บทที่ 1 ปีสาธารณรัฐที่ 24 ณ เป่ยผิง
ฤดูใบไม้ร่วง ปีสาธารณรัฐที่ 24 ณ เมืองเป่ยผิง
ชายหนุ่มวัยยี่สิบเศษผู้ทะลุมิติมา สวมชุดคลุมสีอ่อน เขามองไปยังโรงแรมฝูอันตรงหน้าด้วยความสงสัยเล็กน้อย
นี่คือสถานที่ที่เขาต้องมารายงานตัวงั้นหรือ? สาขาเมืองหลวงของสมาคมฟู่ซิง?
เมื่อสามเดือนก่อน เซี่ยเยี่ยนไหลทะลุมิติจากศตวรรษที่ 21 มายังยุคนี้ ในตอนนั้นเขายังเรียนอยู่ที่โรงเรียนนายร้อยหวงผู่ โดยตั้งใจว่าหลังจากเรียนจบจะนำทัพต่อต้านญี่ปุ่น ช่วยเหลือชาวจีนให้พ้นจากกองเพลิงและภัยพิบัติ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ยิ่งใหญ่ในฐานะผู้ทะลุมิติ
ใครจะรู้ว่าจู่ ๆ ผู้บังคับบัญชาจะส่งคำสั่งฉบับหนึ่ง ให้เขามารายงานตัวที่สถานีสาขาเป่ยผิงของสมาคมฟู่ซิงภายในสามเดือน
นี่มันส่งมาเป็สายลับชัด ๆ!
สมาคมฟู่ซิงคือต้นกำเนิดของหน่วยจวินถ่ง ซึ่งมีอิทธิพลไม่น้อยในทางตอนใต้
แต่เป่ยผิงเป็เขตอิทธิพลของกองทัพที่ 29 ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งกองทัพที่ 29 คอยขัดขวางการเติบโตของสมาคมฟู่ซิงอยู่บ่อยครั้ง
ประกอบกับถูกกดดันจากพวกญี่ปุ่น ดังนั้นความคืบหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสถานีสาขาเป่ยผิงของสมาคมฟู่ซิงก็คือ ไม่มีความคืบหน้าเลย
ไต้เหลาป่านต้องยอมโดนตาแก่นั่นด่าว่า "ไอ้บ้า" อยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็ได้โควตาพิเศษสำหรับนักเรียนนายร้อยเพื่อนำมาเสริมกำลังให้สถานีสาขาเป่ยผิง และเซี่ยเยี่ยนไหลก็คือกลุ่มแรก ซึ่งถือเป็หนูทดลอง
ใคร ๆ ก็รู้ว่านี่คืองานที่ลำบาก ศิษย์ของตาแก่นั่นหากอยู่ในถิ่นของเขาก็เปรียบเสมือนัในหมู่มนุษย์ แม้จะพูดไม่ได้ว่าอยากทำอะไรก็ทำได้เลย แต่ก็ใกล้เคียงกับคำนั้นมาก
ทว่าพอมาถึงเป่ยผิง ต่อให้เป็ัก็ต้องขดตัว เป็เสือก็ต้องหมอบราบ ไม่มีใครที่มีภูมิหลังดี ๆ ยอมมาที่นี่ เซี่ยเยี่ยนไหลจึงเป็พวกที่ถีบตัวเองขึ้นมาจากครอบครัวยากจน งานแบบนี้ถ้าไม่ให้เขาแล้วจะให้ใคร?
