ท่ามกลางเสียงสังเคราะห์อิเล็กทรอนิกส์ เสียงดนตรีจังหวะเร้าใจ และแสงไฟสว่างวาบจากหน้าจอเครื่องเล่นเกมอาร์เคดที่ตั้งเรียงรายอยู่ภายในโซน Game Center ของห้างสรรพสินค้า เดอะ ลักซ์ บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มทั้งสองคนที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ข้างตู้เกมแข่งรถซิมูเลเตอร์ กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมากดทับจนแทบจะจับต้องได้
"ผมชื่อ 'กฤต'... เป็เพื่อนสมัยเด็ก... และเป็ 'เพื่อนที่สนิทที่สุด' ของเพียงฟ้าครับ"
คำประกาศกร้าวที่แฝงไปด้วยความหยิ่งผยองและการแสดงความเป็เ้าข้าวเ้าของ หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของสุภาพบุรุษหนุ่มในชุดสูทลำลองราคาแพง ั์ตาของกฤตจ้องเขม็งลึกเข้าไปในดวงตาของชายแปลกหน้าตรงหน้า ราวกับ้าจะข่มขวัญและประกาศอาณาเขตให้ศัตรูได้รับรู้ถึงสถานะที่เหนือกว่าของตนเอง
ทว่า... ปฏิกิริยาตอบรับที่เขาได้รับกลับมาจากชายหนุ่มหน้าตายตรงหน้า กลับกลายเป็ความว่างเปล่าที่แสนจะเ็า
ธีร์ไม่ได้แสดงอาการตกตะลึง ไม่ได้มีสีหน้าหวาดหวั่น และไม่ได้แสดงท่าทีหึงหวงหรือโกรธเกรี้ยวออกมาเลยแม้แต่น้อย ั์ตาคมกริบของเขาทอดมองใบหน้าที่ถูกปั้นแต่งมาอย่างดีของอีกฝ่ายด้วยความเรียบเฉย ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ใดๆ ชายหนุ่มเพียงแค่กะพริบตาช้าๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและห้วนสั้น
"แล้ว...?"
คำถามสั้นๆ เพียงคำเดียวที่หลุดออกมาจากปากของธีร์ เปรียบเสมือนฝ่ามือที่ตบฉาดเข้าที่กลางแสกหน้าของนักธุรกิจหนุ่มอย่างจัง
รอยยิ้มที่เคยมั่นใจของกฤตถึงกับกระตุก คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น ความรู้สึกไม่พอใจเริ่มตีรวนขึ้นมาในอก การที่อีกฝ่ายไม่แสดงอาการสะทกสะท้าน แถมยังทำเหมือนกับว่าคำพูดและการมีอยู่ของเขาเป็เพียงแค่อากาศธาตุ มันเป็การหยามเกียรติกันอย่างรุนแรงที่สุด
"ที่ผมจะบอกก็คือ..." กฤตกดเสียงต่ำลง พยายามรักษาสีหน้าให้ดูเยือกเย็น แม้ในใจจะเดือดพล่าน "ผมสนิทกับเพียงฟ้ามาั้แ่เด็ก เราสองคนโตมาด้วยกัน และเราทั้งคู่ต่างก็รู้จักกันและกันดี... ดีกว่าคนที่เพิ่งจะโผล่หน้ามาอย่างคุณ"
ธีร์ทอดสายตามองชายหนุ่มที่กำลังพยายามใช้คำพูดข่มขู่เขาอยู่เงียบๆ ชายหนุ่มไม่ได้โต้เถียง หรือหยิบยกสถานะ 'คู่หมั้น' ของตนเองขึ้นมาฟาดฟันเพื่อเอาชนะ เขาี้เีเกินกว่าจะมานั่งต่อปากต่อคำกับคนแปลกหน้าที่ไร้สาระ
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีธุระอะไรที่สลักสำคัญไปกว่าการมาขิงเื่ความสัมพันธ์ ธีร์ก็ละความสนใจจากกฤตไปเสียดื้อๆ ชายหนุ่มหันหน้ากลับไปที่หน้าจอเกมแข่งรถที่สว่างวาบ เอื้อมมือไปกดปุ่ม 'Start' บนแผงควบคุม เพื่อเริ่มต้นเกมของตนเองหน้าตาเฉย
Vroom!!
