ค่ำคืนที่ลมหนาวจากชายแดนพัดผ่านกำแพงหินสูงของคฤหาสน์พยัคฆ์อย่างแผ่วเบา ซานตู้ หัวหน้าองครักษ์ประจำตระกูลจ้าว ยืนนิ่งดุจรูปปั้นหินอยู่บนยอดหอสังเกตการณ์หลังคฤหาสน์ ผ้าคลุมสีดำสนิทของเขากลืนไปกับความมืด มีเพียงดวงตาที่เย็นชาและคมกริบคอยกวาดมองไปทั่วบริเวณจวนอันกว้างใหญ่ไพศาล
เขาเป็นยอดฝีมือผู้ซื่อสัตย์ต่อตระกูลจ้าวมานานกว่าสามสิบปี ผ่านศึกสงครามนับไม่ถ้วน ผ่านการลอบสังหารและแผนการทรยศมานักต่อนัก ไม่เคยมีสิ่งใดทำให้หัวใจอันเย็นชาของเขาสั่นคลอนได้ เขาเป็นเงาที่ไร้หัวใจ เป็นดาบที่ไร้อารมณ์ เป็นโล่ที่ไร้ความปรารถนา จนกระทั่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตั้งแต่หมอหญิงไป๋หลินเข้ามาในจวน ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ และน่าขนลุก บรรยากาศที่เคยเข้มงวดและมีระเบียบวินัยดุจค่ายทหาร เริ่มคลายตัวลงอย่างแปลกประหลาด ผู้คนในจวนเริ่มมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ความสัมพันธ์ที่เคยเป็นทางการเริ่มกลายเป็นความใกล้ชิดที่น่าสงสัย
ซานตู้ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงครางแผ่วเบาดังมาจากด้านหลังคลังเสบียงอีกครั้ง คืนนี้เป็นคืนที่สี่ติดต่อกันแล้วที่เขาจับได้ว่าบ่าวรับใช้และนางกำนัลแอบพบปะกันในที่ลับตา เสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ ผสานกับเสียงหอบหายใจร้อนรุ่มและเสียงเนื้อกระทบกันแผ่วๆ ลอยมากับสายลม
"ผิดปกติ..." เขาพึมพำในลำคอ เสียงทุ้มต่ำแทบไม่ได้ยิน
เมื่อสองสัปดาห์ก่อน จวนนี้ยังคงเข้มงวดและมีระเบียบวินัยดุจค่ายทหาร ทุกคนรู้จักหน้าที่ รู้จักศักดิ์ศรี และรู้จักเกรงกลัวกฎของท่านแม่ทัพใหญ่ แต่บัดนี้ ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ และน่าขนลุก
เขาเคยเห็นนางกำนัลสองคนแอบจูบกันหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ในสวนด้านหลังเมื่อสามคืนก่อน การจูบที่ดูเร่าร้อนและหิวกระหาย ไม่ใช่การจูบแบบสาวบริสุทธิ์ที่ขายอาย แต่เป็นการจูบที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความต้องการ
เขาเคยเห็นทหารองครักษ์หนุ่มสองนายลักลอบพานางกำนัลคนเดียวกันเข้าไปในห้องเก็บอาวุธเมื่อคืนก่อน เสียงครางเบาๆ และเสียงเสื้อผ้าขยับไหวที่ดังออกมาจากข้างในทำให้เขารู้ดีว่าพวกเขาไม่ได้เข้าไปดูอาวุธ
และเมื่อคืนนี้... เขาเห็นฮูหยินรอง — ภรรยาที่ท่านแม่ทัพรักที่สุด — เดินตัวอ่อนระทวยผ่านระเบียงด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ สายตาที่เคยเย็นชากลับพร่ามัวและแฝงประกายกระหายใคร่ นางมองทหารองครักษ์หนุ่มด้วยสายตาที่ไม่เหมาะสม สายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่ควรมี
ทุกอย่างเริ่มต้นหลังจาก "หมอหญิงไป๋หลิน" เข้ามาในจวน
