บทที่7 ความหลัง
ภาพในอดีตฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ
บ่าวสาวที่ยืนรายล้อมไปด้วยญาติพี่น้องเพื่อนฝูงและแขกที่มาร่วมงานมากมายคือดาริกากับอดีตสามีของเธอ เ้าพ่อภาคตะวันออก ผู้ใหญ่โอม ซึ่งเป็พ่อของ วิชุดา
เสี่ยกรพ่อของวิชุดาเป็ผู้กว้างขวางในจังหวัดระยองและเป็คนสนิทของนักการเมืองที่มากบารมีคนหนึ่งในภาคตะวันเธอมีพี่ชายหนึ่งคนเป็ตำรวจ ชื่อว่า ฐากูร
บ้านของเธอทำธุรกิจค้าขายน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านผู้ใหญ่โอมอดีตสามีของเธอ เดิมทีเข้ามาทำงานขับรถขนส่งน้ำมันให้กับพ่อของเธอแต่ด้วยความเป็คนใจกล้าไม่เกรงกลัวใครจึงกลายมาเป็มือขวาให้กับเสี่ยกรพ่อของเธอในที่สุด
ในตอนนั้นผู้ใหญ่โอมได้รับการสนับสนุนจาก เสี่ยกรพ่อของดาริกาให้ลงเลือกตั้งระดับท้องถิ่น เพื่อปูทางในการลงเล่นการเมืองระดับชาติและเขาก็ประสบความสำเร็จได้รับการเลือกตั้งเป็ผู้ใหญ่บ้าน
ญานันท์เป็ชื่อเดิมของดาริกาเป็สาวน้อยหน้าตางดงามเป็ที่เลื่องลือในวัย 18 ปีซึ่งเป็ลูกสาวคนเดียวที่พ่อกับพี่ชายรักและหวงเหมือนไข่ในหินก็เกิดความรักต่อผู้ใหญ่โอม ด้วยหน้าตาอันหล่อเหลา และความสุภาพและมีอัธยาศัยดีประกอบกับความประทับใจในความเก่งกล้าและใจนักเลงของเขา ทำให้ญานันท์สาวน้อยวัย 18ปี หลงรักผู้ใหญ่โอมอย่างหัวปักหัวปำ
เสี่ยกรจึงให้ลูกสาวแต่งงานกับผู้ใหญ่โอมเพื่อให้เขาสืบทอดธุรกิจต่อและดูแลลูกสาวสุดที่รักของเขา
แต่ใครจะคิดว่าหลังจากผู้ใหญ่โอมแต่งงานกับ ญานันท์เขาก็เข้าไปพัวพันกับนักการเมืองท้องถิ่นของเมืองชลบุรีและมีความสัมพันธ์ถึงขนาดเข้านอกออกในได้อย่างเสรี
ในขณะที่ญานันท์ตั้งท้องเสี่ยกรพ่อของเธอก็ถูกลอบสังหารระหว่างที่เดินทางกลับจากชายแดนโดยที่ยังจับมือใครดมไม่ได้พี่ชายของเธอที่เป็ตำรวจก็ถูกตั้งกรรมการสอบในข้อหาพัวพันกับการค้ายาเสพติดตามตะเข็บชายแดน ทรัพย์สินทั้งหมดถูกอายัด
ผู้ใหญ่โอมบอกกับดาริกาว่าเขาได้รับคำสั่งจาก ผู้มีบารมีให้มาเกลี้ยกล่อมฐากูรให้ลาออกจากตำรวจเพื่อไปให้พ้นทางการปราบปรามยาเสพติดแลกกับการยกเลิกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบซึ่งอาจถูกไล่ออกและอาจต้องติดคุกเพราะหลักฐานที่ตำรวจมีแ่าจนยากจะหลุดไปได้
ญานันท์เหลือเพียงแม่และพี่ชายเพียงคนเดียวจึงรับปากกับสามีว่าจะช่วยเกลี้ยกล่อมให้พี่ชายลาออก
ฐากูรโกรธน้องสาวที่เขารักนักหนาที่ไม่ยอมเชื่อว่าเขาไม่ได้ทำความผิดและเขาสืบทราบมาว่าผู้ใหญ่โอมร่วมมือกับนักการเมืองท้องถิ่นและกลุ่มค้ายาเสพติดเป็ผู้ที่อยู่เบื้อหลังในการฆ่าพ่อและใส่ร้ายเขาที่เป็พี่ชาย
