ทันใดนั้น เข็มทองคำเล่มหนึ่งก็ผุดขึ้นกลางฝ่ามือของหลิวอวิ๋นเหยา แสงร้อนผ่าวส่องประกายออกมาราวกับมันกำลังเรียกร้องการตัดสินใจสุดท้ายของเธอ
“นี่ไม่ใช่การรักษาธรรมดา… แต่เป็การทดสอบ”
เธอเพ่งตามองผู้าเ็ทั้งสาม าแของชายหนุ่มรุนแรงเกินไป หากลงเข็มไป ก็คงทำได้เพียงยืดเวลาออกไปเท่านั้น หญิงสาวที่มีาแที่แขน มีอาการบวมแดง แต่ความเ็ปไม่สอดคล้องกับอาการเลย ส่วนชีพจรของเด็กชายแทบจับไม่ได้เลย ทว่ายังพอมีประกายบางอย่างในห้วงลมหายใจ
หลิวอวิ๋นเหยาหลับตาลง นึกถึงถ้อยคำในตำราที่เพิ่งได้รับมา “ผู้ใช้เข็มเพื่อรักษา ต้องรู้จักฟังเสียง ‘ชีวิต’ เหนือ ‘เสียงตน’ นั่นหมายความว่าในการเลือกตัดสินใจ ต้องรู้ว่าเสียงใดคือเสียง ‘จริง’ และเสียงใดคือเสียง ‘ที่อยากจะได้ยิน’
ในความมืด เธอได้ยินทั้งเสียงโหยหวน เสียงกระซิบของความหวาดกลัว และเสียงของความปรารถนาแห่งชีวิต
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
แทนที่จะเลือกช่วยเพียงคนเดียว เธอกลับปักเข็มทองเข้าสู่จุดตันเฮิงตรงกลางอกของตัวเอง!
ทันทีที่เข็มปักลงไป แสงจากชีพจรของเธอก็แตกกระจายเป็สามสาย พุ่งไหลออกมาราวกับน้ำแยกเป็ทาง เส้นปราณแห่งชีวิตแบ่งออกจากร่างกายเชื่อมต่อกับทั้งชายหนุ่ม หญิงสาว และเด็กชายในคราวเดียว
ร่างของผู้าเ็ทั้งสามสว่างขึ้นพร้อมกัน าแค่อย ๆ ฟื้นฟู เืค่อย ๆ หยุดไหล สีหน้ากลับมามีชีวิตชีวาในพริบตา
ทว่า… ในห้วงขณะเดียวกัน หลิวอวิ๋นเหยากลับรู้สึกเหมือนิญญาของตนถูกดูดออกไปครึ่งหนึ่ง เธอกระอักเืคำโตออกมา ร่างกายเบาหวิวจนแทบล้มทั้งยืน
เสียงของผู้พิทักษ์ดังขึ้นอีกครา คราวนี้ทุ้มกังวานแฝงความพอใจและเศร้าโศกอยู่ในที
“เ้ามิได้เลือกทางที่ง่ายดายเลย หากแต่ยอมแบ่งชีวิตของตนเพื่อผู้อื่น นี่แหละคือสายเืตระกูลอวี๋… เ้าผ่านแล้ว ทว่าทางเลือกนี้ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย
หนีไม่พ้นชะตากรรม ตระกูลอวี๋หนีไม่พ้นจริง ๆ
หลังจากนี้ ทุกครั้งที่พระจันทร์เต็มดวง ตราัหงส์ที่หน้าอกซ้ายของเ้าจะปรากฏเส้นสายฟ้าบาง ๆ ผ่ากลางระหว่างหงส์และั เส้นสายฟ้านั้นจะปรากฏขึ้นต่อเนื่องนานถึง 12 ชั่วโมงเต็ม ใน่เวลานั้น เ้าจะรู้สึกเหมือนคมมีดบาง ๆ เฉือนจากภายใน ต้องเ็ปทรมานราวกับถูกแบ่งิญญาออกไปทีละน้อย
ร่างกายเปราะบางอย่างถึงที่สุด พลังชีวิตลดลงเหลือเพียง 2 ใน 10 ส่วนจนแทบทำอะไรไม่ได้เลย สมาธิและความเร็วของร่างกายลดลงถึงขีดต่ำสุด และถ้าต้องใช้พลังใด ๆ อีกล่ะก็ เ้าจะต้องเสี่ยงต่อการหมดสติในทันใด
หลังจาก 12 ชั่วโมงแห่งความทรมาน เ้าจะสามารถเร่งฟื้นฟูได้ด้วยการดื่มน้ำพุแห่งจิติญญา ฝังเข็มตามตำราหมื่นเข็มมายา และเข้าฌานอีก 12 ชั่วโมงเพื่อกู้คืนร่างกายและจิติญญาให้กลับมาสมบูรณ์เต็มที่”
หลับจากอธิบายเสร็จ ภาพคนทั้งสามก็เลือนหายไป กลายเป็ละอองแสงพุ่งเข้าสู่หัวใจของหลิวอวิ๋นเหยา ราวกับเป็รางวัลจากการตัดสินใจ โดยเพิ่มความสามารถในการรับรู้พลังชีวิตของผู้อื่น พลังนี้ช่วยให้เธอสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้แม่นยำมากขึ้น
บรรยายกาศตรงหน้าแปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง เสียงหัวใจเรียกร้องให้หลิวอวิ๋นเหยาก้าวเข้าไปใกล้บึงนิรันดร์สีดำสนิทตรงหน้า ผืนน้ำที่นิ่งสงบไหวสะท้าน ภาพสะท้อนเบื้องล่างปรากฏร่างของคุณพ่อคุณแม่พี่ชายและพี่สาวที่จากไป พวกเขากำลังถูกเปลวเพลิงเผาผลาญ ร้องเรียกขอความช่วยเหลือด้วยแววตาเ็ป
“ช่วยด้วย…เหยาเหยา ช่วยด้วย!”
