กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
เสียงอลาร์มแจ้งเตือนไฟไหม้แผดเสียงดังลั่น หลังจากนั้นความวายป่วงก็บังเกิดแก่ชีวิตผม
แผนหนีไฟที่ บริษัท ซาเตอร์ ลอว์ เฟิร์ม สู้อุตส่าอบรมให้พนักงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ดูเหมือนจะถูกพับแล้วโยนหายไปไหนแล้วก็ม่รู้ ทุกๆอย่างโกลาหลไปหมด ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
รวมถึงผม "นักรบ" วีรบุรุษ นาวาพิพัฒน์ ถึงแม้ปกติจะเก่งกล้าสามารถจนไม่กลัวใคร
แต่ผมก็ไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งไว้ในกองไฟนะครับ ผมรีบรวบแมคบุ๊คคู่ใจ รวมถึงทรัพย์สินต่างๆใส่กระเป๋าเป้
สบายขึ้นบ่า ในขณะที่กำลังจะวิ่งลงไปทางบันไดหนีไฟ สายตาก็เหลือบไปเห็น
เด็กผู้ชายคนนึง ยืนหันซ้ายหันขวาทำตัวไม่ถูกอยู่ ผมเลยเดินไปคว้าข้อมือไอ้หมอนั่น
"มาทางนี้ มายืนเซ่ออยู่ตรงนี้เดี๋ยวก็ได้กลายเป็ไก่ย่างหรอก" ผมบอกโดยที่ไม่ได้หันไปมอง
"เอ่อ คืออออ" เด็กคนนั้นอ้ำอึ้ง
"มีอะไรไว้ค่อยพูดทีหลัง ไม่รู้ตอนนี้ไฟไหม้ถึงไหนแล้ว เรารีบลงไปก่อน เดี๋ยวค่อยคุย" ผมบอกพลางออกแรงดึงเ้าคนนั้นไปพลาง
แล้วผมก็รีบพาเด็กคนนั้นเดินลงมาจากชั้น 28 มานั่งหอบอยู่ที่พื้น จุดรวมพล
"ไอ้รบบบบบบ กูนึกว่ามึงติดอยู่บนโน้นนนนน กว่าจะลงมาได้นะ" ฮันเตอร์รีบวิ่งมาทางผมพลางหันไปสั่งงาน
"พนักงานลงมาครบ เ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและระงับเพลิงได้เลยครับ" วอบอก้าเสร็จมันก็หันมาคุยกับผม
"เดี๋ยวมึงช่วยกันดูทางนี้ก่อนนะ กูจะไปดูแถวๆตึกหน่อย ว่าสถานการณ์เป็ยังไงบ้าง" ฮันเตอร์หันมาสั่งอีกครั้งก่อนเดินออกไปทางที่ผมเพิ่งวิ่งมา
"น้อง กินน้ำก่อน" ผมหยิบน้ำให้เด็กคนที่ผมพาลงมาด้วย
"คือพี่่ครับ" น้องเขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง
RRRRRRRRRR เสียงโทรศัพท์ผมดังครับ ไอ้ฮันเตอร์นั่นเอง
"มึง แจ้งพนักงานทุกคนไปเจอกันที่ห้องประชุมภายใน 15 นาที" มันสั่งแล้ววางสายไปทันที
ห้องประชุม
"เมื่อฝ่ายอาคารเข้าทำการตรวจสอบพบว่า ไม่ได้มีไฟไหม้แต่เกิดจากมีคนไปกดสัญญาณเตือนขึ้นมา" ฮันเตอร์พูดนาบเนิบตามวิสัย
เด็กคนข้างๆผมยกมือขึ้นอย่างสั่นๆ "ผะ ผม เองครับ" พูดจบน้ำตาก็ไหลลงมา เด็กนี่ปาดน้ำตาป้อยๆอย่างน่าสงสาร