แน่นอนว่าหลังจากได้รับภารกิจ เซี่ยเยี่ยนไหลก็ไม่ได้กลัว สาเหตุหลักเป็เพราะเขาปลุกระบบข่าวกรองขึ้นมาได้ เมื่อมีระบบสนับสนุน เขาต้องเป็ตัวเด่นในเื่นี้ ในซีรีส์ต่อต้านญี่ปุ่น ตัวเอกมักจะเจอเื่อันตรายแต่ไม่เคยตาย หึ ๆ เขาก็ต้องเป็แบบนั้นเหมือนกัน
ปัจจุบันระบบเปิดใช้งานเพียงขั้นแรก แสดงผลว่าในแต่ละวันสามารถสุ่มรับข้อมูลข่าวกรองได้สามเื่ (ต้องัักับแหล่งข่าวหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในระยะสามเมตร) ส่วนหลังจากนี้จะมีอะไรบ้างนั้น ต้องอาศัยค่าประสบการณ์ในการอัปเกรด
แหล่งที่มาของค่าประสบการณ์นั้นง่ายมาก ขอเพียงทำสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและชนชาติ ระบบจะตัดสินและเพิ่มค่าประสบการณ์ให้โดยอัตโนมัติ การอัปเกรดระดับแรกต้องใช้หนึ่งหมื่นค่าประสบการณ์ และต้องมีลูกน้องครบหนึ่งร้อยคน ทั้งสองเงื่อนไขนี้ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้
ตอนนั้นเซี่ยเยี่ยนไหลเข้าใจทันทีว่า การมีลูกน้องมากหมายถึงต้องเลื่อนตำแหน่ง ทั้งสองเงื่อนไขจริง ๆ แล้วเดินไปในเส้นทางเดียวกัน นั่นคือการสร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง
ระหว่างทางมาเป่ยผิง เซี่ยเยี่ยนไหลได้จัดการกับอันธพาลที่รังแกชาวบ้าน ได้ค่าประสบการณ์เพิ่มมาห้าสิบแต้ม พร้อมกับมีการแจ้งเตือนว่าหนึ่งค่าประสบการณ์สามารถแลกเป็เงินหนึ่งเหรียญเงิน (ต้าหยาง)*[1] ได้
"คุณลูกค้าจะรับประทานอาหารหรือพักค้างคืนครับ?"
เซี่ยเยี่ยนไหลเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ของโรงแรม
"พักค้างคืน ขอห้องที่ราคาถูกที่สุด"
หลังจากพูดจบ เซี่ยเยี่ยนไหลหยิบธนบัตรสิบดอลลาร์สหรัฐออกมาจากกระเป๋าแล้ววางแผ่ลงบนโต๊ะ ซึ่งนี่คือรหัสลับในการติดต่อ
ในยุคนี้มีคนที่ใช้เงินดอลลาร์น้อยมาก เมื่อกางออกจะเห็นว่ามุมซ้ายบนขาดไปหนึ่งมุม วิธีการติดต่อแบบนี้เลียนแบบได้ยาก เงินสิบดอลลาร์มีค่าประมาณสี่สิบเหรียญเงิน ชายฉกรรจ์สองคนกินอาหารที่ร้านตงไหลซุ่นจนอิ่มหนำมื้อหนึ่งก็ใช้เงินไม่ถึงสองเหรียญเงิน คนที่กล้าควักเงินสี่สิบเหรียญเงินออกมาแต่ขอพักห้องที่ถูกที่สุด หากไม่มีเหตุผลพิเศษ ใครจะทำแบบนี้?
"ประตูขวามือหลังครัว มีคนรอคุณอยู่"
เถ้าแก่มองเซี่ยเยี่ยนไหลอย่างมีเลศนัยครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ก้มหน้าดีดลูกคิดของตนต่อไป
[ข้อมูลแรกของวันนี้ เถ้าแก่หวังไห่เหริน ผู้รั่วไหลความลับของสมาคมฟู่ซิง...]
เมื่อมือของเซี่ยเยี่ยนไหลแตะที่กระเป๋าเดินทาง แม้ใบหน้าจะไม่แสดงออก แต่ในใจกลับเกิดคลื่นั์โหมกระหน่ำ
ทำไมสถานีสาขาเป่ยผิงถึงไม่ก้าวหน้าเลย? ให้ตายเถอะ ขนาดคนติดต่อยังถูกพวกญี่ปุ่นแทรกซึมได้ แล้วพวกคุณจะก้าวหน้าได้ยังไง? ก้าวหน้ากับผีสิ!
เซี่ยเยี่ยนไหลมองไปที่ประตูหลังอย่างสงบนิ่ง เถ้าแก่พยักหน้า เซี่ยเยี่ยนไหลจึงก้าวเดินตรงไปโดยไม่แสดงพิรุธใด ๆ
คนผู้นี้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาแล้ว จะปล่อยไว้ไม่ได้ เริ่มต้นมาก็เจอของแข็งเข้าให้แล้ว นี่แหละคือสมรภูมิสายลับ ที่มีมีดจ่ออยู่ที่เอวตลอดเวลา...
นอกจากนี้ เซี่ยเยี่ยนไหลยังเห็นตัวเลขสี่ร้อยเจ็ดบนหัวของหมอนี่ ซึ่งน่าจะเป็ค่าประสบการณ์ที่เขาจะได้รับ เพื่อการอัปเกรดระบบจะปล่อยไว้ไม่ได้ ไอ้คนขายชาติคนนี้ให้ค่าประสบการณ์เยอะขนาดนี้เลยเหรอ!!