ซานตู้กำด้ามดาบแน่นจนเส้นเอ็นบนหลังมือโปนขึ้นมา เขาไม่ชอบสตรีผู้นี้ตั้งแต่แรกเห็น แม้จะยอมรับว่าฝีมือการรักษาของนางทำให้ท่านแม่ทัพเริ่มฟื้นตัว แต่สัมผัสบางอย่างในตัวนาง... มันอันตรายเกินไป มีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มอ่อนโยนและสายตาเมตตานั้น
เขาสังเกตเห็นว่านางมักจะปรากฏตัวในจุดที่เหมาะสมเสมอ ปรากฏตัวเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น ปรากฏตัวเมื่อคนในจวนเริ่มมีพฤติกรรมแปลก ราวกับนางรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น
คืนนี้ เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะตามนางไปดูว่านางทำอะไรในยามดึก
เมื่อเที่ยงคืนผ่านไปไม่นาน ซานตู้เห็นเงาร่างสีขาวบางเบาเดินออกจากเรือนพักของหมอหญิง เขาจึงสะกดรอยตามอย่างเงียบเชียบด้วยพลังยุทธ์ระดับสูงสุด ฝีเท้าของเขาเบาจนแทบไม่ได้ยิน แม้แต่ลมหายใจก็ถูกกลั้นไว้จนมิด เขาใช้เทคนิคการซ่อนตัวที่ฝึกฝนมาสามสิบปี เคลื่อนไหวในเงามืดราวกับเป็นส่วนหนึ่งของความมืดเอง
ไป๋หลินเดินตรงไปยังสระน้ำส่วนกลางของจวน ซึ่งเป็นสระหินขนาดใหญ่ที่ใช้น้ำจากบ่อหลักเดียวกันกับที่ทุกคนในจวนใช้อาบและดื่มกิน สระนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เปิดโล่ง ห่างจากเรือนพักทุกหลัง มีต้นไผ่และพุ่มไม้ล้อมรอบ ใต้แสงจันทร์เสี้ยว น้ำในสระเป็นประกายระยิบระยับราวกับเพชรพลอย
ซานตู้ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไผ่ใหญ่ ห่างจากสระประมาณสิบจั้ง ดวงตาคมกริบจ้องมองไม่วางตา เขาคาดหวังว่าจะเห็นนางทำอะไรที่น่าสงสัย อาจจะเป็นการโปรยยาพิษลงในน้ำ หรือการติดต่อกับสายลับจากภายนอก
แต่สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาตกตะลึงและสั่นสะเทือนใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ชิงเหยาในคราบไป๋หลิน... รู้ตัวตั้งแต่แรกที่เขาตามมา
นางแสร้งทำเป็นไม่รู้ตัว เดินลงไปยังขอบสระหิน แล้วค่อยๆ ถอดชุดผ้าป่านสีขาวบางเบาออกทีละชิ้น การเคลื่อนไหวของนางช้าและเซ็กซี่ ราวกับกำลังเต้นรำในจังหวะที่เพียงนางเท่านั้นที่ได้ยิน ทุกท่าทางดูธรรมชาติและไร้เดียงสา แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ยากจะต้านทาน
นางรู้ดีว่าซานตู้กำลังมองอยู่ และนางต้องการให้เขาเห็นทุกอย่าง นี่คือโอกาสที่นางรอคอยมานาน โอกาสที่จะทำลายกำแพงใจของยอดฝีมือผู้เย็นชาที่สุดในจวน
นางปล่อยให้เสื้อผ้าหล่นลงกองที่ขอบสระ เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนละเอียดราวกับหยกขาวขัดมัน ไหล่กลมกลึง ลำคอระหงที่โค้งเว้าอย่างงดงาม และสะโพกที่ผายกว้างสวยงามสมส่วน ใต้แสงจันทร์เสี้ยว ผิวหนังของนางเปล่งประกายนวลละเอียดราวกับถูกเคลือบด้วยน้ำค้าง
