บทสรุปสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ของการไม่มีใครยอมใคร ก็คือญาตาวีเป็ผู้พ่ายแพ้ไปตามระเบียบ เพราะมีหรือที่คนอย่างญาตาวีจะไปทัดทานขัดขืนคำสั่ง ของเ้าพ่อมาเฟียอย่าง บาร์ทาซาร์ ลูส ลูเซียส ได้ล่ะ
ขนาดว่ากฤษกร พี่ชายสุดที่รักของญาตาวี ก็ยังต้องคล้อยตามคำพูดของลูสซะนั้น
“กุ้งอยู่ที่คฤหาสน์ของไอ้ลูสมันนี่แหละ ไม่ต้องดิ้นรนไปอยู่โรงแรมหรอก อยู่โรงแรมก็ไม่ปลอดภัยเท่าอยู่กับไอ้ลูส กุ้งอยู่กับไอ้ลูส มันดูแลเราได้ พี่จะได้ไม่ต้องเป็ห่วงเราไง”
กฤษกรยกแม่น้ำทั้งสี่ทั้งห้าสาย มาเกลี้ยกล่อมน้องสาวสุดที่รักตามสายโทรศัพท์มือถือ
“ไม่ค่ะพี่กร อยู่โรงแรมก็ปลอดภัย ทำไมจะไม่ปลอดภัยล่ะค่ะ พนักงานโรงแรมก็มีเยอะแยะไป กุ้งสะดวกจะไปอยู่โรงแรม มากกว่าอยู่ที่คฤหาสน์ของลูส ทำไมจะต้องมาบังคับกุ้งให้อยู่ที่นั่นอยู่ที่นี่ด้วยคะ”
ญาตาวีทำเสียงขึ้นจมูก พูดตอบกลับพี่ชายอย่างไม่พอใจ ที่พี่ชายไปเห็นดีเห็นงามกับลูส ที่จะให้เธออยู่ที่คฤหาสน์หลังงามนี่อย่างนี้
“เราอยู่ที่คฤหาสน์ของไอ้ลูสนั่นแหละ เดี๋ยวๆ แค่นี้ก่อนนะ”
ตู๊ด.... ตู๊ด.... ตู๊ด....
กฤษกรพูดรวบรัดตัดตอนเสร็จก็วางสายไปซะเฉยๆ เลย ญาตาวีจะพูดขัดก็ไม่ได้ ได้แต่ถือโทรศัพท์มือยี่ห้อดังรุ่นใหม่ล่าสุด แนบหูค้างอยู่อย่างนั้น
ญาตาวีนั่งรถยนต์คันหรูไปที่บริษัทของลูสในตอนเช้า ก็คิดถึงเื่เมื่อคืนที่ได้พูดคุยโทรศัทพ์กับกฤษกรไปด้วย ก็ให้รู้สึกขัดเคือง หงุดหงิดใจขึ้นมาอีก จนแทบไม่อยากจะพูดจะมองหน้าคนตัวโตที่นั่งมาข้างๆ กันเลย
‘พี่กรนะพี่กร!! จะมาบังคับกันอย่างนี้ทำไมเนี้ย!! โอ๊ยยย.... เอาอย่างนี้ใช่ไหม อยากให้อยู่นักใช่ไหม ได้!! แม่จะกวนประสาทให้หนักเลย คอยดู’
ญาตาวีแอบใช้หางตาชำเลืองมองดูคนตัวโตข้างกาย พร้อมกับคิดบริภาษพี่ชาย และมาดหมายที่จะทำบางสิ่งบางอย่างกับคนตัวโตคนนี้อยู่ภายในใจ อย่างไม่คิดจะยอมแพ้ศิโรราบแต่โดยดี
“เป็อะไรหรือเปล่า? ไม่สบายหรือเปล่า? ทำไมเงียบไป?”
ลูสหันมามองเสี้ยวใบหน้าสวยหวาน พูดถามขึ้นด้วยความเป็ห่วงเป็ใย เพราะั้แ่นั่งรถกันมาจนถึงกลางทางแล้ว คนตัวเล็กข้างกายก็ยังคงนิ่งเงียบ ทำหน้าบึ้งตึงเรียบเฉย ไม่พูดไม่จาอยู่อย่างนั้น
“ก็กุ้งไม่มีอะไรจะพูดนี่คะ ก็ต้องเงียบปากสิคะ กุ้งไม่ใช่นกแก้วนกขุนทองนะคะ ถึงจะพูดได้ไม่หยุดน่ะ”
ญาตาวีพูดกระแนะกระแหน ประชดประชันคนตัวโตไป โดยไม่ยอมหันมามองใบหน้าคมเข้มของเขาแม้แต่นิด เธอทำเป็มองดูวิวทิวทัศน์ภายนอกรถ ราวกับว่ามีสิ่งสวยงาม น่ามองน่าสนใจอะไรประมาณนั้น
ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว ข้างนอกรถที่ญาตาวีมองออกไปนั้น ก็มีเพียงตึกรามบ้านช่อง รถราวิ่งกันขวักไขว่ไปมาเพียงเท่านั้น เธอทำเป็สนใจรายทางไปอย่างนั้นเองแหละ ไม่อยากมองหน้าคนตัวโตข้างๆ ให้เสียอารมณ์ เพราะจิตใจยังรู้สึกขุ่นมัวเขาอยู่ยังไม่จางหาย และก็ยังอยู่ในสภาวะที่กำลังปรับอารมณ์ให้เป็ปกติ
“หึหึหึ!!....”
ลูสได้ยินในสิ่งที่ญาตาวีกระแนะกระแหน ก็ถึงกับหัวเราะออกมา ซึ่งทั้งบอดี้การ์ดและทั้งญาตาวีก็ต่างพากันแปลกใจ ที่อยู่ดีๆ เสือยิ้มยากอย่าง บาร์ทาซาร์ ลูส ลูเซียส จะหัวเราะขบขันออกมาให้เห็นกันอย่างนี้
“ตลกอะไรคะ ไม่เห็นจะมีอะไรให้จะต้องตลกเลยสักนิด”
ญาตาวีหันขวับ มาขึงตาดุๆ มองใบหน้าคมเข้มอย่างเอาเื่ เพราะเธอคิดเลยไปไกล หาว่าที่เขาหัวเราะขบขันใส่เธอ
“ก็แค่ขำเฉยๆ ไม่ได้หรือไง!!??”
ลูสพูดอย่างคนอารมณ์ดี ซึ่งวันนี้เขารู้สึกว่าเขาอารมณ์ดีเอามากๆ เลย และคิดว่าหากคนตัวเล็กข้างๆ กาย จะตีรวนเขาอย่างนี้ทั้งวัน เขาก็ไม่ว่าเลย เขากลับชอบเสียอีกที่เ้าหล่อนต่อปากต่อคำกับเขาอย่างนี้ สนุกและมีสีสันไปอีกแบบ
ญาตาวีไม่รู้จะพูดอะไรใส่เขาดี จึงได้แต่ส่งค้อนให้ไปวงใหญ่วงหนึ่ง แล้วค่อยหันหน้าสวยหวานนั้น กลับไปมองนอกรถตามเดิม โดยที่ทำนิ่งไม่พูดไม่จากับคนตัวโตข้างกาย ไปตลอดระยะเวลาที่เดินทางกันไปที่บริษัท
๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