"แล้วน้องไปกดทำไมครับ" ฮันเตอร์ถามขึ้น น้องเลยได้โอกาสเล่าด้วยน้ำตานองหน้า
โอโซน ทอล์ก
ย้อนไปเมื่อ ครึ่งชั่วโมงก่อน
ผมโอโซน นายบรรยากาศ กิติยา วันนี้เป็วันแรกที่ผมจะมาเริ่มฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายในฝันของผม
ไม่ได้อยากทำงานที่ดีดีอะไรหรอกครับ แต่ผมแอบชอบคุณฮันเตอร์ วรกมล ซาเตอร์ หัวหน้าสำนักงานที่นี่ มาั้แ่ครั้งที่ผมอยู่ปี 1
แล้วคุณฮันเตอร์มาเป็วิทยากรพิเศษเื่ จรรยาบรรณในวิชาชีพทนายความ
คนอะไรไม่รู้ทั้งเท่ ทั้งเก่ง หน้าตายิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่ว่าจะเป็คิ้วหนาๆ ตาคมๆคู่นั้น ที่มีแววลึกลับและขี้เล่นอยู่ในที
อัธยาศัยก็ดีเลิศ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะมาแค่วันแรกผมก็ทำบริษัทเขาวายป่วงซะแล้ว ไม่รู้จะได้ฝึกงานไหม แค่คิดก็ห้ามน้ำตาไม่อยู่ซะแล้ว
ผมรีบเดินทางมาที่สำนักงานก่อนเพื่อนๆเนื่องด้วยไม่อยากมาสายั้แ่วันแรก เจอพี่เลขาหน้าดุๆ มาบอกให้ผมไปนั่งรอเพื่อนๆในห้องรับแขก
กดปุ่มเปิดประตูสีแดง แล้วเข้าไปนั่งรอได้เลย ผมก็กดปุ่มสีแดงตามที่พี่เขาบอก แต่ประตูห้อวรับรองไม่เปิด ที่เปิดคือประตูนรก
พอผมเล่าจบพี่หลายๆคนก็กลั้นขำ แต่คุณฮันเตอร์มองผมด้วยแววตาว่างเปล่า
ผมก็เลยเบะ คุณฮันเตอร์เลยยกมือขึ้นมาห้าม
"ไม่ต้องร้องแล้ว แล้วทำไมไม่รีบบอกั้แ่ตอนที่กริ่งมันดังครับ" คุณฮันเตอร์ถามด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง
"ก็พยายามจะบอกแล้วครับ แต่พี่คนนี้บอกไว้ค่อยคุยแล้วก็ลากผมมาเลยครับ" ผมตอบพลางหันไปชี้พี่ที่ใส่แว่นข้างๆ
"อ่าา ยังไงครับคุณนักรบ" คุณฮันเตอร์หันไปถาม
"ก็กู เอ๊ย ผมไม่รู้นี่ครับว่าน้องเขาจะบอกอะไรเห็นยืนเซ่อๆ ซ่าๆอยู่ ผมก็นึกว่าหลงทางหาทางหนีไม่ถูก" พี่ข้างๆตอบ
"อุตส่าห์ช่วยโบ้ยกันเฉยเลยนะ" พร้อมก้มลงมากระซิบที่ข้างหู
"โอเคๆ ไม่มีใครเป็อะไรก็ดีแล้ว ส่วนฝ่ายบุคคล ไปเตรียมจัดตารางหนีไฟใหม่นะ ถ้าวันนี้ไฟไหม้จริงๆคงได้ตายกันหมดแน่ ถือว่าวันนี้น้องชื่ออะไรนะ โอโซนใช่ไหม" ผมพยักหน้าตอบ "เขาจัดซ้อมใหญ่ให้แล้วกันนะ" พูดจบแล้วหันมายิ้มให้ผมแบบขำๆ
เอาล่ะครับบบ มาแล้วครับผีเสื้อนับล้านตัวบินวนอยู่ในท้อง
"น้องครับน้องงงง จะยืนยิ้มอยู่ตรงนี้อีกนานไหมครับ เขาออกไปกันหมดห้องแล้ว" พี่คนที่ลากผมเรียกผมให้หลุดจากภวังค์
"ครับพี่ แหะๆ" ผมหันไปยิ้มตอบเก้อๆ