"สมกับเป็ศิษย์ของท่านผู้นำ เก่งกว่าพวกเรามากจริง ๆ"
ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนหลังบ้าน เซี่ยเยี่ยนไหลได้พบกับผู้บังคับบัญชาของเขา หัวหน้ากองร้อยปฏิบัติการกองร้อยที่สองของสถานีสาขาเป่ยผิง ซุนจงเถิง โดยมีหัวหน้าหน่วยอู๋เผิงจากหน่วยที่ 1 กองร้อยที่สอง ยืนอยู่ข้าง ๆ
ตำแหน่งของเซี่ยเยี่ยนไหลคือหัวหน้าหมู่ปฏิบัติการกลุ่มที่ 2 หน่วยที่ 1 กองร้อยที่สอง ยศร้อยตรี ซึ่งนี่คือสิทธิพิเศษของศิษย์หวงผู่ที่ออกจากรั้วโรงเรียนมาก็ได้เป็นายทหารทันที ในขณะที่คนอื่นต้องเริ่มจากจ่าสิบเอก
"สวัสดีครับท่าน!"
แม้เซี่ยเยี่ยนไหลจะสวมชุดพลเรือน แต่เขาก็ทำความเคารพอย่างมาตรฐาน ทั้งสองคนพยักหน้าให้ ที่ผ่านมาสถานีสาขาเป่ยผิงมักจะได้รับเพียงทหารระดับล่างจากกองทัพมาประจำการ ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยเช่นนี้มีน้อยมากจริง ๆ
ในยุคนี้สมาคมฟู่ซิงยังไม่ได้พัฒนาเป็หน่วยจวินถ่ง จึงไม่มีค่ายฝึกอบรมมากมายนัก บุคลากรในแต่ละพื้นที่จึงมีคุณภาพไม่เท่ากัน การมีคนอย่างเซี่ยเยี่ยนไหลจึงทำให้พวกเขารู้สึกยินดีเป็อย่างมาก
"สถานีสาขาเป่ยผิงของเราขาดคนอย่างคุณ ขอเพียงคุณสร้างผลงานได้ ผมจะเลื่อนตำแหน่งให้คุณทันที ในระบบของเรา คนอื่นสร้างผลงานอาจถูกแย่งความชอบไป แต่สำหรับคนที่จบจากหวงผู่ ไม่มีใครกล้าทำแบบนั้น"
คำพูดของซุนจงเถิงนั้นชัดเจนและตรงประเด็นมาก
ตอนนี้รัฐบาลคอร์รัปชันอย่างหนัก การแต่งตั้งคนเน้นพวกพ้อง แต่ละฝ่ายคอยโจมตีกันเอง ทว่ากลุ่มหวงผู่ยังคงเลื่อนตำแหน่งได้เร็วที่สุด ใครใช้ให้ตาแก่นั่นไว้ใจพวกเรากันล่ะ?
แม้ซุนจงเถิงและอู๋เผิงจะไม่ได้จบจากโรงเรียนหลักหวงผู่ แต่ก็จบจากโรงเรียนสาขา ดังนั้นเมื่อมองเซี่ยเยี่ยนไหลจึงรู้สึกถูกชะตาเป็พิเศษ แน่นอนว่านายทหารจากโรงเรียนหลักในระดับเดียวกันคงไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา พวกเขาอยากเข้าสู่วงสังคมนั้นแต่ยศไม่ถึง
เซี่ยเยี่ยนไหลอาจจะเป็บันไดของพวกเขา เพราะเ้าหนุ่มนี่มีภูมิหลังที่ใสสะอาดและถูกต้อง
"ขอให้ท่านวางใจ ผมจะปฏิบัติตามคำสั่งของท่านทุกประการครับ"
คำพูดของเซี่ยเยี่ยนไหลทำให้ทั้งสองคนยิ่งพอใจ หากเซี่ยเยี่ยนไหลพูดจาโอ้อวดว่าจะตั้งใจทำงานเพื่อสร้างผลงานหวังรางวัล ทั้งสองคนคงต้องคิดทบทวนดูใหม่ พวกเขา้าคนมีความสามารถก็จริง แต่้าคนที่เชื่อฟังมากกว่า ซึ่งเซี่ยเยี่ยนไหลทำจุดนี้ได้ดีมาก
"รายละเอียดงานหัวหน้าหน่วยอู๋จะบอกคุณ ต่อไปคุณต้องทำงานภายใต้หัวหน้าหน่วยอู๋ มีอะไรก็บอกเขาได้เลย"
