บทที่ 160 พลิกกลับ
แทบจะทุกคนทั่วเมืองหลวงของอาณาจักรเซินได้เห็นฉากนี้และคิดตรงกัน ปรากฏการณ์ฝนเลือดในช่วงก่อนวันมงคลใหญ่เพียงสองวันเท่านั้น ต่อให้เป็นองค์จักรพรรดิ...พระองค์ก็ยังต้องเลื่อนการอภิเษก หรือไม่ก็ต้องยกเลิกไปเลย ดังนั้นเพื่ออาณาจักร องค์จักรพรรดิจึงกลับไปที่ห้องทรงงานของตนเอง เตรียมที่จะร่างราชโองการสำคัญขึ้นมาหนึ่งฉบับ
อย่างน้อยๆ ก็ต้องขอให้รออีกสักหนึ่งปี...
ทว่า ก่อนที่ราชโองการจะถูกร่างขึ้น จู่ๆเสียงระฆังแก้วที่ไพเราะสดใสก็ดังไปทั่วทั้งอาณาจักร ความคิดที่กังวลและหวาดกลัวของผู้คนค่อยๆถูกทำให้ปลอดโปร่ง
“องค์จักรพรรดิพะย่ะค่ะ ท่านนักบวชศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัวแล้วพะย่ะค่ะ” เสียงของขันทีคนหนึ่งที่รีบร้อนเข้ามาด้วยสีหน้ายินดีทำให้องค์จักรพรรดิวางพู่กันลง ผู้สูงศักดิ์เดินออกมาข้างนอกเพื่อดูสถานการณ์เช่นเดียวกับคนอื่นบ้าง และภาพที่เห็นก็ทำให้พระองค์ต้องประหลาดใจ
“ปรากฏการณ์ฝนทิพย์หรือ?”
นี่ย่อมเป็นฝนทิพย์อย่างแน่นอน ในตำนานกล่าวว่า...ฝนทิพย์นี้จะตกพร้อมกับสายรุ้ง 7 เส้น และตอนนี้ทั้งท้องฟ้าของเมืองหลวงเต็มไปด้วยสายรุ้งแล้ว
น้ำฝนที่ร่วงหล่นมาจากฟ้าชำระล้างสีแดงเลือดด้านล่างทั้งหมด จนพวกมันระเหยไปราวกับว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เหลือเพียงความเย็นชุ่มฉ่ำหัวใจเท่านั้น
และปรากฏการณ์ฝนทิพย์นี้ เคยถูกพูดว่า มันคือปรากฏการณ์การอวยพรของเทพครั้งใหญ่ ในครั้งที่บันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ ฝนทิพย์นี้ได้ตกก่อนวันอภิเษกสมรสขององค์จักรพรรดิอาณาจักรใหญ่แห่งหนึ่งเพียงครั้งเดียว และหลังจากนั้น...บ้านเมืองก็ยิ่งเจริญขึ้น ชีวิตรักคู่นั้นก็เต็มไปด้วยความสุขจนกลายเป็นเรื่องที่น่าอิจฉาของผู้คน
เมื่อครู่...เกิดฝนเลือด แล้วจู่ๆก็เกิดฝนทิพย์อย่างนั้นหรือ? สถานการณ์เช่นนี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่!!
ด้านบนท้องฟ้า นักบวชศักดิ์สิทธิ์ปล่อยออร่าแสงสีทองของตนเองออกมา ให้ภาพลักษณ์ที่น่านับถือเป็นอย่างยิ่ง เขาเปิดตาของตนเองอยู่ ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่มักจะหลับตาอยู่ตลอดเวลา ดวงตาประกายสีทองเหมือนแสงดวงดาวนั้นน่าเคารพเลื่อมใสยิ่ง
“นี่คือบัญชาจากเทพเซียน ขออวยพรให้แม่ทัพใหญ่หวงและว่าที่ฮูหยินจากสกุลหลี่ ครองคู่กันอย่างมีความสุขและสร้างประโยชน์ให้มนุษย์จนกว่าจะหมดอายุขัย...”
“ผู้ที่ต้องการแทรกแซงพระบัญชาสูงสุดจงระวังให้ดี ชะตาชีวิตไม่อาจลิขิตได้ด้วยมือเดียว ทุกอย่างเป็นเวรกรรมที่ทำมาหลายชาติภพ เส้นชะตาถูกผูกไว้ มิอาจแทรกแซง!”
