เรื่องวุ่นๆ กับหนุ่มข้างบ้าน

    ตอนที่ 14(1) ปีใหม่ที่ไร้การฉลอง

            ปลายเดือนธันวาคมอากาศเริ่มเย็นขึ้นกว่าเดิม พราวขวัญเอาต้นไม้ในบ้านออกไปวางตากแดดวันนี้เธอใส่เสื้อไหมพรมบางและใส่เสื้อกล้ามข้างใน ช่วงนี้นับว่าชีวิตของเธอเงียบสงบจริงๆ

            ตะวันฉายไม่ค่อยกวนประสาทเธอเหมือนเมื่อก่อนเขาดูเรียบร้อยขึ้นอย่างกับคนละคน แล้วก็ไม่ค่อยแกล้งเธอแล้ว เธอแอบคิดว่าหรือเพราะว่าวันนั้นเธออธิบายเรื่องดาวตกให้เขาฟัง เขาเกิดซาบซึ้งและเริ่มนับถือเธอขึ้นมาเขาเลยปฏิบัติกับเธอเปลี่ยนไป คิดแล้วเธอก็ภูมิใจในความรู้รอบตัวของตัวเองจริงๆ เขาคงจะทึ่งน่าดูที่เธอรู้เยอะขนาดนี้

            เธอใช้ชีวิตปกติแม้ว่าช่วงนี้จะไม่ค่อยได้เจอตะวันฉาย แต่ว่าเขายังคงซื้อของกินมาฝากเธอเขาบอกเธอว่าเขามีธุระต้องไปทำในช่วงกลางวัน เพราะฉะนั้นช่วงนี้เขาเลยไม่ค่อยอยู่บ้านหรือมีบางวันที่อยู่บ้านแต่เขาก็ไม่ค่อยว่าง ดูเหมือนว่าเขาคงหายคิดมากเรื่องรัตติกรแล้วแบบนี้เธอก็ค่อยสบายใจหน่อย

            เธอคิดว่าจะชวนเขาเค้าน์ดาวน์ด้วยกันตอนสิ้นปีถ้าหากว่าเขาว่างในหัวเธอเตรียมคิดเตรียมแผนการไว้แล้ว รอแค่ชวนเขาเท่านั้น

             

            หลังจากวันที่ดูฝนดาวตกกับพราวขวัญผ่านมาอาทิตย์กว่าแล้ว ตะวันฉายนั่งขบคิดพิจารณาอย่างหนักว่าความจริงแล้วเขาชอบพราวขวัญแบบที่ผู้ชายคนหนึ่งชอบผู้หญิงคนหนึ่งจริงๆใช่ไหม เขาพบว่าเขาอาจจะชอบเธอจริงๆแต่ว่าเขายังไม่แน่ใจว่าความรู้สึกของตัวเองนั้นลึกซึ้งแค่ไหน

            พราวขวัญเป็นน้องสาวของพันภพและพันภพก็เป็นเพื่อนที่ดีของเขา ถ้าหากว่าเขาไม่ได้คิดลึกซึ้งกับพราวขวัญจริงๆเขาก็ไม่อยากจะล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอ ความคิดนี้สร้างความกดดันให้เขามาก

            เขากลัวว่าเขาอาจจะแค่ชอบเธออย่างผิวเผินเพราะเห็นว่าเธอน่ารักหรือไม่ก็เพราะว่าพวกเขาสองคนใช้เวลาด้วยกันบ่อยทำให้เขาชินกับเธอจนอาจจะเข้าใจผิดไปว่าตัวเองนั้นชอบเธอ  ถ้าหากว่าเขาเริ่มจีบพราวขวัญแล้ววันนึงเขาเกิดรู้สึกว่าไม่ได้รักชอบเธอจริงๆเขาจะมองหน้าพันภพได้ยังไง

            เขาเป็นคนร่าเริงเข้ากับคนง่ายก็จริงแต่ความสัมพันธ์แบบชายหญิงเป็นอะไรที่เขาระวังมาก เพราะไม่อยากไปทำร้ายจิตใจใคร

