ตอนที่25 ทูตจากค่ายระดับ 3
หลังจากกัสออกจากหอคอยโลกาวินาศก็มีกลุ่มคนมาเยือนที่ค่ายมิดไนท์
คนที่มาเยือนมีด้วยกัน 7 คนพวกเขาแต่งกายด้วยชุดกึ่งทหารที่สวมชุดเกราะยุทธวิธีเสื้อผ้ากางเกงขายาว แต่ละคนมีสไตล์การแต่งกายของตัวเอง มีอาวุธครบมือที่สำคัญคือ มีอาวุธปืนอยู่ด้วยคนละกระบอก
ปืนลูกซองปืนไรเฟิลล่าสัตว์ พวกเขาเดินอย่างไม่เกรงกลัวไปที่หน้าทางเข้าค่ายมิดไนท์
ค่ายมิดไนท์ในตอนนี้ไม่ได้ล้อมรอบด้วยศพซอมบี้อีกแล้วเพราะกัสสั่งให้ทำความสะอาดไปแล้ว ใครจะอยากให้บ้านของตัวเองเลอะกัน แต่ว่าจะทำความสะอาดยังไงก็ไม่อาจจะทำความสะอาดได้จนหมด
เพราะว่าเืเนื้อพวกมันซึมลงไปในพื้นดินทำให้พื้นและดินรอบ ๆ เปลี่ยนเป็สีดำ แม้แต่กำแพงค่ายที่เคยเป็รั้วโรงเรียนก็เปลี่ยนเป็สีดำไปด้วย
ยิ่งทำให้ค่ายแห่งนี้ดูเข้ากับวันสิ้นโลกมากขึ้น
แต่ทั้ง 7 คนกลับไม่รู้สึกแปลกใหม่อะไร เพราะไม่ว่าจะค่ายไหนๆ ต่างก็มีกำแพงที่เปื้อนเืซอมบี้ทั้งนั้น
โดยเฉพาะระดับค่ายยิ่งสูงยิ่งเจอบททดสอบที่อันตรายยิ่งกว่า
ทั้ง 7 คนหยุดอยู่ที่หน้าค่ายไม่ได้บุกเข้าไป
พวกเขามองดูทหารที่แต่งกายมิดชิดด้วยผ้ายืนอยู่บนหอเฝ้าระวังด้านหน้าด้วยท่าทางนิ่งเฉยราวกับหุ่นเหล็กไม่มีผิด
ตอนแรกพวกนั้นคิดว่าเป็หุ่นลองเสื้อผ้าที่เอามาตั้งไว้หลอกตาเท่านั้นแต่ว่าพอพวกเขาเข้ามาใกล้หุ่นพวกนั้นก็ขยับตัว
ที่แท้ก็เป็ทหารของค่ายนั่นเอง แต่ปัญหาคือทหารพวกนั้นกลับไม่ตอบสนองอย่างตื่นตระหนกตามที่คาดหวังไว้
กลับกัน พวกนั้นแค่มองและหันหลังกลับออกไปอย่างเงียบๆ เพื่อไปรายงานเท่านั้น
ตอนนั้นประตูก็มีทหารโผล่มาอีกหลายนายมายืนและหยุดอยู่ที่หน้าประตู สร้างเป็กำแพงมนุษย์โดยไม่พูดไม่จาใด ๆ
“เฮ้ พวกเรามาพบลอร์ดของพวกแก”หนึ่งในนั้นเป็ชายหน้าแหลมชื่อว่า ฟอสเตอร์ เขาคือหัวหน้ากลุ่มนี้
แต่ว่าทหารมืดกลับยืนนิ่งเฉยไม่คิดจะขยับแม้แต่น้อย
