ลมร้อนพัดเอากลิ่นควันและเืเข้าปะทะใบหน้าอย่างจัง หลินเยว่หยุดยืนอยู่หน้าตึกสำนักงานใหญ่ ดวงตาจับจ้องภาพเบื้องหน้าอย่างเงียบงัน เมืองที่เธอคุ้นเคยมาตลอดหลายปีได้หายไปแล้ว ถนนสายหลักที่เคยเต็มไปด้วยรถยนต์และผู้คน บัดนี้กลายเป็สุสานกลางแจ้ง รถชนกันซ้อนทับเป็แนวยาว ไฟลุกไหม้จากสถานีขนส่งฝั่งตรงข้าม ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่กะพริบติด ๆ ดับ ๆ เหมือนหัวใจที่กำลังหยุดเต้น และระหว่างซากเมืองนั้น—ฝูงซอมบี้นับไม่ถ้วนเดินวนเวียนอยู่ทุกทิศทาง เสียงคำรามต่ำดังต่อเนื่องราวกับเมืองทั้งเมืองกำลังหายใจด้วยปอดของสัตว์ประหลาด
เด็กสาวที่หลินเยว่ช่วยไว้ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นทันที น้ำตาไหลอาบแก้ม “บ้านของฉัน… พ่อกับแม่…” เสียงสะอื้นของเธอเต็มไปด้วยความเ็ปและสิ้นหวัง
หลินเยว่เม้มริมฝีปากแน่น เธอเองก็อยากโทรหาคนสำคัญในชีวิตเช่นกัน แต่เมื่อมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ที่ไร้สัญญาณ เธอก็รู้ว่าความหวังนั้นช่างริบหรี่เหลือเกิน
เจย์ยกแท็บเล็ตที่แบตเตอรี่ใกล้หมดขึ้นมาเช็กอย่างรวดเร็ว “เครือข่ายส่วนใหญ่ล่มแล้ว ระบบสื่อสารแทบใช้ไม่ได้ แต่…” เขาขยายภาพข่าวฉุกเฉินที่ค้างอยู่บนหน้าจอ แถบข้อความสีแดงเลื่อนผ่านช้า ๆ:
[ ประชาชนทุกคนโปรดหลีกเลี่ยงการััผู้ติดเชื้อ ]
[ ผู้ที่ถูกกัดหรือมีาแเปิดมีความเสี่ยงติดเชื้อสูง ]
[ หากจำเป็ ให้เดินทางไปยังจุดอพยพของรัฐบาล ]
“ยังมีจุดอพยพอยู่” เจย์กล่าวเสียงเคร่ง “อย่างน้อยรัฐบาลยังไม่ล่มสลายทั้งหมด”
หลินเยว่พยักหน้า แต่ยังไม่ตอบ เพราะระบบได้แสดงข้อความใหม่ขึ้นตรงหน้า
[ ภารกิจหลักอัปเดต ]
[ มุ่งหน้าไปยังจุดอพยพเขตเหนือ ]
[ ระยะทาง: 8.7 กิโลเมตร ]
[ เวลาประเมินก่อนพื้นที่ถูกยึดครอง: 6 ชั่วโมง 42 นาที ]
[ รางวัล: ]
•สกิลใหม่
•สิทธิ์อัปเกรดระบบ
[ คำเตือน: ความหนาแน่นของผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ]
หลินเยว่สูดหายใจลึก แปดกิโลเมตรในโลกเดิมอาจเป็เพียงการนั่งรถครึ่งชั่วโมง แต่ในโลกปัจจุบัน มันอาจเป็ระยะทางที่ต้องแลกด้วยชีวิต เสียงคำรามดังขึ้นจากอีกฟากถนน ซอมบี้หลายสิบตัวเริ่มหันมาทางพวกเขา หรือพูดให้ถูกคือ… หันมาทางอาร์ค แต่ทันทีที่ััได้ถึงแรงกดดันจากเขา พวกมันก็ชะงัก ก่อนค่อย ๆ ถอยออกไปอย่างหวาดกลัว
เจย์อ้าปากค้างอีกครั้ง “ผมขอแก้คำพูดเดิมนะ” เขาพึมพำ “เราไม่ได้มีบอดี้การ์ด… เรามีอาวุธนิวเคลียร์เดินได้”
แม้สถานการณ์จะตึงเครียด หลินเยว่ก็เผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย เธอหันไปมองชายที่ยืนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าของเขายังคงไร้อารมณ์เช่นเดิม แต่เมื่อเธอสบตา ดวงตาสีแดงเข้มนั้นกลับอ่อนลงเพียงเล็กน้อย ราวกับการได้เห็นเธอยิ้มเป็สิ่งสำคัญสำหรับเขา หัวใจของหลินเยว่กระตุกอย่างแ่เบา เธอรีบหันกลับมาก่อนความคิดจะฟุ้งซ่าน
“เราจะไปจุดอพยพ” หลินเยว่ประกาศเสียงหนักแน่น เด็กสาวเงยหน้าขึ้นทันที “จริงเหรอคะ?”
