ภายในห้องโถงแห่งนั้น เสียงผู้คนพูดคุยจอแจไปมาอย่างชุลมุน
บางคนใ บางคนทึ่งในฝีมือของชายหนุ่มตรงหน้า
ไม่นาน เสียงเ่าั้ก็ค่อยๆ จางลง
ปรมาจารย์คนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างนอบน้อม หยิบเม็ดยาคืนให้หลินเทียนด้วยสองมือ
"เอ่อ…ท่านเป็ปรมาจารย์มาจากที่ใดกันแน่
วิชาการหลอมยาของท่านช่างล้ำเลิศยิ่งนัก
พวกข้าคงต้องเคยได้ยินชื่อเสียงของท่านบ้าง"
ผู้าุโเซียววางเม็ดยาลงบนฝ่ามือของหลินเทียนอย่างทะนุถนอม
หลินเทียนรับมา ก่อนจะยิ้มบางๆ
"ข้าไม่ใช่ปรมาจารย์จากที่ไหนหรอก
ข้าเป็เพียงผู้ฝึกยุทธธรรมดาที่อยากมาลงทะเบียนเป็นักหลอมยาเท่านั้น"
เขาหยุดเล็กน้อย แล้วเอ่ยต่ออย่างไม่ใส่ใจนัก
"แต่ดูท่าข้าคงมาไม่ถูกที่นัก
เหมือนผู้าุโิจะไม่ค่อยชอบข้าสักเท่าไร
งั้นข้าขอตัว"
เขาหันตัวเตรียมจะเดินออกจากสมาคม
แต่เพิ่งขยับไปได้เพียงก้าวเดียว
"ทะ…ท่านช้าก่อน!"
เสียงผู้าุโเซียวรีบเอ่ยขึ้น
"โปรดอภัยแทนทางสมาคมของข้าด้วยที่เสียมารยาท
ท่านจะมาลงทะเบียนใช่หรือไม่
งั้นให้ข้าลงทะเบียนให้ท่านเองก็ได้
ปรมาจารย์ท่านอื่นๆ ล้วนเป็พยานได้"
เขาหันไปมองผู้าุโอีกสี่คน
พวกนั้นพยักหน้าเห็นด้วยทันที
หลินเทียนหันกลับมา ยิ้มเล็กน้อย
"งั้นรึ ถ้าพวกท่านไม่ติดขัดอันใด ก็รบกวนด้วย"
แต่ทันใดนั้น ปรมาจารย์อีกคนก็เอ่ยแทรกขึ้น
"เมื่อครู่ท่านบอกว่าจะหลอมยาระดับห้า
แสดงว่าท่านสามารถหลอมมันได้จริงงั้นรึ?"
เขาถามด้วยแววตาสงสัย
"ใช่ค่ะ ข้าเห็นกับตา"
เสียงซือเหยาดังขึ้น
นางก้าวออกมาข้างหน้า สีหน้ามั่นใจ
"ข้าขอเอาชื่อเสียงและฐานะของข้าเป็ประกัน"
ปรมาจารย์คนนั้นชะงักไปเล็กน้อย
หลินเทียนที่เห็นเช่นนั้น จึงยกมือขึ้น
เขาหยิบของบางอย่างออกมาจากมิติ
ก่อนจะแบฝ่ามือออก
จู่ๆ เม็ดยาสีเขียวมรกตก็ปรากฏขึ้น
แสงอ่อนๆ ส่องออกจากมัน
พลังสีทองไหลวนรอบเม็ดยาอย่างช้าๆ
กลิ่นสมุนไพรหอมอ่อนลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ
เหล่าปรมาจารย์ทั้งห้าต่างรีบกรูกันเข้ามา
สายตาจับจ้องเม็ดยานั้นอย่างไม่กะพริบ
"นะ…นี่มัน…"
หนึ่งในนั้นเอ่ยเสียงสั่น
"ยาระดับห้าจริงด้วย…"
"ยาระดับห้าที่มีเพียงไม่กี่เม็ดในเมืองนี้…"
"ข้าได้เห็นกับตา…นับเป็วาสนายิ่งนัก…"
อีกคนพูดขึ้นราวกับละเมอ
"จุดหมายที่เหล่านักหลอมยาต่างใฝ่ฝัน…"
บรรยากาศรอบด้านเงียบงัน
มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักขึ้นของผู้คน
หลินเทียนเก็บเม็ดยากลับไปอย่างสบายๆ
"ทีนี้ ข้าจะลงทะเบียนได้หรือยัง"
เขาพูดเสียงเรียบ
"ได้! ได้แน่นอน!"