การเคลื่อนไหวของนางช้าและเซ็กซี่ ราวกับกำลังเต้นรำในจังหวะที่เพียงนางเท่านั้นที่ได้ยิน ทุกท่าทางดูธรรมชาติและไร้เดียงสา แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ยากจะต้านทาน นางรู้ดีว่าซานตู้กำลังมองอยู่ และนางต้องการให้เขาเห็นทุกอย่าง
นางค่อยๆ ก้าวลงไปในน้ำเย็น ปล่อยให้ระดับน้ำค่อยๆ ท่วมขึ้นมาถึงเนินอกอวบอิ่ม ผมยาวสลวยที่ปล่อยลงมาเปียกชุ่มและติดแผ่นหลังเนียน เมื่อนางยกมือขึ้นลูบไล้ผมและผิวหนังของตนเอง ท่าทางนั้นช่างเย้ายวนและงดงามจนแทบหายใจไม่ออก
น้ำเย็นทำให้ผิวหนังของนางเกิดอาการหนาวสั่น เม็ดยอดสีชมพูระเรื่อตั้งชันเพราะความหนาว ทำให้ภาพที่อยู่ตรงหน้าซานตู้ดูยั่วยวนและเร้าใจยิ่งขึ้น นางจงใจเคลื่อนไหวช้าๆ ให้เขาได้เห็นทุกรายละเอียดของร่างกายที่สมบูรณ์แบบ
ซานตู้ที่ซ่อนตัวอยู่รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า
มือของเขาที่เคยมั่นคงดุจหินเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย หัวใจที่เคยเย็นชาเหมือนน้ำแข็งเริ่มเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ฤทธิ์ยา "บุปผาล่มเมือง" ที่เขาเองก็ดื่มกินเข้าไปเพียงเล็กน้อยจากน้ำในจวน เริ่มทำงานร่วมกับภาพตรงหน้า
เขาไม่เคยเห็นร่างกายของผู้หญิงเปลือยเปล่ามาก่อน ตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา เขาปฏิเสธความรักและความปรารถนาทั้งหมด เขาเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาอ่อนแอ จะทำให้เขาไม่สามารถปกป้องนายใหญ่ได้อย่างเต็มที่ เขาฝึกฝนจิตใจให้เป็นเหมือนน้ำแข็ง ไม่มีอารมณ์ ไม่มีความปรารถนา ไม่มีความต้องการใดๆ นอกจากการรับใช้ตระกูลจ้าว
แต่ภาพตรงหน้าทำให้ทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้นมาพังทลายลงในพริบตา
ภาพแผ่นหลังเนียนละเอียดที่โค้งเว้าอย่างงดงาม เส้นโค้งที่ลื่นไหลจากลำคอลงไปยังเอวเรียว แล้วขยายออกเป็นสะโพกที่ผายกว้าง
ภาพสะโพกผายกว้างที่สั่นไหวเบาๆ เมื่อนางยกแขนขึ้น การเคลื่อนไหวที่ทำให้กล้ามเนื้อใต้ผิวหนังเคลื่อนไหวอย่างเซ็กซี่
ภาพเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นผิวน้ำครึ่งหนึ่ง เม็ดยอดสีชมพูระเรื่อที่ตั้งชันเพราะความหนาว ดูน่าสัมผัสและน่าลิ้มลอง
และภาพนิ้วเรียวที่ลูบไล้ลงไปตามผิวขาวนวลของตนเองอย่างช้าๆ ราวกับกำลังเชิญชวนให้เขาเข้ามาสัมผัส
ซานตู้กัดฟันแน่น พยายามข่มกลั้นด้วยพลังยุทธ์ภายในที่ฝึกฝนมานานหลายสิบปี เขาสูดหายใจลึกๆ พยายามทำให้จิตใจสงบนิ่งดุจทะเลสาบที่ไร้คลื่น เขาท่องมนต์ที่อาจารย์สอนไว้ เพื่อควบคุมอารมณ์และความปรารถนา
"นี่มันอะไรกัน... ข้า... ข้าเป็นยอดฝีมือ... ข้าไม่ควร..." เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นเทาด้วยความพยายามควบคุมตัวเอง "ข้าต้องเข้มแข็ง... ข้าต้องปกป้องท่านแม่ทัพ... ข้าไม่ใช่สัตว์ที่ถูกควบคุมด้วยตัณหา..."
