สิบเอ็ดเชื่อสนิทใจว่าผู้ฝึกอสูรของมันต้องเป็อัจฉริยะแน่ๆ เพราะคนปกติที่ไหนจะคิดค้นวิธีฝึกสุดแสนจะซาดิสม์ได้ขนาดนี้?
ตอนนี้สิบเอ็ดแทบจะอดใจรอไม่ไหว อยากจะใช้วิธีฝึกนรกแตกนี้เพื่ออัปเกรดความแข็งแกร่งให้ตัวเองใจจะขาด
แต่ถึงจะหวังไว้สูงลิ่ว มันก็ยังแอบหวั่นใจไม่ได้
วิธีการฝึกแบบนี้ แค่ฟังก็รู้แล้วว่าแรงกระแทกต้องไม่ธรรมดา เจ็บตัวชัวร์ๆ แถมความเสี่ยงที่จะาเ็หนักก็สูงมาก
เื่เจ็บตัวน่ะ สิบเอ็ดพอรับได้ เพราะถ้าไม่ยอมเจ็บตอนฝึก พอถึงเวลาสู้จริงก็ต้องเจ็บหนักกว่าเดิมอยู่ดี ทั้งหมดนี้คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่สดใส!
แต่สิ่งที่มันกังวลจริงๆ คือ ถ้าเกิดเจ็บหนักจนรักษาไม่ทัน อาจส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าในการฝึกได้
“งู้ววว——”
ถ้าความคืบหน้าสะดุด ประสิทธิภาพการฝึกก็จะลดลงตามไปด้วย
“แกนี่คิดรอบคอบจริงๆ นะ” สืออวี่เหลือบมองเ้าสิบเอ็ดด้วยหางตาที่กระตุกยิกๆ
ถ้าปีนี้มีการจัดอันดับสุดยอดสัตว์อสูรจอมขยันแห่งชาติ แล้วไม่มีชื่อแกติดโผ ฉันจะบุกไปทุบตึกสถานีโทรทัศน์ทิ้งซะเดี๋ยวนี้แหละ!
“ไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมสกิลรักษาไว้ให้แล้ว จัดหนักไปเลย!”
แน่นอนว่าสืออวี่เองก็เตรียมการมาพร้อมสรรพไม่ต่างกัน
—
[สกิล]: สมานแผลความเร็วสูง
[คุณภาพ]: ระดับกลาง
[คำอธิบาย]: ความสามารถฟื้นฟู ธาตุไม้ เร่งกระบวนการสมานาแทั่วไปให้หายเร็วขึ้น
[สถานะ]: พร้อมสอน
—
สืออวี่กลืนแคปซูลจิตกระจ่างเข้าปากไปสองเม็ดรวด จากนั้นก็ทำหน้าราวกับคนเตรียมใจไปตาย วางมือขวาที่มีแสงสีขาวเรืองรองลงบนหัวของเ้าอสูรกินเหล็ก แล้วเริ่มนวดคลึงเป็เกลียวตามสเต็ปเดิม
ความจริงแล้ว คูลดาวน์ของสารานุกรมสกิลถูกรีเซ็ตเป็ศูนย์ั้แ่เมื่อวาน และหลังจากที่เ้าสิบเอ็ดอัปเลเวลเป็ระดับสี่ ร่างกายและพลังจิตของสืออวี่ก็ยกระดับขึ้นมานิดหน่อยด้วย
นั่นทำให้เขาเกิดไอเดียอยากลองของ... สอนสกิลระดับกลางดูสักตั้ง
ยังไงไม่ช้าก็เร็วก็ต้องทำอยู่แล้ว ทำเร็ว ก็สบายใจเร็ว
ในเมื่อสารานุกรมมันขึ้นสถานะว่า ‘พร้อมสอน’ ตามทฤษฎีแล้ว ต่อให้เป็สกิลระดับสูงอย่างข่มขวัญก็คงไม่ถึงตายหรอกมั้ง... อย่างมากก็แค่นอนหมดสภาพอยู่สักสองสามวันเท่านั้นแหละ
ระหว่างที่แสงสว่างไหลผ่านร่าง ตัวเลขคูลดาวน์ของสารานุกรมสกิลก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เป็ 48 ชั่วโมง
จะนานแค่ไหนสืออวี่ไม่สน ขอแค่เขายังมีลมหายใจอยู่ก็พอใจแล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้เขาซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหลพราก คือเ้าอสูรกินเหล็กกลับมีความเข้ากันได้กับสกิลสมานแผลความเร็วสูงอย่างเหลือเชื่อ
สงสัยเพราะกินไผ่เข้าไปเยอะ เลยพอจะมีเอี่ยวกับธาตุไม้อยู่บ้างสินะ?
