แต่ขณะที่กำลังช่วยกันขนซากปูั์กลับไปที่ฐาน
จู่ๆ กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพเดินได้ลอยโชยมาจากอาคารเก็บตัวอย่างด้านใน
มันคือกลิ่นที่เป็เอกลักษณ์... กลิ่นของเนื้อที่เน่าเปื่อยแต่ยังพยายามจะขยับเขยื้อน
อคินกระชับขวานในมือแน่น สัญชาตญาณนักล่าในกายเขากรีดร้องเตือนถึงอันตรายที่หลบซ่อนอยู่หลังเงามืด
"โบ้... ดมกลิ่น"
อคินกระซิบสั่ง
เ้าจ่าฝูงยืดคอขึ้น จมูกเปียกชื้นของมันขยับฟุดฟิดเพียงเสี้ยววินาที
ก่อนที่ขนบริเวณหลังคอจะตั้งชัน มันหันหน้าไปทางประตูเหล็กบานหนึ่งที่เปิดแง้มอยู่ แล้วส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ
ครือออ...
ไม่ต้องรอคำสั่งซ้ำ อคินพยักหน้า
"ด่าง ขาว... ปีกซ้ายขวา โบ้... ชน!"
ทันทีที่สิ้นเสียง โบ้ก็พุ่งชนประตูเหล็กบานนั้นด้วยแรงมหาศาล
ปัง!
ประตูเปิดผางออก เผยให้เห็นร่างโงนเงนของอดีตนักวิจัยในชุดกาวน์เปื้อนเืสามตนที่ยืนอัดกันอยู่
พวกมันหันมาตามเสียง แสยะปากที่เต็มไปด้วยคราบเืแห้งกรังเตรียมจะพุ่งเข้าใส่
แต่พวกมันช้าเกินไป... ช้ากว่าฝูงล่าของอคินมากนัก
โบ้ไม่เบรกความเร็ว มันพุ่งเข้ากระแทก่ล่างของซอมบี้ตัวกลางจนล้มกลิ้ง
โครม!
จังหวะเดียวกัน ด่างและขาวที่รออยู่แล้วก็พุ่งเข้ากัดที่ข้อเท้าของอีกสองตัว ลากพวกมันให้เสียหลักล้มลงอย่างง่ายดาย
นี่ไม่ใช่การต่อสู้... นี่คือการ 'เก็บกวาด'
อคินก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ
ขวานในมือถูกยกขึ้นและฟาดลงด้วยความแม่นยำ ไม่ใช่การสับสะเปะสะปะ แต่เป็การเล็งที่ก้านสมอง
ฉับ! ฉับ! ฉับ!
สามครั้ง... สามศพ... เงียบสนิท
อคินยืนมองร่างที่แน่นิ่งไปแล้ว เขารู้สึกขัดใจกับเืสีคล้ำที่กระเซ็นมาโดนรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ของเขา
ความรู้สึกขยะแขยงแล่นพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรงจนเขาต้องสะบัดเท้าแรงๆ
"สกปรก..."
เขาพึมพำ คิ้วขมวดเข้าหากัน
"ต้องเผา... ต้องกำจัดเชื้อโรค"
เขาใช้เวลาต่อมาในการลากซากพวกนั้นออกไปกองรวมกันที่ลานดินห่างไกลจากตัวอาคารอย่างพิถีพิถัน
เขาไม่ใช้วิธีโยนกองมั่วซั่ว แต่จัดวางพวกมันให้ไฟลุกไหม้ได้ทั่วถึงที่สุด ก่อนจะจุดไฟด้วยเศษผ้าและน้ำมันที่หาได้
เปลวไฟสีส้มลุกท่วม กลิ่นเนื้อไหม้เหม็นฉุนจนแสบจมูกลอยตลบอบอวล
อคินยืนกอดอกมองกองเพลิงนั้น ถอยห่างออกมาในระยะที่ควันไปไม่ถึง
"ต้องสะอาด... จำไว้ ฐานที่มั่นต้องสะอาด"
เขาย้ำกับตัวเอง ราวกับเป็กฎเหล็กที่สลักลึกในจิติญญา
[ทำดีมาก! สุขอนามัยที่ดีคือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ยืนยาว]
หน้าต่างระบบสีฟ้าเด้งขึ้นมาตรงหน้า ข้อความที่แปลกไป ทำให้อคินมองมันแล้วเผลอยิ้มออกมามุมปาก
'เห็นไหม... ระบบชอบ...'
