“วาสนาดีถึงกาลสิ้นสุด ฤดูใบไม้ผลิจากลา เหลือเพียงธุลีหอมร่วงโรย!”
ภายในหอแดง...
เสียงอันลึกล้ำราวกับมาจากฟากฟ้าดังแว่วมาเข้าสู่โสตประสาทของคนทั้งสอง
อู๋ฉือรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยมองไปยังสตรีในชุดแต่งงานมงกุฎหงส์เบื้องหน้า
นางคือ...ฉินเข่อชิงอย่างนั้นเหรอ?
เหตุไฉนจึงสวมชุดแต่งงาน?
ในความทรงจำของเขาฉินเข่อชิงเป็ผู้ที่อายุสั้น สามีก็อ่อนแอ พ่อสามีก็แอบล่วงเกินนางอีกสุดท้ายนางจึงเลือกจบชีวิตตนเองลง!
ทว่า...
ฉินเข่อชิงที่อยู่ตรงหน้ากลับดูราวกับอายุ 16-17 ปีเท่านั้น
เครื่องสำอางบรรจงแต่งแต้มคิ้วเรียวดุจหงส์ ริมฝีปากสีแดงสด
แววตาของนางเผยความประหลาดใจและใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง
“เธอน่าจะกำลังรับข้อมูลอยู่ใช่ไหม?”
ใจของอู๋ฉือพลันขยับเปิดหน้าต่างแสดงคุณสมบัติของ [ฉินเข่อชิง] และมองดู
..........
[ฉินเข่อชิง]
[สถานะ: ฮีโร่]
[เผ่าพันธุ์: มนุษย์]
[คุณภาพ: ตำนานสีทอง]
[ระดับ: 1 (0/200)]
[สายเื: เทพธิดาไท่ซวี +1]
[พร์: คัมภีร์วิเศษวายุจันทรา +1]
[สายสัมพันธ์: “สิบสองสาวงามแห่งจินหลิง”]
[พละกำลัง: 110 (ค่าสถานะพื้นฐาน 10, เพิ่มค่าสถานะ 1000%) (ค่าสถานะพิเศษ: 10)]
[จิติญญา: 110 (ค่าสถานะพื้นฐาน 10, เพิ่มค่าสถานะ 1000%) (ค่าสถานะพิเศษ: 10)]
[คำอธิบาย: เมื่อถือคัมภีร์วิเศษวายุจันทรา สิ่งใดที่มองเห็นย่อมไร้ความลับ!]
..........
[เทพธิดาไท่ซวี +1]
[คุณภาพสายเื: ตำนานสีทอง]
[คุณสมบัติ: เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูพลังจิติญญาอย่างมาก!เพิ่มพละกำลังและจิติญญาโดยรวม!]
[คำอธิบาย: เทพธิดาจากดินแดนไท่ซวี!]
..........
[คัมภีร์วิเศษวายุจันทรา +1]
[คุณภาพพร์: ตำนานสีทอง]
[คุณสมบัติ: สามารถมองทะลุจุดอ่อนของศัตรูได้ เมื่อโจมตีจุดอ่อนความเสียหายจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก]
[คำอธิบาย: สมบัติลับประจำตัวที่กลายมาเป็พร์]
..........
[สิบสองสาวงามแห่งจินหลิง]
[คุณภาพสายสัมพันธ์: สีฟ้า]
[คุณสมบัติสายสัมพันธ์: เมื่อสิบสองสาวงามแห่งจินหลิงออกรบพร้อมกันยิ่งมีคนเพิ่มขึ้น พละกำลัง +10, จิติญญา +10, โชค +1]
[โบนัสสายสัมพันธ์ปัจจุบัน: พละกำลัง +10, จิติญญา+10, โชค +1]
[คำอธิบาย: พลังต่อสู้เพิ่มขึ้น 10 หน่วย!]
..........
“ฮีโร่ระดับตำนานสีทองอีกคนแล้ว!”
“หรือว่าฮีโร่ที่เป็สิบสองสาวงามแห่งจินหลิงทุกคนหลังจากถูกอัญเชิญจากหอแดง จะเป็ระดับตำนานสีทองทั้งหมดเลย!?”
อู๋ฉือมองดูหน้าต่างคุณสมบัติด้วยความตื่นเต้นหัวใจพองโตอย่างยินดีปรีดา
คุณสมบัติของฉินเข่อชิงนั้นไม่ได้ด้อยกว่าหลินไต้อวี้เลย!
หากเทียบความแข็งแกร่งกับแม่นางหลินคุณสมบัติของฉินเข่อชิงก็สูงไม่แพ้กัน และพร์ ‘คัมภีร์วิเศษวายุจันทรา’ของนาง ก็ดูเหมือนจะเป็ความสามารถที่ทรงพลังอย่างยิ่ง!
“โจมตีจุดอ่อนอย่างนั้นเหรอ?”
“ตามตำราเรียน ความสามารถประเภทนี้เหมาะมากหากใช้กับอาชีพสายโจมตีระยะไกล!”