หรือว่านี่จะหมายความว่าอสูรกินเหล็กมีโอกาสวิวัฒนาการฉีกแนวไปเป็ธาตุไม้ได้ด้วย? แพนด้าดรูอิดงั้นเหรอ?
เท่าที่สืออวี่รู้ นอกจากธาตุไม้แล้ว อสูรกินเหล็กยังมีโอกาสพลังสายฟ้าหรือไฟได้ด้วย ที่เมืองผิงเฉิงก็เคยมีผู้ฝึกอสูรที่ปั้นอสูรกินเหล็กให้เชี่ยวชาญสกิลพวกนี้ได้สำเร็จมาแล้ว
เอาไว้ในอนาคต ค่อยไปหาข้อมูลเพิ่ม จะได้เติมช่องสกิลของอสูรกินเหล็กที่บ้านให้แน่นปึ้ก!
หลังการสอนสกิลเสร็จ สืออวี่ก็กลับสู่สภาพแบตหมดอีกครั้ง เป็ความเพลียชนิดที่ต่อให้อัดแคปซูลจิตกระจ่างเพิ่มเข้าไปก็กู่ไม่กลับ
ผลสะท้อนกลับมันหนักหน่วงเกินต้านทานจริงๆ
ส่วนสกิลระดับสูงอย่างหลับใหลสัมบูรณ์ เอาไว้รอเขาฟิตร่างกายสักเดือนก่อนค่อยลองดีกว่า ขืนทำตอนนี้ มีหวังได้หลับใหลไปตลอดกาลของจริง
‘สักวันหนึ่ง... ฉันต้องฟิตหุ่นให้แกร่งจนท้าต่อยตัวต่อตัวกับอสูรกินเหล็กได้เลยคอยดู!’ สืออวี่ตั้งปณิธานอันยิ่งใหญ่ในใจเงียบๆ
ในเวลาเดียวกัน พลังงานจากสารานุกรมสกิลที่ส่งผ่านร่างของสืออวี่ ก็เข้าไปปรับโครงสร้างร่างกายของเ้าอสูรกินเหล็กน้อย
วิธีใช้งานสกิลสมานแผลความเร็วสูงค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นในสมองของเ้าสิบเอ็ด ผลลัพธ์อันน่าทึ่งของสกิลนี้ ทำให้มันเข้าใจสรรพคุณของสกิลแทบจะในทันที
ฉากเดจาวูเมื่อวันก่อนฉายซ้ำอีกรอบ ผู้ฝึกอสูรทำอะไรสักอย่างไม่รู้ แล้วอยู่ๆ มันก็เรียนรู้สกิลใหม่ได้เฉยเลย
สิบเอ็ดยืนงงเป็ไก่ตาแตก นี่คือ… ความสามารถในการรักษาาแ?
อสูรกินเหล็ก: Σ(っ°Д°;)っ
เ้าสิบเอ็ดหันไปมองสืออวี่ที่นอนตายซากอยู่บนเตียง สมองน้อยๆ เริ่มประมวลผลไม่ทัน
สิ่งเดียวที่มันเข้าใจอย่างถ่องแท้คือ... ไอ้วิธีฝึกฝนแบบทิ้งดิ่งนี่... ยังไงก็ต้องทำแล้วสินะ? ไม่งั้นความสามารถในการรักษานี้ คงได้ถือไว้เฉยๆ เสียของแย่
............
ปัง! ปัง! ปัง!
