“เพลงกระบี่ตระกูลเสวียนลึกล้ำสมคำกล่าวจริงๆแต่อาศัยตัวเ้าในตอนนี้คิดจะรับกระบี่ตัดขุนเขาของสำนักคุมกฏยังเร็วไปสิบปี!”
สีหน้าของคนสำนักคุมกำกฎแม้จะดูประหลาดใจแต่ไม่ได้ตื่นตระหนกเหล่าเหว่ยแค่นเสียงออกมาแม้สายตาไม่ได้ดูแคลนชายหนุ่มตรงหน้าแต่เขาก็ไม่มีแม้แต่เสี้ยวความคิดว่าสำนักคุมกฏจะแพ้ขั้นเบิกิญญาด้านหลังยกกระบี่ขึ้นอีกครั้งสร้างปราณกระบี่เชื่อมโยกกันถ่ายพลังมายังปรมาจารย์ด้านในเหล่าเหว่ยยกกระบี่คราวนี้จิตกระบี่ยี่สิบสองสายเชื่อต่อกันหนึ่งคนหนึ่งกระบี่ยี่สิบสองกระบี่เคลื่อนคล้อยตามหนึ่งคน!
“เคลื่อน!”
เสียงของเหล่าเหว่ยแผดดังขึ้นมามือขวาตวัดกระบี่ปะทุพลังค่ายกลสร้างเงากระบี่สิบเล่มขึ้นมาเงากระบี่แต่ละเล่มมีแก่นคือสิบปรมาจารย์และหนุนเสริมด้วยค่ายกลรอบนอกอานุภาพของกระบี่ตัดขุนเขากระบวนนี้มากพอจะกำราบปรมาจารย์ขั้นสามได้อย่างง่ายดายเสวียนเทียนชิงเป็แค่ขั้นเบิกิญญาคนหนึ่งได้รับเกียรติจากสำนักคุมกฏเช่นนี้ช่างน่าชื่นใจนัก!
“หากรับสามกระบี่ตัดขุนเขาได้จะถือว่าข้าชนะหรือไม่?”
มองเงากระบี่ปิดล้อมทั่วทิศเสวียนชิงแย้มยิ้มออกมาพลางเหลือบมองไปยังอู๋หลิวกระบี่ตัดขุนเขาของสำนักคุมกฏขึ้นชื่อแค่ไหนเื่นี้เขารู้ดีอย่าว่าแต่ตัวเขาที่เป็ขั้นเบิกิญญาคนหนึ่งเลยในการควบคุมดูแลแดนต้นกำเนิดนั้นสำนักคุมกฏอาศัยแค่กระบี่นี้ก็สามารถกำราบปรมาจารย์ได้ทั่วทิศแล้วแน่นอนว่าต้องขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้ด้วย
แต่เสวียนเทียนชิงก็ไม่คิดว่าตนจะพ่ายแพ้เลย!
อู๋หลิวไม่ได้ตอบอะไรส่วนเสวียนเทียนชิงก็ไม่คิดจะรอฟังคำตอบอยู่แล้วชายหนุ่มยกกระบี่ขึ้นมาตั้งตรงขนานบ่าคราวนี้แม้จะเป็กระบี่สะท้อนจันทร์เหมือนกันแต่ว่าปราณแท้ที่เสวียนเทียนชิงใช้นั้นเป็ปราณพิสุทธิ์ไพรศาลกระบี่แรกใช้ปราณพิสุทธิ์ไพรศาลขับเคลื่อนร่างกายส่วนกระบี่นี้ใช้ปราณพิสุทธิ์ไพรศาลถ่ายเข้ากระบี่พลานุภาพที่สำแดงออกมานั้นดุจดังปรมาจารย์ออกกระบี่ด้วยตัวเอง!
ปัง ปัง ปัง
สะท้อนจันทร์ปะทะตัดขุนเขา สองวิชากระบี่เลื่องชื่อพัวพันก่อคลื่นลมเหนือยอดเขาสุดท้ายผลลัพธ์ก็ยังออกมาเสมอกันเสวียนเทียนชิงหนึ่งมือไพร่หลังหนึ่งมือถือกระบี่ท่าทององอาจเหมือนยอดคนไร้พ่ายตอนนี้เหล่าเหว่ยไม่อาจสะกดใจได้เหมือนเดิมแล้วกระบี่ที่สองนี้ของสำนักคุมกฎสามารถกำราบปรมาจารย์ขั้นสามได้แน่นอนนี่ไม่ได้หมายความว่าความแข็งแกร่งของเสวียนเทียนชิงอย่างน้อยก็ไม่ด้อยไปกว่าปรมาจารย์ขั้นสามหรอกหรือ?