พี่ชายของเธอคิดว่าเธอเชื่อสามีจนลืมแม่และพี่ชายเขาไม่รู้ว่าดาริกาแอบได้ยินว่าผู้ใหญ่โอมเป็คนวางแผนเื่ทั้งหมดเพื่อโค่นอำนาจของพ่อและขึ้นเป็ใหญ่แทนเพราะเขารักและมีความสัมพันธ์กับลูกสาวของนักการเมืองคนนั้นมาก่อนที่จะแต่งงานกับเธอจึงร่วมมือกับนักการเมืองท้องถิ่นคนนั้นเพื่อกำจัดครอบครัวของเธอซึ่งรวมทั้งตัวเธอด้วย
หลังจากแอบรู้ความจริงญานันท์ก็รวบรวมเงินสดที่เธอแอบเก็บไว้จำนวนหนึ่งและแสร้งทำเป็เชื่อเขาและมาเกลี้ยกล่อมพี่ชาย
ฐากูรไม่รู้ว่าน้องสาวแอบกลับไปที่บ้านและมอบเงินจำนวนหนึ่งที่เธอแอบเก็บไว้โดยที่ผู้ใหญ่โอมไม่รู้ให้กับแม่และพี่สะใภ้แล้วบอกให้ทั้งหมดหลบหนีไปก่อนที่สามีเธอจะตามสังหารทั้งหมด
ญานันท์ขอร้องแม่และพี่สะใภ้อย่าได้บอกความจริงเื่นี้ไม่เช่นนั้นคนอย่างพี่ชายของเธอ จะไม่มีทาง ทิ้งน้องสาวคนเดียวไว้กับผู้ชายที่ชั่วร้ายอย่างผู้ใหญ่โอม
หลังจากพี่ชายและแม่หลบหนีออกจากระยองด้วยความช่วยเหลือของลูกน้องเก่าที่ยังจงรักภักดีญานันท์ก็พรางตัวแอบหลบหนีไปอีกทางหนึ่งพร้อมกับอุ้มท้องวิชุดา
เพราะลูกน้องเก่าของเสี่ยกรที่ยังจงรักภักดีต่อครอบครัวของเขาเป็คนช่วยหลอกล่อทำให้ญานันท์หลบหนีไปได้ไกลและหนีมาถึงจังหวัดชายแดนทางภาคอีสาน
หลังจากหลบหนีมาได้ เธอก็เปลี่ยนชื่อและนามสกุลจากนั้นก็เฝ้าติดตามข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์และข่าวโทรทัศน์เพราะกลัวว่าจะมีข่าวการสังหารครอบครัวของเธอ แต่ก็ไม่มีข่าวใด ๆปรากฏจนเวลาผ่านไปถึงสิบเจ็ดปี
น้ำตาของดาริกาไหลเป็ทางเมื่อคิดถึงเื่ความผิดพลาดในอดีต
เป็เพราะตัวเธอหลงรักคนสารเลวนั้นจึงทำให้พ่อของเธอตาย และครอบครัวของเธอก็พังพินาศย่อยยับ
เสียงสะอื้นไห้อย่างทุกข์โศกของดาริกา ทำให้ วิชุดาที่แอบฟังอยู่ในห้องนอนรู้สึกโศกเศร้าไปกับความเ็ปของดาริกา
เธอเดินกลับไปกลับมาคิดไม่ตกว่าควรจะถามอย่างตรงไปตรงมาหรือว่าปล่อยให้เวลาเยียวยา
เมื่อได้คำตอบให้ตัวเองแล้ววิชุดาที่ปล่อยให้แม่ร้องไห้จนพอก็เดินออกจากห้องนอนมานั่งข้างแม่
เธอกอดแม่เพื่อให้รู้ว่ายังมีเธอที่อยู่ข้าง ๆ
“แม่ไปอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่นและสมองปลอดโปร่งก่อนนะคะหนูจะทำอะไรอร่อย ๆ ให้แม่กิน”
ดาริกาพยักหน้าแล้วลุกเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง
นี่เป็ครั้งแรกที่เธอปล่อยให้ความอ่อนแอครอบงำจนถึงกับร้องไห้ให้ลูกสาวเห็น เธอเข้มแข็งเพื่อเป็หลักให้ลูกมาตลอดแต่เมื่อพบกับเื่ของความรักอีกครั้งก็เหมือนกับความเ็ปที่กดข่มไว้ก็ในใจได้พังทลายลงมา
ดาริกากลัวว่าเธอจะเสียใจและทำลายครอบครัวที่เหลือเพียงลูกสาวคนเดียวอีก
