2
เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้นขณะที่กานพลูกำลังง่วนทำอาหารเย็นอยู่ในครัวไข่เจียวสีเหลือฟูนุ่มน่ารับประทานกำลังได้ที่อยู่อยู่บนเตาแก๊ส เสียงกริ่งประตูบ้านดังถี่ๆหลายครั้งจนเธออดที่จะะโตอบกลับไปไมได้
“รอเดี๋ยวค่ากำลังจะไปเปิดให้เดี๋ยวนี้ รอหน่อยนะคะ” หญิงสาวปิดเตาแก๊สและเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนที่วางอยู่ใกล้ๆเดินออกจากห้องครัวด้วยการหัวเสียนิดหน่อย
“ใครนะมาตอนนี้ แหม...ช่างมาได้จังหวะพอดีจริงๆนี่เราคงต้องหุงข้าวเพิ่มอีกละทีนี้ เปลืองข้าวเปลืองกับจริงๆ เลย ให้ตายซิ”กานพลูบ่นพึมพำ แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความรื่นเริง เพราะรู้ว่าคนที่มาบ้านเธอจริงๆนั้นมีเพียงไม่กี่คนและหนึ่งในนั้นเป็คนสำคัญเป็เพื่อนรักของเธอนามเมษานั่นเอง
“บ่นอะไรจ้ะแม่แก่”
เมษาะโถามั้แ่เริ่มเห็นร่างบางของเพื่อนเดินออกจากห้องครัวด้านข้างของบ้านบริเวณบ้านกานพลูร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้ที่ต้นรักษ์ผู้เป็พี่ชายสรรหามาปลูกกุหลาบหลายชนิดต่างชูช่อบานเต็มต้น ใกล้กับประตูรั้วก็มีกุหลาบบางต้นส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจให้เมษาก้มสูดกลิ่นหอมของมัน
“อ้าว เฮ้ย!! หนูเมย์มาได้ยังไงกันละนี่หน้าตานี่ไปทำอะไรมามันถึงได้มอมแมมและแดงเป็ลูกตำลึงสุกแบบนี้เนี่ย...แล้วนั่นกระเป๋าอะไรกันยะแม่คุณหนูเมย์เ้าขา...” กานพลูเปิดประตูเล็กหน้าบ้านให้เมษาเข้ามาภายในเธอทักทายเพื่อนสาวคนสนิทด้วยคำพูดเจ็บๆ คันๆที่รับรู้กันดีว่ามันคือความรักความผูกพันระหว่างเพื่อน
“มีเื่อะไรมาอีกละซิ ถึงได้ขนเสื้อผ้าใส่กระเป๋าหนีออกจากบ้านมาแบบนี้ใช่ไหมล่ะ” กานพลูอดถามไม่ได้ ถึงอย่างไรมันก็คือเริ่มเดิมๆของเมษากับคุณมงคลผู้เป็บิดาและมีนาพี่สาวต่างมารดาที่ทำให้เพื่อนของเธอคนนี้ต้องขนเสื้อผ้ามานอนบ้านเธอเป็ประจำ
“ฮื่อ” เมษาตอบสั้นๆสาวเท้าเดินตามกานพลูเข้าบ้าน วางกระเป๋าเป้บนโซฟาตัวเก่าสีดำในห้องรับแขกและเดินตามเพื่อนรักเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว
“รู้อยู่แล้วนี่ ไม่น่าจะถามเลย” สองเท้าก้าวยาวๆไปเปิดประตูตู้เย็นหยิบน้ำเย็นจากขวดน้ำขึ้นซดอึกๆ จนกานพลูตาโต