ความรู้สึกอบอุ่นวาบขึ้นในอก มันไม่ใช่แค่ข้อความแจ้งเตือน
แต่มันเหมือนมีใครบางคน... ใครสักคนที่มองเขาอยู่จากที่ไกลแสนไกล คอยพยักหน้าชื่นชมในทุกสิ่งที่เขาทำ
'แกนี่... ใส่ใจฉันจริงๆ นะ'
เมื่อมั่นใจว่าพื้นที่ปลอดภัยแล้ว การสำรวจที่แท้จริงจึงเริ่มขึ้น
อคินพาฝูงสุนัขเดินลัดเลาะไปตามบ้านพักคนงานและเรือนชาวประมงร้างที่เรียงรายอยู่ริมหาด
ลมทะเลพัดกระโชกแรงขึ้นตามเวลาที่ล่วงเลยเข้าสู่ดึกสงัด
แต่ความหนาวเหน็บกลับทำอะไรเขาไม่ได้มากนัก อาจเพราะค่าสเตตัสที่เพิ่มขึ้น หรืออาจเพราะความตื่นเต้นที่กำลังสูบฉีด
โชคเข้าข้างเขาในบ้านหลังที่สาม... ในตู้กับข้าวไม้สักเก่าๆ ที่รอดพ้นจากการพังทลาย
เขาพบถุงข้าวสารสองถุงที่ถูกหนูเจาะไปบ้างแต่ยังเหลือเนื้อข้าวสีขาวขุ่นอยู่ค่อนถุง และที่สำคัญที่สุด...
ขวดโหลแก้วที่มีผงสีขาวละเอียดบรรจุอยู่
อคินหยิบมันขึ้นมาส่องกับแสงจันทร์ นิ้วมือสั่นระริกเล็กน้อยขณะเปิดฝาแล้วใช้นิ้วแตะผงนั้นขึ้นมาแตะที่ปลายลิ้น
ความเค็มปร่าแล่นพล่านไปทั่วปุ่มรับรส
"เกลือ..." ดวงตาของเขาเบิกกว้าง "ของจริง... เกลือสมุทร"
ในโลกที่ล่มสลาย เกลือมีค่ามากกว่าทองคำ มันคือสารกันบูดธรรมชาติ
มันคือแร่ธาตุที่ร่างกายขาดไม่ได้ และมันคือรสชาติของ 'อารยธรรม' ที่เขาโหยหา
แต่นั่นยังเทียบไม่ได้กับการค้นพบที่รอเขาอยู่บนจุดสูงสุดของศูนย์วิจัย
อคินปีนบันไดลิงขึ้นสู่ดาดฟ้าอาคารหลัก ประตูเหล็กบานหนาที่กั้นทางออกสู่ดาดฟ้าถูกสนิมกัดกินจนฝืดเคือง
เขาต้องใช้ไหล่กระแทกสองครั้งกว่ามันจะยอมเปิดออก
แอ๊ดดดดด... ปึง!
ลมทะเลเย็นะเืปะทะใบหน้าเขาทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู ผมเผ้าของเขาปลิวไสว
แต่อคินไม่ได้สนใจ เขาหยุดนิ่ง สายตาจับจ้องไปยังเงาทะมึนที่เรียงรายเป็ระเบียบอยู่เบื้องหน้า
แสงจันทร์ที่สาดลงมาเผยให้เห็นแผ่นกระจกสีเข้มจำนวนมหาศาล... เรียงรายเป็ตับ ครอบคลุมพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของดาดฟ้า
แม้จะมีฝุ่นหนาเตอะและมูลนกเกาะกรัง แต่โครงสร้างโลหะของมันยังดูแข็งแรงและสมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ
"โซล่าเซลล์..."