ในห้องนอน สืออวี่นอนหลับตาพริ้มอย่างสงบ (เพราะสลบเหมือด)
แต่ด้านนอก เสียงเ้าสิบเอ็ดกำลังบรรเลงเพลงรักปะทะแผ่นเหล็กดังสนั่นหวั่นไหวไม่ขาดสาย พร้อมกันนั้น ก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวนของเ้าหนอนไหมเขียวดังแทรกมาเป็ระยะๆ
หนอนไหมเขียวในกรงนกที่เห็นวิธีฝึกของสิบเอ็ดกับตาตัวเอง... ถึงกับช็อกตาตั้ง
ครอบครัวนี้… รวมพลคนวิปริตหรือไง!?
หลังจากนี้ คงไม่จับมันไปทรมานแบบนี้หรอกนะ?
ความจริงแล้ว ไม่ใช่แค่หนอนไหมเขียวที่ใ สืออวี่เองก็นอนฟังจนพูดไม่ออกเหมือนกัน
เพราะเ้าสิบเอ็ดดันยอมรับวิธีฝึกสุดโหดนี้ได้ดีเกินคาด ทั้งที่เขาเป็คนคิดเนื้อหาการฝึกขึ้นมาเองแท้ๆ แต่ทำไมตอนนี้กลับเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาตงิดๆ เสียอย่างนั้น
ถ้าเลี้ยงดูตามนิสัยบ้าพลังของเ้าสิบเอ็ดไปเรื่อยๆ อีกสิบปีข้างหน้า เขาจะปั้นสัตว์อสูรแบบไหนออกมากันแน่…
อสูรกินเหล็กน้อย: ขนาดผู้ฝึกอสูรของฉัน ฉันยังกลัวเวลาที่ฉันฝึกเลย.jpg
ช่างเถอะ คิดมากไปก็เท่านั้น สรุปคือ การฝึกควบทั้งสองสกิลอย่าง กายาเหล็ก และสมานแผลความเร็วสูงต้องผลาญพลังงานมหาศาล ความ้าสารอาหารย่อมพุ่งกระฉูดอย่างเลี่ยงไม่ได้
สืออวี่กะว่าอีกสักพักคงต้องออกไปซื้อของตุนเสบียงอีกรอบ ลำพังอาหารที่แถมมาจากศูนย์เพาะเลี้ยงไผ่เหล็กดูทรงแล้วไม่น่าจะพอให้เ้าสิบเอ็ดกินจนครบเดือน
ด้วยความเหนื่อยล้าสะสม เขานอนสะลึมสะลือจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ แต่เสียงโครมครามด้านนอกทำให้ข่มตาหลับไม่ลง ความคิดฟุ้งซ่านจึงเริ่มลอยไปเรื่อยเปื่อย
‘รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปแฮะ…’
แม้จะข้ามมิติมาสามเดือนแล้ว แต่พอนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียง สืออวี่ก็ยังรู้สึกโหวงๆ เหมือนชีวิตขาดสีสันบางอย่าง
อาชีพผู้ฝึกอสูรก็น่าสนใจดี ทำให้ชีวิตตื่นเต้นไม่จำเจ อสูรกินเหล็กก็น่ารักน่าหยิก แต่ความรู้สึกนี้มัน…
จริงด้วย เขาอยากได้โทรศัพท์มือถือ!
ไม่มีมือถืออยู่ในมือแล้วมันอึดอัดชอบกล นี่เขาไม่ได้แตะอินเทอร์เน็ตมาสามเดือนเต็มแล้วนะ!
พอคิดถึงเื่นี้ สืออวี่ก็เริ่มหงุดหงิด ถ้ามีสมาร์ตโฟนสักเครื่อง ไม่ว่าจะเป็อุปกรณ์ฝึก อาหาร หรือยาก็สั่งออนไลน์ได้หมด สะดวกจะตายชัก ไม่ต้องถ่อสังขารวิ่งเข้าวิ่งออกไปข้างนอกบ่อยๆ เหมือนตอนนี้
ไม่ใช่ว่าโลกนี้เทคโนโลยีล้าหลัง ทีวี คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน มีครบทุกอย่าง แต่ก่อนหน้านี้ สืออวี่คนเดิมเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเรียนกับฝึกงานจนแทบไม่มีเวลาว่าง เลยไม่อยากเปลืองเงินซื้อของฟุ่มเฟือย
ถึงตอนนี้สถานะการเงินจะยังถังแตก แต่เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า… พอมีเงินเมื่อไหร่ จะถอยรุ่นท็อปมาใช้ให้ได้!