“ตายแล้วเพื่อนฉัน แกจะรับดื่มน้ำให้เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆดื่มบ้างได้ไหมจ๊ะ เอะอะก็ยกขึ้นซด ทำอย่างกับบ้านฉันไม่มีแก้วให้ใช้”กานพลูตีมือเมษาเบาๆ ก่อนจะหยิบแก้วที่คว่ำอยู่้าตู้เย็นส่งให้เพื่อน แต่คนเป็เพื่อนกลับไม่รับยังคงยกขวดน้ำซดเหมือนเดิมจนกานพลูได้แต่สายศีรษะอย่างระอาใจกับความดื้อด้านของเพื่อนเธอจึงวางแก้วน้ำกลับลงที่เดิม
“เมื่อไหร่แกจะเลิกใช้นิสัยเด็กๆ แบบนี้ซักทีละหนูเมย์พอทะเลาะกับพ่อหรือมีนาทีไร หอบเสื้อผ้าใส่กระเป๋าหนีออกจากบ้านทุกที เพราะแกใจร้อนหุนหันพลันแล่นอย่างนี้ไงแกถึงเข้าไม่ถึงพี่บีสักที จะทำให้เขาหันมองแกต้องเปลี่ยนนิสัยแล้วนะเลิกทำตัวเป็เด็กไม่รู้จักโตสักทีซิ” นิ้วชี้กานพลูจิ้มไปที่หน้าผากเมษา
เมษาทำหน้ามุ่ย“ฉันไม่ได้อยากทำอย่างนี้สักหน่อย อยากจะมีความคิดความอ่านเป็ผู้ใหญ่เหมือนกัน แต่เห็นหน้ามีนาทีไรฉันอดใจไม่ได้สักที อยากจะตบให้หน้าบวมแต่ก็นะ...ทำแล้วฉันก็โดนพ่อดุทุกทีเหมือนกัน”
เมษาพูดอย่างปวดใจเธอโอบกอดกานพลู ขอบตาร้อนผ่าว ก่อนจะไหลออกอาบแก้ม แต่ไม่นานเธอก็ได้สติ ส่งยิ้มหวานให้กานพลู
“แต่ก็ช่างมันเถอะฉันจะค่อยๆ ปรับปรุงนิสัยอย่างที่แกแนะนำ ว่าแต่ว่าตอนนี้ แหะ...แหะ..” เมษายิ้มและทำตาละห้อย
“แกทำไรอยู่เหรอกาน ฉันได้กลิ่นหอมั้แ่เริ่มเดินเข้ามาในบ้านแล้ว นี่ไงแกฟังท้องฉันซิมันร้องโครกคราก บอกว่าหิวมากๆ เลยล่ะแก แกมีข้าวให้กินบ้างเปล่า”เมษายกมือลูบพุงน้อยๆ ของตัวเองทำราวกับว่าหิวมาก ดวงตากระพริบปริบๆให้เพื่อนรักอย่างน่าเอ็นดูและสงสาร
กานพลูส่ายหน้าอย่างระอาใจเนี่ยนะที่บอกว่าจะปรับปรุงตัว ผ่านไปแค่แป๊บเดียวก็เอานิสัยเด็กมาใช้อีกแล้ว
“มีแต่ข้าวเปล่ากับไข่เจียวส่วนอย่างอื่นยังไม่ได้ทำ จะกินก่อนหรือเปล่าล่ะย่ะแม่จะกละ”
เมษาพยักหน้าน้อยๆทำตาปริบๆ ยิ้มจนเห็นฟันในปากแทบทุกซี่ ให้กานพลูสงสารมากขึ้น
“ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นเลยหนูเมย์ ฉันรู้หรอกน่า อยากกินอะไรก็ตักเอาเองซิทำอย่างกับว่าแกไม่เคยมาบ้านฉันอย่างนั้นแหละแกมาจนที่จะกลายเป็บ้านของแกอีกหลังหนึ่งแล้วนะ”
“ขอบใจนะกานพลูเพื่อนรักฉันรักแกที่สุดในโลกเลย” เมษาโผเข้ากอดและหอมแก้มกานพลูเป็การใหญ่ จนคนเป็เพื่อนต้องรีบดันหน้าสวยๆออกให้ห่างก่อนที่น้ำลายจะติดตามแก้ม
