ตอนที่ 4.3
เรือนดอกไม้
ภาพครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาในห้องรับประทานอาหารอาจทำให้พิบูลย์มีความสุข แต่ไม่ใช่กับอิงฟ้าและแม่ของเธอ คุณผู้หญิงของบ้านไม่เคยคิดเลยว่าต้องมาเจอกับเื่แบบนี้
พิบูลย์นั่งหัวโต๊ะประจำตำแหน่งหัวหน้าครอบครัว ถัดมาด้านซ้ายและขวาเป็เมียทั้งสองตามด้วยลูก ๆ ของเขา ทุกคนทานอาหารโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ จนเสียงหวานหูของผู้หญิงด้านซ้ายเอ่ยทำลายความเงียบ
‘คุณพี่ตัวจริงสวยมากเลยนะคะ เพ็ญเห็นแต่ในรูปไม่เคยเจอตัวจริง ดีใจมากที่วันนี้เราได้มาเป็ครอบครัวเดียวกันสักที’
คนที่คอยอยู่อย่างหลบซ่อนมาตลอดเอ่ยทักทายเมียในทะเบียนอย่างไม่นึกกลัว ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงที่ซื้อมาด้วยเงินของสามีคนอื่น แม้ไม่ได้สวยสง่าเหมือนเมียผู้ดีของเขาแต่เพ็ญศรีมั่นใจว่ามารยาของเธอพอจะชนะคนจืดชืดแบบนี้ได้ไม่ยากและเธอชนะมาตลอดหลายปีแล้ว
อิงฟ้ากำช้อนส้อมแน่น เธอเกลียดน้ำเสียงหวานหูของผู้หญิงคนนั้นเสียจริง ต้องเป็คนยังไงถึงยังนั่งอยู่ได้อย่างไม่สำนึกผิดที่แย่งผู้ชายของคนอื่น เด็กสาวแอบมองใบหน้าผู้เป็แม่เห็นว่านางได้แต่นิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จาอะไรสนใจแต่อาหารบนจานของตนเอง
‘เพ็ญขอบคุณนะคะที่พี่พิบูลย์พาเพ็ญกับลูกย้ายมาอยู่ร่วมกับพี่ภาและหนูฟ้า’
ตลอดเวลาเกือบยี่สิบปีที่หลบอยู่ใต้เงามืด วันนี้เพ็ญศรีดีใจเสียจริงที่ได้ก้าวมาสู่ในแสงสว่าง ต้องขอบคุณลูกแฝดของเธอที่อ้อนผู้เป็พ่อจนได้เรียนโรงเรียนเดียวกับที่เด็กนั่นเคยเรียน ไม่ว่าลูกมันได้อะไรลูกเธอต้องได้ด้วยนี่คือสิ่งที่เพ็ญศรีคิดเสมอมา
‘มันจำเป็นี่ เมฆกับฝนย้ายมาเรียนมัธยมปลายแถวนี้แล้ว ก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันเสียที่นี่จะได้ไม่ต้องเดินทางไกล’
พิบูลย์ตอบอย่างเห็นแก่ตัว ใจหนึ่งเขาก็เบื่อที่จะต้องเทียวไปสองบ้าน สู้ให้มาอยู่ด้วยกันเสียเลยจะได้ไม่เหนื่อย ประกอบกับที่ลูกย้ายมาเรียนมัธยมปลายแถวนี้จึงได้โอกาสย้ายสักที
‘ต่อไปนี้ฝนจะได้อยู่บ้านนี้เหรอคะ แล้วได้นอนห้องนอนใหญ่หรือเปล่า ถ้าไม่มีเตียงเ้าหญิงฝนไม่นอนนะคะพ่อ’
เด็กสาวในชุดมัธยมปลายเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ เธอแอบเบะปากให้กับพี่สาวที่หน้าคล้ายตัวเอง พ่อเคยบอกอยู่ว่าเธอกับพี่หน้าเหมือนกันแต่พอเจอตัวจริงแล้วรู้สึกไม่ถูกชะตา เพราะคนพี่สวยกว่าเธอและดูหยิ่ง ทำตัวสูงศักดิ์เป็ผู้ดี
‘มีสิ พ่อให้คนเตรียมไว้แล้วทั้งห้องเมฆและฝน’
‘จริงเหรอฮะ พ่อสุดยอดไปเลย’ แฝดผู้พี่ชมอย่างถูกใจ
‘อย่างนี้ต้องให้รางวัลค่ะ ฟอดดด’ แฝดน้องลุกจากเก้าอี้แล้วโผลเข้าหอมแก้มสากของพ่ออย่างออดอ้อน ลูกไม้นี้ทำให้พิบูลย์ยอมตามใจลูกทุกอย่างจนย้ายโรงเรียน ย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่ เหยียบย่ำความรู้สึกของเมียและลูกอีกคน
ภาพครอบครัวสุขสันต์ทำให้อิงฟ้าอยากสำรอกเอาอาหารที่กินออกมา เธอคำนวนอายุของเด็กพวกนี้แล้วน่าจะห่างกับเธอไม่เกินห้าปี ความรักและคำสัญญาในวันที่พ่อขอแม่แต่งงานนั้นมีอายุเพียงห้าปีเท่านั้น
เคร้ง!