สถานการณ์บนยอดเขากลายมาเป็หยุดนิ่งไปชั่วขณะอย่างไรก็ตามคนที่ใมากที่สุดนั้นคือฟู่หยงจิ้นเขาเป็คนสอนเสวียนเทียนชิงและเป็คนที่เข้าใจวิชาปราณพิสุทธิ์ไพรศาลมากที่สุดแล้วแม้แต่เย่วอิงก็แค่เคยเห็นผ่านๆไม่ได้ศึกษาตำราเล่มนี้การโคจรปราณพิสุทธิ์ไพรศาลในร่างกับการถ่ายปราณออกมานั้นต่างกันลิบลับการจะทำอย่างหลังได้อย่างน้อยต้องอยู่ในระดับที่ฝึกวิชานี้สำเร็จในระดับนึงแล้ว
“สมกับเป็ท่านจริงๆ แค่ครึ่งเดือนก็สอนเขาจนใช้ปราณพิสุทธิ์ไพรศาลได้ระดับนี้แล้ว”
เย่ว์อิงหันมายิ้มให้น้อยๆให้กับชายชราด้านข้างคำชมของนางทำให้ฟู่หยงจิ้นคิ้วกระตุกแต่เขาก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเพียงแค่หัวเราะกลบเกลื่อนพร์ของเ้าเด็กตระกูลเสวียนนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ เทียบกับอัจฉริยะบนสะพานฟ้าแล้วไม่ด้อยกว่าสักนิดหากไม่ใช่เพราะฟู่หยงจิ้นยังมีความภาคภูมิใจที่เป็คนบนสะพานฟ้าอยู่บ้างเขาคงพูดออกมาแล้วว่าอัจฉริยะบนสพานฟ้าเมื่อเจอพ่อลุกตระกูลเสวียนก็เป็แค่ขี้หมาเท่านั้น!
‘ตอนนี้ข้าชักจะสนใจเ้าเด็กนี่ขึ้นมาจริงๆแล้วภายหน้ายามเขาขึ้นสู่สะพานฟ้าจะก่อคลื่นลมได้มากแค่ไหน...อีกอย่างด้วยนิสัยที่ตรงข้ามกับเ้าหนุ่มอู่หยางเช่นนี้เกรงว่าสะพานฟ้าคงครึกครื้นนน่าดูทีเดียว!’
ตอนนี้ฟู่หยงจิ้นมีใจจะสอนเสวียนเทียนชิงขึ้นมาจริงๆแล้วเสวียนอู่หยางมีชื่อเสียงบนสะพานฟ้ามากแค่ไหนก็ลองดูแม่สาวน้อยเย่ว์อิงคนนี้สิคนอย่างนางที่มีฐานะสูงส่งก็ยังให้ความเคารพเขาอย่างไรก็ตามสองพ่อลูกคู่นี้แม้มีความสามารถเหมือนกันแต่ตรรกะกลับต่างกันสุดขั้วเสวียนอู่หยางคือสุภาพบุรุษส่วนเสวียนเทียนชิงนั้นคือโจรน้อยขนานแท้อุบายน่ารังเกียจเขาก็สามารถใช้ได้โดยไม่ละอายด้วยซ้ำ เสวียนอู่หยางยึดถือคุณธรรมไม่ฆ่าคนหากไม่จำเป็ส่วนเสวียนเทียนชิงน่ะหรือ?
เกรงว่าคนที่เขาฆ่าสังหารไปจะมากกว่าเสวียนอู่หยางเสียอีก!
“ชิงเหนียว เ้าไม่ต้องเข้ามายุ่งเื่นี้”
เสวียนเทียนชิงมองคนของสำนักคุมกฎดวงตาทอประกายแวววับเขากล่าวออกมาโดยไม่หันไปมองด้านหลังที่ชิงเหนียวค่อยๆเดินออกมาจากพุ่มไม้ตอนที่ปะทะกันก่อนหน้านี้เขาเห็นสัญญาณที่นางส่งมาแล้วลู่หยาเปิดทางหนีได้สำเร็จส่วนชิงเหนียวก็เตรียมลงมือหาจังหวะช่วยเสวียนเทียนชิงหลบหนีอย่างไรก็ตามเมื่อเสวียนเทียนชิงกล่าวออกมาเช่นนี้ก็เท่ากับยกเลิกคำสั่งทั้งหมด?