เมษารีบเดินไปหยิบจานและช้อนที่คว่ำอยู่ในตะกร้าใกล้กับอ่างล้างจานมาตักข้าวจากหม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ๆกับตู้เย็น มองไข่เจียวสีเหลืองฟูบนโต๊ะอาหารดวงตาเป็ประกาย
“แหม...แกช่างรู้ใจฉันจริงๆ เลยกาน รู้ได้ไงว่าฉันจะมา แกถึงได้เจียวไข่ไว้รอว่าแต่...มีแค่นี้เองเหรอ ฉันจะกินอิ่มหรือเปล่านี่”เมษาบ่นราวกับว่าตัวเองกินมากจนอาหารที่กานพลูทำจะไม่พอ
“แกกินไปก่อนเถอะหนูเมย์ เดี๋ยวฉันค่อยทำเพิ่มก็ได้ถ้าแกกินจุถึงขนาดกินไข่เจียวในจานนั้นจนหมด” กานพลูประชด
“ไม่ถามก็ได้ถ้าอย่างนั้นฉันกินละนะ” เมษารีบช้อนอาหารเข้าปากพร้อมกับทำเสียงขลุกขลักในลำคอที่กานพลูเห็นแล้วถึงกับส่ายศีรษะ
“กินแบบธรรมดาได้ไหมยายเมย์ดูซิทำเสียงไม่เป็กุลสตรีเลย”
“ก็แหม...อาหารฝีมือเพื่อนกานมันอร่อยสุดๆนี่น่า ใครได้แกไปเป็เมียนี่คงโชคดีสุดๆ เลยนะกาน งานบ้านงานเรือนก็เก่ง งานนอกบ้านก็เก่งแล้วแกมีใครมาเมียงๆ มองๆ หรือวาแกมองๆ ใครไว้บ้างยังจ้ะเพื่อนจ๋า...” เมษาลากเสียงหวาน แต่ก็ไม่ได้ละสายตาจากอาหารในจานเลย จึงไม่ได้เห็นใบหน้าของเพื่อนรักว่าตอนนี้เป็อย่างไรบ้าง
กานพลูหน้าแดงราวกับผลเชอร์รี่สุกเธอจะบอกเมษาไปได้ยังไงว่าแอบสนใจคุณบอดี้การ์ดหน้าน้ำแข็งของเบนนิโต้อยู่ทุกครั้งที่ได้เห็นรูปเบนนิโต้ที่เมษานำมาให้ดู จะต้องมีรูปของคาร์เมนติดตามมาด้วยทุกครั้งหนุ่มหล่อหน้าตายไร้รอยยิ้ม แต่ดวงตามีเสน่ห์จนเธอหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น
กานพลูจำได้ว่าตอนที่อายุ14 ปีเมษาได้นำภาพคาร์เมนมาให้ดู เพียงแวบเดียวที่เห็นหน้าชายหนุ่มหัวใจเธอเต้นแรงและเร็วจนแทบจะทะลุออกจากอก แล้วภาพหนุ่มลูกครึ่งไทย-อิตาเลี่ยนเข้ามาอยู่ในความฝันของเธอตลอดหลายปี ั้แ่เริ่มแตกเนื้อสาวก็ว่าได้
“ใครจะมาสนใจผู้หญิงหน้าตาบ้านๆอย่างฉันกันเล่า แกก็พูดมาไปได้ รีบๆ กินข้าวให้หมดเถอะ”
กานพลูรีบทำเสียงเข้มกลบเกลื่อนความอายของตัวเองพร้อมกับสะบัดหน้าสลัดภาพคาร์เมนออกไปจากศีรษะ แต่ก็อดนึกน้อยใจในโชคชะตาตัวเองไม่ได้ผู้หญิงอย่างเธอไม่ได้เก่งเลิศเลอ นอกจากจะไม่สวยแล้วยังจะปากจัดอีกแล้วผู้ชายหล่อๆ ดูดี มีเงินมีทองอย่างคาร์เมนนี่นะที่จะมองเห็นผู้หญิงบ้านๆอย่างเธออยู่ในสายตา เพราะเขาถูกห้อมล้อมไปด้วยหญิงสาวนับสิบล้วนที่ล้วนแล้วแต่เป็ลูกคุณหนูผู้ดีมีชาติตระกูลและหน้าตาสะสวยด้วย
