เสียงไซเรนยังคงดังต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน แสงสีแดงฉานกระพริบสะท้อนใบหน้าของทุกคนในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก “มันกำลังเรียกหา… อาร์ค” คำพูดของกัปตันเฉินทำให้ความเงียบเย็นเฉียบแผ่ซ่านไปทั่ว หลินเยว่หันไปมองชายข้างกายทันที อาร์คยืนนิ่ง แต่ดวงตาสีแดงเข้มของเขาสั่นไหวอย่างชัดเจน ราวกับมีเสียงบางอย่างดังสะท้อนอยู่ลึกลงไปในจิตใจของเขา
“ได้ยินไหม” หลินเยว่ถามเสียงเบาหวิว
อาร์คพยักหน้าช้า ๆ “มันกำลังพูดกับฉัน”
คินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “พูดว่าอะไร”
อาร์คเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงต่ำเย็นเยียบ “กลับมา” เพียงสองคำสั้น ๆ แต่กลับทำให้ทุกคนรู้สึกหนาวเย็นถึงกระดูกสันหลัง ราวกับสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่แฝงอยู่ในถ้อยคำนั้น
ดร.เซลีนรีบเปิดภาพจากกล้องเฝ้าระวังขึ้นบนจอขนาดใหญ่ จอแสดงภาพกำแพงด้านเหนือของเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด นอกแนวกำแพงนั้น ฝูงผู้ติดเชื้อจำนวนมหาศาลยืนอยู่อย่างผิดธรรมชาติ พวกมันไม่ได้พุ่งโจมตีอย่างบ้าคลั่ง แต่กลับยืนนิ่งราวกับกองทัพที่กำลังรอคำสั่ง และตรงกลางกองทัพนั้น— มีร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิท ผิวซีดเซียว ดวงตาสีทองส่องประกายราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อ ริมฝีปากของเขาแต้มด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ที่ชวนให้รู้สึกหนาวสะท้าน แม้จะอยู่ในภาพจากระยะไกล ทุกคนยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น
“ราชันย์ระดับอัลฟ่า… โซล” ดร.เซลีนเอ่ยชื่อด้วยน้ำเสียงตึงเครียด “หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ใกล้เคียงคำว่า ‘สมบูรณ์แบบ’ มากที่สุด”
โซลเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แม้เป็นเพียงภาพจากกล้อง แต่ทุกคนรู้สึกราวกับอีกฝ่ายกำลังมองทะลุเข้ามาในห้องนี้ จากนั้นเขายกมือขึ้นแตะอกตัวเอง แล้วชี้ตรงมายังกล้อง สัญญาณภาพกระตุกอย่างรุนแรง ก่อนดับไปพร้อมเสียงแตกพร่า ห้องทั้งห้องเงียบงัน เจย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “เขารู้ว่าเราอยู่ที่นี่”
กัปตันเฉินกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ “และถ้ามันเริ่มโจมตี กำแพงอาจรับไม่ไหว”
อาร์คยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าของเขาไร้อารมณ์ แต่หลินเยว่รู้สึกได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างรุนแรง “นายรู้จักเขา?”
อาร์คหลับตาลง ภาพเลือนรางบางอย่างผุดขึ้นในความทรงจำที่ถูกปิดผนึกไว้— ห้องทดลอง เสียงคำราม และดวงตาสีทองคู่หนึ่งที่จ้องมองเขาจากตู้ทดลองข้างเคียง เขาเปิดตาขึ้นอีกครั้ง “เรา… ถูกสร้างมาด้วยกัน” คำตอบนั้นทำให้ทุกคนตัวแข็งทื่อ ดร.เซลีนพยักหน้าช้า ๆ “โซลคือโครงการคู่ขนานของอาร์เธอร์” เธอหันไปมองหลินเยว่ “แต่ต่างจากอาร์ค เขาไม่เคยมีใครดึงกลับมา”
เสียงไซเรนดังขึ้นรุนแรงกว่าเดิม พร้อมเสียงประกาศจากลำโพงทั่วเมือง “กำแพงด้านเหนือถูกโจมตี! หน่วยป้องกันทุกหน่วยเข้าประจำตำแหน่ง!” นัทกำอาวุธแน่น “สรุปว่า เราต้องสู้กับซอมบี้ราชันย์อีกตัวงั้นเหรอ” คินยิ้มฝืด “และดูเหมือนมันตั้งใจมารับตัวอาร์คกลับบ้าน”
โซล— สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นพร้อมอาร์ค แต่เลือกเส้นทางที่ต่างออกไป หากอาร์คคือราชันย์ที่ยังไขว่คว้าความเป็นมนุษย์ โซลก็คือสิ่งมีชีวิตที่ยอมรับความเป็นนักล่าอย่างสมบูรณ์ หลินเยว่ก้าวมายืนตรงหน้าอาร์ค ดวงตาของเธอจ้องมองเขาอย่างแน่วแน่ “นายจะไปกับเขาไหม”
อาร์คมองเธอ เพียงเสี้ยววินาทีเดียว แต่ในแววตานั้นไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย “ไม่” คำตอบหนักแน่นจนหัวใจของเธอสั่นไหว เขายกมือขึ้นแตะหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา “ที่ของฉันอยู่ข้างเธอ”
ก่อนที่หลินเยว่จะตอบ พื้นอาคารก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงระเบิดดังกึกก้องจากภายนอก กระจกหลายบานแตกร้าว กัปตันเฉินหันไปมองจอสำรองด้วยสีหน้าซีดเผือด “มันทำลายประตูชั้นนอกได้แล้ว” ดร.เซลีนสูดลมหายใจลึก ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ถึงเวลาที่พวกคุณต้องเลือก” เธอมองหลินเยว่ตรง ๆ “จะหนีไป… หรือจะยืนหยัดและเริ่มสงครามที่เปลี่ยนชะตาโลกตั้งแต่วินาทีนี้”