“ไม่หนีแล้วหรือเ้าคะ?”
ชิงเหนียวขมวดคิ้วถามออกมาอย่างระมัดระวังสายตาของนางจับจ้องคนของสำนักคุมกฎอยู่ตลอดแม้ว่านางกับลู่หยาจะบรรลุปรมาจารย์ขั้นสองแล้วแต่เทียบกับกลุ่มคนสำนักคุมกฏตรงหน้าก็ยังต่างกันไกลโขที่ผ่านมาเจอกับปรมาจารย์ขั้นสามสักคนพวกนางสามคนนายบ่าวต้องร่วมมือกันสุดกำลังเพื่อต่อสู้แต่ตอนนี้นายน้อยของขางกำลังคิดจะทำอะไร? ภายใต้วงล้อมของสิบปรมาจารย์เขายังมีกลอุบายซ่อนอยู่?แต่ถึงอย่างไรชิงเหนียวก็เชื่อฟังเสวียนเทียนชิงสุดหัวใจในเมื่อเขาบอกว่าจะไม่หนีก็หมายความว่าไม่ต้องหนีจริงๆ
“ไม่หนีแล้ว ตอนนี้ข้ารู้สึกมั่นใจสุดๆ เลยล่ะ!”
เสียงของเสวียนเทียนชิงดังขึ้นเต็มไปด้วยความมั่นใจอันเต็มเปี่ยมตอนแรกเขายังไม่รู้สึกอะไรแต่หลังจากใช้กระบี่สะท้อนจันทร์เมื่อครู่นี้ในที่สุดเขาก็เข้าใจความสุดยอดของวิชาปราณพิสุทธิ์ไพรศาลอีกทั้งกายเนื้อของเขาที่ถูกไผ่์ของฟู่หยงจิ้นเคี่ยวกรำมาตลอดครึ่งเดือนก็เริ่มแสดงผลลัพธ์ออกมาให้เห็นแล้ว
‘ตาเฒ่านั้นเป็ยอดคนจริงๆกลับไปต้องถามท่านพ่อให้รู้เื่ข้ามั่นใจว่าขุมอำนาจในแดนเบญจภพไม่ใครลึกล้ำขนาดนี้แน่นอน’
เสวียนเทียนชิงคิดอยู่ในใจเงียบๆยิ่งเพิ่มความเคารพและความสงสัยในตัวฟู่หยงจิ้นขึ้นไปอีกปราณแท้พิสุทธิ์ไพรศาลเดิมทีก็เป็วิชาระดับสูงอยู่แล้ว ตอนที่โคจรปราณในร่างเพื่อขับเคลื่อนพลังยังไม่เห็นผลเท่าไหร่แต่เมื่อใช้ออกมาจริงๆก็ทำให้เสวียนเทียนชิงหัวใจเต้นโครมครามอย่างบ้างคลั่ง!
ความรู้สึกใน่เวลานั้นก็สิ่งที่เขาโหดหามาตลอดสามปีความรู้สึกที่ราวกับภาพสะท้อนของดวงจันทร์บนผิวน้ำเขาััได้และมองเห็นมันแต่ไม่อาจไขว่คว้าได้เพราะกำแพงที่เรียกว่าอุปสรรคคอขวด!
ขั้นญาณทิพย์...ระดับปรมาจารย์ที่เขาพยายามไขว่คว้ามาตลอด!
ใน่เวลานั้นที่ใช้ปราณพิสุทธิ์ไพรศาลเสวียนเทียนชิงรับรู้ได้อย่างมันมั่นใจว่า่เวลานั้นเขาได้กลายเป็ปรมาจารย์คนหนึ่งแล้ว! ทั้งประสาทััทั้งเจตจำนงรวมไปถึงกายเนื้อได้ผสานกันเกิดเป็เมล็ดิญญาขึ้นมาชั่วขณะแม้ว่าเมล็ดิญญานั้นจะคงอยู่เพียงครูเดียวแล้วหายไปแต่ครู่เดียวที่ว่านั่นก็คือครู่เดียวที่ระดับขั้นของเขาทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์!
“เมื่อครู่นี้คือกลิ่นอายของขั้นญาณทิพย์? เ้าเด็กนี่ทะลวงขั้นสำเร็จแล้ว?”
