บทที่ 13 เนื้องูย่างแผ่นหิน
ณ สถานที่ร่มเงาที่ตีนเขาแห้งแล้ง
เฉียวซู่หยิบขวดเครื่องปรุงรสหลายขวดออกมาจากกระเป๋าเป้ โรยให้ทั่วเนื้องูแล้วหมักไว้
ขวดเครื่องปรุงยังเป็สิ่งประดิษฐ์ของการเอาชีวิตรอดในถิ่นทุรกันดาร แม้จะไม่ได้มีบทบาทสำคัญ แต่กลับสามารถยกระดับรสชาติของอาหารได้อย่างมาก เป็การยกระดับขวัญกำลังใจของผู้รอดชีวิตทางอ้อม
ขณะหมักเนื้องูอยู่ เฉียวซู่ก็พูดกับกล้องว่า
“โดยทั่วไปแล้ว หัวและถุงน้ำดีของงูพิษกินไม่ได้ แต่ส่วนอื่น ๆ นั้นไม่มีพิษอะไร”
“อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ขอแนะนำให้ทุกคนกินงูป่า เว้นแต่ว่าชีวิตของคุณจะหมดหนทางแล้วจริง ๆ ไม่กินก็ต้องอดตายอะไรแบบนั้น”
“ถ้าหากว่าจะต้องกินจริง ๆ ทุกคนก็ต้องจดจำไว้ว่าหัวของงูนั้นกินไม่ได้ และถุงน้ำดีก็ยังมีโอกาสที่จะมีพิษด้วยเช่นกัน แม้จะกินไม่ได้แต่สามารถเก็บมันไว้ได้ เพราะพิษจากถุงน้ำดีของงูมีคุณค่าทางยาสูง”
ขณะที่เฉียวซู่พูด เขาก็ใช้มีดเขี่ยหินที่ถูกเผาจนแดงออกจากกองไฟ
ตอนนี้ พื้นผิวก้อนหินปรากฏรอยขี้เถ้าสีเทาบาง ๆ ขึ้น ก่อนอื่นต้องปัดขี้เถ้าบนหินออก จากนั้นรีบนำเนื้องูที่หมักเสร็จแล้วมาวางบนหินแล้วโรยด้วยเกลือ พอสุกก็กินได้
แน่นอนว่านี่เป็เพียงวิธีการทำงูย่างแผ่นหินที่ง่ายที่สุด การทำเนื้องูย่างแผ่นหินที่แท้จริงนั้นมีความซับซ้อนยุ่งยากมากกว่านี้ การเลือกวัสดุที่ใช้ทำแผ่นหินก็พิถีพิถันมาก ๆ
เนื้องูสีชมพูอ่อนััเข้ากับแผ่นหินร้อนแดง เกิดเป็เสียง “ฉ่า ฉ่า”
กลิ่นเนื้อที่แปลกและโดดเด่นอบอวลไปในอากาศ
อาหลีน้อยที่กำลังนอนหลับอยู่ข้างกำแพงหินลืมตาโพลงขึ้นมา หูใบใหญ่กระดิกหันไปทางเนื้องู
นี่เป็ครั้งแรกที่เ้าตัวน้อยได้กลิ่นเนื้อย่าง ปากของมันเริ่มมีน้ำลายไหลตามสัญชาตญาณ
“หงิง หงิง หงิง~”
อาหลี่เดินกะโผลกกะเผลก ถูไถหลังมือของเฉียวซู่ด้วยหัวเล็ก ๆ ที่มีขนยาวของมัน
“อย่าเพิ่งรีบ มันยังย่างไม่เสร็จเลย” เฉียวซู่อุ้มเ้าจิ้งจอกน้อยขึ้นมา กล่าวด้วยรอยยิ้มปลอบใจ
จริง ๆ แล้วเนื้องูไม่ควรย่างให้ไหม้จนเกินไป เนื้องูนุ่ม ๆ เท่านั้นที่จะคงรสชาติดีที่สุดได้ นี่จึงเป็เหตุผลที่ว่าทำไมงูตัวเล็ก ๆ จึงมีรสชาติดีกว่างูตัวใหญ่
อย่างไรก็ตาม ในร่างกายของงูป่าต้องมีเชื่อโรคข้างในอย่างแน่นอน เฉียวซู่ไม่กล้าเสี่ยงติดเชื้อจากแบคทีเรียเพียงเพราะความอยากอาหารแค่ชั่ววูบ
อาหลีน้อยจ้องมองไปที่เนื้องูย่าง มันมองไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้าที่ตื่นตัวเป็ครั้งคราว ใบหูใหญ่นั่นขยับแล้วขยับอีก ราวกับกำลังกังวลว่าฉับพลันจะมีสัตว์ป่าพุ่งออกมาขโมยของที่ส่งกลิ่นหอมนี่