วิชุดาทำซุปมักกะโรนีโรยหน้าด้วยหอมซอยและขนมปังกระเทียมอบหอมกรุ่น วางไว้ที่โต๊ะอาหารรอแม่
เมื่อเห็นแม่เดินออกมาจากห้องนอนในสภาพที่ สดชื่นขึ้น ถึงแม้ดวงตาจะยังบวมอยู่บ้างวิชุดาก็เดินเข้าไปกอดแขนและแนบแก้มลงที่ไหล่ของแม่
“วันนี้หนูทำซุปมักกะโรนีสูตรของตัวเองและอบขนมปังกระเทียม แม่ลองชิมดูนะว่าฝีมือลูกสาวคนนี้ใช้ได้ไหม”
เสียงเจื้อยแจ้วอย่างฉอเลาะของลูกสาวช่วยให้ ดาริกาคลายความโศกเศร้าเธอยิ้มรับและนั่งลงที่เก้าอี้
สองแม่ลูกนั่งกินอาหารเย็นด้วยกัน จนอาหารที่วางบนโต๊ะหมดเกลี้ยง
วิชุดาถือโอกาสตอนที่นั่งดูโทรทัศน์ด้วยกันที่ห้องรับแขกคุยกับแม่ในเื่ที่เธอตัดสินใจแล้ว
“แม่จ้ะ อีกไม่ถึงปีหนูก็ต้องไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจจะเป็ในกรุงเทพหรือถ้าใกล้ที่สุดก็คงเป็ขอนแก่นหรือมหาสารคามหนูเป็ห่วงที่แม่จะต้องอยู่คนเดียว”
“ลุงชาตรีเป็คนดีและดูแลหนูกับแม่มาั้แ่หนูจำความได้ถ้าหากแม่จะแต่งงานกับลุง หนูก็ไม่ขัดขวางแถมยังดีใจที่แม่จะมีคนดูแลตอนที่หนูไม่อยู่หรือว่าแม่ยังมีอะไรในใจที่ทำให้ไม่สามารถยอมรับลุงชาตรีไม่ให้เข้ามาในชีวิตได้แม่เล่าให้หนูฟังได้ไหม หนูโตแล้ว และพร้อมที่จะรับฟังเื่ราวในอดีตของตัวเองแล้ว”
เสียงของวิชุดาหนักแน่นและมั่นคงอย่างผู้ใหญ่คนหนึ่ง
ดาริกามองหน้าลูกสาวอย่างเต็มตาลูกสาวของเธอโตแล้วจริง ๆ คงถึงเวลาแล้วที่ลูกควรจะรู้เื่ราวในอดีตทั้งหมด
สองแม่ลูกนั่งเล่าเื่ราวในอดีตสู่กันฟังวิชุดาฟังไปก็รู้สึกสะท้อนใจและเศร้าใจในชีวิตของแม่ถึงแม้เธอจะไม่ใช่วิชุดาตัวจริงแต่เื่ราวของเ้าของร่างและแม่ของเธอก็สั่นะเืความรู้สึกไม่น้อย ชีวิตของแม่ช่างน่าสงสารพ่อถูกฆ่าตายไม่พอยังต้องหนีหัวซุกหัวซุนพลัดพรากจากครอบครัวแถมตอนนี้ลูกที่แท้จริงยังมาตายจากไปอีก
วิชุดากอดแม่แน่นความรู้สึกของเ้าของร่างหล่อหลอมเข้าด้วยกัน
“เพราะอย่างนี้ใช่ไหมคะแม่ถึงปิดบังตัวตนเพราะกลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะตามหามาถึงที่นี่”
ดาริกาพยักหน้ารับ
“แล้วที่แม่ไม่ยอมเปิดใจรับใครเข้ามาในชีวิตเพราะอะไรคะ”วิชุดาถามเข้าประเด็นสำคัญ
“แม่กลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกแม่กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนไปแล้วก็กลับมาทำลายครอบครัวของแม่อีก”
เสียงของแม่แ่เศร้าอย่างน่าสงสาร
ขณะที่วิชุดากำลังคิดว่าจะพูดอะไรต่อดี ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูจากด้านนอก
ดาริกาวิ่งไปที่ครัวหยิบมีดครัวขนาดใหญ่ออกมาถือในมือปากก็ร้องะโออกไป
“ใคร”
เสียงตอบจากข้างนอกทำให้แม่ลูกถอนลมหายใจอันหนักหน่วงออกมา