            ในตอนแรกที่เขาพบเธอเขาคิดว่าเธอน่ารักเหมาะจะเป็นน้องสาวจริงๆ เพราะเขาเองก็อยากมีพี่น้องเขาอิจฉาพันภพที่มีน้องสาวน่ารักๆเขาเลยดูแลพราวขวัญเหมือนว่าเธอเป็นน้องสาวของเขาเอง  เขาไม่รู้เลยว่าตั้งแต่เมื่อไรที่เขาเริ่มมองเธอแบบผู้หญิงคนหนึ่งตั้งแต่ที่เขาอุ้มเธอ ตั้งแต่ที่เขาเห็นเธอโป๊วันนั้น หรือว่าตั้งแต่วันที่เธอป่วย  เขาคิดไม่ออกเลยจริงๆ

            รัตติกรเคยถามเขาว่าเขาชอบพราวขวัญหรือเปล่าเขาจำได้ว่าตอนนั้นเขาตอบว่าเขาไม่ได้ชอบเธอ เขาเห็นเธอเป็นน้องสาว ในตอนนั้นเขาคิดว่ารัตติกรเพียงแค่แหย่เขาเล่นพอมาคิดดูตอนนี้ เขาก็นึกสงสัยใคร่รู้ว่าทำไมรัตติกรถึงได้คิดว่าเขาชอบพราวขวัญ

            เขาคิดอยู่นานว่าจะถามรัตติกรดีไหมดูเหมือนว่าช่วงนี้รัตติกรเองก็ไม่ค่อยว่างเท่าไร

            “เฮ้อ...” ตะวันฉายถอนหายใจออกมาความกลุ้มใจของเขาจะมีใครเข้าใจบ้างนะ

            “เจ้ากรว่างไหม” ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจส่งข้อความแชทไปหารัตติกร

            รออยู่หลายนาทีรัตติกรก็ไม่ตอบกลับมา ช่วงนี้เขาเริ่มร้อนใจ เพราะอีกสองสามวันก็จะปีใหม่แล้วเขาคงไม่สามารถหลบเลี่ยงพราวขวัญได้อีก

            อาทิตย์กว่ามานี้เขาพยายามเลี่ยงที่จะอยู่กับเธอตามลำพังอ้างว่าต้องออกไปทำธุระบ้าง หรือไม่ก็มีงานยุ่งบ้าง เพื่อจะให้เธอคิดว่าเขาไม่ว่างทั้งที่ความจริงเขาแค่ออกไปนั่งร้านกาแฟ ไปเดินเล่นที่ห้างและไปเดินเล่นร้านต้นไม้ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เขาคงจะชวนพราวขวัญออกไปด้วยแต่ตอนนี้เขาทำใจชวนเธอไปด้วยไม่ได้เพราะเขายังไม่แน่ใจถึงความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเธอ

            ช่วงปีใหม่เธออาจจะต้องอยู่คนเดียวอีกพันภพกับรัตติกรยังวุ่นวายอยู่กับการโปรโมทชีสส่วนเกวลินเพื่อนสนิทของพราวขวัญนั้นเขาก็ไม่เห็นมาสักระยะแล้ว ถ้าเขายังเมินเฉยกับพราวขวัญต่อไปแบบนี้คงจะใจร้ายกับเธอไปหน่อย

            ในช่วงเวลาแห่งการสังสรรค์ทุกบ้านมีคนฉลองปีใหม่กัน เขาจะทิ้งให้เธออยู่คนเดียวได้ยังไง ที่สำคัญคือเขาต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าความจริงแล้วเขาคิดยังไงกับเธอกันแน่และเขาชอบเธอจริงๆ ใช่ไหม เขาวางพราวขวัญไว้ในสถานะพิเศษเพราะฉะนั้นจะล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอไม่ได้

            “เฮ้อ...” เขาถอนหายใจรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ในวันนี้

            “พี่ฉายถอนหายใจทำไมเหรอคะ”

            ตะวันฉายใจกระตุกเมื่อได้ยินเสียงของพราวขวัญเขารีบยืดตัวขึ้น

             “อ้อ พี่กลุ้มใจเรื่องงานนิดหน่อยค่ะ” ทั้งๆที่เขาไม่ได้มีงานอะไรเลยในช่วงนี้แต่เขาก็โกหกเธอไปอย่างเร็วอย่างกับตั้งค่าอัตโนมัติไว้ว่าจะต้องตอบเธอแบบนี้

              “ขวัญทำพิซซ่ากินมื้อเย็น เลยทำเผื่อพี่ฉายด้วยน่ะค่ะนี่ค่ะ” เธอยื่นกล่องใส่พิซซ่าให้เขา “ช่วงนี้พี่ฉายดูยุ่งๆ นะคะ”