แต่ภาพของไป๋หลินที่กำลังแหวกว่ายน้ำช้าๆ ใต้แสงจันทร์ ผมยาวลอยฟุ้งตามผิวน้ำ ผิวหนังที่เปียกชุ่มและเปล่งประกาย กลับฝังลึกเข้าไปในจิตใจของเขา ราวกับมีมือบางๆ กำลังบีบหัวใจเขาไว้
เขาพยายามหันหน้าหนี แต่สายตากลับดึงดูดให้หันกลับไปมองอีกครั้ง ราวกับมีแรงแม่เหล็กที่ไม่อาจต้านทานได้ ทุกครั้งที่เขาพยายามมองไปที่อื่น สายตาจะถูกดึงกลับมาที่ร่างกายงดงามนั้น
ความรู้สึกแปลกใหม่เริ่มก่อตัวขึ้นในร่างกายของเขา ความร้อนรุ่มที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน ความปรารถนาที่เขาคิดว่าตัวเองไม่มี เริ่มปลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ แต่แน่นอน
ชิงเหยาแอบเหลือบมองเงาของซานตู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ด้วยหางตา นางเห็นมือของเขาที่กำด้ามดาบแน่นจนเส้นเอ็นโปน และเห็นไหล่ที่สั่นไหวเล็กน้อย นางเห็นท่าทางของเขาที่พยายามหันหน้าหนี แต่กลับหันกลับมามองอีกครั้ง
นางยิ้มในใจอย่างเยือกเย็นและพึงพอใจ
"ซานตู้... ยอดฝีมือผู้เย็นชาที่สุดในจวนนี้... เจ้าก็เริ่มสั่นคลอนแล้วสินะ" นางคิด "สามสิบปีของการปฏิเสธความเป็นมนุษย์... บัดนี้จะพังทลายลงในคืนเดียว"
นางจงใจยกแขนขึ้นสูง ลูบไล้ผมและคอของตนเองช้าๆ ทำให้แผ่นหลังและส่วนเว้าของสะโพกถูกเน้นย้ำชัดเจนยิ่งขึ้นใต้แสงจันทร์ น้ำที่ไหลย้อยลงตามผิวหนังสร้างประกายระยิบระยับราวกับหยาดเพชร
การเคลื่อนไหวของนางเหมือนการเต้นรำที่เซ็กซี่และเย้ายวน ทุกท่าทางคำนวณมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เกิดผลกระทบสูงสุดต่อผู้ชายที่กำลังแอบมอง นางรู้ดีว่าซานตู้ไม่เคยมีประสบการณ์กับผู้หญิง การเห็นภาพเช่นนี้จะเป็นการกระแทกจิตใจของเขาอย่างรุนแรง
นางหันตัวเบาๆ ให้เขาเห็นด้านข้างของร่างกาย เส้นโค้งจากเนินอกลงไปยังเอวเรียว แล้วขยายออกเป็นสะโพกกลม ภาพนี้ทำให้ซานตู้ต้องกลั้นหายใจ
ซานตู้รู้สึกเหมือนถูกไฟเผาไหม้ภายในอก ความซื่อสัตย์ต่อท่านแม่ทัพใหญ่ ความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าองครักษ์ และภาพลักษณ์ของตนเองในฐานะ "เงาที่ไร้หัวใจ" เริ่มถูกท้าทายอย่างหนักหน่วง
เขารู้สึกเหมือนมีสองเสียงในหัวกำลังต่อสู้กัน
เสียงหนึ่งคือเสียงของเหตุผลและหน้าที่ "เจ้าเป็นองครักษ์ เจ้าไม่ควรมองผู้หญิงแบบนี้ เจ้าต้องหันหลังเดินจากไป เจ้าต้องรายงานเรื่องนี้ให้ท่านแม่ทัพทราบ"
แต่เสียงอีกเสียงหนึ่งคือเสียงของความปรารถนาที่ถูกกดไว้มานานสามสิบปี "เจ้าเป็นผู้ชาย เจ้ามีความต้องการเหมือนผู้ชายคนอื่น ทำไมเจ้าต้องปฏิเสธตัวเอง ทำไมเจ้าต้องเป็นเงาตลอดไป ทำไมเจ้าไม่ลองเป็นมนุษย์บ้าง"
เขาพยายามหันหลังเดินจากไป แต่เท้ากลับฝังแน่นกับพื้นดินราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ร่างกายของเขาไม่เชื่อฟังคำสั่งของสมอง
"ข้า... ต้องปกป้องท่านแม่ทัพ..." เขาพึมพำกับตนเองเสียงสั่น "สตรีผู้นี้... ต้องมีอะไรผิดปกติ... ข้าต้องสืบต่อ... ข้าต้องรู้ว่านางทำอะไร..."
