เป่านกหวีด
เมิ่งฝานและกู่ซินเอ๋อร์เข้าใจนัยของมันดีเหตุที่เหลยเทาและพวกกล้าเหิมเกริมถึงเพียงนี้เป็เพราะพวกเขาไม่ได้มีพรรคพวกเพียงเท่านี้แต่ยังมีบรรดาเด็กรุ่นเดียวกันในหมู่บ้านอีกจำนวนไม่น้อยซึ่งล้วนแล้วแต่เป็ผู้ที่มีฝีมือด้วยกันทั้งนั้น
ดวงตาของกู่ซินเอ๋อร์วาวโรจน์กำลังจะยกมือขึ้นห้ามทว่าหนึ่งในเด็กหนุ่มเ่าั้กลับเอานกหวีดขึ้นมาแล้วเป่ามันในทันทีเ้าของเสียงนกหวีดแหลมเล็กเป่าเสียงดังก้องไปทั่วผืนป่าพร้อมทั้งมองเมิ่งฝานด้วยแววตาเย่อหยิ่ง
เห็นได้ชัดว่าพลังของเมิ่งฝานที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อพวกนั้นไม่น้อยเช่นนี้การที่ได้เห็นเมิ่งฝานเสียเปรียบจึงเป็เื่ที่พวกเขาชอบใจอย่างยิ่ง
กู่ซินเอ๋อร์กระทืบเท้าด้วยความโกรธเคืองเด็กสาวมองเมิ่งฝานด้วยสีหน้าตื่นตระหนกก่อนเอ่ยเสียงเบา “พวกเรารีบไปกันเถิดพี่เมิ่งฝาน!”
เมิ่งฝานส่ายหน้าแล้วเอ่ยเสียงเข้ม “ไม่ทันแล้วล่ะ วันนี้เป็วันที่มีอสรพิษชุกชุมเหล่าผู้เยาว์ของอูเจิ้นน่าจะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ทั้งหมดไม่นานพวกเขาก็คงจะมาถึงแล้วล่ะ!”
เป็อย่างที่เมิ่งฝานกล่าวไว้ หลังเสียงนกหวีดดังขึ้นไม่กี่อึดใจต่อมาก็มีคนปรากฏขึ้นมาจากในผืนป่าจำนวนไม่น้อยเด็กหนุ่มของอูเจิ้นที่ได้ยินเสียงนกหวีดรีบตามเสียงมาเกือบร้อยคนเมื่อเห็นภาพตรงหน้าทุกคนต่างก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน
เหลยเทามีพลังที่ไม่เลวแต่เมื่อคนเ่าั้เห็นว่าคู่ต่อสู้ของเหลยเทาคือเมิ่งฝานก็ยิ่งทำให้ตกตะลึงขึ้นไปอีก
ท่ามกลางกลุ่มคนที่เงียบงันเ่าั้มีเด็กหนุ่มสองคนก้าวออกมาเป็กลุ่มแรก ร่างกายของพวกเขาสูงใหญ่เช่นบุรุษโตเต็มวัยสีผิวดำคล้ำ และมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับเหลยเทาเมิ่งฝานรู้ดีว่าทั้งสองคือพี่ชายแท้ๆ ของเหลยเทา เหลยหู่และเหลยเป้า!
เหลยลี่บิดาของพวกเขาคือหัวหน้าหน่วยผู้คุ้มกันหมู่บ้านดังนั้นพวกเขาจึงได้รับทรัพยากรสำหรับบำเพ็ญตนมากกว่าผู้อื่นและมีร่างกายที่เจริญเติบโตได้ดีกว่าเด็กวัยเดียวกันของหมู่บ้านโดยเฉพาะเหลยหู่และเหลยเป้าที่อยู่ในขั้นฝึกกายาระดับเจ็ดมีร่างกายแข็งแกร่งดังหินมีพลังเหนือกว่าเด็กรุ่นหลังของหมู่บ้านอูเจิ้นแห่งนี้ทุกคนนับว่าเป็ผู้บำเพ็ญตนที่แข็งแกร่งและเลื่องชื่อในพื้นที่โดยรอบหมู่บ้านแห่งนี้
เหลยหู่คือคนที่ตวาดออกมาเสียงดังด้วยความโกรธเป็คนแรก “เหลยเทา ผู้ใดทำร้ายเ้า?”
เมื่อเห็นเหลยหู่ สีหน้าของเหลยเทาก็เปลี่ยนสีไปทันที จากนั้นจึงเอ่ยด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย “เมิ่งฝาน...”
หลังจากได้ยินชื่อจากปากของเหลยเทาจึงทำให้เกิดเสียงซุบซิบนินทาจากกลุ่มคนโดยรอบแล้วต่างมองเมิ่งฝานด้วยความตกตะลึง
เมิ่งฝานคือผู้ที่ถูกเหลยเทาทำร้ายจนสะบักสะบอมไปเมื่อไม่นานมานี้ไม่ใช่หรือ?
ั์ตาแสดงความแปลกใจแล้วหายไปเหลยหู่ก้าวขึ้นมาด้านหน้าแล้วมองเมิ่งฝานด้วยแววตาเยือกเย็นก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน “เป็เ้าอย่างนั้นหรือ!”
เมื่อััได้ถึงสายตาของเหลยหู่และของผู้คนอีกมากมายเมิ่งฝานจึงครุ่นคิดขึ้นมาในใจว่าตนเองคงไร้ทางหลีกเลี่ยงแล้วเป็แน่เช่นนั้นเขาจึงทำใจดีสู้เสือก้าวขึ้นมาด้านหน้าแล้วรับคำ “ข้าเอง!”