“ใช่” หลินเยว่ตอบอย่างมั่นคง “ตราบใดที่ยังมีโอกาส เราต้องไปให้ถึง”
เจย์พยักหน้า “ผมเห็นด้วย ถ้ารัฐบาลยังมีศูนย์บัญชาการอยู่ ที่นั่นน่าจะมีข้อมูลมากกว่าที่เรามี”
เด็กสาวเช็ดน้ำตาและลุกขึ้นยืน “ฉันจะพยายามไม่เป็ภาระค่ะ”
หลินเยว่จับมือเธอเบา ๆ “ไม่มีใครเป็ภาระทั้งนั้น เราจะรอดไปด้วยกัน”
ทันทีที่เธอพูดจบ ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือน
[ คุณสมบัติ “ผู้นำโดยธรรมชาติ” ถูกกระตุ้น ]
[ สมาชิกรอบข้างได้รับโบนัสขวัญกำลังใจเล็กน้อย ]
หลินเยว่กะพริบตาอย่างประหลาดใจ แม้แต่คำพูดก็กลายเป็พลังได้อย่างนั้นหรือ? อาร์คขยับเข้ามาใกล้เธออีกก้าว ราวกับยืนยันตำแหน่งของตนเองข้างกายเธอ หลินเยว่เงยหน้ามองเขา “นายจะไปกับเราใช่ไหม?”
เขาไม่ตอบด้วยคำพูด แต่ยื่นมือออกมาหาเธออีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ลังเล หลินเยว่วางมือของตัวเองลงบนฝ่ามือเย็นเฉียบของเขา ดวงตาสีแดงของอาร์คนิ่งค้างอยู่ที่เธอ ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ เพียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยนั้นกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงกว่าที่ควร
เจย์ไอเบา ๆ “ถ้าพิธีจับมือเสร็จแล้ว ผมคิดว่าเราควรรีบออกเดินทางก่อนที่ซอมบี้ทั้งเมืองจะเปลี่ยนใจ”
หลินเยว่ดึงมือกลับ ใบหน้าร้อนวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ “ไปกันเถอะ”
ทั้งสี่คนเริ่มเคลื่อนตัวไปตามถนนที่เต็มไปด้วยซากรถ หลินเยว่อยู่ด้านหน้า เจย์กับเด็กสาวตามหลัง และอาร์คเดินปิดท้ายอย่างเงียบงัน ไม่มีซอมบี้ตัวใดกล้าเข้าใกล้ ราวกับาาแห่งความตายกำลังพาผู้ที่เขาเลือกเดินผ่านอาณาจักรของตนเอง
ท้องฟ้าเหนือเมืองมืดครึ้มลงทีละน้อย เสียงะเิดังมาจากเขตธุรกิจทางใต้ โลกทั้งใบกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไม่อาจย้อนกลับ หลินเยว่เงยหน้ามองเส้นทางเบื้องหน้า เธอไม่รู้ว่าจะมีอะไรรออยู่ ไม่รู้ว่าใครจะรอด ไม่รู้ว่าความลับของระบบและชายที่อยู่ข้างกายคืออะไร แต่เป็ครั้งแรกในวันแห่งหายนะนี้ เธอไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป และการเดินทางที่เริ่มต้นจากอาคารสำนักงานธรรมดาแห่งหนึ่ง กำลังพาพวกเขาไปสู่ชะตากรรมที่ไม่มีผู้ใดในโลกคาดถึง