ผู้าุโเซียวรีบตอบทันที
"เชิญท่านเข้าไปด้านในเถิด"
เขาเดินนำเข้าไปในห้องหนึ่ง
ปรมาจารย์อีกสี่คนเดินตามไปทันที
ทิ้งให้ผู้าุโิยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง
ท่ามกลางสายตาของผู้คน
สีหน้าของเขาซีดเผือด ราวกับสติหลุดไปแล้ว
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง
ประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง
ผู้าุโเซียวและอีกสี่คนเดินออกมา พร้อมกับหลินเทียน
ในมือของเซียวมีป้ายหยกขนาดเท่าฝ่ามือ
เขายื่นให้หลินเทียนด้วยความเคารพ
หลินเทียนรับมา ก่อนจะก้มมองอย่างสนใจ
"นี่คือป้ายแสดงตัวตนของปรมาจารย์ระดับสี่ขั้นสูง"
ผู้าุโเซียวอธิบาย
"บนป้ายจะมีดาวสี่ดวง แสดงระดับขั้น
แต่ละขั้นยังแบ่งย่อยเป็ ขั้นธรรมดา ขั้นกลาง และขั้นสูง"
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ
"ด้วยอำนาจของพวกข้าในตอนนี้ ยังไม่สามารถออกป้ายระดับห้าให้ท่านได้
ต้องให้ปรมาจารย์ระดับห้ามายืนยันด้วยตนเองก่อน
ท่านจึงจะได้รับสถานะนั้นอย่างสมบูรณ์"
หลินเทียนยิ้มอย่างพอใจ
"ไม่เป็ไร เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว"
เขาเอ่ยเสียงเรียบ
"ในเมืองนี้…ไม่มีปรมาจารย์ระดับห้าเลยหรือ"
"มีเพียงท่านประมุขคนเดียว"
ผู้าุโเซียวตอบ
"แต่ตอนนี้ท่านไม่อยู่"
หลินเทียนพยักหน้าเข้าใจ
ก่อนจะคำนับปรมาจารย์ทั้งห้า
"ข้าขอบคุณพวกท่านมาก"
เขายิ้มเล็กน้อย
"งั้นข้าขอมอบของเล็กๆ น้อยๆ เพื่อตอบแทนก็แล้วกัน"
พูดจบ เขาหยิบขวดเล็กออกมาห้าขวด
ส่งให้ผู้าุโแต่ละคน
พวกเขารับมาอย่างงุนงง
หนึ่งในนั้นอดสงสัยไม่ไหว จึงเปิดขวดขึ้นดม
เพียงครู่เดียว ดวงตาก็เบิกกว้าง
"นี่มัน…น้ำพุแห่งการชำระล้าง!"
เขาอุทานเสียงดัง
"ของล้ำค่าที่ช่วยขัดเกลาจิติญญาให้บริสุทธิ์!"