            “ก็ยุ่งๆ ค่ะช่วงสิ้นปีก็ยุ่งแบบนี้แหละ” เขารับกล่องพิซซ่ามาและยังโกหกเธอต่อไปอีก“ขอบคุณที่ทำมาเผื่อค่ะ”

            พราวขวัญมองหน้าตะวันฉายแล้วก็เอียงคอนิ่วหน้าอย่างสงสัย “พี่ฉายดูไม่ค่อยสดใสเลยนะคะ ”

            ตะวันฉายได้ยินพราวขวัญถามก็ใจเต้นขึ้นมาอีกเขากลัวว่าเธอจะรู้ว่าเขากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ “อืมพี่มีเรื่องให้คิดเยอะค่ะช่วงนี้”

            “อืม”พราวขวัญพยักหน้าน้อยๆ เธอชั่งใจว่าควรจะเอ่ยถามเขาเรื่องเค้าน์ดาวน์ปีใหม่ดีไหม“งั้นช่วงปีใหม่นี้พี่ฉายมีแผนไปไหนไหมคะ” เธอเลือกจะโยนหินถามทาง

            ถ้าเธอบอกเขาว่าจะให้เขาอยู่เค้าน์ดาวน์กับเธอเขาคงจะเกรงใจเธอ ดังนั้นเธอจึงแค่เพียงถามว่าเขามีแผนไปไหนหรือเปล่านี่เป็นการถามกว้างๆ ไม่เจาะจง เพราะเธอไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ อีกอย่างปกติเธอพูดแค่นี้ตะวันฉายจะออกตัวเองว่าเขาจะอยู่กับเธอเธอจึงคิดว่าถามเขาแค่นี้ก็คงเพียงพอ

            แต่สิ่งที่เธอไม่รู้คือตะวันฉายตอนนี้นั้นไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ปกติอย่างน้อยก็ไม่ปกติในความรู้สึกของเขาเอง

            “พี่ยังไม่รู้เลยค่ะเดี๋ยวอีกสองสามวันพี่บอกอีกทีนะ”

            ตะวันฉายเข้าใจสิ่งที่พราวขวัญถามดีเธอกำลังมาชวนเขาอยู่เค้าน์ดาวน์ด้วยกันแต่ว่าเขาที่ยังไม่แน่ใจในความรู้สึกที่มีให้เธอเขาจะไปอยู่ใกล้ชิดกับเธอได้ยังไงกันถ้าเขาไม่ได้ชอบเธอจริงจังแล้วไปให้ความหวังเธอ นั่นก็คือการตั้งใจทำร้ายเธอแล้ว

            “อืม ได้ค่ะงั้นขวัญขอตัวก่อนนะ” พราวขวัญหันหลังจะเดินกลับบ้าน  ในเมื่อเขาทำท่าทางเหมือนมีเรื่องหนักใจเธอเลยไม่อยากเซ้าซี้เขามาก ปกติตะวันฉายไม่ได้เป็นแบบนี้ หรือว่าเขาจะมีเรื่องอะไรอีกแล้ว

            เธอหันกลับมามองเขา พบว่าตะวันฉายยืนอยู่ที่เดิมแต่กำลังมองไปทางอื่นเธอจึงมองเขาอย่างพิจารณา

            ความจริงแล้วตะวันฉายมองพราวขวัญอยู่ตลอดมองเธอหันหลังทำท่าจะเดินกลับ แต่อยู่ๆ เธอก็ดันหันกลับมาเขาตกใจจึงรีบทำท่าหันมองไปทางอื่นอากาศเย็นสบายแต่ว่าตะวันฉายตอนนี้เริ่มมีเหงื่อซึมตามตัวแล้ว เขาเห็นจากหางตาว่าพราวขวัญกำลังจ้องมองเขาอยู่เธอจะคิดว่าเขาผิดปกติไหมนะ

            สถานการณ์นี้ยังดำเนินต่อไปอีกเกือบนาทีต่างคนต่างยืนเงียบๆ พราวขวัญมองตะวันฉายเงียบๆ  ตะวันฉายก็ทำท่าว่าตัวเองกำลังมองไปทางอื่นเงียบๆเขารู้สึกถูกกดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก ไม่ใช่พราวขวัญที่กดดันเขาแต่เป็นเขาที่กดดันตัวเอง จนในที่สุดตะวันฉายก็ทนต่อไปอีกไม่ไหว