พฤติกรรมการปกป้องอาหารของสัตว์นั้นเป็สัญชาตญาณ แต่เ้าตัวน้อยไม่ได้มีท่าทีปกป้องอาหารกับเฉียวซู่ ซึ่งนั้นทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ
เฉียวซู่ไม่พูดห้ามอะไรมัน เขาเพียงหัวเราะเบา ๆ และพลิกเนื้องูย่างบนแผ่นหิน การรักษาซึ่งสัญชาตญาณของสัตว์ป่าและความตื่นตัวไว้ถือเป็เื่ที่ดีอย่างหนึ่ง
จนเนื้องูเปลี่ยนสีอย่างสมบูรณ์ทั้งภายในและภายนอก เฉียวซู่จึงค่อย ๆ โรยเกลือและพริกไทย จากนั้นนำเนื้องูออกจากแผ่นหิน
“เนื้องูย่างเป็อาหารอันโอชะที่หายาก” เฉียวซู่กล่าวพร้อมกับเป่าเนื้องูในมือเบา ๆ “มีข้อมูลแสดงให้เห็นว่าประเทศที่มีการบริโภคเนื้องูมากที่สุดในโลกคือจีนของเราเอง”
“แน่นอนว่า อาหารประเภทเนื้อสัตว์หลาย ๆ อย่างก็มีประเทศจีนเป็ผู้บริโภครายใหญ่ที่สุด ประเทศอื่น ๆ ยังเคยกล่าวหาชาวจีนเกี่ยวกับเื่นี้ว่าช่างโหดร้าย”
ดวงตาของเฉียวซู่เต็มไปด้วยความดูถูกที่ไม่ปิดบัง
“นี่มันโง่สุด ๆ เลย ไม่ว่าจะในยุคสมัยไหน การพัฒนาอาหารให้มีความหลากหลายเป็เื่ที่น่ายกย่องต่างหาก”
“มนุษย์คนแรกที่กินปู สมควรได้รับการแกะสลักรูปปั้นขนาดใหญ่ เพราะการลองผิดลองถูกของเขาช่วยให้คนนับหมื่นที่หาเลี้ยงชีพด้วยการจับปูอยู่รอดได้”
“นอกจากการกินเนื้อพวกเดียวกันแล้ว จะกินสัตว์อะไรก็ไม่ใช่เื่ผิด คุณไม่จำเป็ต้องกินมันก็ได้ แต่อย่าพูดจาดูิ่คนที่กิน”
่ที่เฉียวซู่พูดไปเรื่อย ๆ เนื้องูที่ติดอยู่บนมีดก็เย็นลง
เฉียวซู่จึงยื่นเนื้องูไปที่ปากของอาหลีน้อยด้วยสีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก
ที่น่าแปลกคือ เ้าตัวเล็กกลับไม่รีบร้อนกินเนื้องูที่ถูกส่งมาถึงปาก
มันฉีกเนื้องูชิ้นเล็ก ๆ แล้วลิ้มรสมันเต็มคำ ดวงตาดำขลับของจิ้งจอกหรี่ลงอย่างมีเสน่ห์
เฉียวซู่ะเิเสียงหัวเราะออกมา พูดได้เพียงว่าความสง่างามไม่เคยตกยุค
เฉียวซู่นำอาหลีน้อยและชิ้นเนื้องูชิ้นนั้นวางไว้บนผ้าปูโต๊ะ จากนั้นเขาก็ใช้มีดแทงชิ้นเนื้องูขึ้นมาลิ้มลองมันอย่างระมัดระวัง
เนื้องูย่างมีกลิ่นหอมเข้มข้น รสกลมกล่อม เนื้อแน่นและนุ่ม
ทันทีที่เข้าปาก กลิ่นเนื้อแปลก ๆ ผสมกับรสชาติของยี่หร่านั้นกระทบกับต่อมรับรสของเฉียวซู่โดยไม่มีอะไรขวางกั้น
“เอาละ เยี่ยมเลย” เฉียวซู่ยกนิ้วโป้งให้กล้องอย่างไม่สนฟ้าดิน
แรกเริ่มผู้ชมก็ดูอย่างออกรสออกชาติ แต่หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ไหงถึงได้ยิ่งดูยิ่งรู้สึกหิว?