“พวกนี้มันบ้าอะไรกันว่ะ”ฟอสเตอร์ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ แถมบรรยากาศรอบ ๆ ยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ
ถ้าไม่ใช่เพราะลอร์ดย้ำให้มาที่นี่แล้วส่งสารให้ได้ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่อยากจะเข้ามาที่นี่มากนัก
โรงเรียนมัธยมปลายวัลดัสเป็พื้นที่อันตรายที่แห่งหนึ่งท่านลอร์ดได้ยินว่ามีคนยึดได้ก็รีบส่งคนมาที่นี่ทันที
แม้ว่าค่ายแห่งนี้เหมือนจะเป็ค่ายระดับ 2แต่ว่าฟอสเตอร์ก็ไม่กลัว ค่ายของพวกเขาใหญ่กว่ามาก สามารถถล่มที่นี่ได้จนราบแต่ว่าลอร์ด้าเจรจาก่อน
แต่ดูแล้วอีกฝ่ายกลับไม่สนใจพวกเขาเลย
“เฮ้ย! พวกมึงไม่ได้ยินหรือยังไงว่ะลูกพี่บอกให้ลอร์ดพวกมึงออกมาคุยกัน” หนึ่งในลูกน้องที่มีผมสีทองโมฮอกะโอย่างโมโหยกปืนเล็งไปที่ทหารมืด
แต่ว่าทหารมืดก็ยังยืนเงียบกันอยู่
“ลูกพี่เล่นแม่งเลยเหอะ”
“มึงใจเย็นก่อน อย่าทำงานใหญ่เสีย” ฟอสเตอร์ยกมือห้ามผมทองที่ยินจึงถอย
ตอนนั้นเองทหารมืดก็เปิดทางฮันน่าเดินออกมาด้วยชุดเกราะเต็มตัวมองไปที่ผู้ที่มาใหม่ทั้งสองฝ่ายจ้องมองกัน
ฮันน่ามองโดยไม่มีความรู้สึดใด ๆ ส่วนฟอสเตอร์และพรรคพวกมองอย่างสงสัยใคร่รู้โดยเฉพาะชุดเกราะนั้นเหมือนจะเป็ของมีค่าอย่างมาก
“เฮ้ แกคือลอร์ดของค่ายอย่างนั้นเหรอ ฉันมีคำสั่งจากนายท่านแกนนอนบอกว่าให้แกยอมจำนนแต่โดยดี แล้วท่านจะไว้ชีวิต โดยสิ่งที่แกต้องทำคือส่งอาหารที่มีมา8 ใน 10 ส่วน ผู้หญิงในค่ายครึ่งหนึ่งและที่สำคัญคือทุกสัปดาห์ต้องส่งมอบแก่นพลังงานมาตามจำนวนคนคนละ 1 ก้อนหรือจะส่งประชากรมาก็ได้ ถ้าได้ยินแล้วก็ขานรับซะ จะได้กลับไปรายงานไม่งั้นก็ตายเห็นใช่ไหมพวกเรามีปืน หรืออยากจะลองดี” ฟอสเตอร์อธิบายออกมาโดยที่แทบไม่ได้หายใจ
แต่ว่าฮันน่ากลับยืนนิ่งไม่ได้ตอบสนองต่อคำกล่าวก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “นายท่านไม่อยู่ ไว้ค่อยมาวันหลัง”
กล่าวจบ เธอก็หันหลังเดินกลับในทันที
“...”