เมื่อกล่าวจบ ฝนทิพย์ที่โปรยปรายก็เลือนลับกลายเป็นแสงละอองที่งดงามเหมือนกับเพชรแล้วก็หายไปในอากาศ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาแท้ๆ แต่กลับไม่มีใครเปียกปอน นี่ต่างหากที่เรียกว่า “พรจากเทพ” ที่แท้จริง
ร่างสีทองของท่านนักบวชก่อนหน้านี้หายไปพร้อมกับฝนทิพย์ด้วยเช่นกัน ปรากฏว่านั่นไม่ใช่ตัวจริงของเขา หากแต่เป็นญาณเท่านั้นที่ต้องการถ่ายทอดเจตจำนงของฟ้าให้ทุกคนได้รับรู้
นักพรตที่เต็มไปด้วยโลหิตก่อนหน้านี้เหมือนกับถูกดูดเลือดออกไปหมดทั้งตัว บัดนี้เขากลายเป็นเพียงชายชราผมขาวผู้หนึ่งที่ผอมแห้งเหลือเพียงกระดูกและลมหายใจอ่อนๆเท่านั้น
ถือว่าการหักล้างนี้สมบูรณ์แบบแล้ว ทุกคนในเมืองหลวงอ้าปากค้าง พวกเขากำลังเป็นพยานให้กับสิ่งใดอยู่กันแน่ ถึงแม้ว่านักพรตและนักบวชจะไม่ได้เชื่อในเทพองค์เดียวกัน แต่ก็ไม่ควรเกิดการต่อสู้นี้หรือไม่?
ทุกครั้งไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น กระนั้น...ตอนนี้พวกเขาก็ได้รู้แล้วว่า “ใครคือผู้ชนะที่แท้จริง” ดูเอาเถอะ ฝนเลือดก่อนหน้านี้ไม่เหลืออยู่เลย มีเพียงความประทับใจในฝนทิพย์ก็เท่านั้น
หลี่ชิงหมินมองดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แม้แต่เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีเรื่องราวเช่นนี้ด้วย เขาสับสนและมึนงงไม่น้อย ก่อนที่จะเห็นว่าไม่ไกลออกไป มีบุรุษคนหนึ่งเฝ้ามองเขาอยู่
เมื่อเห็นว่าชิงหมินมองตนเอง คนผู้นั้นก็ยกยิ้มให้เขา ใบหน้าที่เหมือนว่าเอาชนะทุกอย่างได้ทำให้หลี่ชิงหมินนึกประหลาดใจ เจ้าปีศาจร้ายผู้นั้น...แสดงออกเหมือนกับรู้อยู่แล้วเลย
ซึ่งความคิดของเขาถูกต้องแล้วจริงๆ สาเหตุที่การแต่งงานของเขาไม่เริ่มต้นขึ้นเสียที ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องตระกูลหวงเท่านั้นที่ยังจัดการไม่สำเร็จ แต่เขาได้รับคำเตือนสำคัญจาก “นักบวชศักดิ์สิทธิ์” ที่เคยช่วยเหลือกันมาก่อน อีกฝ่ายเตือนเขาเกี่ยวกับการที่เขาหลงรักชิงหมินแล้ว พูดเหมือนกับนักพรตพูดนั่นแหละ ดูเหมือนว่าชะตาชีวิตของเขาจะถูกใครบางคนเล่นสนุก และทำให้เขาไม่อาจครองคู่กับชิงหมินได้
ดวงคู่ของชิงหมินถูกบางอย่างขวางเอาไว้ ในขณะที่เส้นโชคชะตาของเขาถูกโยงไปหาผู้อื่น โดยเฉพาะคนผู้นั้นก็คือ “สตรีนามว่าซือซือ” เมื่อเขารู้ อคติที่มีต่อซือซือก็ยิ่งเพิ่มขึ้น แม้นางจะไม่ได้ทำอะไรผิด เขาก็ไม่ต้องการข้องแวะหรือให้ชิงหมินยุ่งเกี่ยวกับคนผู้นั้นอีก
ในขณะเดียวกัน เมื่อนักบวชศักดิ์สิทธิ์ได้ใช้พลังตรวจสอบและพบว่ามีการยุ่งเกี่ยวกับเส้นโชคชะตาจริง ทั้งพยายามแก้ไขจนมันสับสนวุ่นวายไปหมด เขาก็รับปากว่าจะช่วยจัดการให้เข้ารูปเข้ารอย แต่...เพื่อที่จะสู้กับคนที่ทรงอำนาจเช่นกัน จำเป็นต้องใช้พลังและอำนาจ ดังนั้นจึงกินเวลานานอย่างที่เห็น