ผู้ชมที่เพิ่งจะปาดน้ำลายไปก็ได้ยินเฉียวซู่พูดวิจารณ์รสอาหารอย่างออกรสว่า
“มันสดมากจริง ๆ รสชาติของคำแรกเหมือนปลาไหลนิดหน่อย เนื้อไม่ติดมัน เคี้ยวนุ่ม ไม่มีกลิ่นเลย หากปิดตาก็คงไม่รู้แน่นอนว่าเป็เนื้องู”
“ถึงผิวนอกจะไหม้เยอะไปหน่อย แต่มันก็ไม่เป็ปัญหาอะไร แถมยังมีกลิ่นหอมแห้งที่เป็เอกลักษณ์อีกด้วย”
เฉียวซู่กลืนเนื้องูในปาก เขามองกล้องด้วยรอยยิ้ม “สรุป ถ้าคะแนนเต็ม 10 ผมให้เนื้องูย่างแผ่นหินนี้ 7.5 คะแนน”
มองเห็นสีหน้าที่อยู่ในภวังค์ของเฉียวซู่ ผู้ชมก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
[ฉันน้ำลายสอแล้ว ฉันกำลังลดน้ำหนักอยู่นะ เ้าของไลฟ์!!!]
[เอ่อ… ถึงผมจะไม่เคยกินเนื้องูมาก่อน แถมก่อนหน้ายังเคยคิดว่ามันดูน่ากลัวหน่อย ๆ ด้วย แต่พอยิ่งมองก็ยิ่งอยากลองซะงั้น นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?]
[การวางยาพิษในไลฟ์สดถือเป็อาชญากรรมที่ไม่อาจให้อภัยได้นะ ขอแนะนำว่าเ้าของไลฟ์ควรรู้ความมากกว่านี้ แล้วรีบส่งเนื้องูย่าง 3 กิโลกรัมให้ฉันลิ้มรสเดี๋ยวนี้]
[ทนไม่ไหวแล้ว ฉันจะไปดูงูที่พ่อฉันเลี้ยงไว้ นับนิ้วดูแล้วมันน่าจะอยู่ไม่รอดคืนนี้]
[้าน่ะเอาซะฉันขำตายแล้ว…]
มองการหลั่งไหลอย่างรวดเร็วของคอมเมนต์ที่อยู่ตรงหน้า แถมยังมีพวกของขวัญที่ส่งมาเป็ระยะ ๆ เฉียวซู่ก็เหลือบดูยอดเรตติ้งของไลฟ์สดอย่างสงสัย
แม่เ้าโว้ย ไม่มองไม่รู้ แต่พอมองทีก็ใเลย…
ผลจากการกินมื้อเที่ยง จำนวนคนในไลฟ์สดเพิ่มขึ้นถึง 80,000 คน และยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็วอีก
พอมองแบบนี้แล้ว ยอดเรตติ้งสูงสุดวันนี้มีโอกาสพุ่งทะลุ 100,000! เลยทีเดียว
เฉียวซู่อารมณ์ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เขาหยิบกาต้มน้ำขึ้นมาจิบน้ำว่านหางจระเข้ที่หวานสดชื่น แล้วพูดว่า
“ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนและของขวัญ ทุกคนไม่ต้องกังวล หลังจากนี้ผมจะไลฟ์สดชิมอาหารเลิศรสในถิ่นทุรกันดารต่าง ๆ แน่นอนว่าได้เป็บุญตาพวกคุณอย่างแน่นอน!”
ผู้ชมในไลฟ์ […]
“สำหรับของขวัญที่ทุกคนมอบให้” เฉียวซู่พูดอย่างครุ่นคิด “ผมจะไม่ขอของขวัญเหล่านี้จากพวกคุณ และผมก็ไม่ปฏิเสธการที่พวกคุณส่งมาด้วย”
“ในอีกไม่กี่วัน ผมจะติดต่อกับองค์กรผู้พิทักษ์ทะเลทราย และแพลตฟอร์มถ่ายทอดสด รายได้จากการถ่ายทอดสดจะถูกนำเข้าบัญชีบริจาคเพื่อการกุศลที่โปร่งใส และเงินส่วนนี้จะถูกนำมาใช้ในการบริหารจัดการทะเลทรายและการปลูกป่า”
“บางทีในอนาคตข้างหน้า อาจมีต้นไม้ที่มีชื่อของพวกคุณแขวนอยู่ในทะเลทรายแห่งนี้ก็ได้นะ”