บนชั้น 28 แผนกคดีอาญา
"น้องเลือกมาฝึกงานแผนกคดีอาญาเหรอครับ" พี่ฮันเตอร์ร้องทักเมื่อเห็นผมเดินเข้ามาในแผนก
"ครับ" ผมตอบรับแบบลอยๆ
"โอเค งั้นเดี๋ยวพี่แนะนำตัวเองก่อนละกันเนาะ" พี่ฮันเตอร์กำลังจะเอ่ยต่อ
"คุณฮันเตอร์ วรกมล ซาเตอร์" ผมเผลอตอบออกไป
"เอ่าา รู้จักพี่อยู่แล้วเหรอครับเนี่ย" พี่ฮันเตอร์เอ่ยถามพร้อมเกาท้ายทอยแก้เก้อ
"คุณฮันเตอร์เคยไปเป็วิทยากรพิเศษที่ม.ของผม ตอนผมอยู่ปี 1 น่ะครับเลยจำได้" ผมตอบแก้เก้อ
"อ่อออ นึกออกละ งั้นก็ยินดีต้อนรับนะครับ" คุณฮันเตอร์กล่าวพร้อมเอื้อมมือมายีหัวผม
ใครก็ได้ จับทีครับ ผมจะวูบบบบบบบ
"หมับ" ใครจับมือคุณฮันเตอร์ออกวะครับ คนกำลังเคลิ้ม เดี๋ยวกูเหนี่ยวให้ซะเลยนี่
"เอ่า ไอ่รบ มาก็ดีแล้ว เอาน้องฝึกงานออกไปแนะนำด้านนอกด้วย" คุณฮันเตอร์หันไปบอกคนที่กำลังจับแขนตนอยู่ พลางหันมาพูดกับผม
"คนนี้พี่นักรบนะ แต่ไปแนะนำตัวกันด้านนอกละกัน พี่มีสายด่วน" เอ่ยแล้วก้มมองที่โทรศัพท์มือถือ
"ขอบคุณครับ" ผมยกมือไหว้แล้วเดินตามพี่นักรบนี่ออกมา
"สวัสดีครับ พี่นักรบนะครับ เรียกพี่รบก็ได้เดี๋ยวพี่ให้พี่เต้พาเดินแนะนำส่วนต่างๆของแผนก แล้วก็อย่าพยายามทำอะไรที่นี่พังอีกนะครับ" ว่าจบก็หันไปเรียกพี่เต้ให้เดินมาหา แล้วจ้องไปที่จอคอมทันที เอาล่ะ ผมว่าไอพี่นักรบอะไรนี่ก็กวนตีนพอสมควรเหมือนกันนะครับ
"หวัดดีโอโซน พี่ชื่อฮ่องเต้นะ เป็เสมียน(ธุรการ)ของพี่นักรบเขา แผนกคดีอาญาเราจะมีกันอยู่ 8 คน ก็มี พี่ฮันเตอร์ อันนั้นหัวหน้าแผนกน้องเจอมาแล้วเนาะ ทนายมี 3 คน มีพี่จอมทัพ พี่นักรบ แล้วก็พี่กระบี่ พี่อีก 2 คนน่าจะมาถึง่บ่ายแก่ๆออกไปทำคดีที่ศาล ส่วนเสมียนก็มีพี่ พี่คะน้า แล้วก็พี่เป็ดย่าง พี่สามคนอยู่อันเดอร์พี่เอเจที่เป็เลขาพี่ฮันเตอร์อีกที แต่วันนี้พี่เจลานะ พรุ่งนี้น้องถึงจะะได้เจอ" พี่ฮ่องเต้ร่ายยาว
"กูชื่อเป็ดเฉยๆ เรียกพี่ว่าพี่เป็ดก็พอนะ" พี่เป็ดหันมาบอกแกมหัวเราะ สามคนนี้บุคลิกต่างกันมาก
พี่ฮ่องเต้เป็ผู้ชายสูงราวๆ 190 เิเ มีรอยยิ้มประดับหน้าอยู่ตลอดเวลา ดูเข้าถึงง่ายอารมณ์ดี
พี่เป็ดย่าง เป็คนผิวขาวเหมือนคนไม่ถูกแดดมานาน และหน้าตาดูง่วงตลอดเวลา
พี่คะน้า ดูเป็คนไม่ยินดียินร้ายกับอะไรเท่าไร แต่ก็หันมายิ้มน้อยๆทักทายผมแล้วหันกลับไปทำงานต่อ
พี่ฮ่องเต้พาผมไปดูห้องต่างๆในแผนกจนครบ
12.00 น.
