ตอนที่ 11
โรงพยาบาลประจำเมืองซีอาน ห้องผู้ป่วยพิเศษ
“นี่มันหมายความว่ายังไง!!" ชายอายุประมาณ 50 ปี ที่กำลังยืนอยู่ข้างเตียงคนไข้มีใบหน้าแสดงถึงความโมโหสุดขีด
ชายหนุ่มอายุประมาณ 30 ปีอีกคนที่ยืนอยู่ในห้องปั้นหน้ายาก เขาคือเหว่ยเทียนอี้ ลูกชายของเหว่ยกัง “นายน้อยเจียงมีปากเสียงกับลูกค้าคนหนึ่งในภัตตาคารของเรา ทำให้เขาตกอยู่ในสภาพนี้ครับ" เหว่ยเทียนอี้อธิบาย
“แล้วพวกคุณก็ยืนดูลูกผมถูกทำร้ายอย่างนั้นเหรอ!!"
เหว่ยเทียนอี้ทำหน้ารู้สึกผิด "คุณเจียงเฉา ตอนนั้นผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ หลังจากที่ผมไปถึง นายน้อยเจียงก็อยู่ในสภาพนี้แล้ว"
“แล้วไอ้เวรนั่นมันเป็ใคร!?" เจียงเฉา มีลูกชายเพียงคนเดียว นั่นทำให้เขาประคบประหงมและตามใจลูกชายทุกอย่าง
“เื่นี้ผมก็ไม่ทราบ แต่ว่าผมมีเื่จะแนะนำคุณอย่างนึง" เหว่ยเทียนอี้สบตากับเจียงเฉา “อย่าคิดแก้แค้นเด็ดขาด" เขากล่าวเตือน
"ทำไม?" เจียงเฉาเลิกคิ้วด้วยความสงสัย"
“เขาเป็คนรู้จักของ โอวหยางเจิ้งหยู และดูเหมือนว่า โอวหยางเจิ้งหยูจะให้ความเคารพเขามากด้วย" เหว่ยเทียนอี้รู้ว่าเจียงเขาคิดจะทำอะไร เขาจำท่าทางของโอวหยางเจิ้งหยูได้อย่างแม่นยำ แม้แต่พ่อของเขา ก็ยังต้องให้เกียรติชายคนนั้น
ใบหน้าของเจียงเฉาที่เคยร้อนผ่าวเพราะความโกรธ บัดนี้กลับรู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นสาดเข้าอย่างจัง ‘โอวหยางเจิ้งหยู' นั่นคือชื่อที่เจียงเฉาได้ยินบ่อยๆจากเพื่อนฝูง นายใหญ่ของโอวหยางกรุ๊ป บริษัทยาั์ใหญ่ ที่บริษัทขนาดกลางของเขาเทียบไม่ติด นั่นทำให้เจียงเฉาเลิกคิดหาทางแก้แค้นทันที
“อีกอย่าง.... คุณคิดเหรอว่าจะสามารถจัดการกับคนที่ซัดลูกชายคุณ ปลิวติดกำแพงได้ในการโจมตีเดียว?" เหว่ยเทียนอี้กล่าวเสริม เขาเองก็ฝึกศิลปะการต่อสู้เช่นกัน และการโจมตีแบบนั้น แม้แต่พ่อของเขา ที่เป็ถึงระดับปรมาจารย์ก็ยังไม่สามารถเลียนแบบได้
เจียงเฉาคล้ายพึ่งจะรู้สึกตัว ที่เหว่ยเทียนอี้พูดมาล้วนมีเหตุผล หากเขาเลือกเดินหมากผิดแม้แต่นิดเดียว ผลกระมบที่ตามมาคงไม่น่าอภิรมย์ “เฮ้อออ... เข้าใจแล้ว ฉันจะไม่คิดเื่แก้แค้น ขอบคุณนายน้อยเหว่ยที่เตือนสติ"
“ถ้าเช่นนั้นผมคงต้องขอตัวก่อน" เหว่ยเทียนอี้กล่าวอำลา
“ฝากสวัสดีผู้าุโเหว่ยด้วย" เจียงเฉาให้ความเคารพเหว่ยกังเป็พิเศษ เขาเคยถูกเหว่ยกังช่วยชีวิตในตอนที่ยังหนุ่ม
เว่ยเทียนอี้โค้งตัวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ‘เป็การโจมตีที่ทรงพลังมาก' เหว่ยเทียนอี้คิดย้อนกลับไปตอนที่เขาไปถึงจุดเกิดเหตุ หลังจากกลับไปแล้ว เขาจะต้องถามเื่ของเด็กหนุ่มคนนั้นให้จงได้