เสียงเอฟเฟกต์เครื่องยนต์ในเกมดังกระหึ่มขึ้น พร้อมกับตัวเลขเคานต์ดาวน์ 3... 2... 1... บนหน้าจอ ธีร์จับพวงมาลัยด้วยสองมือ สายตาจดจ่ออยู่กับสนามแข่งดิจิทัลตรงหน้าโดยสมบูรณ์ ทิ้งให้กฤตต้องยืนกำหมัดแน่นอยู่ข้างตู้เกมด้วยความคุกรุ่น
กฤตสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับอารมณ์โกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมา ั์ตาของเขาเริ่มสแกนและพินิจพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน
จากข้อมูลที่เขาพยายามเค้นถามมาจากน้ำรินเมื่อวานนี้ ประกอบกับคำพูดของเ้าสัวสิรินทร์ เขาได้รับรู้ว่าผู้ชายคนนี้คือหลานชายที่หายสาบสูญไปนาน และถูกพบตัวที่ 'ตะวันออกกลาง' ตอนแรกที่ได้ยิน กฤตแอบตั้งข้อสงสัยเอาไว้ว่า บางทีไอ้หมอนี่อาจจะเป็แค่มิจฉาชีพที่สวมรอยมาหลอกลวงเพื่อหวังฮุบสมบัติ
แต่เมื่อได้มาพิจารณาโครงหน้าและเครื่องหน้าอย่างใกล้ชิดในตอนนี้ กฤตก็ต้องยอมรับความจริงอย่างเสียไม่ได้ ว่าชายหนุ่มตรงหน้ามีเค้าโครงใบหน้าที่คล้ายคลึงกับเ้าสัวสิรินทร์ในสมัยหนุ่มๆ อยู่หลายส่วน ทั้งสันกรามที่คมกริบ และดวงตาที่ดุดัน... สายเืแท้ๆ ของสิรินทรา กรุ๊ป คงจะเป็เื่จริงอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่า สิ่งที่ทำให้กฤตรู้สึกค้านสายตาและไม่ยอมรับในตัวตนของอีกฝ่าย คือ 'บุคลิก' และ 'สภาพร่างกาย' ของธีร์
แม้ว่าวันนี้ธีร์จะสวมใส่เสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมสีดำเนื้อผ้าดี ซึ่งกฤตเดาได้ไม่ยากว่าเพียงฟ้าคงเป็คนจัดการหามาให้เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ แต่เสื้อผ้าพวกนั้นก็ไม่สามารถปกปิดความดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายในได้
กฤตมองเห็นเส้นเืที่ปูดนูนบนท่อนแขนหนาและหลังมือที่หยาบกร้านของธีร์ในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังหมุนพวงมาลัยเกมอย่างรวดเร็ว ภายใต้เนื้อผ้าของเสื้อเชิ้ตที่ขยับไปมา เผยให้เห็นร่องรอยของมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นและสมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่กล้ามเนื้อสวยงามที่ได้จากการเข้าฟิตเนสหรือจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวแบบบรรดาลูกคุณหนูไฮโซ แต่มันดูกำยำ แข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยความดิบเถื่อน ราวกับผ่านการใช้งานอย่างหนักหน่วงมานับครั้งไม่ถ้วน
สภาพแบบนี้... ไม่ใช่นักธุรกิจแน่ๆ... กฤตประเมินคู่แข่งในใจด้วยสายตาเหยียดหยาม หายไปอยู่ตะวันออกกลางเป็สิบๆ ปี... คงจะไปเป็พวกกรรมกรแบกหาม หรือทำงานใช้แรงงานชั้นต่ำอะไรสักอย่าง ถึงได้มีร่างกายหนาเตอะบ้าพลังแบบนี้... หึ! ก็แค่ลูกจ้างธรรมดาที่ไม่มีสมอง ดีแต่ใช้แรงงานไปวันๆ สินะ
เมื่อสร้างสมมติฐานเพื่อกดหัวอีกฝ่ายให้ต่ำลงได้สำเร็จ ความมั่นใจของกฤตก็กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง ชายหนุ่มขยับตัวเข้าไปใกล้ตู้เกมมากขึ้น ก่อนจะเริ่มเปิดปากพูดจาข่มขวัญอีกครั้ง หวังจะใช้จิตวิทยาทำลายความมั่นใจของไอ้กรรมกรหน้าตาย
"ที่ผมจะบอกก็คือ... คุณไม่มีทางเข้าใจผู้หญิงอย่างเธอหรอก" กฤตพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดูแคลน "ผมอยู่กับเพียงฟ้ามาั้แ่เด็ก ผมรู้ดีว่าเธอมุ่งมั่น ทะเยอทะยาน และจริงจังกับหน้าที่การงานมากขนาดไหน... เธอไม่ได้มีดีแค่ความสวยอย่างที่คุณเห็นแค่ภายนอก แต่เธอคือคนที่จะก้าวไปยังจุดที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ... ผู้หญิงระดับเธอน่ะ ้าคนที่คู่ควร ้าคนที่สามารถส่งเสริมและเดินเคียงข้างเธอในโลกของธุรกิจได้..."