ใจของอู๋ฉือพลันมีประกายความคิดขึ้นมา
และทั้ง2คนยังเป็ฮีโร่จากหอแดงซึ่งเมื่อเปิดใช้งานสายสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง จะทำให้ค่าสถานะของแต่ละคนเพิ่มขึ้น 10หน่วย
สิ่งที่ทำให้อู๋ฉือมีความสุขที่สุดคือการรวมกันของฮีโร่ทั้ง 2 คน ทำให้ได้ค่าโชคเพิ่มขึ้น1 หน่วย!
มนุษย์ทุกคนต่างก็มีโชคชะตา
แต่คำว่าโชคชะตามีทั้งโชคดีและโชคร้าย
ดังนั้นโชคชะตาจึงไม่แน่นอนไม่ได้คงที่เสมอไป
แต่ค่าโชคนี้เทียบได้กับ‘โชคชะตา’ พิเศษ เมื่อคุณโชคดีค่าโชคจะยิ่งทำให้คุณโชคดียิ่งขึ้น! แต่เมื่อคุณโชคร้ายค่าโชคจะทำให้คุณไม่โชคร้ายมากนัก!
ด้วยเหตุนี้คำกล่าวที่ว่า ยิ่งค่าโชคสูงเท่าไรยิ่งดี จึงไม่มีใครปฏิเสธได้
ในยามที่อู๋ฉือยังเรียนอยู่อาจารย์เคยยกตัวอย่างเกี่ยวกับ ‘โชคชะตา’ และ ‘ค่าโชค’ ให้ฟัง
รุ่นพี่ปี3คนหนึ่งของโรงเรียนมัธยมเทพธารา ซึ่งเป็ลอร์ดมือใหม่เขามีพลังไม่เพียงพอ ในการทดสอบมือใหม่นั้น เขาได้พบเจอเื่แย่ๆ ในทุกวันและผ่านการรุกรานของมอนสเตอร์ไปได้ไม่กี่ครั้งก็ได้รับความเสียหายยับเยิน
แต่การรุกรานของมอนสเตอร์ที่ปรากฏขึ้นหลังจากนั้นกลับเป็เผ่าพันธุ์แห่งแสงที่ไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและสถานที่ที่รุ่นพี่คนนั้นจุติลงมาเป็พื้นที่มืดมิดทำให้คุณสมบัติของเผ่าพันธุ์แห่งแสงลดลงถึง 99%!
ผลคือรุ่นพี่คนนั้นประคองตัวอย่างยากลำบาก ทนอยู่จนครบ 30 วันและได้รับรางวัลแห่งมิติว่างเปล่า!
ในปีนี้เขาก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแล้ว
และลักษณะเฉพาะดินแดนของเขาก็เป็ประเภทที่เพิ่มค่าโชค!
“โชคก็เป็ส่วนหนึ่งของพลัง ดังนั้นนักเรียนทุกคนจงจำไว้ว่าอย่าริษยาโชคของผู้อื่น!”
อู๋ฉือหวนนึกถึงคำพูดของอาจารย์และพยักหน้าเงียบๆ
ในขณะนั้นเองฉินเข่อชิงก็กลับคืนสติ นางหันมามองอู๋ฉือแล้วเสียงใสราวระฆังเงินก็ดังขึ้นข้างหูเขา
“ลอร์ด... ท่านลอร์ด?”
“ใช่ เธอคงได้รับข้อมูลพื้นฐานมาบ้างแล้ว”
อู๋ฉือพยักหน้ายิ้มและกล่าวว่า “เรียกฉันว่าอู๋ฉือก็ได้”
“ข้า...”
ฉินเข่อชิงนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วยิ้มเจื่อนๆ กล่าวว่า “ข้าขอเรียกท่านว่าท่านลอร์ดดีกว่าเ้าค่ะ”
“โลกนี้ผสมผสานความจริงและมายาเข้าด้วยกันไม่คิดเลยว่าจะมีโลกอื่นนอกเหนือจากโลกของเราจริงๆเื่ราวในนิยายปรัมปราก็อาจจะไม่ใช่เื่โกหกเสียทีเดียว”
นางพึมพำกับตัวเองใบหน้าอันงดงามเต็มไปด้วยความสงสัย
เทียบกับหลินไต้อวี้แล้วฉินเข่อชิงดูเหมือนจะงุนงงอยู่ไม่น้อย
เมื่อเห็นดังนั้นอู๋ฉืออดไม่ได้ที่จะถามว่า “เธอมาที่นี่ั้แ่เมื่อไร?”
“อ๋า?”
ฉินเข่อชิงรู้สึกงุนงงเล็กน้อยแต่ก็ยังคงตอบว่า “ในห้องหอเ้าค่ะ”
“วันนี้เป็วันแต่งงานพอดี ข้ากำลังนั่งรออยู่ในห้องหอไม่คาดคิดเลยว่าจะ... ถูกท่านอัญเชิญมา”