“สวยแล้วกินได้ไหมล่ะแกเก่งตั้งหลายอย่าง เชื่อเถอะจะต้องมีคนมองเห็นเนื้อในของแกแน่ๆ กาน แต่ฉันนี่ซิจะฝ่าด่านอรหันต์ไปได้ยังไง ฉันยังคิดไม่ออกเลยแก”
เมษานึกถึงใบหน้าเรียบเฉยดวงตาคมดุเหมือนพญาเหยี่ยวของคาร์เมนที่ดู้าให้มีนาเป็นายผู้หญิงเสียจนพร้อมจะแยกร่างเธอออกเป็ชิ้นๆทุกครั้งที่เจอหน้าเลย ฮึ! ชอบทำหน้าตายเหมือนใส่หน้ากากไว้ดีนักเธอเลยทำให้เจ็บตัวทุกครั้งที่ได้เจอ ที่ตอบโต้หรือเอาคืนเธอด้วยการทำร้ายร่างกายไม่ได้คาร์เมนเลยยิ่งแค้นเธอ
อืม...มีวิธีไหนจะเอาคืนคาร์เมนให้ต้องหลาบจำได้บ้างไหมนะอ๋อ...ทำให้อีตานั่นเปิดทางให้เธอเข้าหาเบนนิโต้ง่ายๆ ด้วยอีกอย่างก็ทำให้อีตาหน้าเตารีดนั่นรู้ด้วย เธอไม่ใช่หญิงแบบที่เขาคิดและได้ยินมาจากพวกปากเสียๆที่ชอบเอาเื่ไม่จริงไปเล่าให้ฟัง
“แกรู้เปล่ากาน อีตาคาร์เมนหน้าเตารีดคอยกีดกัดฉันจากพี่บีทุกทางเลย”เมษาพูดน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “แกช่วยฉันคิดหน่อยซิเพื่อนรักจะทำยังไงถึงจะกำจัดอีตาบ้านี่ไปจากพี่บีสักพักใหญ่ๆ แบบว่าฉันจะได้มีโอกาสอยู่กับพี่บีสองต่อสองเพื่อจะได้รำลึก...ทบทวนความทรงจำเก่าๆ เพื่อพี่บีจะเห็นฉันอยู่ในสายตาบ้างอ่ะแก”
กานพลูอมยิ้มราวกับเป็การกลั่นแกล้งกันของเมษานั่นแหละที่ทำให้ดวงใจของเธอหวั่นไหวกับคนที่ไม่เคยรู้จักเลยสักครั้ง แค่ได้ยินข่าวคราวของเขาจากปากเพื่อนสนิทข่าวลือว่านามคาร์เมน มันซินี ฉายาเ้าชายน้ำแข็งคนนี้อาจถึงขั้นเป็เกย์เพราะเขาไม่เคยมีทีท่าว่าจะสนใจผู้หญิงคนไหนเลยแม้จะมีผู้หญิงหลายคนให้ท่าก็ตาม
เฮ้อ..ผู้หญิงหน้าตาอย่างเธอเนี่ยนะ จะทำให้คาร์เมนสนใจ สงสัยคงต้องให้ปลาไปว่ายอยู่บนฟ้าและนกลงไปบินในน้ำเสียละมั้งเธอถึงจะมีหวังได้เขาเป็แฟน
กานพลูสะบัดศีรษะเรียกสติกลับคืนมาหันมามองเพื่อนรักที่ทำหน้าเหมือนจะโกรธแค้นคาร์เมนมาเป็ชาติ
“อย่ามาเปลี่ยนเื่พูดนะหนูเมย์แกชอบทำให้ฉันไขว้เขวอยู่เรื่อยเลย ฉันรู้ว่าแกจะต้องมีเื่ที่บ้าน ถึงได้ขนเสื้อผ้าหนีมานอนที่บ้านฉันบอกมาตรงๆ เลย คราวนี้มันเื่อะไรอีก” กานพลูชี้มือใส่หน้าเมษา บังคับเพื่อนรักด้วยสายตาให้พูดความจริงออกมา