‘ขอตัว’
อิงฟ้าทนอยู่ต่อไม่ได้ เธอวางช้อนส้อมแล้วลุกเดินออกจากห้องอาหารแสนอัปยศนี้ไปโดยไม่ฟังคำห้ามปรามของใคร
ผ่านไปสักพักใหญ่ คนรับใช้ต่างรีบวิ่งเข้ามาทำลายบรรยากาศสุขสันต์ของคนในห้องอาหารด้วยสีหน้าแตกตื่น มะปรางกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะบอกเ้านายใหญ่ ‘ไฟไหมที่สนามหญ้าค่ะคุณท่าน’
‘ว่าไงนะ! ดูแลบ้านกันยังไงทำไมปล่อยให้ไฟไหม้’
‘เอ่อ...’ มะปรางอึกอักไม่กล้าบอก
‘แล้วดับได้หรือยัง มันลามไปถึงไหนบ้างห๊ะ!’ พิบูลย์ขึ้นเสียงอย่างโมโหเมื่อคนใช้ไม่ยอมตอบ
‘ไม่ได้ลามไปไหนค่ะไหม้อยู่แค่จุดเดียว แต่...ไม่มีใครกล้าดับค่ะ’
‘ทำไม!’
‘คุณท่านออกไปเองดูเถอะค่ะ’ สาวรับใช้ไม่อยากเล่าจึงขอร้องให้เ้านายออกไปดูด้วยตัวเอง เธอเดินนำสมาชิกของบ้านทั้งใหม่และเก่าไปยังบริเวณสนามหญ้า ณ จุดที่มีคนตั้งใจทำให้เกิดเพลิงไหม้อย่างร้อนรน
ภาพกองไฟสุมล้อมรอบเรือนดอกไม้ทำให้คุณหญิงภาวินีทรุดตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง นางมองหน้าลูกสาวที่ถือถังน้ำมันและไฟแฉกอยู่ไม่ไกลจากเพลิงไหม้ทั้งน้ำตา นภาสินียืนมองเรือนดอกไม้ของผู้เป็แม่มอดไหม้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย เ็า ไร้ความรู้สึก
ในเมื่อความรักของเขาตายไปแล้ว เรือนดอกไม้แห่งนี้ก็สมควรมอดไหม้ตามไปด้วย!
‘ฟ้าทำแบบนี้ทำไมลูก...’
‘...’ ไม่มีเสียงตอบรับจากเด็กสาว
‘ทำแบบนี้เหมือนฆ่าแม่ทั้งเป็ ลูกจะทนเห็นแม่ตายจริง ๆ ใช่มั้ยคะ’
‘ทำไมแม่ถึงอ่อนแอแบบนี้คะ’ หญิงสาวหันไปถามมารดา เธออยากถามคำถามนี้มานานมากแล้ว ทำไม่แม่ถึงอ่อนแอ ทำไมแม่ต้องทน ทำไมแม่ต้องยอมให้เขาทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำไม!
‘ฟ้า...’
‘ถ้าแม่ไม่ลุกขึ้นสู้แล้วจัดการคนพวกนี้ ฟ้าจะเป็คนทำเอง!’