คนอื่นๆ ต่างตกตะลึงไม่ต่างกัน
พวกเขามองหลินเทียนด้วยสายตาเกรงใจ
"ของเช่นนี้…ท่านจะมอบให้พวกเราจริงหรือ
หากนำไปประมูล คงได้หินิญญาจำนวนมหาศาล…"
หลินเทียนเพียงยิ้ม
"รับไว้เถอะ
ถือว่าเป็ค่าตอบแทนที่พวกท่านช่วยข้า"
คำพูดเรียบง่าย…แต่หนักแน่น
ปรมาจารย์ทั้งห้าสบตากัน ก่อนจะคำนับเล็กน้อย
แล้วรับของนั้นไว้ด้วยความยินดี
หลินเทียนจึงเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มสบาย ๆ
“พวกท่านล้วนเป็นักหลอมยา เช่นนั้นน้ำพุแห่งการชำระล้างคงช่วยพวกท่านได้มาก เพราะพวกท่านย่อมรู้ดีว่านักหลอมยานั้นต้องมีจิติญญาที่บริสุทธิ์และมั่นคงยิ่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป หวังว่าสิ่งนี้จะช่วยพวกท่านได้บ้าง”
ผู้าุโทั้งห้าฟังแล้วต่างมีสีหน้าจริงจังขึ้นทันที
หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงคาดหวัง
“ปรมาจารย์หลิน…ท่านพอจะชี้แนะพวกเราได้หรือไม่ จากที่ข้าดูเม็ดยาของท่าน ความบริสุทธิ์นั้นสูงยิ่ง แม้อยู่ในขั้นเดียวกันแต่กลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน”
ผู้าุโคนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วย
หลินเทียนเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าเหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูดในใจ
“ข้าเองก็อธิบายไม่ถูกนักแต่จากที่ข้าดูวิธีหลอมยาของผู้าุโิ เขายังขาดบางสิ่งไป”
“หือ? ขาดบางสิ่งงั้นหรือ…ขาดอะไรหรือท่าน?”
ผู้าุโเซียวถามขึ้นทันที แววตาเต็มไปด้วยความใคร่รู้
หลินเทียนพยักหน้าเล็กน้อยก่อนอธิบายอย่างเรียบง่าย
“เขาใส่สมุนไพรลงไปทันทีโดยไม่คัดแยกและกลั่นแก่นแท้ของมันออกมาก่อน หลังจากแยกแล้วควรรักษาอุณหภูมิให้คงที่ จากนั้นค่อยผสมสมุนไพรทีละชนิดที่เข้ากัน แล้วจึงเร่งไฟเพื่อหลอมรวมทั้งหมดและบีบอัดเป็เม็ดยา”
ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางความคิดของทุกคน
“จริงด้วย…”
ผู้าุโคนหนึ่งพึมพำ
“วิธีของพวกเรานั้น…หยาบเกินไป”
อีกคนกล่าวเสริมพร้อมถอนหายใจยาว
“ข้าเข้าใจแล้ว…ขอบคุณท่านมากที่ชี้แนะ”
ทั้งห้าคนต่างคำนับหลินเทียนอย่างจริงใจ
หลินเทียนยิ้มรับแล้วคำนับตอบอย่างไม่ถือตัว
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดกลับกลายเป็อบอุ่นขึ้นในพริบตา
ผู้าุโเซียวจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ท่านสนใจมาเป็ผู้าุโหรืออาจารย์ของสมาคมหรือไม่ ด้วยฝีมือของท่านคงทำให้วงการหลอมยาในเมืองนี้ก้าวะโเป็แน่”
หลินเทียนส่ายหน้าเล็กน้อย
“ข้ารักความอิสระ ไม่เหมาะจะอยู่เป็ที่เป็ทางนัก”
“ไม่เป็ไร ๆ”
ผู้าุโเซียวรีบพูดต่อ
“ท่านไม่จำเป็ต้องอยู่ประจำ เพียงมาชี้แนะบ้างเป็ครั้งคราวก็พอ”
หลินเทียนครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนพยักหน้า
“เช่นนั้นก็ได้ แต่พวกท่านอย่าคาดหวังกับข้ามากนัก”
คำตอบนั้นทำให้ทั้งห้ายิ้มออกมาอย่างโล่งใจ
หลังจากนั้น หลินเทียนขอซื้อสมุนไพรจำนวนสามสิบชุด
แต่สุดท้ายกลับได้มาฟรีถึงสองร้อยชุดเต็ม ๆ
เขาไม่ได้ปฏิเสธแม้แต่น้อย แค่เก็บเข้ามิติด้วยท่าทีสบายใจราวกับเก็บผักริมทาง
ไม่นานนัก เขาก็ลาจากสมาคม
บนถนนสายการค้าที่ยังคงจอแจ หลินเทียนเดินทอดน่องอย่างอารมณ์ดี ฮัมเพลงเบา ๆ อยู่ในลำคอ ราวกับโลกทั้งใบเบากว่าปุยนุ่น
ชิงชิงเดินตามอยู่ข้าง ๆ มองเขาด้วยสายตาประหลาดใจเล็กน้อย
ตอนนี้เหลือเพียงพวกเขาสองคนซื้อเหยานางขอตัวไปทำธุระที่อื่นต่อ
ทันใดนั้น เสียงเล็กใสก็ดังขึ้นในหัวของเขา
“นายท่านไม่ฉวยโอกาสทำอะไรนางหรือคะ ได้อยู่สองต่อสองทั้งที (◕ᴗ◕✿)”
หลินเทียนแทบสะดุดล้ม
“จะบ้าหรือไง! เ้าเห็นข้าเป็คนแบบนั้นหรือ!”