            “น้องขวัญยังอยู่เหรอคะ พี่นึกว่ากลับบ้านไปแล้ว” เขาหันกลับมามองเธอ แสร้งทำท่าประหลาดใจที่เห็นเธอยังคงยืนอยู่ตรงนั้น

            “อ้อพี่ฉายดูเหมือนมีเรื่องในใจ ถ้ามีอะไรก็เล่าให้ขวัญฟังได้นะรับรองว่าฟังแล้วจะปิดปากเงียบ ไม่บอกใคร”เธออยากให้เขารู้ว่ายังมีคนที่พร้อมจะรับฟังเขาปรับทุกข์อยู่นะ

            ตะวันฉายมองเธอนิ่งๆเขามีความทุกข์อยู่จริงๆ แต่ความทุกข์นี้จะบอกให้พราวขวัญรู้ไม่ได้แต่เขาก็รู้สึกดีใจที่เธอแสดงออกว่าเป็นห่วงเขา “อืม”เขาไม่รู้จะพูดอะไรจึงตอบไปแค่นั้น พยักหน้าและยิ้มให้เธอ

             

            พราวขวัญกลับมาที่บ้านฟ้าเริ่มมืดแล้วเธอจึงเก็บต้นไม้เข้าบ้าน พอเห็นต้นคล้าใบตองเธอก็นึกถึงตะวันฉายที่ร่าเริงขี้เล่นมีแต่รอยยิ้มอยู่เสมอแต่ว่าตอนนี้เขากลับดูเหมือนมีอะไรในใจ

            พอเธอเห็นต้นตะบองเพชรที่มาดแมนซื้อให้เธอก็คิดว่าปีใหม่นี้เขาจะมีคนฉลองด้วยไหมนะ หรือว่าเขาจะฉลองกับครอบครัว

            และพอเธอเห็นต้นกุหลาบหินที่มาวินซื้อให้เธอก็เริ่มนึกถึงมาวิน เธอเริ่มเป็นห่วงว่าเขาจะมีเรื่องอะไรหรือเปล่าถึงได้ดูไม่ว่างตลอดไม่ได้ทักมาหาเธอบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน

            “เฮ้อ...”วันนั้นที่คนมากันเยอะๆ เธอรู้สึกว่าวุ่นวายเกินไป แต่พอตอนนี้ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองเธอกลับรู้สึกเหงาขึ้นมานิดๆ

            เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าดังขึ้นเธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู

            “ขวัญปีใหม่ไปไหน” เป็นข้อความจากเกวลิน

            “ยังไม่รู้เลย”

            “มาเค้าน์ดาวน์ด้วยกันไหม”เกวลินชวน นี่คือประเด็นที่เธอทักมาหาพราวขวัญในวันนี้

            “ที่ไหน”

            “ที่บ้านวิน”

            “ไปนัดกันตั้งแต่เมื่อไรอีก”

            “นัดแล้วก็มาชวนแกนี่ไงเล่า”

            “อืมขอคิดก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้บอกนะ”

            “เออ ได้ๆ  รีบบอกนะ บอกช้าจะไปชวนคนอื่น”

            “ฮึแกจจะชวนใครได้”

            “เยอะแยะ”

            “แกช่วงนี้พี่ฉายแปลกๆ” พราวขวัญรู้สึกเป็นห่วงตะวันฉายแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง เลยอยากลองปรึกษาเกวลินดู เผื่อจะมีความคิดดีๆ

            “ยังไง”

            “ดูไม่ค่อยร่าเริง”

            “ก็แหงสิเพิ่งเลิกกับแฟนนี่นา เรื่องปกติ” เกวลินกลับไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลก

            “ฉันจะช่วยอะไรเขาได้มั่งไหมอ่ะ”

            “เขาเล่าอะไรให้แกฟังไหมล่ะ”

            “ไม่นะ” เพราะเขาไม่เล่านี่แหละเลยทำให้พราวขวัญรู้สึกเป็นห่วงเพราะเธอไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

            “อืมงั้นเขาคงอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว แกอย่าไปวุ่นวายเลย เขาจะรำคาญเอา”

            “เป็นงั้นเหรอ”พราวขวัญยังคงเป็นห่วงอยู่ดี เธอคิดว่าการทิ้งเขาไว้คนเดียวไม่น่าจะเป็นวิธีที่ดีเท่าไรนัก