เสียงของเขาแหบพร่า หัวใจที่เคยเต้นเป็จังหวะเนิบนาบเริ่มรัวแรงขึ้นจนแทบทะลุออกมานอกอก
'ไฟฟ้า... พลังงาน...'
ความคิดแล่นเร็วปรู๊ดในหัวสมอง แผงโซล่าเซลล์จำนวนขนาดนี้ ถ้ามันยังใช้การได้...
'นี่เอง... นี่คือเหตุผลที่โชคชะตานำทางฉันมาที่นี่!'
เขาไม่อาจเก็บอาการตื่นเต้นไว้ได้อีกต่อไป อคินออกวิ่ง... วิ่งตามสายไฟหุ้มฉนวนเส้นหนาปึ้กที่ทอดตัวลงมาจากแผงดาดฟ้า
มันเลื้อยผ่านช่องชาร์ป ลงบันไดหนีไฟ นำทางเขาลึกลงไปสู่ชั้นล่างสุดของอาคาร... หัวใจสำคัญของสถานที่แห่งนี้
'ห้องควบคุมระบบ'
ป้ายพลาสติกซีดจางติดอยู่หน้าประตูเหล็กบานใหญ่
มันปิดสนิท แต่ลูกบิดถูกทำลายไปนานแล้ว อคินสูดหายใจลึก แล้วผลักประตูเข้าไป
ความมืดมิดภายในห้องหนาทึบจนน่าอึดอัด กลิ่นอับของเครื่องจักรเก่าและน้ำมันหล่อลื่นลอยเตะจมูก
'ไม่เป็ปัญหา...'
อคินกระพริบตาหนึ่งครั้ง ม่านตาของเขาขยายกว้างขึ้นโดยอัตโนมัติ
ปรับรับแสงที่มีอยู่น้อยนิดให้กลายเป็ภาพที่ชัดเจนคล้ายมองผ่านกล้องกลางคืน
เขากวาดตามองไปรอบห้อง
แผงควบคุมขนาดใหญ่กินพื้นที่ผนังด้านหนึ่ง เต็มไปด้วยสวิตช์ คันโยก และเกจวัดแรงดันที่เข็มตกไปที่เลขศูนย์...
มันดูเหมือนซากศพของเทคโนโลยีที่ตายไปแล้ว
แต่สายตาของเขาไวพอที่จะจับผิดปกติได้
ที่มุมขวาล่างของตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก... มีแสงไฟดวงเล็กเท่าหัวไม้ขีด
'ไฟสถานะสีเขียว...'
มันกะพริบเป็จังหวะ... วาบ... วาบ... วาบ... ช้าๆ แต่มั่นคง ราวกับชีพจรของั์ที่กำลังจำศีล
"ระบบไฟฟ้ายังทำงาน!"
เขาแทบจะะโออกมาด้วยความดีใจ อคินพุ่งเข้าไปที่แผงควบคุม ไล่นิ้วไปตามแผนผังวงจรที่ติดอยู่บนฝาตู้
สายตาไล่ตามเส้นสายไฟจากโซล่าเซลล์... เข้าสู่แบตเตอรี่สำรองฉุกเฉิน... และเส้นทางจ่ายไฟที่ถูกตั้งค่าไว้เป็ลำดับสำคัญสูงสุด...
"ระบบกรองน้ำและสูบน้ำ..."
เขาอ่านป้ายกำกับนั้นเสียงสั่น
"มันยังทำงานอยู่"
อคินหันขวับ วิ่งทะลุประตูบานเล็กด้านข้างเข้าไปยังห้องปั๊มน้ำที่อยู่ติดกัน
ฝูงสุนัขทั้งสามวิ่งตามเข้ามาอย่างงุนงง โบ้ส่งเสียงครางเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงเครื่องจักรทำงานแ่เบาในห้องนี้
กลางห้องนั้น มีท่อเหล็กขนาดใหญ่เดินพาดผ่าน และมีวาล์วพวงมาลัยสีแดงขนาดเท่าจานข้าวติดตั้งอยู่
สภาพของมันดูน่ากังวล สนิมสีส้มเกาะกินเกลียวหมุนจนดูเหมือนมันถูกหลอมเป็เนื้อเดียวกันไปแล้ว
'บ้าเอ๊ย... ถ้ามันตายสนิทละก็...'