เสียงแหลมบาดลึกเข้าไปถึงจิติญญา เธอทรุดเข่าลง เอื้อมมือไปยังผิวน้ำหมายจะช่วยคนในครอบครัว ทันใดนั้นเอง มือเย็นเฉียบก็โผล่มาคว้าแขนของเธอให้ดำดิ่งสู่ความมืดมิด
เธอกรีดร้องและดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง ภาพในบึงพลันแปรเปลี่ยนเป็ผู้ป่วยมากมายที่เธอไม่สามารถช่วยชีวิตได้ ทุกแววตาจ้องเขม็งมาอย่างโกรธแค้น
“นังหมอไร้ค่า แกทำให้พวกเราต้องตาย!”
เสียงนั้นไม่ใช่แค่ะโ หากแต่เป็คำสาปแช่งที่ก้องกังวาน ซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด ราวกับกรีดลึกลงไปในจิตใจ
“หมออย่างแก ช่วยใครไม่ได้สักคน!”
“มือของแกเปื้อนเืคนตาย”
“นังหมอไร้ฝีมือ!”
“แกเรียกตัวเองว่าหมอได้ยังไง แค่ยื้อชีวิตพวกเรายังทำไม่ได้เลย!”
…
คำตัดพ้อพุ่งใส่เธอเหมือนลูกธนูนับร้อย เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังจนดังก้องในโสตประสาท หลิวอวิ๋นเหยารู้สึกหนักอึ้งราวกับหินพันก้อนถ่วงรัดอยู่ในอก
ทุกแรงต้านไร้ผล ร่างกายเหมือนถูกน้ำเย็นเฉียบรัดรึงราวกับพันธนาการ ความมืดคืบคลานเข้ามาปิดกั้นทั้งแสงสว่างและลมหายใจ
“ไม่จริง…ฉันพยายามแล้ว…ฉันพยายามสุดกำลังแล้วจริง ๆ” เสียงในใจของเธอสั่นไหว แต่กลับถูกคลื่นเสียงด่าทอทับถมจนสติแทบสั่นคลอน
นี่เป็ความรู้สึกผิดที่หลิวอวิ๋นเหยาต้องแบกรับทุกครั้งที่ผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างการผ่าตัด เป็าแที่ฝังลึกอยู่ในใจ ไม่ว่าเธอจะพยายามเต็มที่เพียงใดก็ยังรู้สึกติดค้างอยู่เสมอ มันทำให้หัวใจเธอสั่นสะท้านทุกครั้งที่ย้อนคิดถึงเื่นั้น
“หรือว่าฉันเป็หมอที่ไร้ค่าจริง ๆ” ความคิดนี้แล่นวาบขึ้นมาในใจ น้ำตาอุ่นร้อนค่อย ๆ ไหลปะปนกับสายน้ำเย็นเฉียบรอบ ๆ ตัว
แต่เสียงจากส่วนลึกในใจของเธอกลับดังขึ้นอย่างมั่นคง “ไม่…ฉันทำดีที่สุดแล้ว กี่ชีวิตที่ฉันเคยช่วย? กี่คนที่ได้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง? ถ้าฉันไร้ค่าจริง ๆ พวกเขาคงไม่มีโอกาสได้หายใจ”
ประกายในแววตาของหลิวอวิ๋นเหยาค่อย ๆ กลับมาชัดเจนขึ้น เธอกำหมัดแน่นแล้วตบลงบนผิวน้ำที่มืดมิด เสียงสะท้อนดังไปทั่ว “ไม่…ไม่ใช่ฉัน! ฉันไม่ใช่หมอที่ไร้ค่า! ฉันอาจไม่สามารถรักษาทุกคนได้ แต่ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ฉันจะไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาแน่”
แสงสว่างพลันกระจายออกจากหัวใจ เงามืดแตกสลายกลายเป็ละออง บึงนิรันดร์กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง เพียงไม่นานสะพานแห่งแสงก็เผยขึ้นตรงหน้า…