แต่ลึกๆ ในใจ เขารู้ดีว่าตนเองกำลังหาเหตุผลเพื่ออยู่ต่อ เพื่อมองภาพตรงหน้านี้ต่อไปอีกสักพัก เขาไม่อยากยอมรับกับตัวเองว่าเขาต้องการเห็น ต้องการมอง ต้องการสัมผัสกับความงดงามที่เขาปฏิเสธมาตลอดชีวิต
ความรู้สึกผิดและความปรารถนาปะทะกันในใจเขา ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกฉีกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งต้องการหนี ส่วนหนึ่งต้องการเข้าใกล้ ส่วนหนึ่งต้องการลืม ส่วนหนึ่งต้องการจดจำ
ชิงเหยาแหวกว่ายน้ำช้าๆ ใกล้ขอบสระมากขึ้น ปล่อยให้แสงจันทร์สาดส่องลงบนเนินอกและไหล่เนียนของนางอย่างเต็มที่ นางรู้ดีว่าซานตู้กำลังมองอยู่ และนางก็จงใจทำให้ภาพนี้ฝังลึกเข้าไปในใจของเขาให้มากที่สุด
นางค่อยๆ ยืนขึ้นในน้ำ ปล่อยให้น้ำไหลย้อยลงจากร่างกายเปลือยเปล่า ทุกหยดน้ำที่ไหลลงมาตามเส้นโค้งของร่างกายดูเหมือนเพชรพลอยที่ระยิบระยับใต้แสงจันทร์ นางยกมือขึ้นบีบผมให้น้ำไหลออก การเคลื่อนไหวนี้ทำให้เนินอกยกขึ้น และแขนที่ยกสูงทำให้เอวดูเรียวยิ่งขึ้น
ซานตู้รู้สึกเหมือนปากแห้งผาก หัวใจเต้นแรงจนเขาคิดว่าเสียงการเต้นของหัวใจจะดังพอที่ไป๋หลินจะได้ยิน เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ไม่เคยรู้ว่าการมองผู้หญิงจะทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกไฟเผา
ลมหายใจของเขาหนักขึ้น แม้จะพยายามกลั้น มือที่กำด้ามดาบเริ่มเหงื่อออก และร่างกายเริ่มมีปฏิกิริยาที่เขาไม่เคยประสบมาก่อน ความรู้สึกที่เขาคิดว่าตัวเองไม่มี เริ่มปลุกขึ้นมาอย่างแรงกล้า
"ซานตู้... เจ้าจะเป็นดาบที่ข้าใช้สังหารท่านเจ้านายของเจ้าเอง" นางคิดในใจ ขณะที่ยังคงแสดงท่าทางไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ "และคืนนี้... คือจุดเริ่มต้นที่เจ้าจะตกเป็นทาสของข้า"
นางค่อยๆ เดินขึ้นจากสระ น้ำไหลย้อยลงจากร่างกายเปลือยเปล่า ทุกก้าวที่นางเดินดูเซ็กซี่และเย้ายวน นางไม่รีบร้อนในการสวมเสื้อผ้า แต่ยืนให้แสงจันทร์ส่องร่างกายของนางอีกสักครู่
การยืนเปลือยเปล่าใต้แสงจันทร์ทำให้นางดูเหมือนเทพธิดาแห่งความงาม ผิวหนังขาวเนียนเปล่งประกายใต้แสงเงิน ผมยาวเปียกชุ่มติดแผ่นหลัง และหยดน้ำที่ยังคงไหลย้อยลงจากร่างกาย ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบและน่าหลงใหล
ซานตู้รู้สึกเหมือนเวลาหยุดนิ่ง ภาพตรงหน้าฝังลึกเข้าไปในความทรงจำของเขาอย่างถาวร เขารู้ว่าไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาจะไม่มีวันลืมภาพนี้ได้ ภาพของผู้หญิงที่งดงามที่สุดที่เขาเคยเห็นในชีวิต
ยอดฝีมือผู้เคยเย็นชาและไร้หัวใจ บัดนี้กำลังยืนตัวสั่นอยู่ในเงามืด มือที่กำด้ามดาบแน่นจนสั่นเทา ดวงตาที่เคยเย็นยะเยือกบัดนี้พร่ามัวไปด้วยความใคร่ที่ยากจะกลั้น
เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเปลี่ยนไป ไม่รู้ว่ากำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดสามสิบปีกำลังพังทลายลง ไม่รู้ว่าเขากำลังตกเป็นเหยื่อของแผนการที่วางไว้อย่างพิถีพิถัน