            “เป็นงั้นสิคนเรามีวิธีฮีลตัวเองไม่เหมือนกันนะ ถ้าแกอกหักอยู่อยากให้ใครต่อใครมาวุ่นวายกับแกไหมล่ะ”

            “ไม่รู้สิฉันไม่เคยอกหักนี่นา”

            “แกก็ลองจินตนาการดูสิฟีลลิ่งอ่ะ ฟีลลิ่ง”

            “ใครจะจินตนาการเก่งเหมือนแกล่ะ”

            “แล้วทำไมแกต้องมาแซะฉันเพราะคุณพี่ฉายนี่ด้วยรักเขามากกว่าฉันแล้วเหรอ”

            “ไม่ได้เกี่ยวกันเลยนะ”

            “เกี่ยวสิฉันงอนแล้ว แกรีบมาง้อเลยนะ ปีใหม่อ่ะ มาฉลองด้วยกันเลย”

            “น่าเดี๋ยวพรุ่งนี้บอกอีกที”

            “ได้ข้าวที่สั่งมาแล้ว  ฉันกินข้าวก่อนนะ”เกวลินอยู่ที่ร้านข้าว

            “โอเค กินดีๆล่ะ”

            เกวลินส่งสติ๊กเกอร์รูปโอเคมาให้เป็นการจบบทสนทนา

            พราวขวัญคิดอยากไปเค้าน์ดาวน์กับเกวลินอยู่เหมือนกันท่าทางน่าสนุกดี แต่ว่าเธอก็ไม่อยากทิ้งตะวันฉายให้อยู่คนเดียว เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เธอค่อยไปถามเขาใหม่แล้วกันเผื่อว่าเขาจะอารมณ์ดีขึ้นแล้ว หรือไม่ก็ชวนเขาไปเค้าน์ดาวน์ด้วยกันเลย

             

            วันต่อมาพราวขวัญบรรจงทำขนมไปให้ตะวันฉายวันนี้เธอทำเค้กส้มรสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน  แต่งหน้าเค้กด้วยกลีบส้มเชื่อม  หวังว่าจะช่วยทำให้เขารู้สึกสดใสขึ้น

            ตะวันฉายนั่งอยู่ที่โซฟายังคงรอการตอบกลับจากรัตติกรอยู่ ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว รัตติกรก็ยังไม่ตอบกลับมา ถ้าเขาไม่คุยเรื่องนี้กับรัตติกรเขาจะไปคุยกับใครได้อีก เพื่อนสนิทอีกคนก็คือพันภพ แต่จะไปถามพันภพเรื่องพราวขวัญก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไร วันนี้จึงเป็นอีกวันที่เขานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด

            “พี่ฉายคะทำอะไรอยู่” พราวขวัญเดินมาถึง เห็นตะวันฉายทำหน้าถมึงทึงอยู่ก็เอ่ยทักด้วยเสียงเชิงหยอกล้อ หวังจะให้อารมณ์ที่ตึงเครียดของเขาดีขึ้น

            “ขวัญขอเข้าไปหน่อยนะคะ”ด้วยความเคยชินเธอจึงเดินเข้าไปในบ้านเลยหลังที่พูดจบ ไม่ทันรอให้ตะวันฉายตอบอนุญาต

            ตะวันฉายหันมามองเธอ“อืม พี่มีเรื่องต้องคิดนิดหน่อยค่ะ” ตะวันเริ่มรู้สึกเกร็งขึ้นมาเมื่อพราวขวัญเข้าใกล้

            พราวขวัญเห็นว่าเขายังคงดูท่าทางไม่สู้ดีนัก“วันนี้ขวัญทำเค้กส้ม เลยเอามาให้พี่ฉายชิมด้วย ” เธอพูดพร้อมยื่นกล่องเค้กให้เขา

            “อืมขอบคุณค่ะ” ตะวันฉายรับกล่องเค้กไปและวางไว้บนโต๊ะกลางตรงหน้าเขา เขานิ่งเงียบไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

            พราวขวัญเห็นท่าทางของเขาเธอรู้สึกเหมือนว่ามารบกวนเขา หรือว่าบางทีเขาอาจจะอยากอยู่คนเดียวเงียบๆอย่างที่เกวลินเคยบอกเธอ “ช่วงนี้พี่ฉายอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ เหรอคะ”

            พราวขวัญคิดแล้วก็เลือกที่จะเอ่ยปากถามเขาไปตรงๆดีกว่า เธอไม่อยากคิดเอาเอง ถ้าเขาอยากอยู่คนเดียวช่วงนี้เธอก็จะไม่มากวนเขาอีก