“ห้ามบอกว่าไม่มีอะไรนะ แค่เห็นหน้าแกฉันก็รู้แล้วย่ะ”
“นี่ฉันปิดแกไม่มิดสักครั้งเลยใช่ไหมกาน”เมษาถามหน้าเศร้า แค่คิดถึงเื่ที่เกิดขึ้น น้ำตาก็พาลจะไหลออกมาอีกแล้ว
“ฮื่อ...” กานพลูพยักหน้าและนั่งลงใกล้เมษา เธอจับมือเพื่อนรักทั้งบีบและลูบเบาๆอย่างปลอบประโลม “มีอะไรหรือหนูเมย์ ทำไมแกถึงได้ร้องไห้จนตาแดงก่ำแบบนี้ใครทำอะไรแก พ่อหรือมีนา”
น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลอบอุ่นที่ดังจากปากเพื่อนรักทำเอาน้ำตาเมษาที่หยุดไหลไปแล้วไหลย้อนกลับมาอีกครั้งเธอกลายเป็คนบ่อน้ำตาแตกทุกครั้งที่คิดเื่พ่อ
“ก็เหมือนเดิมนั่นแหละกานแต่วันนี้มันคงจะหนักสำหรับฉันล่ะมั้ง” เมษาวางช้อนบนจานเงยหน้ามองเพดานห้องเอนตัวพิงกานพลูที่โอบกายบางของเธอไว้
“มีอะไรก็เล่าให้ฉันฟังซิถึงจะช่วยแกไม่ได้มาก แต่การที่แกได้ระบายความอัดอั้นตันใจมันออกมาเสียบ้างมันก็ทำให้ดีขึ้นได้เหมือนกัน เพื่อนเขามีไว้คลายทุกข์นะจ้ะ”
เมษายิ้มให้กานพลูมองเห็นความจริงใจจากดวงตาคู่สวยปากกานพลูอาจจะร้ายสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเธอผู้หญิงตรงหน้าคือเพื่อนที่แสนดีที่สุด
“เมื่อคืนพี่บีพามีนาไปงานเลี้ยง แล้วก็ประกาศกลางงานเลี้ยงว่าจะหมั้นกับยายปีศาจนั่น”เมษาพูดไม่ทันที่จะจบประโยคดี กานพลูก็ะโออกมาเสียก่อนจนเธอสะดุ้งกับเสียงดังราวกับฟ้าผ่าของคนเป็เพื่อน
“อะไรนะ!!! แกพูดใหม่ซิหนูเมย์ ใครจะหมั้นกับใคร หูฉันไม่ได้ฝาดไปใช่ไหมแก”กานพลูยกนิ้วแคะหูตัวเองพร้อมกับมองหน้าเซียวๆของเมษาตั้งใจฟังเพื่อนเล่าใหม่อีกครั้งด้วยความไม่ชอบใจ
“พี่บีประกาศว่าจะหมั้นกับมีนาฉันทำอย่างไรดีกาน ฉันจะทำไงดี!” เมษาพูดเสียงแ่เบาหญิงสาวเขย่าตัวกานพลูอย่างแรงจนหัวสั่นคลอน
กานพลูปลดมือเมษาออก ก่อนจะเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูในกล่องบนโต๊ะอาหารเช็ดน้ำตาให้เพื่อนรักอย่างอ่อนโยน
“ไม่ต้องกลัวนะหนูเมย์ฉันยินดีจะช่วยทวงพี่บีคืนมาให้แกอย่างสุดความสามารถที่เพื่อนคนนี้จะทำได้แต่ตอนนี้ แกไปอาบน้ำให้ผ่อนคลายก่อนดีกว่าไหม แล้วเรามาคิดกัน จะทำอย่างไรให้พี่บีเลิกคิดว่ายายปีศาจมีนาเป็คนดีเรามาหาทางทำให้พี่บีเห็นเนื้อในอันเน่าเฟะของยายปีศาจมีนากันดีกว่า”
“แกช่วยฉันจริงๆนะกาน”