“เชี่ยอะไรว่ะ” ฟอสเตอร์รู้สึกว่าถูกหยามอย่างมากเพราะแทนที่จะรีบบอกกลับรอให้เขาพูดจนจบแล้วค่อยบอก แถมยังมีท่าทางแบบนั้นอีก
มันอะไรกัน เฉยชา ไม่เห็นหัว ไม่ไว้หน้าเลยพวกเขามาจากค่ายระดับ 3 เลยนะ กับอีแค่ค่ายระดับ 2 ยังกล้าไม่ไว้หน้าเขาอีก
“ดี ๆ ๆ เล่นแม่งเลย ฆ่าแม่งให้หมดค่ายระดับ 2 ที่พึ่งผ่านภัยพิบัติมาจะเหลือคนสักเท่าไหร่กันเชียว” ฟอสเตอร์โมโหจนไม่สนใจอะไรแล้ว
อีกฝ่ายดูก็รู้ว่าแม้แต่ปืนสักกระบอกก็ยังไม่มีมีแค่มีดสปาต้าที่แทบไร้ประโยชน์
“จัดไปลูกพี่” ชายผมทองเป็คนที่ลงมือก่อนมันกระหายมานานแล้ว
ปัง ๆ ๆ ๆ
เสียงปืนดังขึ้น ะุทะลุร่างของทหารมืดทำให้พวกทหารมืดพากันล้มไปตามๆ กัน
ฮันน่าสวมชุดเกราะอยู่ถูกะุยิงใส่หลายนัดแต่ทว่าชุดเกราะกลับไม่เป็อะไรเลย ถึงอย่างนั้นนั้นอีกฝ่ายยังบุกเข้ามาประชิดตัวเธอและยังยิงกดดันใส่ไม่ยั้ง
“ชุดเกราะนี้ทนจริง ๆ แต่ว่าหลบอยู่ในนั้นก็แค่เต่าในกระดอกเท่านั้นอย่าให้ใครรอดไปได้”
“ตายซะ ฮ่า ๆ ไอ้พวกเวร”
“ยึดค่ายแม่งเลย ท่านลอร์ดต้องให้รางวัลพวกเราแน่”
ทั้ง 7 คนเคลื่อนไหวและต่อสู้แบบทหารยุคใหม่เพราะพวกเขามีปืนบวกกับพลังขั้นต้นและตัวหัวหน้ายังมีพลังขั้นกลาง จึงไม่กลัวอะไร ทหารมืดที่มีแค่อาวุธธรรมดาต่างก็โดนยิงตายก่อนจะถึงตัวซะอีก
ศพแล้วศพเล่าถูกยิงล้มลงจนหมด
สุดท้ายหน้าโรงเรียนก็ไม่มีใครรอดชีวิต
“หึ นึกว่าจะแน่ทหารพวกมันน่าจะตายกันจนหมดแล้ว พวกอ่อนแอคงอยู่ด้านใน”
“ไป พวกเราบุก”
ทั้ง 7 คนพากันวิ่งเข้าไปในค่าย แต่พอเข้าไปกลับพบเจอเหล่าทหารที่จัดรูปขบวนรบเตรียมพร้อมยืนรอพวกเขาอยู่หลายร้อยพร้อมกับโล่และทหารที่สวมใส่ชุดเกราะอีกจำนวนหนึ่ง
ฟอสเตอร์ยืนตัวแข็งทื่อ ส่วนชายหัวทองก็ไม่กล้าที่จะก้าวขาต่อ
“เชี่ย ลูกพี่เอายังไงดี ทำไมมัน มันมีคนเยอะขนาดนี้”ชายผมทองถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“รอทำเชี่ยอะไร ถอยสิวะ” ฟอสเตอร์ไม่คิดจะอยู่ที่นี่แม้จะมีพลังขั้นกลาง แต่ถ้าจำนวนศัตรูเยอะขนาดนี้ก็สู้ไม่ไหวเหมือนกัน
ตอนนี้ระยะทางพวกเขายังคงได้เปรียบอยู่ ยังถอยได้ทันแต่ทว่าทั้งกลุ่มพอหันกลับไปกลับพบว่าทหารที่ควรจะเป็ศพกลับลุกขึ้นยืนซะอย่างนั้น
ฮันน่าเองที่อยู่ในชุดเกราะก็ยืนขึ้นมาด้วย
“เป็...เป็ไปได้ยังไง”
“ผีหลอก ฉันจำได้ว่ายิงมันจนพรุนไปแล้ว”
“ะุทะลุร่างไปแล้วแน่ ๆ”
“เชี่ยดูนั่น รูบนตัวมันยังอยู่”
“แล้วทำไมมันไม่ตาย ค่ายนี้มันอะไรกันแน่”
“หรือว่าเรามาผิดค่ายพวกมันไม่ใช่คนแต่เป็...ตัวอะไรว่ะเนี่ย”