****************************
ณ คฤหาสน์สีขาวขนาดใหญ่ ป้ายหน้าคฤหาสน์มีตัวหนังสือสีทองเด่นชัด ‘ตระกูลสั่ว" เงาร่างหนึ่งพุ่งลัดเลาะหลบการ์ดชุดดำที่ยืนเฝ้าอยู่ ชิงเทียนเข้ามาถึงตึกหลัก เขาใช้ผ้าดำคลุมหน้าดูคล้ายโจรย่องเบา แล้วลอบเข้ามาโดยที่ทิ้งซีเหมินคุณไว้ด้านนอกเพื่อดูลาดเลา
ชิงเทียนปีนขึ้นไปบนระบียง เขาได้ยินสียงดังมาจากในห้อง มื่อมองเข้าไปเขาเห็นชายหนุ่มสองคน กำลังลุมซ้อมผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ซึ่งถูกมัดมือมัดเท้าแขวนไว้กับกำแพง พร้อมกับอุปกรณ์สำหรับทรมานอีกหลายชนิดวางอยู่บนโต๊ะ
“แกเอาเงินที่โกงพวกฉันไปซ่อนไว้ที่ไหน" ชายคนดังกล่าวถูกหมัดรัวเข้าที่ลิ้นปี่ ก่อนจะถูกฮุกเข้าไปที่โหนกแก้มอีกหนึ่งหมัด
“ผ...ผมไม่รู้จริงๆ" หลังจากที่พยายามอยู่นาน ในที่สุดเขาก็เปล่งเสียงออกมาได้สำเร็จ แต่ดูเหมือนว่า คำตอบจะไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายพอใจนัก
ชายที่กำลังเค้นถาม ชกซ้ำไปอีกหนึ่งหมัด “ไปพานังเด็กนั่นเข้ามา ดูสิว่ามันจะยังปากแข็งอยู่อีกไหม"
ชายอีกคนเดินออกด้านนอก ก่อนจะกลับมาพร้อมกับเด็กสาว ที่น่าจะมีอายุไม่น่าเกิน 15 ปี แต่ใบหน้าของเธอ ช่างสวยราวกับเทพธิดา
“ลู่ซือ..." ชายคนดังกล่าว คร่ำครวญทั้งน้ำตา ในขณะที่เด็กสาวเองก็เริ่มที่จะสะอื้น หลังจากที่เห็นสภาพพ่อของตนเอง
“หลิวเฟิงฉิน ได้ยินมาว่าแกรักลูกสาวมากเลยสินะ" ชายคนนั้นแสยะยิ้มออกมา แล้วใช้มีดจ่อไปที่ลำคอของเด็กสาว
“ได้โปรดอย่าร้ายเด็ก ร่างกายเธออ่อนแอมาั้แ่เกิด"
“งั้นก็รีบบอกมาสักที่สิโว้ย!!"
‘เพล้ง!!!!' บานหน้าต่างแตกออกเป็เสี่ยงๆ ชิงเทียนพุ่งเข้ามาภายในห้อง ด้วยความเร็วที่ยากจะตามทัน เขาปัดมีดออกจากมือชายคนนั้น แล้วใช้มือขวาจ้วงแทงไปยังช่องท้อง จนทะลุถึงกลางหลัง
“หานโจว!!!" ชายอีกคนกรีดร้อง ชิงเทียนดึงมืออแกมาจากร่างที่ไร้ลมหายใจ แล้วคว้ามีดที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ฟันฉับไปที่คอของชายอีกคน จนเืไหลทะลักออกจากลำคอ ตายตกตามคนแรกไป
เด็กสาวและหลิวเฟิงฉิน รู้สึกเหมือนพึ่งได้ดูหนังสยองขวัญก็ไม่ปาน หากบอกว่าชายทั้งสองเป็ปีศาจ ชิงเทียนก็คงไม่ต่างจากพญามาร
“ไม่ต้องกลัว ผมไม่ได้จะทำร้ายพวกคุณ"
ชิงทียนรีบแก้มัดให้กับหลิวเฟิงฉิน โชคดีที่เขาสวมถุงมือ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตามรอย อย่างไรก็ถาม สภาพาแขิงหลิวเฟิงฉินค่อนข้างน่าเป็ห่วง ถึงเขามีทักษะวิชาแพทย์ แต่ก็ต้องใช้เวลารักษานานพอสมควร เขาจึงตัดสินใจกลับไปตั้งหลักก่อน
เมื่อเห็นชิงเทียนออกมาพร้อมกับคนแปลกหน้า ซีเหมินคุณก็รีบเข้ามาถามด้วยความกังวล เนื่องจากกลัวว่าภรรยา จะมีชะตากรรมไม่ต่างจากหลิวเฟิงฉิน “หลานชาย แล้วภรรยาลุงล่ะ"
“เดียวผมจะลอบเข้าไปอีกครั้งครับ" ชิงเทียนผลักสองพ่อลูกไปให้ซีเหมินคุนเบาๆ “ผมไปเจอเขาถูกทรมานอยู่ด้านใน ฝากคุณลุงพาเขาและลูกสาวไปส่งที่โรงพยาบาลที"