เมื่อเห็นว่าเมิ่งฝานไม่มีทีท่าว่าจะยอมศิโรราบเหลยหู่กระตุกยิ้มอย่างเยือกเย็นจากนั้นตวาดออกมาเสียงดัง “ดี ดีเ้าใจกล้าดีไม่น้อย ไม่รู้ว่าอีกครู่เ้ายังจะใจกล้าเช่นนี้อีกหรือไม่สหายทั้งหลาย ลุย!”
เมื่อเขาพูดจบทั้งเหลยเป้าและคนอื่นๆที่อยู่โดยรอบต่างก็เตรียมพร้อมเข้าต่อสู้ ก้าวเข้าหาเมิ่งฝานใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเห็นกลุ่มคนขยับเข้ามาใกล้ เมิ่งฝานอดยิ้มเจื่อนไม่ได้หลังจากแสดงพลังมหาหัตถ์สังหารออกไปพลังในกายเขาก็ถูกใช้จนหมดสิ้นยามนี้ต่อให้วิ่งหนีก็ยังไม่รอด
กู่ซินเอ๋อกัดฟันแน่นก่อนจะก้าวขึ้นไปข้างหน้าพลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์ “เหลยหู่ พวกเ้าอย่าให้มันมากไปหน่อยเลยจะใช้คนมากมายเพียงนี้มารุมทำร้ายพวกข้าเพียงไม่กี่คนเช่นนั้นหรือ เมิ่งฝานก็แค่มาช่วยข้าจับอสรพิษมรกตตามคำสั่งของท่านพ่อข้า พวกเ้าหยุดอยู่ตรงนั้นแหละ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหลยหู่จึงกระตุกยิ้มขึ้นมาก่อนจะเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ข้าก็นึกว่าผู้ใด ที่แท้ก็คุณหนูเล็กแห่งตระกูลกู่นี่เองเหตุใดจึงมาอยู่กับสวะอย่างเมิ่งฝานได้เล่า? ข้าไม่สนว่าเป็คำสั่งของผู้ใด มันจะมาทำร้ายน้องชายข้าไม่ได้!”
ขณะพูดเหลยเป้ากับคนอื่นๆก็เดินเข้าใกล้เมิ่งฝานในระยะไม่ถึงสามเมตรด้วยท่าทีไม่เป็มิตรทางด้านเมิ่งฝานก็มองไปรอบตัวแล้วกำหมัดแน่นจนเกิดเสียงดังกรอดเขาเข้าใจดีว่าจะอย่างไรพลังก็ยังคงสำคัญที่สุด
ต่อให้เป็ชื่อเสียงของกู่หยวนก็ยังสู้กำลังพลมากมายไม่ได้เหลยหู่และเหลยเป้านับเป็ผู้บำเพ็ญตนที่แข็งแกร่งและโดดเด่นที่สุดในบรรดาผู้เยาว์ของหมู่บ้านอูเจิ้นต่อให้ลงมือทำร้ายเมิ่งฝานก็ยังไม่ได้รับโทษหนักอย่างมากก็เพียงถูกตำหนิไม่กี่คำเท่านั้นส่วนเมิ่งฝานก็คงจะาเ็จากการถูกทำร้ายในครั้งนี้อย่างสาหัสมีเพียงพลังเท่านั้นที่จะเป็ตัวตัดสินทุกอย่าง!
ในชั่วพริบตาที่เหลยเทาและคนอื่นใกล้มาถึงตัวของเมิ่งฝานพลันมีเสียง ‘ตู้ม’ ดังขึ้นในอากาศจากนั้นเป็ภาพของเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าสุดกระเด็นออกไปแรงปะทะที่ผลักเด็กหนุ่มผู้นั้นกระเด็นออกไปแข็งแกร่งเสียจนทำให้ผู้ที่อยู่ด้านหลังเด็กหนุ่มผู้นั้นอีกหลายคนล้มลงบนพื้นเพียงครู่เดียวกลุ่มคนเ่าั้ก็ตกอยู่ในสภาพที่สะบักสะบอม
“ผู้ใดกัน!”
เหลยเป้าตวาดออกมาเสียงเข้มแล้วมองไปยังด้านหลังของเมิ่งฝานด้วยสายตาดุดันทว่าในวินาทีต่อมาสายตาดุดันของเขาก็ค่อยๆ จางลงถึงขั้นมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่...มันคือความกลัว!
สิ่งที่ทำให้เด็กหนุ่มผู้นั้นกระเด็นออกไปคือท่อนขาเรียวสวยน่าััเ้าของท่อนขานั้นใส่ชุดคลุมสีดำ เส้นผมสลวยสะบัดพลิ้วตามแรงลมเ้าของร่างนั้นสูงกว่าเมิ่งฝานเล็กน้อยแต่กลับมีอายุไม่มากนัก ผิวขาวดุจหิมะคิ้วดั่งใบหลิว ริมฝีปากแดงสวยมีเสน่ห์ยากอธิบาย
เมื่อเห็นเ้าของท่อนขาคู่เรียวยืนอยู่ตรงหน้าเมิ่งฝานก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ผู้ใดมีเพียงแฝดผู้พี่ของกู่ซินเอ๋อร์เอานั้น...กู่ฉิง!