เอาแบบสมาร์ตโฟนเรือธงสุดล้ำ ที่มีฟังก์ชันตรวจวัดระดับพลังงานของสัตว์อสูรในตัวไปเลย!
จะว่าไปเทคโนโลยีของโลกนี้ แม้จะยังไม่ทั่วถึงนัก แต่ความก้าวหน้านั้นล้ำยุคของจริง ไม่ใช่แค่สัตว์หรือพืชที่วิวัฒนาการ แม้แต่เครื่องจักรก็ยังวิวัฒนาการจนมีชีวิตได้
ในบางประเทศ ปัญญาประดิษฐ์พัฒนาไปไกลมาก ถึงขั้นมีผู้ฝึกอสูรที่ใช้สิ่งมีชีวิตจักรกลเป็คู่หูด้วยซ้ำ และเมื่อเทียบกับคำว่าผู้ฝึกอสูร พวกเขากลับชอบเรียกตัวเองว่า ‘ช่างจักรกล’ มากกว่า
ความจริงแล้ว ผู้ฝึกอสูรเป็แค่คำเรียกรวมๆ จากอดีต
เมื่อมีการแยกประเภทสัตว์อสูรอย่างชัดเจน ผู้ฝึกที่เชี่ยวชาญการทำพันธสัญญากับสิ่งมีชีวิตเฉพาะทาง ก็เริ่มตั้งชื่ออาชีพใหม่ให้ตัวเองเพื่อสร้างจุดเด่น
พวกฝึกั ก็เรียก ‘ผู้ฝึกั’
พวกสื่อสารและทำสัญญากับิญญาร้าย ก็เรียก ‘ผู้สื่อิญญา’
พวกปรับแต่งและทำสัญญากับสิ่งมีชีวิตจักรกล ก็เรียก ‘ช่างจักรกล’
ชื่อเรียกต่างกัน แต่เนื้อแท้ก็ยังเป็ผู้ฝึกอสูรเหมือนเดิม
ทว่า... แค่ชื่อต่างกัน ลำดับชั้นแห่งการเหยียดก็ถือกำเนิดขึ้นทันที
ในบรรดาสายอาชีพเหล่านี้ ผู้สื่อิญญาที่ข้องเกี่ยวกับิญญาร้าย มักไม่ค่อยมีใครอยากคบค้าสมาคมด้วย เพราะดูน่ากลัวและอัปมงคล
ส่วนพวกที่อุทิศตนให้กับการวิจัยและสร้างสิ่งมีชีวิตจักรกล ล้วนเป็หัวกะทิไอคิวสูง กำแพงวิชาชีพสูงลิ่ว คุยภาษาคนกับผู้ฝึกอสูรทั่วไปแทบไม่รู้เื่
ทางด้านผู้ฝึกันั้นก็ยิ่งแล้วใหญ่ อาศัยบารมีพลังของัเที่ยวเบ่งอำนาจประกาศศักดาใส่สายอื่นได้หน้าตาเฉย
ส่วนผู้ฝึกอสูรสายสัตว์เหนือธรรมชาติทั่วไปกลับพบเห็นได้บ่อยที่สุด (โหลที่สุด) เพราะสัตว์อสูรนั้นขยายพันธุ์ง่ายและหาได้เกลื่อนเมือง
สำหรับการเหยียดเปรียบเทียบอะไรพวกนี้ สืออวี่ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา เขามองว่ามันช่างดูเด็กน้อยและไร้สาระสิ้นดี...
(ที่บ่นเนี่ย เพราะในฐานะผู้ฝึกอสูรธรรมดาๆ เขาดันเป็พวกที่อยู่ ‘จุดต่ำสุด’ ของห่วงโซ่การเหยียดนี้พอดีเป๊ะน่ะสิ)
“ไม่เห็นจะเป็ไร ผู้ฝึกอสูรก็ผู้ฝึกอสูรสิ…”
“ดูจากความเข้มข้นในการฝึกของเ้าสิบเอ็ดแล้ว ฉันว่าอีกไม่นานมันคงฉีกัด้วยมือเปล่าได้แน่”
“จบการฝึกรอบนี้เมื่อไหร่ ค่อยไปหาคู่ต่อสู้มาลองวิชาดูหน่อยแล้วกัน!”