อคินเดินเข้าไปใกล้ หัวใจเต้นแรง เขาถ่มน้ำลายลงบนฝ่ามือทั้งสองข้าง ถูมือไปมาเพื่อเพิ่มแรงเสียดทาน แล้วจับหมุนวาล์วนั้นไว้แน่น
"ฮึบ!"
เขาเกร็งกล้ามเนื้อแขน ออกแรงบิดสุดตัว
กึ่ก...
มันไม่ขยับ... ไม่แม้แต่มิลลิเมตรเดียว สนิมที่เกาะกินทำหน้าที่เหมือนกาวตราช้างชั้นดี
'ขยับสิโว้ย!'
อคินกัดฟันกรอด ออกแรงดันเท้ากับพื้นจนเส้นเืปูดโปนขึ้นที่ขมับ
แต่เรี่ยวแรงของเขา... ค่าความแข็งแกร่งที่ไม่ได้สูงมากนัก... มันไม่เพียงพอที่จะเอาชนะกาลเวลาได้
เขาเหลือบมองตัวเลขสีฟ้าที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 02:17:45]
เวลาเหลือน้อยลงทุกที ถ้าวันนี้ไม่ได้น้ำ พรุ่งนี้เขาอาจจะไม่มีแรงล่า
อคินหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิทั้งหมดเพ่งไปที่หน้าอกซ้าย... จุดที่เขารู้สึกถึงการเชื่อมต่อกับ 'ระบบ' มากที่สุด
'ระบบ... ขอพลัง... ฉัน้ามันเดี๋ยวนี้! ช่วยฉันหน่อย!'
เขาไม่ได้ขอพร... แต่เขาะโเรียกคู่หู
ทันใดนั้น เขารู้สึกถึง 'บางสิ่ง' ที่ตอบสนอง
[เปิดใช้งานสกิลลับ: อวยพร ]
ความรู้สึกอุ่นวาบไม่ได้เกิดขึ้นที่กล้ามเนื้อ แต่มันแล่นปราดไปตามเส้นประสาทไขสันหลัง
เหมือนมีการปลดล็อกลิมิตเตอร์ของร่างกาย ความเ็ปจากการเกร็งหายไป แทนที่ด้วยพลังงานดิบที่ไหลทะลักออกมา
"ย้ากกกกกกก!"
อคินคำรามลั่น บิดวาล์วอีกครั้งด้วยแรงทั้งหมดที่มี และคราวนี้... มีแรงหนุนที่มองไม่เห็นช่วยดันมือเขา
แกรกกกกกกกก!
เสียงโลหะเสียดสีกันดังลั่นห้อง สนิมร่วงกราวลงมาเหมือนฝุ่นผง วาล์วสีแดงหมุนเคลื่อนตัวช้าๆ ... หนึ่งรอบ... สองรอบ...
ครืนนนนน... ซ่าาาาาาาา!
เสียงที่ไพเราะที่สุดในโลกดังขึ้น
เสียงน้ำที่มีแรงดันอัดอั้นมานาน พุ่งทะลักผ่านท่อ ก่อนจะไหลซู่ลงมาที่ก๊อกทดสอบน้ำทิ้งซึ่งเปิดค้างอยู่
น้ำใสสะอาด... เย็นฉ่ำ... ไหลพรั่งพรูลงสู่รางระบายน้ำ
"น้ำ! โบ้! ดูสิ! เรามีน้ำสะอาด! เรามีน้ำแล้ว!"
อคินหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง ทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าหน้าก๊อกน้ำ รองมือทั้งสองข้างรับสายน้ำนั้นแล้วซดเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม
น้ำเย็นเฉียบไหลผ่านลำคอที่แห้งผาก รสชาติของมันจืดสนิท... แต่มันคือความจืดที่หอมหวานที่สุด มันคือรสชาติของชีวิต
โบ้ ด่าง และขาว วิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น พวกมันเลียน้ำที่นองอยู่บนพื้น เสียงลิ้นตวัดน้ำดัง แจ๊บๆ อย่างเอร็ดอร่อย
อคินลูบหน้าลูบตาด้วยน้ำเย็นสดชื่น แต่แล้วเขาก็ชะงัก
เขาก้มมองตัวเอง เสื้อเชิ้ตขาดวิ่นที่เต็มไปด้วยคราบเหงื่อไคล ฝุ่นสนิม และเืสีเขียวข้นของปูกระดองหินที่เริ่มส่งกลิ่นคาวคลุ้ง
'สกปรก... ไม่ได้นะ ต้องสะอาด...'
ความคิดนั้นผุดขึ้นมาอีกแล้ว... แรงกล้าและไม่อาจต้านทาน
อคินถอดเสื้อทิ้งทันที เขารองน้ำใส่ถังพลาสติกเก่าๆ ที่หาได้แถวนั้น
แล้วเริ่มปฏิบัติการชำระล้างร่างกายอย่างบ้าคลั่ง
เขาขัดถูแขนขาจนผิวแดงเถือก ล้างคราบเืทุกหยดออกจากซอกเล็บ ล้างขวานคู่ใจจนคมโลหะกลับมาวาววับ
เมื่อความเหนียวเหนอะหนะหายไป แทนที่ด้วยความเย็นสบายและความสะอาดสะอ้าน
อคินก็ทิ้งตัวลงนั่งพิงผนังด้วยความโล่งใจอย่างประหลาด ราวกับเพิ่งได้ปลดเปลื้องบาป
[ยอดเยี่ยม! ความสะอาดคือศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย]
อคินหัวเราะหึๆ ให้กับข้อความระบบ
'อีกแล้วเหรอ... สงสัยคนสร้างระบบจะติงต๊อง'
เขามองนาฬิกา
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 01:45:12]
"เหลือเวลาอีกไม่มาก..."
อคินลุกขึ้นยืน แววตามุ่งมั่น "คืนนี้เราจะกินเลี้ยงฉลองชัยชนะ"
...
กองไฟขนาดย่อมถูกก่อขึ้นที่ลานกว้างหน้าอาคารที่พัก
เศษไม้แห้งจากซากเรือประมงส่งเสียงแตกปะทุ เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ... ให้ความอบอุ่นแก่ค่ำคืนที่หนาวเหน็บ
บนกองไฟนั้น มีหม้อโลหะใบใหญ่ตั้งอยู่ น้ำเดือดปุดๆ ส่งไอร้อนพวยพุ่ง
อคินเทข้าวสารที่ซาวสะอาดแล้วลงไป ตามด้วยพระเอกของงาน...
เนื้อปูกระดองหินสีขาวอวบที่เขาลงแรงชำแหละมาอย่างยากลำบาก กลิ่นหอมของข้าวต้มผสมกับกลิ่นไอทะเลจางๆ เริ่มโชยแตะจมูก
มันไม่ใช่กลิ่นของอาหารกระป๋องที่เย็นชืดและไร้ิญญา... แต่มันคือกลิ่นของ 'อาหารปรุงสุก'
โบ้ ด่าง และขาว นั่งเรียงหน้ากระดานล้อมกองไฟ เว้นระยะห่างอย่างมีระเบียบวินัย
แม้น้ำลายจะยืดหยดย้อย แต่ไม่มีตัวไหนกล้าขยับหรือส่งเสียงรบกวน 'จ่าฝูง' ที่กำลังปรุงอาหาร
อคินใช้ทัพพีไม้คนข้าวในหม้อ แล้วหยิบถุงเกลือขึ้นมา...