เขาตอบกลับในใจทันที
“ก็ไม่แน่นะคะ (◕ᴗ◕✿)”
“เงียบไปเลย!”
เขาตัดบทอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเื่
“ตอนนี้ข้าเหลือแต้มเท่าไหร่?”
“3580 แต้มค่ะนายท่าน (◕ᴗ◕✿)”
หลินเทียนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้ว
“เอ๊ะ…แล้วทำไมเขตแดนฝึกตนสิบเท่ารอบตัวข้าถึงอ่อนลงเรื่อย ๆ ล่ะ?”
“เพราะมันเป็ของชั่วคราวค่ะ ไม่เหมือนที่อยู่ในสำนัก มันจะค่อย ๆ เสื่อมลงตามเวลา”
คำตอบนั้นเหมือนมีค้อนล่องหนฟาดใส่หัวเขา
“หา!? แล้วทำไมไม่บอกข้าั้แ่แรก!”
“นายท่านก็ไม่เคยถามนี่คะ (◕ᴗ◕✿)”
หลินเทียนนิ่งไปครู่หนึ่ง…ก่อนจะยอมแพ้
“แล้วถ้าข้าจะทำให้มันอยู่นานขึ้นล่ะ?”
“ต้องอัปเกรดระบบเป็เวอร์ชัน 3 ค่ะ ใช้ 10000 แต้ม ระบบเก็บสะสมแต้มก็จะเพิ่มมาใหม่ และจะปลดล็อก ‘กายเทวะ’ ด้วยค่ะ (◕ᴗ◕✿)”
คำว่า “กายเทวะ” ดังขึ้นในหัวเขาเหมือนระฆัง์
หลินเทียนหยุดเดินทันที
ดวงตาเป็ประกาย
“กายเทวะงั้นหรือ…”
รอยยิ้มค่อย ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าเขา
รอยยิ้มแบบคนที่เพิ่งเห็นูเาทองอยู่ตรงหน้า
ชิงชิงที่เดินข้าง ๆ มองเขาแล้วเริ่มรู้สึกแปลก ๆ
“คุณชายหลิน…ท่านไม่เป็อะไรใช่หรือไม่ ทำไมท่าทางท่านดู…แปลกไป?”
หลินเทียนสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบทำหน้าขรึม
“ข้าแค่กำลังวางแผนจัดการพวกสำนักเมฆาภิภพ”
เขาพูดเสียงต่ำอย่างสุขุม ราวกับยอดปราชญ์วางหมากบนกระดานโลก
“แถเก่งมากค่ะนายท่าน (◕ᴗ◕✿)”
เสียงเสี่ยวเอ๋อแทรกขึ้นมาในหัวทันที
หลินเทียนกัดฟันแน่น
“เงียบไปเลย! เกือบทำข้าหลุดฟอร์มแล้วนะ!”