ดีที่ชิงหมินได้ช่วยเหลือผู้คนเอาไว้มากมาย ความดีของเขาทำให้เส้นโชคชะตาค่อยๆแข็งแรงขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้อ่อนแอและควบคุมได้ง่าย ดังนั้นการแต่งงานของพวกเขาจึงถูกกำหนดขึ้นหลังจากที่เส้นโชคชะตาเข้ารูปเข้ารอยแล้ว
หวงซีเฉิงเชื่อใจนักบวชศักดิ์สิทธิ์ แต่เขาก็ยังเป็นห่วงชิงหมินอยู่ดี เด็กน้อยของเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาอาจจะกลัวฝนเลือดนั่นก็เป็นได้ หากเกิดอะไรขึ้นมา...เขาก็จะได้รีบเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา
แต่เมื่อเห็นว่าชิงหมินปลอดภัย เขาก็จากไปเพื่อรอเวลาแต่งงานและจะได้พบเจอกับชิงหมินอย่างถูกต้อง .......
องค์จักรพรรดิถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนหน้านี้พระองค์ได้เรียกหวงซีเฉิงมาแล้ว แต่เจ้าแม่ทัพที่อายุน้อยผู้นั้นเพียงบอกว่า นักบวชศักดิ์สิทธิ์ยืนยันว่าพวกเขาแต่งงานกันได้ ดังนั้นองค์จักรพรรดิจึงได้เพียงแค่ปล่อยเรื่องไป หากไม่ใช่เพราะท่านนักบวชศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัวขึ้นมา บางที...ราชโองการของเขาก็คงจะเสร็จแล้ว
“เฮ้อ เรียกผู้ทำนายมา วิเคราะห์คำของท่านนักบวชศักดิ์สิทธิ์ให้ดีอย่าให้ขาดไปแม้เพียงคำเดียว”
องค์จักรพรรดิอยากจะรู้ว่าคำพูดของนักบวชหมายถึงอะไรกันแน่ คำบางคำที่ท่านนักบวชพูด ดูเหมือนจะต้องการสื่อสารไปให้ใครสักคน แต่ใครสักคนที่ว่านี้คือใครกันล่ะ?
ในวังองค์ชายสาม หลังจากที่ซือซืออาบฝนเลือดอย่างมีความสุข นางก็เห็นว่าฝนเลือดพวกนี้กำลังหายไป มองดูอีกทีก็กลายเป็นฝนทิพย์แล้ว
จิตสำนึกของซือซือกำลังบอกให้นางถอยออกไป ไม่ควรจะรับเอาฝนทิพย์เหล่านี้โดนร่างกาย อย่างไรก็ตาม...นางยังคงยืนอยู่ที่นั่น และฝนเลือดที่เปียกชุ่มก็ค่อยๆถูกชำระล้างออกไป ร่างกายของนางดูสะอาดมากขึ้น แต่ก็รู้สึกว่าอะไรบางอย่างหายไปพร้อมกับฝนเลือดนี้ด้วย
บัญชาสวรรค์ไม่เคยเลือกปฏิบัติ เพียงแค่ทำให้เส้นทางของโชคชะตาเป็นไปตามที่มันควรจะเป็นเท่านั้น...
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเริ่มจากความน่ากลัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นการรับคำอวยพรจากเทพเซียน ชาวบ้านและผู้คนในเมืองหลวงมีความสุขมาก พวกเขาต่างก็ร่ำร้องเพลงอวยพรให้กับแม่ทัพใหญ่และหลี่ชิงหมินกันถ้วนหน้า บางคนเริ่มร่ำสุราและอวยพรให้พวกเขาตั้งแต่วันนี้ นับเป็นการฉลองการแต่งงานล่วงหน้าให้พวกเขาไปเลย
การแต่งงานของพวกเขาคึกครื้นมากขึ้นไปอีก ไปที่ถนนเส้นไหนของเมืองหลวงก็เต็มไปด้วยคำอวยพร ผู้คนเหมือนถูกฉีดเลือดไก่ เต้นรำกันอย่างมีความสุขมาตั้งแต่วันที่ได้รับฝนทิพย์แล้ว และแน่นอน...เวลาสองวันนั้นไม่ช้าเลย ผ่านไปเพียงกระพริบตาเดียว งานมงคลก็มาถึงแล้ว...