‘อิงฟ้า!’ คุณหญิงนภาสินีะโเรียกชื่อลูกสาวสุดเสียงเมื่อลูกกำลังถือถังน้ำมันเดินเข้าไปหาเพ็ญศรีและลูก ๆ อิงฟ้าเป็เด็กดี เชื่อฟังเธอมาตลอด แต่เมื่อใดที่โกรธจัดไม่ว่าใครก็ห้ามเด็กคนนี้ไม่ได้ ตายเป็ตาย
‘กรี๊ด!!! แกจะทำอะไรพวกฉัน!’
‘แม่ช่วยฝนด้วย!!!’
‘เฮ้ย!!! หยุดนะนังบ้า!’
เสียงร้องใของสามแม่ลูกดังสนั่นไปทั่วคฤหาสน์ อิงฟ้าไม่สนใจเธอยังคงเทน้ำมันราดใส่คนสามคนที่เธอเกลียดชัง ใจอยากจะจุดไฟเผาให้ไหม้ไปพร้อมกับเรือนดอกไม้อัปยศนั้นด้วยซ้ำไป
‘ทำบ้าอะไรอิงฟ้า หยุดเดี๋ยวนี้!’ พิบูลย์วิ่งเข้าไปแย่งถังน้ำมันจากมือลูกสาว เขามองหน้าเด็กบ้าอย่างเอาเื่ เกือบเผาบ้านว่าแย่แล้ว นี่ใจจะเผาคนทั้งเป็เชียวหรือ
อิงฟ้าไม่สนใจที่ถูกแย่งถังน้ำมันไป เธอตั้งใจจะโยนทิ้งอยู่พอดีเพราะเทมันใส่หัวคนหน้าด้านจนหมดแล้ว ดีที่เขาแย่งไปได้มือจะได้ว่างพร้อมตบคนสักที เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง กระชากผมของเพ็ญศรีเข้ามาใกล้ตัวแล้วมองหน้าผู้เป็พ่ออย่างท้าทาย ก่อนจะง้างแขนกว้างสุดตัว
‘ดูและจำไว้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เป็เพราะความเห็นแก่ตัวและไม่รู้จักพอของคุณ!!!’
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือของเด็กสาวตบจัง ๆ บนใบหน้าด้านซ้ายของเมียน้อยพ่อ
‘ตบนี้สำหรับที่บังอาจมายุ่งกับผู้ชายที่แม่ฉันรัก!’
เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!!!
‘ตบนี้สำหรับที่แย่งพ่อไปจากฉันและโง่เสนอหน้าเข้ามาเหยียบที่บ้านหลังนี้!!’
‘กรี๊ด!!! อย่าทำฉัน พอแล้ววววว’
‘พอเหรอ แล้วที่เธอทำกับแม่ฉันเคยพอมั้ย หัวสมองสวย ๆ ของเธอเคยรู้บ้างมั้ยว่าทำเลวอะไรเอาไว้บ้าง! ความเจ็บที่เธอได้รับในวันนี้มันไม่เท่ากับที่แม่ฉันเจอด้วยซ้ำไป!!’
‘หยุดนะอิงฟ้า!’
พิบูลย์ดึงเพ็ญศรีที่โดนตบจนเกือบหมดสติออกมาจากลูกสาว เขารีบวางนางลงที่พื้นเพราะเหม็นน้ำมันที่ตัวเพ็ญศรี แล้วพยายามเข้าไปจับอิงฟ้าแต่ไม่รู้มันเอาแรงมาจากไหนนักหนาถึงดิ้นหลุดเขาไปได้ทุกที อิงฟ้ายังเข้าไปกระชากลูกสาวคนเล็กมาตบต่อเหมือนคนบ้า
‘พี่ฟ้า อย่าทำฝนนะคะ ฮือ ๆ แม่จ๋าช่วยฝนด้วย’ ฝนพนมมือขอร้องผู้เป็พี่ด้วยความหวาดกลัว
แต่อิงฟ้าไม่สนใจสายตาอ้อนวอนนั้น ตบลงไปยังใบหน้าเล็กสุดแรง ความผิดของเด็กคนนี้คือการเกิดมามีใบหน้าเหมือนกับเธอ!