ลมเย็นพัดผ่านถนนเบา ๆ
ชายหนุ่มยังคงเดินต่อไปตามเส้นทางหินกรวดที่ทอดยาว เขาแวะซื้อของติดไม้ติดมือเล็กน้อย ทั้งขนม ของแห้ง และสุราธรรมดาไว้เป็ของฝากให้พวกที่รออยู่ที่สมาคมการค้า
ไม่นานนัก เขาก็มาถึงบ้านพักด้านหลังสมาคม
หลินเทียนผลักประตูเข้าไปอย่างสบายอารมณ์
ภายในลานพัก ผู้าุโหานซือและคนอื่น ๆ กำลังนั่งล้อมวงพูดคุยกันอยู่ แต่พอเห็นเขาเดินเข้ามา บทสนทนาก็เงียบลงทันที
ไป๋ซีเอ่ยถามขึ้นก่อน
“ท่านอาจารย์ ท่านลงทะเบียนเรียบร้อยหรือไม่เ้าคะ?”
หลินเทียนเดินไปนั่งอย่างสบาย ๆ ก่อนจะยิ้มกว้าง
“ได้สิ อาจารย์ของเ้าไปเอง จะไม่ได้ได้อย่างไรกันเล่า ฮ่า ๆ ๆ”
เสียงหัวเราะของเขาดังขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ทำให้บรรยากาศคลายตัวลงเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงยกมือขึ้นล้วงเข้าไปในมิติ
“อ้อ เกือบลืมของสำคัญไปเสียแล้ว”
เขาพูดพลางแบมือออก
ทันใดนั้น เมล็ดพันธุ์แห่งจิติญญาสองเมล็ดก็ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ เปล่งแสงบางเบาอย่างลึกลับ
เขายื่นมันให้ผู้าุโหานซือและเฉินเฟิง
ผู้าุโหานซือมองสิ่งนั้นแล้วมือสั่นเล็กน้อย
“นี่…นี่มันเมล็ดพันธุ์แห่งจิติญญาจริง ๆ งั้นหรือ…”
เสียงของเขาสั่นอย่างตื่นเต้น
“ข้าอายุปูนนี้แล้ว พึ่งจะได้เห็นเป็ครั้งที่สอง…ท่านเ้าสำนัก ท่านจะให้พวกเราจริง ๆ งั้นหรือ?”
หลินเทียนโบกมือเหมือนไม่ใช่เื่ใหญ่
“รับไว้เถอะ พวกจินซีกับไป๋ซี รวมถึงข้าเองก็ใช้ไปแล้ว พวกท่านยังไม่เคยใช้ ครั้งแรกจะได้ผลดีที่สุด”
ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะคำนับอย่างลึกซึ้ง
“ขอบคุณท่านเ้าสำนัก!”
พูดจบก็รีบแยกตัวไปดูดซับเมล็ดพันธุ์นั้นทันที
หลินเทียนมองตามไปแวบหนึ่ง ก่อนจะเอนตัวนอนลงอย่างสบายใจบนม้านั่งไม้
ชิงชิงนั่งอยู่ข้าง ๆ มองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ
“คุณชายหลิน ท่านช่างทำให้ข้าประหลาดใจนัก…ตัวท่านยังมีของล้ำค่าอีกมากมายเพียงใดกัน?”
หลินเทียนยิ้มแห้ง ๆ
เขาไม่กล้าบอกเลยว่า ตอนนี้ในกระเป๋าเขาแทบจะโล่งเหมือนลมพัดผ่านทุ่งหญ้า
เหรียญทองที่เหลืออยู่ก็มีเพียง 930 เหรียญ
แม้จะมากสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับเขาแล้ว…ยังน้อยไปหน่อย
ชายหนุ่มนอนเหม่อมองเพดาน คิดอะไรเรื่อยเปื่อย
แล้วจู่ ๆ ก็เหมือนมีประกายความคิดแวบขึ้นมาในหัว
“อืม…”
เขาลุกพรวดขึ้นทันที
จากนั้นก็หยิบ “ไข่” ใบหนึ่งออกมาจากมิติ แล้ววางลงบนโต๊ะ
ชิงชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“คุณชายหลิน นี่มันไข่อะไรหรือเ้าคะ? แล้วท่านไปได้มันมาจากที่ใด?”
หลินเทียนนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบแบบเลี่ยง ๆ
“ข้าได้มันมาจากป่าอสูรครั้งก่อน แต่ยังไม่เคยเอาออกมาดูจริงจัง ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็ไข่ของตัวอะไร”
ชิงชิงพยักหน้า แล้วเพ่งมองไข่ใบนั้น
ภายในห้องเงียบลงเล็กน้อย
หลินเทียนถามในใจ
“เสี่ยวเอ๋อ นี่มันไข่อะไร แล้วเ้าให้ข้ามาทำไม?”
เสียงใส ๆ ดังขึ้นในหัว
“ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันค่ะ (◕ᴗ◕✿)”
หลินเทียนหน้ากระตุกเล็กน้อย
“แกนี่มันไม่ได้เื่จริง ๆ…”
เขาพึมพำ
“งั้นข้าเอาไปทำกับข้าวกินดีกว่า—”
ยังพูดไม่ทันจบ
แกร๊ก…
เสียงแตกเบา ๆ ดังขึ้น
ไข่ใบนั้นสั่นเล็กน้อย ก่อนจะมีรอยร้าวปรากฏขึ้น
หลินเทียนกับชิงชิงรีบโน้มตัวเข้าไปดู
แกร๊ก!
เปลือกไข่แตกออก
ขาเล็ก ๆ ข้างหนึ่งโผล่ออกมา
จากนั้นทั้งฟองก็แตกออก เผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กขนาดฝ่ามือ
มันมีลักษณะคล้ายั เกล็ดสีดำปนแดง เงาวาวเล็กน้อย มีเขาเล็กสองข้าง และปลายหางมีเปลวไฟสีแดงลุกวูบวาบเบา ๆ
ทันทีที่มันลืมตา
มันก็ะโพุ่งใส่หน้าหลินเทียน!
“พี่ใหญ่!”
แปะ!
มันเกาะหน้าหลินเทียนแน่น
“เฮ้ย!”
หลินเทียนรีบดึงมันออกด้วยการจับหาง
ร่างเล็ก ๆ ห้อยแกว่งไปมาเหมือนตุ๊กตา
“พี่ใหญ่อะไรของแก! ข้าไปเป็พี่แกั้แ่เมื่อไหร่! แล้วแกมันตัวห่าอะไรเนี่ย!”
ัน้อยดิ้นไปมา
“ข้าคือั! ท่านคือพี่ใหญ่ของข้า!”
หลินเทียนชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนจะถามในใจ
“เสี่ยวเอ๋อ ทำไมมันเรียกข้าว่าพี่ใหญ่?”
“ก็ท่านเป็เ้าของไข่ใบนั้นค่ะ มันเลยคิดว่าท่านคือพี่ใหญ่ (◕ᴗ◕✿)”
“งั้นรึ…”
หลินเทียนพยักหน้าเบา ๆ
เขายกเ้าตัวเล็กขึ้นมาดูใกล้ ๆ
ดวงตาเป็ประกาย ที่ตัวของมันมีแรงกดดันบางอย่างแฝงอยู่
“กลิ่นอายแบบนี้…ไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมด
าแน่”
เขาพึมพำในใจ
จากนั้นก็วางมันลงบนโต๊ะ
“เอาล่ะ ข้าจะเลี้ยงแกไว้ก็ได้ แต่ต้องทำตัวให้เป็ประโยชน์ เข้าใจไหม?”
เ้าัพยักหน้ารัว ๆ
หลินเทียนกอดอก คิดชื่ออยู่ครู่หนึ่ง
“ชื่อ…อะไรดีนะ…”
เขาทำหน้าครุ่นคิดราวกับกำลังตั้งชื่อสมบัติล้ำค่า
แล้วก็พูดออกมาอย่างมั่นใจ
“แกชื่อ…เ้าดำแล้วกัน”
ชิงชิงถึงกับยกมือกุมขมับ
“…”
เ้าักลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
มันะโขึ้นไหล่หลินเทียนทันที
“ฮิ้ว! ฮิ้ว!”
หลินเทียนนิ่งไปชั่วขณะ
ก่อนจะถอนหายใจยาว
(ับ้าอะไร ร้องฮิ้ว ๆ…ถ้าบรรพบุรุษมันได้ยินคงลุกขึ้นมาทุบข้าแน่…)