เอี๊ยดดดด!
เสียงเบรกและเสียงยางบดถนนของรถแข่งในจอเกมดังสนั่น ธีร์หักพวงมาลัยด้วยความเร็วและความแม่นยำสูง ดริฟต์รถเข้าโค้งหักศอกแคบๆ ไปได้อย่างไร้ที่ติ ั์ตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอ ไม่ได้ปรายตามองคนที่กำลังยืนพร่ำเพ้ออยู่ข้างๆ เลยแม้แต่น้อย
"...นี่คุณฟังที่ผมพูดอยู่หรือเปล่าเนี่ย!?"
กฤตชะงักคำพูดของตนเองกลางคัน เมื่อตระหนักได้ว่าบทสนทนาอันแสนจะกดดันของเขา ไม่ได้ลอยเข้าไปกระทบโสตประสาทของอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว!
ธีร์ยังคงนิ่งเงียบ ไม่ตอบคำถาม ไม่หันมามอง เขาทำเพียงแค่นั่งหลังตรง เหยียบคันเร่ง และบังคับพวงมาลัยรถในเกมด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายแต่เฉียบขาด สมาธิของเขาถูกดึงไปรวมอยู่ที่เส้นทางบนหน้าจอจนหมดสิ้น ราวกับว่าเสียงของกฤตเป็เพียงแค่เสียงแมลงวันที่บินวี่ๆ อยู่ข้างหูเท่านั้น
ปฏิกิริยาเพิกเฉยอันแสนจะเยือกเย็นนั้น ทำเอากฤตแทบจะะเิความโกรธออกมา ชายหนุ่มสูดลมหายใจแรง ั์ตาของเขากวาดมองสำรวจการแต่งกายของธีร์อีกครั้งด้วยความหงุดหงิด
ใช่ เสื้อเชิ้ตกับกางเกงน่ะเป็ของดี แต่ไอ้สิ่งที่รัดอยู่บนข้อมือซ้ายนั่นมันคืออะไร? นาฬิกาสายเรซินสีดำด้านหน้าตาโง่ๆ ที่มีรอยขีดข่วนเต็มไปหมด... นี่มันบ้าอะไรกัน? คนระดับนี้ใส่ของพรรค์นี้เนี่ยนะ? นาฬิกาของเล่นเด็กหรือไง? แล้วไหนจะรองเท้าผ้าใบสีดำที่ดูทะมัดทะแมงเกินเหตุนั่นอีก!
ยิ่งมอง กฤตก็ยิ่งรู้สึกรับไม่ได้ เขาไม่อาจทนยอมรับได้เลยว่า ผู้ชายที่มีสภาพเหมือนเศษขยะใช้แรงงานแบบนี้ จะกลายมาเป็คู่หมั้นของผู้หญิงที่สูงส่งที่สุดในชีวิตของเขา!