เพี๊ยะ!!
‘กรี๊ดดด’
‘พอได้แล้วฟ้า! แม่ขอเถอะนะลูก’ แม้จะรู้ว่าลูกทำไปเพราะโกรธที่ถูกพ่อทำร้ายจิตใจ แต่เธอทนดูลูกสาวเป็แบบนี้ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
‘อย่าทำพวกเขาเลย แม่ขอร้องนะอิงฟ้า’
‘พวกเขาทำร้ายแม่สมควรได้รับความเ็ปบ้าง!’ ภาวินีมองใบหน้าลูกสาวที่กำลังโกรธจัด เธอรู้ดีว่าลูกเ็ป รู้ว่าลูกทำทั้งหมดนี้ไปเพราะเจ็บจนไม่อาจเก็บไว้ได้แล้ว
‘แม่ขอร้อง...’
‘แม่เคยรู้มั้ยคะว่าคำขอร้องของแม่มันทำให้ฟ้าเจ็บ ทุกครั้งที่ฟ้าได้ยินคำนี้มันเหมือนมีมีดกรีดหัวใจของฟ้า น้ำตาของแม่ทำให้ฟ้าไม่เคยมีความสุขเลย แม่พอได้มั้ยคะ...หยุดรักผู้ชายคนนี้สักที’
‘แม่ขอโทษ...’
‘มะปราง! ขึ้นไปเก็บกระเป๋าของฉันกับแม่ลงมาข้างล่าง! ส่วนเธอมานี่!!’ อิงฟ้าไม่สนใจมารดา เธอหันไปะโบอกสาวใช้คนสนิทให้ขึ้นไปเก็บของ แล้วหันมาพูดกับเด็กผู้ชายที่ชื่อเมฆตั้งใจจะจัดการเป็รายต่อไป
ขอตบให้สมกับความเจ็บที่แม่กับเธอได้รับตลอดยี่สิบก่อนเถอะแล้วเธอกับแม่จะไม่มาเหยียบที่บ้านหลังนี้อีกตลอดชีวิต!! อยากจะอยู่กันอย่างสุขสันต์ยังไงก็ตามใจ!!
คุณหญิงภาวินีรู้จักความดื้อรั้นของลูกสาวดี ไม่มีอะไรสามารถหยุดอิงฟ้าได้อีกต่อไป ความเครียดและเหตุการณ์ะเืใจทำให้โรคหัวใจกำเริบจนคุณหญิงช็อคหมดสติลงต่อหน้าลูกสาว
‘แม่!!!’
อิงฟ้าเห็นแม่นอนหมดสติอยู่บนสนามหญ้าก็ปล่อยมือทิ้งทุกอย่างลงแล้วพยุงร่างแม่ขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา พิบูลย์เข้ามาอุ้มร่างเมียแนบอกแล้วรีบพาเธอไปโรงพยาบาล ส่วนคนอื่นเขาสั่งให้คนรับใช้จัดการดูแลต่อ โชคดีที่แพทย์สามารถยื้อชีวิตของภาวินี้ไว้ได้อย่างเฉียดฉิว
แต่เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้นคุณหญิงภาวินีก็สิ้นลมหายใจเมื่อจิตใจไม่พร้อมสู้กับโรคร้าย เธอจากไปพร้อมคำสัญญาสุดท้ายระหว่างเธอกับลูก
‘ฟ้าขอโทษนะคะที่ทำให้แม่เสียใจ’ อิงฟ้ารู้สึกผิดที่ทำลายเรือนดอกไม้ของแม่จึงเอาแต่พูดพร่ำขอโทษ เธอขอโทษที่เผาเรือนดอกไม้ แต่ไม่ขอโทษที่ทำร้ายคนพวกนั้นเพราะเธอคิดว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
‘ไม่เป็ไร แต่ฟ้าต้องสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีกและต้องดูแลเรือนดอกไม้ให้ดีที่สุด’
‘ทำไมคะ ทำไมแม่ยังเก็บเรือนดอกไม้ของพ่อไว้อีก มันเป็สิ่งที่บอกว่าพ่อทรยศความรักของแม่นะคะ ผู้ชายคนนั้นทิ้งความรักของแม่ไปอย่างไม่ไยดี’ อิงฟ้าไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมแม่ถึงยังคงรักพ่อ รักคนที่ทำให้ต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็
‘ไม่เลยลูก มันเป็สิ่งที่บอกไว้ว่าครั้งหนึ่งพ่อเคยรักแม่ต่างหาก อย่างน้อย่เวลาหนึ่งเขาเคยรักแม่ แม่คงทำกรรมมาเยอะจึงหลุดออกจากความรักครั้งนี้ไม่ได้ แม่โง่เองที่อยากเก็บมันไว้ เก็บความรักของพ่อเอาไว้’ ภาวินีพูดทั้งน้ำตา ไม่ใช่ไม่รู้ว่าชายที่เธอรักนั้นหมดรักเธอไปนานแล้ว แต่ความโง่มันสั่งให้รักเขาอยู่ คงมีเพียงแต่ความตายที่ทำให้เธอหยุดความรักโง่เง่าครั้งนี้ได้ และเวลานั้นก็ใกล้มาถึงแล้ว...