            ตะวันฉายไม่คิดว่าพราวขวัญจะถามตรงๆแบบนี้ เขารู้สึกหนักใจ เขาไม่อยากให้พราวขวัญรู้สึกไม่ดีแต่ว่าในตอนนี้เขาเองไม่รู้จะวางตัวยังไงเมื่ออยู่ใกล้เธอนานๆ  “ประมาณนั้นค่ะ พี่มีเรื่องต้องคิดนิดหน่อย”

            เขาเลือกจะตอบไปแบบบนั้นเพราะอยากให้พราวขวัญอยู่ห่างๆ เขาก่อนในช่วงนี้อย่างน้อยก็ก่อนที่เขาจะได้คุยกับรัตติกร

            พราวขวัญนิ่งไปเล็กน้อยแต่เธอไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา เพราะเธอไม่อยากให้ตะวันฉายต้องมาคิดเรื่องเธออีกแค่เรื่องรัตติกรเขาก็คงรู้สึกแย่มากอยู่แล้ว ถ้าต้องมาคิดเรื่องเธออีกเขาก็จะน่าสงสารเกินไป เธอยิ้มสดใสให้เขา

            “อืมงั้นช่วงนี้ขวัญไม่มากวนแล้วนะคะถ้าพี่ฉายมีอะไรก็โทรหาขวัญหรือไม่ก็ส่งข้อความแชทมาหาขวัญก็ได้นะคะ”เธอยิ้มและบอกเขาอย่างใจกว้าง เธออยากให้เขารู้ว่าเธอเป็นห่วงเขาถึงเขาจะไม่มีรัตติกรแล้ว แต่เขาก็ยังมีเธออยู่นะ

            ตะวันฉายพยักหน้ารับคำของเธอ“ค่ะ ขอบคุณสำหรับเค้กนะคะ”

            “งั้นขวัญไปก่อนนะคะพี่ฉายดูแลตัวเองดีๆ ด้วย”

            ตะวันฉายมองพราวขวัญเดินกลับบ้านไปเขาไม่ชอบตัวเองตอนนี้เลย ที่ต้องหลบเลี่ยงเหมือนกับคนทำอะไรผิด แต่จะทำยังไงได้เขาไม่กล้าสู้หน้าเธอจริงๆ ถ้ามีอะไรผิดพลาดเขากลัวว่าความสัมพันธ์ดีๆของเขาและเธอจะเปลี่ยนไป

             

            พราวขวัญกลับมาถึงบ้านเธอรู้สึกโล่งใจที่ในที่สุดเธอก็กล้าถามเขาไปตรงๆ ว่าเขาต้องการอะไรเธอจะได้ไม่ต้องคิดเองและเดาสุ่มไปเรื่อย ในเมื่อเขาบอกเองว่าอยากอยู่คนเดียว งั้นเธอก็จะไปเค้าน์ดาวน์กับมาวินและเกวลินได้อย่างสบายใจ

            ต่อหน้าตะวันฉายเธอไม่กล้าพูดถึงเรื่องเค้าน์ดาวน์  คนเสียใจอยู่ การไปชวนเขาฉลองวันปีใหม่อาจจะยิ่งทำให้เขารู้สึกแย่ก็ได้ เพราะว่าคนที่เขาอยากฉลองด้วยคงไม่ใช่เธอ  หรือไม่เขาเองก็อาจจะกำลังรอคอยรัตติกรอยู่ก็ได้งั้นก็เอาตามนี้แล้วกัน ถ้าเขามีอะไรก็คงบอกเธอเองเธอบอกเขาไว้แล้วนี่นาว่าให้เขาโทรหาเธอได้

            พอคิดได้แบบนั้นพราวขวัญจึงส่งข้อความแชทไปบอกเกวลินว่าเธอจะไปเค้าน์ดาวน์ที่บ้านมาวินด้วยเกวลินดูดีใจจนออกนอกหน้าและบอกเธอว่าให้เธอรีบไปตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลยไปค้างบ้านเกวลินก่อนคืนนึง แล้ววันสิ้นปีค่อยไปบ้านมาวิน พราวขวัญตกลงตามนั้น 

    คล้ายกับเรื่องเรื่องวุ่นๆ กับหนุ่มข้างบ้าน ที่คุณอ่าน