เขาใช้นิ้วหยิบเกล็ดสีขาวขึ้นมาเพียงหยิบมือ... ค่อยๆ โรยมันลงไปในหม้ออย่างบรรจง ราวกับกำลังโรยผงเวทมนตร์
เกลือละลายหายไป ผสานเข้ากับน้ำซุป
อคินตักขึ้นมาชิมหนึ่งคำ
ความร้อนของข้าวต้มลวกปากเล็กน้อย... ความหวานฉ่ำของเนื้อปูสดใหม่... และความเค็มปะแล่มที่ดึงรสชาติทุกอย่างให้กลมกล่อม
ดวงตาของอคินเต็มไปด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาโดยไม่รู้ตัว
รสชาติของเกลือ... รสชาติของบ้าน... รสชาติที่บอกว่าเขายังเป็ 'มนุษย์'
"กินได้"
สิ้นเสียงอนุญาต สุนัขทั้งสามก็พุ่งเข้าใส่ถาดอาหารของตัวเองที่อคินแบ่งไว้ให้
เสียงซดน้ำซุปดัง ซู้ด... ซ้าด... ดังระงมไปทั่วลานกว้าง
อคินนั่งมองพวกมันกิน พลางตักข้าวเข้าปากตัวเองเงียบๆ
ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้และการทำงานหนักมลายหายไปพร้อมกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากกระเพาะอาหาร
หลังจากมื้ออาหารจบลง อคินดับกองไฟและล้างทำความสะอาดหม้อไหจนเกลี้ยงเกลา
ก่อนจะพากันกลับเข้าสู่ห้องพักที่ปลอดภัย
เขาทิ้งตัวลงนอนบนเสื่อยางผืนเดิม ร่างกายหนักอึ้งแต่เต็มตื้นไปด้วยความสุข
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:05:17]
'ห้านาทีสุดท้าย...'
ความรู้สึกโหวงเหวงที่คุ้นเคยเริ่มคืบคลานเข้ามา
มันเหมือนร่างกายของเขากำลังถูกระบบดึงปลั๊กออกช้าๆ เขาเกลียด่เวลานี้ที่สุด... ่เวลาที่ต้องสูญเสียการควบคุม
เขามองไปที่ประตู
โบ้เดินไปทิ้งตัวลงนอนขวางหน้าประตูทางเข้า คางเกยอยู่บนขาหน้า หันหน้าออกไปทางโถงทางเดิน
ร่างกายใหญ่โตของมันคือป้อมปราการด่านแรก
ส่วนด่างและขาว แยกย้ายกันไปนอนขนาบข้างซ้ายขวาของเตียงอคิน หูของพวกมันกระดิกรับเสียงตลอดเวลา
พวกมันรู้หน้าที่... พวกมันกำลังเฝ้า 'จ่าฝูง' ในยามที่เขาอ่อนแอที่สุด
อคินหลับตาลง มุมปากยกยิ้มจางๆ
เป็ครั้งแรกนับั้แ่วันสิ้นโลกที่เขารู้สึก 'ปลอดภัย' อย่างแท้จริง... ไม่ใช่เพราะกำแพงหนา หรือประตูเหล็ก
แต่เพราะเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
'แต้ม... แกเห็นไหม... ฉันสร้างบ้านได้แล้วนะ'
ความคิดถึงเ้าแมวส้มตัวแสบแวบเข้ามาในหัว
'ถ้าแกอยู่ที่นี่... แกคงจะนอนเบียดฉันอยู่ตรงนี้แน่ๆ ... หรือไม่ก็คงขโมยเนื้อปูฉันกินจนหมด'
เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
'คืนนี้... ฉันจะนอนหลับอย่างาา...'
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:03]
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:02]
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]
สวิตช์ถูกสับลง
สติของอคินดับวูบไปทันที ราวกับโทรทัศน์ที่ถูกดึงปลั๊ก ทิ้งร่างของชายหนุ่มให้นอนนิ่งสนิท
ท่ามกลางเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเหล่าทหารยามสี่ขา...
และดวงตาสีเขียวของ 'โบ้' ที่ลืมขึ้นมามองเ้านายของมันในความมืดแวบหนึ่ง ก่อนจะหลับตาลงเฝ้าระวังภัยในราตรีที่ยาวนาน...