้องไปก่อน
“คุณเหนื่อยมั้ยครับ”
“ไม่เลยค่ะตอนนี่เหมียวเหมี่ยวอาการดีขึ้นแล้วค่ะเดี๋ยวฉันเอายาให้กินก่อนแล้วเราค่อยกลับบ้านกันนะคะ”
“ได้ครับ”
เมื่อชิงเหมี่ยวกินยาเรียบร้อยแล้วซีอินก็บอกให้พี่รองเอารถมอเตอร์ไซค์พาชิงเหมี่ยวไปหาหมอตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้งแต่ไม่มีใครขี่รถมอเตอร์ไซค์ได้เลยนอกจากซีอิน ส่วนฉิงเฟิ่งก็ยังเจ็บขาอยู่พี่รองจึงขอยืมรถจักรยานแทนโดยพี่ใหญ่จะไปด้วยกันคุณแม่เซียวจึงเอาเงินให้ลูกชายทั้งสองติดตัวไปด้วย30หยวนเป็ค่ายาค่าหมอของชิงเหมี่ยวสะใภ้รองที่เห็นเงินก็ตาโตคิดเสียดายเงินตั้ง30หยวนต้องมาจ่ายให้ลูกสาวขี้โรคของเธอเสียได้
หิมะหยุดตกไปแล้วลมหนาวก็ไม่ได้แรงมากเท่าเมื่อคืนอีกพี่ใหญ่เป็คนมาเอารถจักรยานที่บ้านสาม ซีอินจึงฝากเสื้อกันหนาวตัวหนาผ้าพันคอหมวก ถุงมือถุงเท้าไปให้ชิงเหมี่ยวใส่พร้อมเอาผ้าห่มนาโนขนนุ่มอีกผืนไปให้ห่อตัวอีกชั้นด้วยเมื่อได้ของมาเขาก็เอาไปให้น้องรองแต่งตัวให้ชิงเหมี่ยว คุณแม่เซียวมองของที่ได้มาอย่างรู้สึกซึ้งใจที่สะใภ้สามใจกว้างถึงขนาดให้ของดีๆมามากมายขนาดนี้ก่อนจะลงมือแต่งตัวให้หลานสาวด้วยตัวเอง
เมื่อไปถึงที่โรงพยาบาลในเมืองและได้รับการตรวจก็พบว่าชิงเหมี่ยวเป็ไข้หวัดแต่ตอนนี้อาการไม่หนักมากแล้วคุณหมอให้ยามาทั้งยังแนะนำวิธีการดูแลเบื้องต้นให้เมื่อได้ฟังเซียวฉิงไห่ก็พบว่าวิธีที่น้องสะใภ้สามทำนั้นตรงกับที่หมอบอกมาเลยก็ยิ่งรู้สึกขอบคุณคนบ้านสามและคิดว่าน้องสะใภ้สามช่างเป็คนมีความรู้มากมายจริงๆ
เมื่อเสร็จธุระที่โรงพยาบาลแล้วพี่ใหญ่เซียวฉิงโจวจึงปั่นจักรยานกลับหมู่บ้านโดยมีพี่รองเซียวฉิงไห่อุ้มชิงเหมี่ยวไว้ในอ้อมแขนนั่งซ้อนอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าโล่งใจ…