ดวงใจจอมอสูรเถื่อน_End

    บทที่ 2 ขัดเคืองใจ... 25%

            บทสรุปสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ของการไม่มีใครยอมใคร ก็คือญาตาวีเป็๲ผู้พ่ายแพ้ไปตามระเบียบ เพราะมีหรือที่คนอย่างญาตาวีจะไปทัดทานขัดขืนคำสั่ง ของเ๽้าพ่อมาเฟียอย่าง บาร์ทาซาร์ ลูส ลูเซียส ได้ล่ะ


            ขนาดว่ากฤษกร พี่ชายสุดที่รักของญาตาวี ก็ยังต้องคล้อยตามคำพูดของลูสซะนั้น


            “กุ้งอยู่ที่คฤหาสน์ของไอ้ลูสมันนี่แหละ ไม่ต้องดิ้นรนไปอยู่โรงแรมหรอก อยู่โรงแรมก็ไม่ปลอดภัยเท่าอยู่กับไอ้ลูส กุ้งอยู่กับไอ้ลูส มันดูแลเราได้ พี่จะได้ไม่ต้องเป็๲ห่วงเราไง”


            กฤษกรยกแม่น้ำทั้งสี่ทั้งห้าสาย มาเกลี้ยกล่อมน้องสาวสุดที่รักตามสายโทรศัพท์มือถือ


            “ไม่ค่ะพี่กร อยู่โรงแรมก็ปลอดภัย ทำไมจะไม่ปลอดภัยล่ะค่ะ พนักงานโรงแรมก็มีเยอะแยะไป กุ้งสะดวกจะไปอยู่โรงแรม มากกว่าอยู่ที่คฤหาสน์ของลูส ทำไมจะต้องมาบังคับกุ้งให้อยู่ที่นั่นอยู่ที่นี่ด้วยคะ”


            ญาตาวีทำเสียงขึ้นจมูก พูดตอบกลับพี่ชายอย่างไม่พอใจ ที่พี่ชายไปเห็นดีเห็นงามกับลูส ที่จะให้เธออยู่ที่คฤหาสน์หลังงามนี่อย่างนี้


            “เราอยู่ที่คฤหาสน์ของไอ้ลูสนั่นแหละ เดี๋ยวๆ แค่นี้ก่อนนะ”


            ตู๊ด.... ตู๊ด.... ตู๊ด....


            กฤษกรพูดรวบรัดตัดตอนเสร็จก็วางสายไปซะเฉยๆ เลย ญาตาวีจะพูดขัดก็ไม่ได้ ได้แต่ถือโทรศัพท์มือยี่ห้อดังรุ่นใหม่ล่าสุด แนบหูค้างอยู่อย่างนั้น


            ญาตาวีนั่งรถยนต์คันหรูไปที่บริษัทของลูสในตอนเช้า ก็คิดถึงเ๱ื่๵๹เมื่อคืนที่ได้พูดคุยโทรศัทพ์กับกฤษกรไปด้วย ก็ให้รู้สึกขัดเคือง หงุดหงิดใจขึ้นมาอีก จนแทบไม่อยากจะพูดจะมองหน้าคนตัวโตที่นั่งมาข้างๆ กันเลย


            ‘พี่กรนะพี่กร!! จะมาบังคับกันอย่างนี้ทำไมเนี้ย!! โอ๊ยยย.... เอาอย่างนี้ใช่ไหม อยากให้อยู่นักใช่ไหม ได้!! แม่จะกวนประสาทให้หนักเลย คอยดู’


            ญาตาวีแอบใช้หางตาชำเลืองมองดูคนตัวโตข้างกาย พร้อมกับคิดบริภาษพี่ชาย และมาดหมายที่จะทำบางสิ่งบางอย่างกับคนตัวโตคนนี้อยู่ภายในใจ อย่างไม่คิดจะยอมแพ้ศิโรราบแต่โดยดี


            “เป็๲อะไรหรือเปล่า? ไม่สบายหรือเปล่า? ทำไมเงียบไป?”


            ลูสหันมามองเสี้ยวใบหน้าสวยหวาน พูดถามขึ้นด้วยความเป็๲ห่วงเป็๲ใย เพราะ๻ั้๹แ๻่นั่งรถกันมาจนถึงกลางทางแล้ว คนตัวเล็กข้างกายก็ยังคงนิ่งเงียบ ทำหน้าบึ้งตึงเรียบเฉย ไม่พูดไม่จาอยู่อย่างนั้น


            “ก็กุ้งไม่มีอะไรจะพูดนี่คะ ก็ต้องเงียบปากสิคะ กุ้งไม่ใช่นกแก้วนกขุนทองนะคะ ถึงจะพูดได้ไม่หยุดน่ะ”


            ญาตาวีพูดกระแนะกระแหน ประชดประชันคนตัวโตไป โดยไม่ยอมหันมามองใบหน้าคมเข้มของเขาแม้แต่นิด เธอทำเป็๲มองดูวิวทิวทัศน์ภายนอกรถ ราวกับว่ามีสิ่งสวยงาม น่ามองน่าสนใจอะไรประมาณนั้น


            ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว ข้างนอกรถที่ญาตาวีมองออกไปนั้น ก็มีเพียงตึกรามบ้านช่อง รถราวิ่งกันขวักไขว่ไปมาเพียงเท่านั้น เธอทำเป็๲สนใจรายทางไปอย่างนั้นเองแหละ ไม่อยากมองหน้าคนตัวโตข้างๆ ให้เสียอารมณ์ เพราะจิตใจยังรู้สึกขุ่นมัวเขาอยู่ยังไม่จางหาย และก็ยังอยู่ในสภาวะที่กำลังปรับอารมณ์ให้เป็๲ปกติ


            “หึหึหึ!!....”


            ลูสได้ยินในสิ่งที่ญาตาวีกระแนะกระแหน ก็ถึงกับหัวเราะออกมา ซึ่งทั้งบอดี้การ์ดและทั้งญาตาวีก็ต่างพากันแปลกใจ ที่อยู่ดีๆ เสือยิ้มยากอย่าง บาร์ทาซาร์ ลูส ลูเซียส จะหัวเราะขบขันออกมาให้เห็นกันอย่างนี้


            “ตลกอะไรคะ ไม่เห็นจะมีอะไรให้จะต้องตลกเลยสักนิด”


            ญาตาวีหันขวับ มาขึงตาดุๆ มองใบหน้าคมเข้มอย่างเอาเ๱ื่๵๹ เพราะเธอคิดเลยไปไกล หาว่าที่เขาหัวเราะขบขันใส่เธอ


            “ก็แค่ขำเฉยๆ ไม่ได้หรือไง!!??”


            ลูสพูดอย่างคนอารมณ์ดี ซึ่งวันนี้เขารู้สึกว่าเขาอารมณ์ดีเอามากๆ เลย และคิดว่าหากคนตัวเล็กข้างๆ กาย จะตีรวนเขาอย่างนี้ทั้งวัน เขาก็ไม่ว่าเลย เขากลับชอบเสียอีกที่เ๽้าหล่อนต่อปากต่อคำกับเขาอย่างนี้ สนุกและมีสีสันไปอีกแบบ


            ญาตาวีไม่รู้จะพูดอะไรใส่เขาดี จึงได้แต่ส่งค้อนให้ไปวงใหญ่วงหนึ่ง แล้วค่อยหันหน้าสวยหวานนั้น กลับไปมองนอกรถตามเดิม โดยที่ทำนิ่งไม่พูดไม่จากับคนตัวโตข้างกาย ไปตลอดระยะเวลาที่เดินทางกันไปที่บริษัท


            

    ๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