ทหารมืดจากทั้งข้างหน้าและข้างหลังเข้ามาปิดล้อมทั้ง7 คนไว้ ต่อให้มีปืนก็ไม่สามารถหลุดรอดไปได้
กระทั่งมีคนเหลือรอดแค่คนเดียวเท่านั้น
ฟอสเตอร์ผู้มีพลังพื้นฐานขั้นกลางไม่ตายง่ายๆ เหมือนคนที่เหลือ แต่ก็ใกล้จะตายเต็มที สุดท้ายด้วยความกลัวตายจึงยอมแพ้และร้องขอชีวิต
ถ้าสู้แล้วยังฆ่าได้ก็ว่าไปอย่างแต่พวกนี้ยิงจนตัวพรุนก็ไม่ตาย โดยดาบแทงเสียบคาร่างก็ยังต่อสู้ได้อีก
สุดท้ายยังมีทหารชุดเกราะเข้ามาปิดล้อม ะุปืนแทบไม่ได้ผลพวกเขาโดนประชิดตัวและฆ่าทีละคน
ฟอสเตอร์มองดูศพพวกตัวเองที่ตายโดนฟันคนละทีจากทหารเ่าั้ ร่างก็แทบจะเละเป็หมูสับแล้ว มันสั่นด้วยความกลัวรีบร้องขอชีวิต
“อย่า ๆ ฆ่าผม ผมยอมแพ้แล้ว ใช่แล้วถ้าฆ่าผมพวกคุณกับค่ายแกนนอนจะไม่มีทางเจรจากันได้เลยนะ ผมคือทูต อ้า!” ฟอสเตอร์พยายามยกหาเหตุผลมาอ้างเท่าที่จะได้
แต่ก็ยังโดนฟันไปหลายแผล
ตอนนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้นมา
“หยุดก่อน มันยังมีประโยชน์”
ลิชรีบเข้ามาหยุดการฆ่านี้ เพราะเขาคิดว่าชายคนนี้ยังมีประโยชน์อยู่จริงๆ เนื่องจากค่ายแกนนอนก็อยู่ในแผนการของนายท่านด้วย
ลิชเคยเห็นแผนที่และตำแหน่งที่นายท่านทำไว้จึงคิดว่าน่าจะใช้ประโยชน์จากชายคนนี้ได้
แอรีสและฮันน่าสั่งให้ทหารของตัวเองถอยออกมาก่อนจะจ้องไปที่ฟอสเตอร์ที่สภาพหมดแรงนอนอยู่ที่พื้นราวกับขอทานร่างเปื้อนเืและมีาแขนาดใหญ่ที่หลัง
ถึงอย่างนั้นแผลนี้ก็ไม่สามารถฆ่ามันได้แต่มอบความเ็ปให้อย่างมาก
“มันมีประโยชน์ยังไง”แอรีสถามอย่างไม่เข้าใจ
“ไว้ให้นายท่านตัดสิน เอามันไปขัง” ฮันน่าสั่งการทหารองครักษ์หิ้วร่างฟอสเตอร์ออกไป
“อย่าลืมรักษาแผลมันก่อนไม่งั้นมันอาจจะตายก่อนนายท่านกลับมา” ลิชไม่ลืมจะแนะนำ
แอรีสได้แต่ยืนคิดตามอยู่ตรงนั้นไม่ได้ถามอะไรอีก
สุดท้ายแล้วฟอสเตอร์ก็ถูกหามไปและขังไว้ที่ห้องมืดๆ ที่ไม่เหมือนกับคุก แต่ถึงอย่างนั้นฟอสเตอร์ก็ไม่กล้าออกมาเพราะยิ่งเข้ามาในค่ายก็ยิ่งรู้สึกถึงความแปลกประหลาด
ประชากรในค่ายไม่พูดคุยกันเลยทหารก็ยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน พวกที่เดินก็เอาแต่เดินกันอยู่แบบนั้น
ฟอสเตอร์ยังไม่เห็นพวกมันไปพักผ่อนแม้แต่น้อยถ้าไม่ใช่เพราะเจอสองคนที่เหมือนจะพูดคุยกันตามปกติฟอสเตอร์ก็เริ่มคิดแล้วว่าตนเองเข้ามายังที่แปลกประหลาดแทนที่จะเป็ค่ายมิดไนท์ที่ตามหา
ทหารยาม 2 คนยืนหน้าห้องและยังมีอีกมากที่ทางเดิน
ต่อให้เป็ฟอสเตอร์ก็ไม่กล้าออกไปแน่
“ท่านลอร์ดต้องมาช่วยฉันแน่”ฟอสเตอร์ได้แต่รักษาแผลของตัวเองและรอคอย