“เข้าใจแล้ว เดียวลุงจะดูแลพวกเขาให้เอง"
หลังจาดที่แยกกับซีเหมินคุณ ชิงเทียนก็ลอบเข้าไปในคฤหาสน์อีกครั้ง แต่ก็ต้องพบกับการ์ดจำนวนมาก ที่วิ่งตามหาคนร้ายกันอย่างชุลมุน ซึ่งหมายความว่าอีกฝ่ายคงจะรู้ตัวแล้ว
******************************
“อะไรนะ!! สั่วหานโจวกับสั่วหานตง ตายแล้ว?" ชายวัยกลางคนลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เขาคือหัวหน้าตระกูลสั่ว 'สั่วไท่เฉิง' สั่วหานโจวและสั่วหาน เป็หลานชายที่เขาเลี้ยงดูมาั้แ่เด็ก จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายหนุ่มทั้งสองคน สืบทอดความโเี้มาจากใคร
“ครับ ผมได้ยินเสียงะโของพวกเขา จึงรีบรุดไปดู แต่เมื่อไปถึง พวกเขาก็กลายเป็ศพไปแล้ว"
“ไปหาตัวคนร้ายมาให้ได้ ฉันจะฆ่ามันด้วยมือคู่นี้เอง "
หลังจากที่การ์ดชุดดำออหจากห้องไป สั่งไม่เฉิงก็รีบกดเบอร์โทรหาทีมลักพาตัว เพื่อเช็คความคืบหน้าเกี่ยวกับซีเหมินคุน แต่ทว่า เสียงเรียกเข้ากลับดังมาจากด้านหลัง และเมื่อเขาหันมองตามเสียงไป ก็พบโทรศัพท์มือถือที่เต็มไปด้วยเืวางอยู่บนพื้น
“คุณคงจะเป็สั่วไท่เฉิง"
แผ่นหลังของสั่วไท่เฉิงเย็นวาบขึ้นมาทันที เขามั่นใจว่าก่อนหน้านี้ ไม่มีใครนั่งอยู่บนโซฟาอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้กลับมีชายหนุ่มปริศนา นั่งไขว้ห้างอย่างสบายอารมณ์
ชิงเทียนหยิบซิก้ากับไฟแช็คที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจุดสูบ “อืม...ซิก้าจากคิวบา ของดีนี่นา"
“แกเป็ใคร?"
“ฉันเป็คนที่ฆ่าสองคนนั้น" ชิงเทียนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่ได้รู้สึกผิดต่อสิ่งที่ทำลงไป
สั่วไท่เฉิงมีสีหน้าที่ซีดเผือด หากเขาสู้กับชิงเทียนตัวต่อตัว คงมีสภาพไม่ต่างจากหลานชาย ดังนั้นหนทางเดียวที่จะรอด คือการะโเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ทว่า ร่างกายของเขากลับหยุดการเคลื่อนไหวชั่วขณะ แม้แต่เสียงก็ยังไม่สามารถเปล่งออหมาได้ ชิงเทียนเดินเข้ามาใกล้ แล้วประทับมือลงบนศรีษะของสั่วไท่เฉิง
“ห้องใต้ดิน..." ชิงเทียนค้นดูความทรงจำของสั่วไท่เฉิง เพื่อประหยัดเวลาในการค้นหา หลังจากทราบตำแหน่งที่แน่ชัดแล้ว เขาก็ใช้มือหักคอสั่งไท่หยางอย่างไร้ความปราณี ก่อนที่เพลิงสีฟ้าจะเผาร่างอันไร้ิญญา จนเหลือเพียงแต่กองขี้เถ้า
ระหว่างทาง ชิงเทียนจัดการการ์ดไปหลายคน เมื่อเข้ามาในห้องใต้ดิน ก็พบกับหญิงวัยกลางคนถูกมัดไว้กับเก้าอี้ ‘ไม่มีคนเฝ้า บางทีพวกเขาอาจจะควานหาตัวคนร้ายอยู่ที่ด้านนอก' ชิงเทียนรีบเข้ามาปลดพันธนาการให้เธอ
“ใครน่ะ?" เธอพูดอย่างอิดโรย
“คุณคือ ฮุ่ยหลิงเหอ สินะ ไม่ต้องกังวล สามีของคุณส่งผมมา" เขาพยายามพูดให้เธอผ่อนคลาย
