บทที่ 5เทือกเขาหยก
สามวันต่อมา
ลึกเข้าไปในเทือกเขาหยกขบวนของเฮรัคยังคงเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางคดเคี้ยวบนูเาม้าแต่ละตัวย่ำไปบนทางแคบอย่างระมัดระวังโดยมีรถม้าบรรทุกเสบียงเคลื่อนตามปิดท้ายขบวน
ก่อนหน้านี้ไม่นานหุบเขาเพิ่งถูกชะล้างด้วยหยาดฝนปรอย ๆ หมอกบางยังคงลอยอ้อยอิ่งปกคลุมยอดเขาทำให้ทัศนียภาพรอบด้านดูพร่าเลือนและลึกลับ
ยามตะวันใกล้ลับขอบฟ้าเอมิลซึ่งขี่ม้าอยู่แนวหน้าเริ่มสอดส่ายสายตาคอยมองหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับตั้งค่ายพักแรมในคืนนี้
ส่วนเฮรัคที่อยู่่กลางขบวนสายตาของเขาดูเหมือนจะเหม่อลอยไปข้างหน้าแต่แท้จริงแล้วเขากำลังจับจ้องไปยังแผนที่จำลองที่กำลังก่อตัวขึ้นในทัศนวิสัย
ทุกเส้นทางที่ขบวนก้าวผ่านเขาได้สั่งการให้ เชนหลาน ชิปพันธุกรรม ในสมองบันทึกข้อมูลภูมิประเทศเอาไว้อย่างละเอียดเมื่อนำมาประมวลผลรวมกับแผนที่เดิมภาพรวมของพื้นที่อันกว้างใหญ่ก็เริ่มสมบูรณ์ขึ้นเรื่อย ๆ
ฟาร์มฟักทองคือแหล่งเกษตรกรรมสำคัญในอาณาเขตของบารอนบัคซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเทือกเขาหยกแห่งนี้ขณะที่ปราสาทของท่านบารอนตั้งอยู่ฝั่งขวาของเทือกเขา หาก้าไปถึงฟาร์มฟักทองพวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องข้ามเทือกเขานี้ไปให้ได้
“พักค้างคืนในถ้ำนี้แหละ”
เอมิลเอ่ยขึ้นเมื่อพบถ้ำขนาดกว้างขวางอยู่เบื้องหน้าภายในมีเศษขนสัตว์กระจัดกระจาย และที่ปากถ้ำมีมูลสัตว์แห้งตกอยู่เห็นได้ชัดว่าเป็รังของหมีป่า แต่เอมิลและเหล่ายามไม่ได้ใส่ใจนักสำหรับพวกเขาแล้ว หมีเป็เพียงแหล่งหนังสัตว์ชั้นดีเท่านั้น
ม้าทั้งหมดถูกนำไปผูกไว้ในป่าใกล้ถ้ำปล่อยให้พวกมันพักผ่อนและหากินตามธรรมชาติ ส่วนรถม้าถูกนำมาจอดขวางไว้หน้าปากถ้ำเพื่อใช้เป็แนวป้องกันอย่างง่าย
ทุกคนเริ่มขยับตัวอย่างคล่องแคล่วกองไฟถูกจุดขึ้นตรงทางเข้าถ้ำเพื่อไล่ความมืดและความหนาวเย็น
เฮรัครับหน้าที่นำเสบียงออกมาจากรถม้ามีทั้งเนื้อรมควัน มันฝรั่ง และมะเขือเทศ ไม่นานนัก หม้อใบใหญ่ก็ถูกแขวนเหนือไฟอาหารทั้งหมดถูกเทลงไปเคี่ยวรวมกันจนกลายเป็สตูว์หม้อใหญ่ซึ่งเป็เมนูหลักของพวกเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
ข้างกองไฟมีการตั้งราวไม้ขึ้นอย่างง่าย ๆเหล่ายามรีบนำเสื้อผ้าที่ชื้นฝนมาพาดตาก
“เฮ้ย! จิมมี่ เอาถุงเท้าเหม็นๆของแกออกไปเดี๋ยวนี้! บอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามตากถุงเท้าตอนทำอาหารอยากกินสตูว์รสถุงเท้าหรือไงวะ!”