ตั้งแต่เมื่อคืน หลี่ชิงหมินก็แทบจะไม่ได้หลับได้นอนด้วยซ้ำ เขาถูกควบคุมอาหารการกินทั้งหมด ของที่อยากกินก็ไม่ได้กิน ขนมหวานที่ชอบยังต้องงดไปหนึ่งวัน ท้องของเขาร้องจนไม่รู้ว่าจะส่งเสียงร้องอะไรอีก แต่ยังไม่ทันที่จะได้เคลิ้มหลับ จู่ๆก็ถูกปลุกขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเข้าพิธีการเสียแล้ว
การแต่งงาน...มันยุ่งยากขนาดนี้เลยหรือ?
ความคิดของชิงหมินนึกอยากจะยกเลิกการแต่งงานให้จบๆไปเสีย เขาคิดว่าแค่สวมชุดแต่งงานแล้วก็เดินเข้าห้องร่วมกันก็ควรจะจบแล้ว เหตุใดยังวุ่นวายมากมายเช่นนี้ด้วย
จริงอยู่ที่อันลี่ถิงของเขาต้องเตรียมพร้อมมาก แต่นั่นก็เพื่อที่จะได้แต่งหน้าทำผมไม่ใช่หรือ? นางเป็นสตรี ปกติสาวๆก็ชอบแต่งตัวนานอยู่แล้ว นางคงไม่เบื่อหน่ายเช่นที่เขาเป็น ทว่า...ชิงหมินคิดในแง่ดีว่าตนเองเป็นบุรุษ ไม่ควรจะต้องเจอความยากลำบากเช่นนี้ ไหนเลยจะรู้ว่ามารดาของเขาตระเตรียมของมากมายไว้ให้พร้อมแล้ว
เขาถูกจับอาบน้ำ ถูกขัดผิว แต่ตัวด้วยสมุนไพรร้อน สมุนไพรเย็น และอื่นๆ ตอนนี้ตัวของเขามีกลิ่นฟุ้งติดทั่วร่าง แถมแขนที่แขนและขาก็ถูกจัดการเสียหมด ชิงหมินรู้สึกขนลุกชันอยู่บ้าง ตัวเขาไม่ได้มีขนหน้าแข้งหรือขนแขนมากอยู่แล้ว ทว่า...มันจำเป็นต้องทำให้เตียนโล่งขนาดนี้เลยหรือ?
เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นเป็ดตัวใหญ่ที่เพิ่งถูกถอนขน ไม่คุ้นชินเอาเสียเลย
“คุณชายเจ้าคะ อย่าเพิ่งเอียงคอเจ้าค่ะ ต้องนวดสมุนไพรอีกนะเจ้าคะ ถ้าสมุนไพรไม่ทั่วถึง เดี๋ยวจะทำให้ไม่สมบูรณ์นะเจ้าคะ”
“คุณชายลืมตาหน่อยเจ้าค่ะ พวกเราจะวาดดอกเหมยให้ ต้องคำนึงถึงขนาดดวงตาของคุณชายด้วย”
“คุณชายหลี่เจ้าคะ ยังต้อง......”
เหล่าผู้ช่วยมากมายที่มารดาสรรหามาส่งเสียงเจียวจาว แรกๆชิงหมินนึกรำคาญ แต่หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็เริ่มที่จะคุ้นชินเสียงเหล่านี้ และกำลังคิดว่าพวกมันคือเสียงดนตรีขับกล่อม
ผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ สติของชิงหมินวูบดับไปก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกทีเพราะเสียงตวาดของมารดาของเขา
“ชิงหมิน!! เด็กคนนี้ ใกล้จะถึงเวลาอยู่แล้ว เจ้ายังหลับได้อีกหรือ?” นางตำหนิเสียงดัง ใบหน้าที่แต่งเสียงดงามเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะความโกรธ
ถ้าไม่ใช่เพราะวันนี้ชิงหมินจะต้องแต่งออกไป นางจะถือไม้เรียวมาตีเขาสักสองสามที!
