“คุณวีมีอะไรหรือคะ?”
พรลภัสเข้ามาในห้องทำงานของกรวีร์ เห็นเขาเอาแต่จ้องมองเธอนิ่งเนิ่นนาน โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ หากจะให้เธอนั่งนิ่งเฉยรอเขาพูดอยู่แบบนี้ก็คงไม่ไหว เพราะคราวใดที่เธออยู่ใกล้ๆ เขา และยิ่งอยู่กับเขาสองต่อสองอย่างนี้ เธอให้รู้สึกประหม่าใจสั่นหวิวขึ้นมาทุกทีสิน่า
ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองหรอกนะ ที่เธอเป็เช่นนี้กับผู้ชายตัวโตคนนี้ มันเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ เธอเป็อย่างนี้กับเขาเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ส่วนผู้ชายคนอื่นๆ เธอไม่เคยจะมีความรู้สึกเป็อย่างนี้มาก่อนเลย
“ก็ไม่มีอะไร แค่คิดถึง”
“…....O_O….....”
พรลภัสได้ยินเสียงนุ่มทุ้มตอบคำถามของเธอ ทำให้นิ่งอึ้งเงียบงันไปชั่วขณะ นี่เขาพูดออกมาได้ยังไงว่าคิดถึง แล้วไอ้คำว่าคิดถึงนี้ หมายความว่าคิดถึงจริงๆหรือเปล่า หรือเป็เพียงแค่พูดหยอกเย้าเธอเล่นเพียงเท่านั้น
“เดี๋ยวไปตัวเมืองกัน”
กรวีร์เห็นหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้าทำตาโต นิ่งอึ้งเงียบงัน เขาจึงเปลี่ยนเื่พูดไปเื่อื่น ซึ่งจริงๆวันนี้เขาจะต้องไปซื้อของในตัวเมือง เนื่องจากอีกไม่นานก็จะปีใหม่แล้ว ทุกปีเขาจะจัดเลี้ยงปีใหม่ให้แก่พนักงานและคนงาน ทั้งยังมีของขวัญจับฉลากด้วย ทุกทีเขาจะพาวุธธาไป แต่มาวันนี้เขาอยากจะพาผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้าไป
“หือ!... ไปตัวเมือง ไปทำอะไรหรือคะ?... พรต้องไปตัวเมืองกับคุณวีหรือคะ?”
พรลภัสเอ่ยถามชายหนุ่มตัวโต ผู้ได้ชื่อว่าเป็เ้านายของเธอ อย่าง้าความชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะเหมือนว่ายิ่งเธอไม่อยากที่จะอยู่ใกล้ๆ เขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสั่งเธอให้ไปโน่นไปนี่กับเขาอยู่เรื่อย เหมือนกำลังโดนแกล้งยังไงยังงั้น แต่จริงๆ เขาไม่ได้แกล้งเธอหรอก เพราะเขาไม่น่าจะรู้ว่าทุกๆ ครั้ง เธอประหม่าเมื่ออยู่ใกล้ๆ เขา
“ใช่ เธอจะต้องไปตัวเมืองกับฉัน... เราจะไปซื้อของขวัญปีใหม่ เพื่อเอามาเป็รางวัลแก่พนักงานและคนงานในไร่ ไปเตรียมตัวเถอะ ฉันเคลียร์งานเสร็จเราจะออกไปกันเลย”
“ค่ะ”
กรวีร์ตอบคำถามของหญิงสาวตัวเล็กด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จริงจัง และรวบรัดตัดตอน โดยไม่คิดจะให้เธอปฏิเสธเขาแต่อย่างใด
พอกล่าวจบ หญิงสาวตัวเล็กก็จำต้องหมุนตัว เดินออกจากห้องทำงานของกรวีร์ไปเงียบๆ ด้วยหัวใจที่ไม่ค่อยอยากจะไปกับเขาเลยจริงๆ แต่เธอปฏิเสธเขาได้ซะที่ไหนกันล่ะ ก็ในเมื่อเป็คำสั่งของเขา และแถมยังเป็การเป็งานด้วย เธอจะต้องไปไม่มีทางเลี่ยง
กรวีร์มองแผ่นหลังบอบบางที่เดินหายออกไปจากห้องเงียบๆ ด้วยสายตาอ่อนแสง และจิตใจที่เขารู้แน่แก่ใจว่าเขาชอบผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ อย่างที่ไม่เคยชอบใครมาก่อน เพียงแค่เห็นหน้าเธอครั้งแรกก็ชอบแล้ว ยิ่งได้เจอได้อยู่ใกล้ ได้รู้จักนิสัยใจคอยิ่งชอบและอยากได้ แต่เขาจะค่อยๆเป็ค่อยๆไป
“คุณวีเขามีอะไรหรือพร? หรือว่าถูกคุณวีตำหนิเื่เมื่อวาน?”
นพมาศเห็นพรลภัสหายเข้าไปในห้องทำงานของกรวีร์ ราวๆ สิบนาทีก็เดินกลับออกมา ด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนจะกลัดกลุ้ม กลืนไม่เข้าคายไม่ออกยังไงยังงั้น จึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
คำถามของนพมาศทำให้คนที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะข้างๆ ตั้งใจฟังไปด้วย อันนั้นไม่ใช่เพราะเป็ห่วงเป็ใย แต่เป็เพราะอยากรู้อยากเห็นล้วนๆ
“เปล่าหรอกพี่ เขาไม่ได้ตำหนิอะไรพรหรอก เพียงแค่เขาให้พรไปซื้อของที่ตัวเมืองกับเขาน่ะ”
พรลภัสตอบคำถามของนพมาศ ขณะเดียวกันก็นั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ลงมือเก็บข้าวของอุปกรณ์สำนักงานกลับเข้าที่เข้าทาง ให้เป็ระเบียบเรียบร้อย จากนั้นปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ค่อยหยิบกระเป๋าสะพายออกมาเตรียมไว้ หากกรวีร์ออกมาก็จะได้ลุกไปได้ทันทีเลย
“แล้วนี่จะไปตอนนี้เลยเหรอ?”
นพมาศเอ่ยถามขึ้นมาอีก เมื่อเห็นพรลภัสเก็บของและเตรียมกระเป๋าสะพายเอาไว้แล้วอย่างนั้น ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่นพมาศที่มองมาที่พรลภัส เพ็ญรภัสเองก็มองมาด้วย อย่างสงสัยและอิจฉาไปด้วยในคราวเดียวกัน เพราะนี่ก็เป็อีกวันที่พรลภัสไปไหนมาไหนกับกรวีร์
“ใช่จ้ะ... เดี๋ยวรอคุณวีเคลียร์งานเสร็จก็จะไปกันเลย”
พรลภัสหันไปกล่าวกับนพมาศ ซึ่งเธอเห็นแหละว่าเพ็ญรภัสกำลังมองอยู่ แต่เธอไม่คิดจะสนใจ เพราะยิ่งสนใจมากจะมีเื่กันเปล่าๆ ก็คนไม่ถูกชะตากัน ย่อมทำอะไรก็ขัดหูขัดตากันไปเสียหมด แต่เธอไม่ได้ไม่ชอบเพ็ญรภัสนะ เป็เพ็ญรภัสเองนั่นแหละที่ไม่ชอบเธอ เธอไม่รู้ทำไมเพ็ญรภัสถึงได้ไม่ชอบเธอเช่นนั้น
๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