เขารู้จักกับเพียงฟ้ามาั้แ่เด็ก เล่นด้วยกันมาั้แ่ยังจำความได้ คอยดูแลเอาใจใส่และทุ่มเททุกอย่างให้เธอมาโดยตลอด จนกระทั่งในแวดวงสังคมไฮโซ ใครต่อใครต่างก็พากันพูดเป็เสียงเดียวกันว่า ในบรรดาผู้ชายทั้งหมดที่ตามจีบเพียงฟ้า... 'กฤต' นี่แหละ คือตัวเต็งอันดับหนึ่งที่เหมาะสมและคู่ควรกับนางพญาแห่งสิรินทรา กรุ๊ป มากที่สุด!
ทว่า อยู่ๆ ไอ้ผู้ชายไร้หัวนอนปลายเท้าที่ไหนก็ไม่รู้ โผล่มาจากดินแดนแห้งแล้ง ชุบตัวด้วยสายเืของคุณสิรินทร์ แล้วก็มาชุบมือเปิบ แย่งชิงตำแหน่งคู่หมั้นของเธอไปหน้าตาเฉย!
ความริษยาและความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอก ทำให้กฤตลืมเลือนมารยาทของสุภาพบุรุษไปจนหมดสิ้น ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าไปใกล้ตู้เกมอีกนิด ก่อนจะกระซิบถ้อยคำผรุสวาทที่เต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามออกมาอย่างชัดเจน
"คนเรา... ควรจะรู้จักที่ทางของตัวเองนะครับ และควรจะรู้ว่าตัวเองควรจะอยู่ในที่ที่ควรอยู่..." กฤตเค้นเสียงลอดไรฟัน ั์ตาแข็งกร้าว "ต่อให้คุณจะโชคดี เกิดมาเป็หลานชายแท้ๆ ของคุณสิรินทร์... แต่มันก็ไม่ได้แปลว่า คนชั้นต่ำอย่างคุณ จะคู่ควรกับเพียงฟ้าหรอกนะ!"
คำด่าทอที่รุนแรงและตรงไปตรงมา ลอยปะทะเข้ากับใบหน้าด้านข้างของธีร์อย่างจัง
แต่ทว่า หมาป่าหนุ่มก็ยังคงดำรงความเงียบเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชายหนุ่มไม่ได้ขยับตัว ไม่ได้หันมามองหน้า ไม่ได้สวนหมัดเข้าที่ปลายคางของอีกฝ่ายอย่างที่คนเืร้อนทั่วไปควรจะทำ เขาทำเพียงแค่เลื่อนสายตาจากหน้าจอเกมมาที่มือของตนเอง ค่อยๆ ขยับนิ้วเรียวยาวเปลี่ยนเกียร์รถในเกมดังกริ๊ก... ก่อนจะเหยียบคันเร่งจนมิด ปล่อยให้ความเงียบและความเมินเฉย เป็ตัวทำลายล้างความหยิ่งยโสของศัตรู
และในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุดนั้นเอง...
"อะไรกัน... อยู่นี่เองเหรอคะ!"
เสียงหวานใสทว่าแฝงไปด้วยความขุ่นเคืองและอาการกระเง้ากระงอดที่คุ้นหู ก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลังของชายหนุ่มทั้งสองคน
"ใจร้ายมากเลยนะคะ... ที่กล้าทิ้งฉันเอาไว้คนเดียวแบบนั้นน่ะ!"
กฤตสะดุ้งเล็กน้อย ชายหนุ่มรีบหันขวับไปตามเสียงเรียก ก่อนที่รอยยิ้มสุภาพบุรุษอันแสนคุ้นเคยจะถูกเสกขึ้นมาประดับบนใบหน้าอย่างรวดเร็วราวกับเล่นมายากล
สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า คือร่างระหงของเพียงฟ้าในชุดเดรสสีครีมรัดรูปที่ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวให้ดูเย้ายวน หญิงสาวกำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ทว่าคิ้วเรียวสวยของเธอกลับขมวดเข้าหากันแน่นเป็ปม ั์ตาสีเข้มดุจนางพญาจ้องเขม็งข้ามไหล่ของกฤต พุ่งตรงไปยังชายหนุ่มหน้าตายที่กำลังนั่งจับพวงมาลัยรถแข่งจำลองอยู่
"อ้าว! ฟ้า... ดีใจจังเลยที่ได้เจอคุณที่นี่!"
กฤตเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและเป็ธรรมชาติที่สุด ชายหนุ่มแสร้งทำเป็ประหลาดใจกับการปรากฏตัวของเธอ "บังเอิญจังเลยนะครับ ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอฟ้าที่ห้างนี้"
เพียงฟ้าชะงักฝีเท้า หญิงสาวเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ามีใครอีกคนยืนอยู่ตรงนี้ด้วย ั์ตาของนางพญาสาวตวัดมองชายหนุ่มในชุดสูทลำลองั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าตกตะลึงได้อย่างแเีไม่แพ้กัน
"อ้าว กฤต! เป็คุณนี่เอง..." เพียงฟ้าเอ่ยทักตอบ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่าดวงตาของเธอกลับไม่ยิ้มตาม "แหม... ที่ว่าบังเอิญนี่... บังเอิญมาเดินห้างแล้วเจอจริงๆ... หรือว่ามี 'นักสืบจำเป็' คอยช่วยรายงานพิกัดให้กันแน่คะ?"
คำถามที่สวนกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัยอันลึกล้ำนั้น เปรียบเสมือนหอกแหลมที่พุ่งเสียบทะลุหน้ากากของกฤตเข้าอย่างจัง!
กฤตหน้าเจื่อนลงไปถนัดตา ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ สมองของเขาพยายามประมวลผลอย่างหนักว่าเพียงฟ้ารู้เื่ที่เขาโทรไปเค้นข้อมูลจากน้ำรินได้อย่างไร แต่ด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดในสังคมไฮโซ เขาจึงรีบงัดเอาทักษะการแถระดับมืออาชีพออกมาใช้ทันที
"น... นักสืบอะไรกันครับฟ้า มีที่ไหนกัน..." กฤตหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนความเขินอาย "ผมก็แค่อยากมาเดินเที่ยวพักผ่อนที่ห้างนี้เฉยๆ น่ะครับ แล้วพอดี... ระหว่างที่กำลังเดินผ่านโซนตู้เกม ผมก็บังเอิญเห็น..."
กฤตปรายตามองไปที่ธีร์ด้วยแววตาเหยียดหยาม ก่อนจะเหยียดยิ้ม "ผมบังเอิญเห็น 'ผู้ใหญ่บางคน' ที่ทำตัวเหมือนเด็ก... มานั่งเล่นเกมตู้แบบนี้อยู่ ผมก็เลยรู้สึกสนใจและแปลกใจขึ้นมาน่ะครับ ว่าทำไมถึงมีคนวัยนี้มานั่งเล่นอะไรแบบนี้อยู่ได้"
เพียงฟ้าได้ยินคำแก้ตัวอันแสนจะฟังไม่ขึ้นของเพื่อนสมัยเด็ก ก็ทำเพียงแค่ถอนหายใจแ่เบา หญิงสาวี้เีเกินกว่าจะจับผิดหรือต่อปากต่อคำกับกฤตให้มากความ เธอละสายตาจากเขา ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหยุดยืนอยู่ข้างๆ ตู้เกมแข่งรถซิมูเลเตอร์
ั์ตาของเธอจ้องมองเสี้ยวหน้าคมคายของชายหนุ่มที่ยังคงเอาแต่สนใจการหักพวงมาลัยหลบหลีกรถคันอื่นบนหน้าจอ โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย
"ในตอนที่คุณบอกฟ้าตอนอยู่บนเครื่องบิน... ว่าคุณชอบเล่นวิดีโอเกม... ตอนนี้ฟ้าเชื่อสนิทใจแล้วล่ะค่ะ"
เพียงฟ้าเอ่ยประชดประชันด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด หญิงสาวยกแขนขึ้นกอดอก "แต่ว่า... คุณก็ใจร้ายจังเลยนะคะ! ที่กล้าเดินหนีและทิ้งฉันเอาไว้ในร้านคนเดียวแบบนั้นน่ะ!"