ชิงหมินสูดน้ำมูกกลับเข้าไป รู้สึกว่าการอดนอนพร้อมกับแช่น้ำนานๆนี้ทำให้เขากำลังจะเป็นหวัดเสียแล้ว อย่างไรก็ตาม...หลังจากที่เขามองไปยังกระจกทองเหลืองด้านหน้า ชิงหมินก็ต้องตกใจกับภาพที่ปรากฏขึ้น...
คนที่อยู่ในชุดแดงนั่น แน่ใจหรือว่าไม่ใช่วิญญาณหน้าขาวน่ะ!!
ใบหน้านั้นยังเป็นของเขาแน่นอน แต่ทุกคนพอกหน้าของเขาจนขาวนวลไปเสียแล้ว นอกจากนี้ยังมีการแต่งคิ้ว แต่งปาก และแก้มของเขาจนเหมือนกับสตรี ใบหน้าที่เคยเป็นของบุรุษผู้แข็งแกร่ง บัดนี้ถูกเปลี่ยนไปเสียแล้ว
ต่อให้เขาสามารถยอมรับการมีความสัมพันธ์กับบุรุษด้วยกันและไม่นึกรังเกียจ ก็ไม่ได้หมายความว่าเขายอมรับกับการเปลี่ยนตนเองให้กลายเป็นสตรีเสียหน่อย คิ้วของเขาขมวดมุ่น ไม่ชอบตัวเองที่ถูกแต่งแต้มเช่นนี้เลย
“ชิงหมิน เจ้าขมวดคิ้วด้วยเหตุอันใด หากเจ้าทำให้เกิดรอยยับย่นที่หน้าผาก มารดาจะทุบตีเจ้าให้ตาย!” ยังคงเป็นมารดาของเขาที่ส่งเสียงตำหนิออกมา
เวลานี้ใกล้จะได้เวลาที่นางต้องออกไปรับแขกแล้ว สามีของนางออกไปก่อน นางเพียงขอเวลามาดูเจ้าลูกชายคนนี้เสียหน่อย
“ท่านแม่...ข้ารู้สึกว่ามันแปลกๆ”
“แปลกอันใด เจ้าในตอนนี้งดงามยิ่งกว่าสตรีอันดับหนึ่งเสียอีก เมื่อแม่ทัพใหญ่เห็นเจ้า เขาจะต้องหลงใหลเจ้าอย่างแน่นอน”
“..............” ชิงหมิน
“เอาล่ะๆ มารดารู้ว่าเจ้ายังตื่นเต้นอยู่ ในวันที่ข้าแต่งก็รู้สึกเหมือนกันกับเจ้านี่แหละ ข้านอนไม่หลับไปสามวันสามคืนเพื่อรอวันแต่งงานที่จะมาถึง ครั้นพอถึงวันจริงๆ ข้าร้องไห้อยู่เกือบชั่วโมงกว่าจะสงบอารมณ์ของตนเองได้”
“ข้ารู้ว่าเจ้าคงรู้สึกอ้างว้างเพราะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น และมีคนแปลกหน้าเต็มไปหมด แต่....พยายามเข้านะลูก ชิงหมินของแม่เก่งอยู่แล้ว เจ้าจะต้องผ่านมันไปได้ แล้วก็อย่าลืม...หากมีปัญหาอันใดให้มาปรึกษาแม่ได้เลย จวนสกุลหวงนั้นใหญ่โตกว่าก็จริง แต่ตราบเท่าที่เอาใจบุรุษไว้ได้อยู่หมัด อำนาจทั้งหมดจะเป็นของเจ้า”
มารดาผู้มากประสบการณ์สั่งสอนบุตรชาย นางทึกทักเอาเองว่าเขารู้สึกเช่นนั้น ทว่าในความเป็นจริงแล้ว...ชิงหมินไม่ได้กังวลเรื่องอนาคตมากแล้ว แต่ที่เขากังวลก็คือ...รูปลักษณ์ที่เหมือนวิญญาณผีหน้าขาวของเขาเสียมากกว่า!!
……………………………………..
ตอนนี้ไรท์ได้ลงนิยายเรื่องใหม่แล้วนะคะ
เรื่อง อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก
ฝากรีดทุกท่านติดตามและสนับสนุนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