ซุนจงเถิงมีลูกน้องนับร้อยคน มีเื่จุกจิกมากมาย ดังนั้นหลังจากพบเซี่ยเยี่ยนไหลจึงรีบไปจัดการงานของตนทันที นี่เป็เพราะเซี่ยเยี่ยนไหลจบจากหวงผู่ หากย้ายมาจากที่อื่น ลำพังตำแหน่งหัวหน้าหมู่ตัวเล็ก ๆ คงไม่สามารถเชิญเขามาพบได้
"หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการของสถานีสาขาเป่ยผิง เราก็เป็คนจากโรงเรียนสาขาอู่ฮั่นของหวงผู่เหมือนกัน ต่อไปคุณสบายใจได้"
หลังจากซุนจงเถิงจากไป อู๋เผิงได้แนะนำสถานการณ์ที่นี่ให้เซี่ยเยี่ยนไหลฟัง ที่นี่เป็เพียงสถานีติดต่อวงนอกสุด ส่วนแกนกลางที่แท้จริงอยู่ที่อื่น
เมื่อได้ยินดังนั้น เซี่ยเยี่ยนไหลก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก หากที่นี่เป็จุดศูนย์กลาง เขาคงต้องรีบหาวิธีจัดการกับเถ้าแก่คนนั้นทันที
"กลุ่มปฏิบัติการที่สองของคุณเพิ่งก่อตั้ง ผมจะยังไม่มอบงานที่อันตรายให้คุณ ใบหน้าของคุณยังไม่คุ้นตา ่นี้ภายในของเราเกิดปัญหาหลายอย่าง ผู้อำนวยการสถานีสาขาสงสัยว่ามีไส้ศึก คุณลองพาลูกน้องไปตรวจสอบดูก่อน เดี๋ยวผมจะให้ข้อมูลภารกิจ"
แม้สิ่งที่อู๋เผิงพูดจะดูเรียบง่าย แต่จริง ๆ แล้วเื่ไส้ศึกทำให้พวกเขาปวดหัวมาครึ่งปีแล้ว หลังจากลงนามข้อตกลงเหอ-เหมย*[2] ทางเป่ยผิงกับพวกญี่ปุ่นก็กลายเป็ศัตรูกันอย่างเต็มตัว
บุคลากรหายตัว ข้อมูลถูกขโมย บุคคลสำคัญถูกสังหาร สถานีสาขาเป่ยผิงแทบจะกลายเป็ตัวอย่างของความล้มเหลวที่น่าอัปยศ หากยังหาไม่เจอ สถานีสาขาเป่ยผิงคงต้องถูกล้างบางครั้งใหญ่ แต่เพื่อไม่ให้เซี่ยเยี่ยนไหลกดดันเกินไป หัวหน้าหน่วยอู๋จึงไม่ได้พูดออกไป
ยิ่งไปกว่านั้น ยอดฝีมือในสถานีตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ไม่พบอะไร การส่ง "แพนด้า" อย่างเซี่ยเยี่ยนไหลไปตรวจสอบ จึงเหมือนการลองเสี่ยงดวงดู เผื่อจะมีโชคลาภที่ไม่คาดคิด
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เซี่ยเยี่ยนไหลได้พบกับสมาชิกหน่วยปฏิบัติการทั้งสิบสองคนในอีกสถานที่หนึ่ง และได้รับข้อมูลภารกิจจากเบื้องบน ซึ่งได้จำกัดขอบเขตไว้ที่โรงแรมฝูอัน อู่รถจินเฉิง ห้างร้านลิ่วไท่ และสถานที่อื่น ๆ รวมทั้งหมดสี่สิบกว่าคน…
[1] เหรียญเงินตราสากลของจีนในยุคสาธารณรัฐ มีส่วนผสมของเงินแท้สูง ในยุคที่ธนบัตรท้องถิ่นของแต่ละมณฑลเฟ้อและไร้ค่า เงินเหรียญเงินตรานี้จึงเป็ที่้าสูงสุดและมีมูลค่าคงที่มาก
[2] สนธิสัญญาลับระหว่างสาธารณรัฐจีนกับจักรวรรดิญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 1935