“เราไปจากที่นี่กันเถอะ"
ระหว่างทางฮุ่ยหลิงเหอพบศพนอนเกลื่อนกลาดตามโถงทางเดิน เธอไม่เคยเห็นศพเยอะขนาดนี้มาก่อน มันทำให้เธอหน้ามืดทันที ชิงเทียนประคองตัวเธอไว้ “รีบเถอะครับเดียวพวกมันจะมาเพิ่มอีก"
***************************
ซีเหมินคุนและหลิวลู่ซือ ผลัดกันดูแลหลิวเฟิงฉินอย่างใกล้ชิด ขณะที่ซีเหมินคุนกำลังจะเดินออกไปซื้อกาแฟ ประตูห้องก็พลันเปิดออก ก่อนที่ภรรยาจะวิ่งมากอดเขาอย่างแแ่
“เสี่ยวฮุ่ย!!" ซีเหมือนคุน ดีใจที่เห็นภรรยาปลอดภัยดี “หลานชาย ลุงติดหนี้เธอแล้ว"
“ด้วยความยินดีครับ" ชิงเทียน ย่อมต้องช่วยครอบครัวเพื่อนสนิทเป็ธรรมดา และจากความทรงจำ ซีเหมินจวินก็เคยช่วยเหลือเขามาโดยตลอด
“อาการเป็ไงบ้าง"
“ดีขึ้นมากแล้วครับ"
“ทำไมนายถึงถูกพวกนั้นพาไปทรมานหล่ะ" ตอนหลบอยู่ด้านนอก เขาพอจะได้ยินบทสนทนามาบ้าง แต่ก็อยากถามกับเ้าตัวเพื่อความแน่ใจ
“พวกมันคิดว่าผมโกงเงินบริษัท แต่ว่าที่จริงแล้ว ผมถูกเพื่อนสนิทที่ทำงานด้วยกันหลอกใช้ ก่อนจะโยนความผิดให้ จึงมีสภาพอย่างที่คุณเห็น" หลิวเฟิงฉิน พูดผ่าไรฟันด้วยความเจ็บแค้น การถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจ เป็ความเ็ปที่ยากจะลืม “ถึงจะดูเห็นแก่ตัวไปบ้าง แต่ผมมีเื่อยากจะขอร้องคุณอย่างหนึ่ง"
“ว่ามาสิ...." ชิงเทียนยิ้มอย่างอ่อนโยนเขารู้สึกสงสารชายคนนี้จากใจจริง หลิวเฟิงฉินหันหน้าไปทางหลิวลู่ซือ “ผมอยากจะให้คุณรับเธอไปดูแล ภรรยาผมเสียไปั้แ่ 5 ปีก่อน และสภาพผมในตอนนี้ คงไม่สามารถดูแลเธอได้"
“ได้สิ" ชิงเทียนรับปาก หากดูจากอาการโดดรวม หลิวเฟิงฉงอาจต้องพักฟื้นหลายเดือน ถึงจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ “ได้ยินว่าเธอร่างกายอ่อนแอมาั้แ่เกิด หากคุณไม่ว่าอะไร ผมขอตรวจดูอาการได้รึเปล่า"
“คุณเป็หมอ?" หลิวเฟิงฉินค่อนข้างแปลกใจ เขาไม่คิดว่าคนที่ฆ่าคนอย่างเืเย็นแบบชิงเทียน จะมีความรู้ด้านการแพทย์
วิชาแพทย์ของชิงเทียนนั้นอยู่ในระดับสูงสุด เช่นเดียวกับการกลั่นโอสถและความสามารถอื่นๆ หากเทียบกันแล้ว คนที่มีฝีมือทัดเทียมกับเขาในแดนเซียน คงมีเพียงแค่หยิบมือเท่านั้น
“ก็นิดหน่อย" ชิงเทียนตอบ จากนั้นเขาก็หันไปหาหลิวลู่ซือ “ขอเสียมารยาทหน่อยนะสาวน้อย" เขาคว้ามือของเธอมาตรวจชีพจร
หลิวลู่ซือหน้าแดงระเรื่อ ั้แ่เกิดมา เธอยังไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนััมาก่อน นอกจากหลิวเฟิงฉิน
“กายหยินสุดขั้ว!!!" ชิงเทียนใช้เวลาไม่กี่อึดใจ ก็สามารถระบุโรคที่เด็กสาวกำลังเป็อยู่ ไม่สิ...ควรจะเรียกว่าเป็พร์มากกว่า เพราะในแดนเซียน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่จะได้ร่างกายอันแสนวิเศษเช่นนี้
--------------------------------