"ไปกินข้าวกัน วันนี้เลี้ยงต้อนรับน้องใหม่ด้วย" พี่เป็ดย่างบอกอย่างกระตือรือร้น พอเื่กินตาสว่างเลยนะพี่
"ไปกินไกลไม่ได้นะ วันนี้ บ่ายครึ่งมีประชุมแผนก" พี่คะน้าหันมาบอก
"ส้มตำข้างล่างนี่แหละ ไปๆ" พี่ฮ่องเต้กล่าว
"แล้วพี่นักรบเขาไม่ลงไปกินข้าวด้วยเหรอครับ" ผมถามขึ้นมาเพราะพี่นักรบยังนั่งจ้องหน้าจอคอมอยู่ที่เดิม
"ไปกินได้เลยไม่ต้องห่วงครับ" พี่นักรบตอบกลับมาโดยไม่ได้หันมามอง หูดีซะด้วยทีหลังจะนินทาคงต้องแอบๆ
"วันประชุมที่นี่ก็จะเครียดๆหน่อย เพราะเป็การสรุปคดีในเดือนที่ผ่านมาทนายทั้งสามคนจะต้องตรวจสอบงานของกันเองเพื่อที่จะได้แก้ไขจุดบกพร่องในเดือนหน้า" พี่ฮ่องเต้บอกพลางดันหลังให้ผมเดิน
หลังจากที่เรากินข้าวเสร็จ พี่ๆทั้งสามคนขอแยกไปเดินซื้อของที่ตลาดใต้ตึกที่เราทำงานส่วนผมเดินแยกออกมาเพื่อซื้อน้ำแล้วก็ขนม
ผมเดินเข้าไปที่โต๊ะของพี่นักรบ ยื่นนมชมพู และแซนวิซให้
"พี่กินอะไรสักหน่อยนะครับ ถือว่าขอบคุณที่พี่ช่วยผมจากไฟไหม้" ผมบอกอ้อมแอ้ม
"นมชมพู?" พี่นักรบเงยหน้าขึ้นมา
"ก็ผมไม่รู้ว่าพี่ชอบกินอะไร อันนี้หวานๆจะได้มีเเรงประชุม" ผมตอบแล้วเดินออกมาเลย
นักรบ ทอล์ก
ผมกำลังง่วนกับเอกสารการประชุมเนื่องจากเมื่อเช้าถูกก่อกวนจากเหตุไฟไหม้จำลอง ของเด็กฝึกงาน
เงยหน้าขึ้นมาก็พบไอเด็กใหม่ ยื่นนมชมพูกับแซนวิซมาตรงหน้า ผมก็ได้แต่รับไว้
เมื่อจัดการเอกสารเสร็จ ผมก็ค้นพบว่า ผมหิวจริงๆด้วย เลยคว้าแซนวิซขึ้นมากัด พลางดูดนมชมพูตามเข้าไป
หวานชะมัด
"พี่รบกินอะไร" ฮ่องเต้เดินมาถามผม แต่ถามไม่ทันจบเพราะเห็นว่าผมกัดแซนวิซอยู่
"อารมณ์ไหนกินนมชมพูล่ะพี่ ไม่แหววละเหรอ" ไอเต้นี่ก็ขี้เสือกจังวะ ถามซอกแซกไม่เลิก ก็จริงอยู่ที่ผมไม่เคยนึกพิศวาสไอนมแหววนี่
แต่วันนี้ก็อร่อยดีเหมือนกันนะครับ
"น้ำตาลกูตก ไปเตรียมห้องประชุมได้แล้วไป" ผมตอบพลางไล่กลายๆ
ผมเดินไปล้างมือ ต้องเดินผ่านโต๊ะที่เด็กใหม่นั่งอยู่ เลยพูดไปลอยๆว่า
"อร่อยดีนะครับ ขอบคุณมาก : )"