ธีร์ยังคงนิ่งเงียบ ชายหนุ่มจดจ่ออยู่กับการบังคับรถบนหน้าจอ นิ้วเรียวยาวขยับเกียร์อย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหักพวงมาลัยสาดโค้งอย่างรุนแรง ทำให้รถในเกมดริฟต์ปาดหน้ารถคู่แข่งจนแซงขึ้นมาเป็ที่ 1 ได้สำเร็จในเสี้ยววินาทีสุดท้าย!
"ก็เพราะว่า..." ธีร์เอ่ยตอบหน้าตาย โดยที่สายตายังไม่ละจากหน้าจอแม้แต่มิลลิเมตรเดียว "...คุณกำลังเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าไงล่ะครับ"
เพียงฟ้าขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงงกับคำตอบนั้น "แล้วไงคะ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่ฉันเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าด้วยล่ะคะ?"
ธีร์เหยียบคันเร่งรักษาระดับความเร็ว ก่อนจะเอ่ยอธิบายทฤษฎีทางฟิสิกส์ในแบบฉบับของเขาออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดในโลก
"มันก็เหมือนกับทฤษฎี 'แรงโน้มถ่วง' นั่นแหละครับฟ้า..." ธีร์เปรียบเปรย "ในสถานที่ที่แตกต่างกัน แรงโน้มถ่วงมันก็ย่อมไม่เท่ากัน ส่งผลให้เวลาเดินไม่เท่ากันด้วย... ซึ่งจากที่ผมสังเกตดูแล้ว... ภายในร้านเสื้อผ้าผู้หญิงร้านนั้น มันเหมือนจะมีมวลแรงโน้มถ่วงที่หนาแน่นมากกว่าพื้นที่ข้างนอกห้างน่ะครับ"
เพียงฟ้ายืนนิ่งกะพริบตาปริบๆ หญิงสาวพยายามใช้สมองอันชาญฉลาดระดับซีอีโอตีความหมายของทฤษฎีแรงโน้มถ่วงที่แสนจะลึกล้ำนั้นอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ความจริงอันน่าปวดหัวจะค่อยๆ กระจ่างชัดขึ้นในหัวของเธอ
"นี่คุณ..." เพียงฟ้าเบิกตากว้าง ชี้นิ้วไปที่เขาด้วยความหงุดหงิด "นี่คุณกำลังจะหลอกด่าว่า... ฉันใช้เวลา 'เลือกเสื้อผ้านาน' จนเวลาเดินช้ากว่าปกติงั้นเหรอคะ!?"
"ผมไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะครับ" ธีร์ปฏิเสธหน้าตาย รีบชิงตัดบทด้วยการเหยียบเบรกในเกม
เพียงฟ้าท้าวเอว จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เหลืออด หญิงสาวผู้เพียบพร้อมและสง่างามอยู่เสมอ บัดนี้หลุดมาดนางพญาน้ำแข็งไปจนหมดสิ้น เธออ้าปากเตรียมจะต่อว่าเขาสักฉาดใหญ่ที่กล้ามาเปรียบเปรยการช้อปปิ้งของเธอเป็ทฤษฎีแรงโน้มถ่วง
ทว่า ปฏิกิริยาอันแสนจะเป็ธรรมชาติและเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของเธอแบบนี้... กลับทำเอากฤตที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ถึงกับรู้สึกทำตัวไม่ถูก!
กฤตเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ั้แ่ที่เขารู้จักและเติบโตมาพร้อมกับเพียงฟ้า เขาแทบจะไม่เคยเห็นเธอหลุดการควบคุม หรือแสดงอาการกระเง้ากระงอด โต้เถียง และปล่อยอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่กับผู้ชายคนไหนมาก่อนเลยในชีวิต! ปกติแล้ว เธอจะสงวนท่าที เยือกเย็น และวางตัวอยู่เหนือปัญหาเสมอ... แต่กับไอ้ผู้ชายหน้าตายนี่ ทำไมเธอถึงได้แสดงความเป็ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งออกมาได้อย่างเป็ธรรมชาติขนาดนี้!?
ฟินิช! (Finish!)