ฮาเกนยามร่างใหญ่เคราหนาสูดกลิ่นแปลกปลอมเข้าเต็มปอดก่อนจะะโลั่นเมื่อเห็นที่มา
“แหะๆ โทษทีพี่”
จิมมี่หัวเราะแห้งๆรีบคว้าถุงเท้าเ้าปัญหาออกไปแขวนไว้นอกถ้ำด้วยท่าทางเขินอาย
เมื่อได้เวลา เฮรัคเดินเข้าไปเปิดฝาหม้อกลิ่นหอมเข้มข้นพวยพุ่งออกมาอบอวลไปทั่วถ้ำ และโชยออกไปยังผืนป่าที่มืดมิด
“อาหารเย็นเสร็จแล้ว!”
สิ้นเสียงเรียกยามที่พักผ่อนอยู่ต่างลุกพรวดถือกล่องโลหะตรงเข้ามา แต่ไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามทุกคนรอให้เอมิลเป็คนเริ่มก่อนตามมารยาท
เอมิลใช้ส้อมจิ้มเนื้อและผักตักน้ำซุปเล็กน้อย ก่อนจะแยกไปนั่งกินเงียบ ๆ ใกล้ปากถ้ำสายตาเฝ้ามองความมืดเบื้องหน้า เมื่อผู้นำเริ่มลงมือ คนอื่น ๆก็พุ่งเข้าหาหม้อทันที อาหารหายไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยความช่วยเหลือจาก ชิปพันธุกรรม ที่ช่วยประเมินสถานการณ์และจังหวะเฮรัคจึงเคลื่อนไหวได้อย่างว่องไวและได้ส่วนแบ่งที่เหมาะสม
หลังมื้ออาหาร ทุกคนสนทนากันสั้น ๆรอบกองไฟก่อนจะแยกย้ายกันพักผ่อน พวกเขาถอดเกราะออกเพียงบางชิ้นส่วนอาวุธถูกวางไว้ข้างกายเสมอเพื่อให้พร้อมรบได้ในทันที
คืนนี้เป็เวรยามของเฮรัคเขานั่งเฝ้าอยู่ข้างกองไฟ คอยสังเกตความเคลื่อนไหวรอบด้านเนื่องจากฝนที่ตกทำให้กิ่งไม้ข้างนอกชื้นเกินไปเขาจึงต้องใช้ฟืนแห้งที่เตรียมไว้บนรถม้ามาคอยเติมไม่ให้ไฟมอดเพื่อเป็สัญญาณเตือนภัยและป้องกันสัตว์ร้าย
ดึกดื่นเที่ยงคืนฝนเริ่มกลับมาโปรยปรายอีกครั้ง เฮรัคเหลือบมองเวลาในทัศนวิสัย ตีหนึ่งพอดี
จากการสังเกตที่ผ่านมา ชิปพันธุกรรม พบว่าโลกนี้มีระบบรอบวันใกล้เคียง24ชั่วโมง เฮรัคจึงปรับระบบเวลาให้เป็รูปแบบที่เขาคุ้นเคยลมหนาวพัดวูบเข้ามาในถ้ำทำให้กองไฟแตกเปรี๊ยะ เปลวไฟสั่นไหวไล่ความง่วงงุนไปจนสิ้น
ในขณะที่สายตามองเห็นเพียงความมืดแผนที่ขนาดเล็กของเชนหลานยังคงแสดงผลปกติ เดิมทีรัศมีตรวจจับของมันครอบคลุมเพียง 10เมตร แต่หลังจากที่ร่างกายของเฮรัคพัฒนาขึ้นขอบเขตการตรวจจับได้ขยายกว้างออกไปถึง 100 เมตรทำให้เขามองเห็นตำแหน่งของพืชและสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในบริเวณนั้น
ทันใดนั้นกลุ่มคนลึกลับกำลังเคลื่อนตัวเข้าหาถ้ำอย่างเงียบเชียบผ่านแนวป่าเสียงฝนช่วยพรางเสียงฝีเท้าของพวกมันได้เป็อย่างดี เมื่อใกล้ถึงเป้าหมายผู้นำสามคนส่งสัญญาณให้คนในกลุ่มแยกออกเป็สองทางเพื่อโอบล้อมจากซ้ายขวาขณะที่อีกสามคนมุ่งตรงมายังหน้าถ้ำ
เฮรัคที่นั่งอยู่หน้ากองไฟขมวดคิ้วแน่น
จุดสีแดงจุดหนึ่งปรากฏขึ้นบนแผนที่ทางด้านซ้ายตามมาด้วยอีกแปดจุดที่ก้าวเข้าสู่รัศมีตรวจจับ พร้อมกันนั้นทางด้านขวาก็ปรากฏกลุ่มคนในจำนวนที่เท่ากัน
เฮรัคชักดาบยาว ออกมาอย่างเงียบกริบพร้อมกับแจ้งเตือนทันที
“ศัตรูบุก!”