ชิงเหยาค่อยๆ หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวม แต่การสวมเสื้อผ้าของนางก็ยังคงเซ็กซี่และเย้ายวน นางไม่รีบร้อน แต่ค่อยๆ สวมทีละชิ้นอย่างช้าๆ ให้ซานตู้ได้เห็นกระบวนการที่ยาวนานและน่าตื่นเต้น
เมื่อสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว นางหันมามองทางที่ซานตู้ซ่อนตัวอยู่ด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มีความหมาย แล้วเดินจากไปอย่างช้าๆ ปล่อยให้เขายืนอยู่คนเดียวกับความสับสนและความปรารถนาที่เพิ่งถูกปลุกขึ้นมา
ซานตู้ยืนอยู่ในเงามืดอีกนานหลังจากที่ไป๋หลินจากไป ใจเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้งและความสับสน เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาเพิ่งเห็นหมายความว่าอย่างไร ไม่รู้ว่าเขาควรทำอย่างไร
ความรู้สึกใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในใจเขาทำให้เขารู้สึกทั้งตื่นเต้นและกลัว เขากลัวว่าตัวเองจะเปลี่ยนไป กลัวว่าจะไม่สามารถเป็นองครักษ์ที่ดีได้อีกต่อไป กลัวว่าจะทรยศต่อท่านแม่ทัพที่เขาปรนนิบัติมาตลอดชีวิต
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน รู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นขึ้นจากการหลับใหลที่ยาวนาน รู้สึกเหมือนเพิ่งค้นพบว่าตัวเองเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เพียงเงาของคนอื่น
คฤหาสน์พยัคฆ์... กำลังค่อยๆ เปลี่ยนไป
และซานตู้... คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ชิงเหยาทำลายมันจากภายในได้อย่างสิ้นซาก
ในคืนนั้น ซานตู้นอนไม่หลับ เขานอนมองเพดานด้วยใจที่วุ่นวาย ภาพของไป๋หลินที่เปลือยเปล่าใต้แสงจันทร์ฝังลึกอยู่ในความทรงจำ ทุกครั้งที่เขาหลับตา เขาจะเห็นภาพนั้นอีกครั้ง เห็นผิวหนังขาวเนียน เห็นเส้นโค้งที่งดงาม เห็นรอยยิ้มลึกลับที่นางมอบให้เขา
เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ตั้งคำถามกับชีวิตที่เขาเลือก ตั้งคำถามกับการเป็นเงาของคนอื่น เขาเริ่มสงสัยว่าการปฏิเสธความเป็นมนุษย์ของตัวเองนั้นถูกต้องหรือไม่
และในใจลึกๆ เขารู้ว่าตัวเองเปลี่ยนไปแล้ว รู้ว่าไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ภาพของไป๋หลินได้เปิดประตูที่เขาปิดมานานสามสิบปี และบัดนี้ความปรารถนาที่ถูกกดไว้กำลังไหลออกมาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง
นี่คือจุดเริ่มต้นของการล่มสลายของซานตู้ จุดเริ่มต้นที่เขาจะค่อยๆ เปลี่ยนจากองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์เป็นชายหนุ่มที่หิวกระหายความรัก และในที่สุด เป็นเครื่องมือในการทำลายตระกูลที่เขาปรนนิบัติมาตลอดชีวิต
ชิงเหยากลับไปยังเรือนพักด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ แผนการของนางกำลังดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ ซานตู้ คือชิ้นสำคัญที่สุดในกระดานหมากรุกของนาง และคืนนี้ นางได้วางตัวหมากชิ้นนั้นไว้ในตำแหน่งที่ต้องการแล้ว
จากนี้ไป ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนการของนาง คฤหาสน์พยัคฆ์จะค่อยๆ ล่มสลายจากภายใน และความแค้นของนางจะได้รับการชำระล้างอย่างสมบูรณ์แบบ