‘ฟ้าดูแลมันแทนแม่ได้ไหมลูก’ ก่อนจะไปเธออยากได้คำสัญญาจากลูก อีกเหตุผลหนึ่งที่เธออยากให้ลูกเก็บเรือนนั้นไว้เพราะอยากย้ำเตือนใจลูกเสมอว่าแม้จะเป็่เวลาแสนสั้นแต่ลูกสาวคนนี้เกิดมาด้วยความรักของพ่อกับแม่จริง ๆ
‘ค่ะ ฟ้าจะดูแลมันแทนแม่เอง’
‘ขอบคุณนะลูก’ ภาวินีใช้แรงเฮือกสุดท้ายเอื้อมมือไปลูบหัวลูกสาวที่ตนรักอย่างอ่อนโยน ‘แม่ขอโทษนะที่ทำร้ายลูก แม่ขอโทษที่แม่อ่อนแอจนทำให้ลูกของแม่ไม่มีความสุข ถ้าชาติหน้ามีจริงแม่จะไม่เกิดมารักพ่อเขาอีกแล้ว แม่จะทำให้ลูกของแม่มีความสุขที่สุด แม่สัญญา...’
ั้แ่วันที่แม่จากไปนภาสินีได้ซ่อมแซมและดูแลเรือนดอกไม้ของแม่เป็อย่างดี แม้ส่วนลึกของหัวใจจะเกลียดมันก็ตาม แต่คำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่นั้นยิ่งใหญ่กว่ามาก เธอยอมทำทุกอย่างเพื่อจะรักษามันไว้แม้จะต้องแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น แม้จะรู้ว่าทางข้างหน้าอาจตกอยู่ในสภาพเดียวกับแม่เธอก็ยอม
เธอจะยอมเป็ครั้งสุดท้าย
.“..คุณรู้ตัวมั้ยว่าโง่มากที่มองไม่เห็นความรักของแม่ ชาตินี้ทั้งชาติคุณไม่มีวันได้เจอผู้หญิงที่รักคุณแบบนี้อีกแล้ว ฉันจะยอมทำเพื่อแม่เป็ครั้งสุดท้ายและต่อจากนี้ไปความเป็พ่อลูกของเราจะสิ้นสุดลง คุณจะไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากฉันและแม่ได้อีก จำไว้นะคุณพิบูลย์ อัครไพศาล!”
อิงฟ้าขอจบทุกอย่างลงตรงนี้ด้วยการแต่งงาน
ต่อไปนี้เธอจะเป็อิสระจากตระกูลอัครไพศาล
................................................
ถ้าใครคิดว่าอิงฟ้ายังเอาคืนไม่พอขอให้ติดตามกันต่อไปนะคะ จากที่อ่านคอมเม้นมาตลอดทำให้รู้ว่ามีแต่คนเกลียดพ่อฟ้ามาก ไรท์บอกเลยว่าคนที่ต้องเ็ปที่สุดจากเหตุการณ์ครั้งนี้คือพ่อของอิงฟ้า ไรท์จะเอาคืนให้เองไม่ต้องห่วงค่ะ!