เอมิลซึ่งนอนอยู่ด้านในลืมตาตื่นขึ้นก่อนที่ดาบของเฮรัคจะพ้นฝักเสียอีกเขารีบสวมเกราะอย่างรวดเร็ว ส่วนคนอื่นๆ ก็ตื่นตัวเตรียมพร้อมในชั่วอึดใจ
“พวกมันแยกมาสองข้างและมีอีกสามคนกำลังมุ่งตรงมาที่ปากถ้ำครับ!”
เฮรัครายงานสถานการณ์อย่างแม่นยำ
เอมิลไม่เสียเวลาถามว่าเฮรัครู้ได้อย่างไรเขาพุ่งไปที่กองไฟแล้วเตะหม้อสตูว์คว่ำลงทับถ่านร้อนทันทีจนไฟดับสนิทก่อนจะหันมาสั่งการ
“ทุกคนตามข้ามา บุกฝ่าไปทางขวา!”
เป้าหมายคือม้าที่ผูกไว้ในป่าทางขวาในสถานการณ์ที่ไม่รู้จำนวนศัตรูที่แน่นอน การควบม้าหนีคือทางเลือกที่ดีที่สุดเฮรัคและคนอื่น ๆ พยักหน้า รับคำสั่งแล้วพุ่งตามเอมิลออกจากถ้ำ
“บัดซบ! อย่าให้เอมิลหนีไปได้!”
หนึ่งในผู้นำที่ถือดาบใหญ่ะโก้องเมื่อเห็นว่าแผนลอบจู่โจมถูกจับได้ และการดับไฟทำให้ตำแหน่งของพวกเขาเสียเปรียบ
ลูกศรพุ่งฉวัดเฉวียนเข้าหาปากถ้ำไม่ขาดสายแต่ส่วนใหญ่ถูกรถม้าขวางไว้ เอมิลและพวกพยายามฝ่าป่าทางขวาแต่ด้วยความมืดและแนวต้นไม้ทำให้ไม่มีใครถูกธนูยิงเฮรัคสังเกตเห็นว่าศัตรูยังคงซ่อนตัวในป่าและเน้นใช้ธนูโจมตีจากระยะไกล
“พวกมันอยู่นี่! เร็วเข้า!”
เสียงะโดังขึ้นเมื่อฝ่ายตรงข้ามมองเห็นกลุ่มของเอมิลเฮรัคตรวจสอบแผนที่จาก ชิปพันธุกรรม เห็นกลุ่มศัตรูทางซ้ายกำลังรุกคืบเข้ามาโดยมีผู้นำสามคนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงผิดมนุษย์
พวกมันคือ อัศวินประจำการความเร็วระดับนี้เป็เครื่องยืนยันชั้นดีพวกเขาต้องฝ่าแนวรบทางขวาไปให้เร็วที่สุด!
“เชนหลานเปิดโหมดช่วยเล็งเป้า!”
เฮรัคอาศัยต้นไม้เป็ที่กำบังเขาโยกหลบลูกศรพลางง้างธนูขึ้น สายตาของคนทั่วไปอาจมองเห็นเพียงเงาไม้ที่มืดมิดแต่ด้วยระบบตรวจจับของ ชิปพันธุกรรม เขากลับมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ได้อย่างชัดเจน
ในความมืดที่ทุกคนตาบอดเฮรัคคือผู้ล่าที่แท้จริง