อู่หลิวมองดูอยู่ไกลๆพลันขมวดคิ้วขึ้นมาหากเสวียนเทียนชิงทะลวงขั้นบรรลุปรมาจารย์เช่นนั้นสำนักคุมกฏก็มีโอกาสแพ้มากกว่าชนะแล้ว! สามตระกูลใหญ่ไม่ว่าจะเป็ตระกูลไหนล้วนมีลูกหลานโดดเด่นในสิบคนมีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่สามารถสู้ข้ามขั้นได้ ส่วนพวกอัจฉริยะอย่างเสวียนเทียนชิงนั้นสามารถสู้ข้ามระดับใหญ่ได้ด้วยซ้ำหากเขาทะลวงขั้นปรมาจารย์สำเร็จเกรงว่าขั้นญาณทิพย์คงไม่อาจกำราบเสวียนเทียนชิงได้แล้ว
‘ลองดูอีกหน่อยก็แล้วกันกลิ่นอายยังคลุมเครือมากเกินไปหากเขารับกระบี่ตัดขุนเขาทั้งสามกระบี่ได้ค่อยว่ากันอีกที’
อู๋หลิวตัดสินใจมองดูสถานกาณณืต่อไปก่อนแน่นอนว่าสำนักคุมกฏมาเพื่อสั่งหารเสวียนเทียนชิงตามคำสั่งกระบี่อาญาอู่หลิวไว้หน้าตระกูลเสวียนไม่น้อยแล้วยังเหลือทางรอดให้เสวียนเทียนชิงด้วยเสวียนเทียนชิงจะตายหรือจะรอดเขาไม่สนใจแต่สำหรับคนของสำนักคุมกฏเขาไม่ยอมปล่อยให้มาตายเปล่าอยู่ที่นี่แน่
“เหล่าเหว่ยไม่ต้องออมมือแล้วเ้าปีศาจน้อยนี่แข็งแกร่งเกินไป!”
“คำพูดของท่านเ้าหอถูกต้องแล้วคิดจะสังหารคุณชายจรัสฟ้าพวกเราต้องทุ่มเต็มกำลัง!”
ปรมาจารย์ท่านอื่นต่างก็พูดขึ้นกับเหล่าเหว่ยครั้งนี้เหล่าเหว่ยเป็ผู้นำและกระบี่ของเขาก็คือกุญแจค่ายกลเดิมทีไม่ว่าจะเป็เหล่าเหว่ยหรือปรมาจารย์ท่านอื่นตอนที่ได้รับคำสั่งต่างก็ขัดขืนกันทั้งนั้นแค่จัดการเด็กหนุ่มขั้นเบิกิญญาคนเดียวต้องขนกันมาขนาดนี้เชียวหรือ? ปรมาจารย์สิบท่านขั้นเบิกิญญาสิบสองคนแถมยังใช้กระบี่ตัดขุนเขาด้วย!
ในฐานะคนของสำนักคุมกฎที่มีเกียรติการเล่นใหญ่ขนาดนี้ช่างขายหน้านัก!
อย่างไรก็ตามตอนนี้ชายหนุ่มตรงหน้าได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าดาวดวงหนึ่งหากส่องประกายเจิดจ้าก็สามารถกลบทับแสงดาวนับล้านได้อย่างง่ายดาย...เสวียนเทียนชิงเพียงคนเดียวสามารเอาชนะพวกเขาได้!
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องออมมือแล้ว! ตั้งกระบี่ตัดขุนเขา!”
เหล่าเหว่ยแผดเสียงคำรามออกมาสั่งการคนที่เหลือเขาคือหัวใจค่ายกลเป็ผู้บังคับใช้ค่ายกลทั้งหมดยามนี้เมื่อเหล่าเหว่ยยินยอมก็จะสามารถแสดงพลังที่แท้จริงของกระบี่ตัดขุนเขาแห่งสำนักคุมกฏออกมาได้!ส่วนทางเสวียนเทียนชิงนั้นไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อยไม่ใช่เขาไม่รู้ชื่อเสียงของกระบี่ตัดขุนเขาแต่เขากำลังรอให้อีกฝ่ายใช้ออกมาต่างหาก!
“ในเพลงกระบี่ตระกูลเสวียนมีอยู่ท่าหนึ่งที่ข้าอยากจะลองมานานแล้วจนใจก็แต่ระดับขั้นต่ำเกินไปจึงไม่อาจใช้ออกมาได้วันนี้ถือเป็โอกาสเหมาะขอลองวัดสูงต่ำกับพวกเ้าดูสักครา!”