ตัวอักษรบอกผลลัพธ์ปรากฏขึ้นบนหน้าจอเกม พร้อมกับเสียงประกาศชัยชนะอันดับ 1 ของผู้เล่น
ธีร์ถอนหายใจแ่เบา ชายหนุ่มปล่อยมือจากพวงมาลัย ก่อนจะหันใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบเฉยมาหาเพียงฟ้าที่กำลังยืนท้าวเอวอยู่ข้างๆ ตู้เกม
"คุณเลือกเสื้อผ้าเสร็จแล้วล่ะสิครับ" ธีร์เอ่ยถามพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"ยังเลือกไม่เสร็จหรอกค่ะ!" เพียงฟ้าตอบเสียงสะบัด สะบัดหน้าหนีเล็กน้อย "แต่พอดี... ฉันหันไปแล้วเห็นว่ามีใครบางคนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย... ฉันก็เลยต้องรีบเดินตามหา เพราะความเป็ห่วงน่ะสิคะ!"
ธีร์ทำหน้าแปลกๆ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน "ผมไม่ใช่เด็กนะครับฟ้า ที่เดินหลงทางในห้างแล้วจะหาทางกลับไม่เจอน่ะ"
"ฉันรู้ค่ะ ว่าคุณไม่ใช่เด็ก!" เพียงฟ้าเถียงกลับทันควัน ั์ตาสีเข้มจ้องมองเขาด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด "แต่ว่า... คุณไม่ได้อยู่ประเทศไทย ไม่ได้เดินห้างในกรุงเทพฯ มาตั้งกี่ปีแล้วล่ะคะ! ถ้าเกิดคุณหลงขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไง!"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุผลที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของหญิงสาว ธีร์ก็ถึงกับพูดไม่ออก ชายหนุ่มผู้ไม่สันทัดเื่การต่อปากต่อคำกับผู้หญิง จึงตัดสินใจใช้ไม้ตายเดิม นั่นคือการ 'เปลี่ยนเื่'
"เอาเถอะครับ..." ธีร์ตัดบทเสียงเรียบ "แล้วนี่... เราจะไปที่ไหนกันต่อดีครับ?"
เพียงฟ้าอ้าปากเตรียมจะบอกจุดหมายปลายทางต่อไป ทว่า ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมา กฤตที่ถูกทิ้งให้กลายเป็อากาศธาตุมาพักใหญ่ ก็รีบฉวยโอกาสแทรกตัวเข้ามาในบทสนทนาทันที
"เอ่อ... ฟ้าครับ!" กฤตส่งยิ้มหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ "เอาอย่างนี้ดีไหมครับ? ไหนๆ วันนี้เราก็บังเอิญมาเจอกันแล้ว... เราไปหาอะไรอร่อยๆ ทานด้วยกันไหมครับ? มื้อนี้ผมขอเป็เ้ามือเลี้ยงเอง!"
ชายหนุ่มในชุดสูทลำลองหันมามองหน้าธีร์ ก่อนจะอ้างเหตุผลที่แสนจะแเี "พอดีว่า... ผมเองก็อยากจะทำความรู้จักกับ 'เพื่อน' ของเพียงฟ้าคนนี้ให้มากขึ้นซะด้วยสิครับ"
กฤตจงใจเน้นคำว่า 'เพื่อน' อย่างชัดเจน เขาตั้งใจแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่สถานะคู่หมั้นของธีร์ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของการบังเอิญเจอ และไม่้าให้เพียงฟ้ารู้ว่าเขาสืบเื่ของเธอมาอย่างทะลุปรุโปร่ง
ทว่า... เพียงฟ้าผู้ซึ่งรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของกฤตมาั้แ่ตลบแรก หันไปมองหน้าเพื่อนสมัยเด็กด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
หญิงสาวลอบถอนหายใจในใจอย่างเอือมระอา... เธอยอมรับในความช่างแถหน้าตายของกฤตจริงๆ! ทั้งๆ ที่เขาเป็คนสั่งให้น้ำรินโทรมาเช็กพิกัดของเธอ และเขาก็รู้เต็มอกว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอคนนี้คือ 'คู่หมั้น' ที่คุณปู่ประกาศเอาไว้ชัดเจน... แต่เขาก็ยังกล้าที่จะตีหน้าซื่อ สวมบทบาทคนดี และพยายามจะแทรกซึมเข้ามาเป็มือที่สามได้อย่างหน้าไม่อายที่สุด!