
กลางนครจันทรา ภายใต้แสงจันทร์อันอ่อนโยน สถานที่จัดการประลองศึกใหญ่ครั้งนี้กำลังรอคอยผู้ที่จะได้ขึ้นมาเป็ ผู้พิทักษ์แห่งนคร ในการต่อสู้ที่ถือว่าเป็ ศึกชะตา ของทั้งเมืองและทุกชีวิตที่ผูกพันกับการผนึกอาวุธทรงพลังแห่งมิติ
เสียงประกาศจากหอคอยสูงส่งสะท้อนไปทั่วเมือง:
“ศึกผู้พิทักษ์ประจำปีนี้จะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้! นักรบผู้กล้าหาญทุกท่าน จงพร้อมสำหรับการประลอง!”
แต่ในขณะที่เสียงเรียกร้องจากสนามประลองกำลังดังขึ้น บนท้องฟ้าเหนือเมือง มี หมอกสีเทา ที่เริ่มลอยขึ้นจากทะเลแห่งความมืด การแผ่กระจายของหมอกนี้เป็สัญญาณแห่งความเปลี่ยนแปลง—บางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น
เรย์นันยืนอยู่ในสนามฝึกมืดมนใต้แสงจันทร์ ดาบ เดซิโอ ในมือของเขาเ็าเหมือนน้ำแข็ง แม้จะเป็ดาบที่มีไฟเป็แรงขับเคลื่อน แต่ตอนนี้มันกลับไม่ส่งพลังใดๆ ออกมา เรย์นันรู้ดีว่าถึงแม้เขาจะเป็ทายาทของ เพลิงพิชิต แต่การควบคุมไฟในตัวเองยังคงเป็เื่ที่ยากเย็น เขายังไม่สามารถสร้าง เปลวไฟสีฟ้า ที่เป็พลังประจำตระกูลได้ตามที่บิดาของเขาคาดหวัง
เสียงดังก้องจากหัวใจของเขาเหมือนคำพูดของพ่อที่เคยกล่าวไว้ก่อนจากไป:
“เ้าคือผู้ที่ต้องสืบทอดพลังไฟแห่งอัสซาริ แต่จะไม่มีใครยอมรับเ้าหากเ้าควบคุมไม่ได้”
เรย์นันพยายามฝึกต่อไป สายตาของเขาจับจ้องไปที่ดาบในมือ เขารู้ดีว่าการควบคุมพลังของดาบ เดซิโอ ไม่ใช่แค่การใช้งานมัน แต่คือการหาความสงบในจิตใจของตัวเอง ซึ่งเป็สิ่งที่เขายังทำไม่ได้
“ฉันต้องทำได้” เขากระซิบกับตัวเอง พร้อมก้มหน้าลงท่ามกลางความเงียบสงัดของสนามฝึก
แต่ในเวลานั้นเอง เสียงของใครบางคนดังขึ้นจากที่ไกลๆ:
“เรย์นัน! เ้าจะทำได้หรือ? เ้าคิดว่าจะเป็ผู้พิทักษ์ได้เพียงแค่พึ่งพาไฟไหม้หรือ?”
ไฮโอ นักดาบแห่งเงา—คู่แข่งที่เก่งกาจและท้าทายที่สุดในศึกครั้งนี้ ยืนอยู่ที่มุมสนามฝึก ยิ้มเยาะและท้าทายสายตาของเรย์นัน
“ไฟไม่สามารถพิชิตความมืดได้” ไฮโอกล่าว พร้อมถือดาบเงาของเขา ซึ่งสะท้อนแสงจากจันทร์ในรูปแบบที่น่าขนลุก “และเ้าก็ไม่ได้มีพลังมากพอที่จะควบคุมไฟในตัวเอง”
คำพูดของไฮโอเหมือนมีดแทงเข้าที่หัวใจของเรย์นัน แต่เขาไม่ยอมแพ้ ยิ่งถูกท้าทายยิ่งทำให้เขาตัดสินใจแน่วแน่—เขาจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขาสามารถทำได้!
ในอีกมุมหนึ่งของนคร เซอริสยืนอยู่ท่ามกลางป่าเงียบสงบ ท่ามกลางต้นไม้สูงใหญ่และใบไม้ที่ปลิวตามลมราวกับการเคลื่อนไหวของเวลา เธอกำลังฝึกใช้ ธนูแห่งอนาคต ลูกธนูที่สามารถมองเห็นเส้นทางในอนาคตของเป้าหมาย
เซอริสรู้ดีว่ามีบางสิ่งที่ไม่ปกติในอนาคตที่เธอเห็น—บางครั้งมันเป็แค่ภาพลางๆ แต่ในครั้งนี้เธอเห็น เรย์นัน ล้มลงท่ามกลางการต่อสู้ มือนั้น… ของเธอ ที่ปล่อยธนู
“ทำไม? ทำไมต้องเป็เขา?” เซอริสถามตัวเอง ขณะที่สายธนูที่เธอดึงขึ้นมาพร้อมจะปล่อย เป้าหมายของธนูในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การฆ่าหรือเอาชนะ แต่เป็การหาคำตอบว่าอนาคตที่เธอเห็นจะเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่
เธอยิงธนูไปที่เป้าหมายลอยในอากาศและมองเห็นภาพที่ซ้อนกัน—เธอเห็นอนาคตที่ เธอฆ่าเรย์นัน แต่ก็เห็นอนาคตอีกแบบที่เขากลายเป็ผู้พิทักษ์ที่ยิ่งใหญ่ของนคร
“อนาคตจะเลือกให้เราเป็อย่างไร?” เซอริสถามตัวเอง ขณะที่ธนูลอยหายไปในอากาศ
มาริซานั่งอยู่ในห้องมืดใต้ดินของตึกเก่าในนครจันทรา ความรู้สึกที่ไม่อาจควบคุมได้แล่นผ่านร่างกายของเธอ เกราะมิติที่เธอสวมใส่อยู่เริ่มส่งแสงจางๆ และเธอรู้สึกถึงบางสิ่งที่ตื่นขึ้นในตัว
“เกราะ… มันกำลังจะเติบโต” เธอกระซิบกับตัวเอง
มาริซาไม่ได้จำอะไรจากอดีตของเธอได้เลยนอกจากความรู้สึกว่าตัวเองเคยเป็ส่วนหนึ่งของพลังที่ยิ่งใหญ่ และเกราะมิติที่สวมใส่ ก็เคยมีผู้ใช้งานมาก่อน แต่ไม่มีใครรู้ว่าเธอคือใครในอดีต
“ฉันจะต้องหาคำตอบ” มาริซาคิด ขณะที่เกราะของเธอเริ่มสะท้อนแสงรอบตัว
ศึกผู้พิทักษ์เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการในวันรุ่งขึ้น และตัวละครทั้งสามต้องเผชิญกับการทดสอบครั้งใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ทักษะการต่อสู้ แต่ยังเกี่ยวข้องกับ การพิสูจน์ตัวเอง และ การเลือกระหว่างความรักและการเสียสละ สำหรับนครจันทรา
การเดินทางที่เต็มไปด้วยการทดสอบทั้งภายนอกและภายในเริ่มต้นแล้ว... แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้การต่อสู้ที่ดูเหมือนจะเป็เพียงแค่การเลือกผู้พิทักษ์ จะมี เงามืดที่คอยคุกคาม อยู่รอบตัวทุกคน