“หรือแกไม่เชื่อคำพูดฉันแล้ว”กานพลูถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจ หากใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม พลางยกนิ้วก้อยให้เมษาเกี่ยวเพื่อเป็การยืนยัน
“แกน่ารักที่สุดเลยกาน” เมษาผวากอดกานพลูพลางหอมแก้มซ้ายขวาของเพื่อนรักก่อนจะรีบลุกขึ้นนำจานข้าวไปวางบนอ่างล้างจาน จัดการล้างจนเรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้องครัวหยิบกระเป๋าเป้มุ่งสู่ห้องนอนกานพลู เพียงแค่ก้าวเข้าไปในห้องได้ หญิงสาวก็โยนกระเป๋าเป้ไว้บนเตียงนอนลายหมีพูสีชมพูที่ช่างไม่เหมาะกันเพื่อนที่มีบุคลิกห้าวๆอย่างกานพลูเลยสักนิด
อย่างว่าละนะ คนเราก็ต้องมีอะไรให้แปลกใจกันบ้างมันก็เหมือนกับเธอนั่นแหละ ที่ยังฝังจิตฝังใจกับความทรงจำสมัยเด็กที่คอยหลอกหลอนใจให้เ็ปช้ำชอกอยู่แบบนี้แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อตัดใจไม่ได้ มันก็ต้องลุยให้ถึงที่สุด!
หญิงสาวเอื้อมไปหยิบวิทยุเครื่องเล็กของกานพลูขึ้นเปิดเพลงก่อนจะหยิบผ้าขนหนูลายหมีพูสีชมพูและเดินเข้าห้องน้ำจัดการตัวเอง
เมษาห่อตัวด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่เธอยกผ้าขนหนูขึ้นเช็ดผมบนศีรษะให้แห้งพอหมาดๆ ขณะเดินออกจากห้องด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้น
“นี่ถ้าฉันเป็พี่บีนะ จะไม่หลงใหลไปกับยายปีศาจมีนาหรอกแกยังจะน่ากินกว่ายายนั่นตั้งเยอะ ดูซิ...ทั้งขาวทั้งอวบ อยากเป็ผู้ชายจังวุ้ยจะได้จีบแกเป็แฟน”
กานพลูที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียงลุกขึ้นนั่งยกมือเท้าคาง มองรูปร่างเมษาตาวาว
ผิวเมษาส่วนที่โผล่พ้นผ้าขนหนูออกมานวลเนียนขาขาวเรียวและกลมกลึง ที่ยิ่งพิศยิ่งมองก็ได้เห็นถึงความงามตามธรรมชาติที่ไม่มีการปรุงแต่งส่วนเนื้อใน...คงจะมีเพียงแค่คนใกล้ชิดเท่านั้น ถึงจะรู้ว่าเนื้อแท้ของเมษานั้นดีแค่ไหน หญิงสาวยังเฉลียวฉลาด อดทนใจดีและชอบช่วยเหลือผู้อื่นด้วย
เมษาส่ายศีรษะกับความทะเล้นของเพื่อนรักดวงตาที่เคยหม่นหมองกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง เมื่อคนเป็เพื่อนชวนคุยเื่อื่น
“เย็นนี้พี่ต้นจะกลับมานอนบ้านหรือเปล่ากาน”เมษาถามถึงต้นรักษ์พี่ชายของเพื่อนที่แอบรักเธออยู่ ไม่ใช่ไม่รู้ เพราะชายหนุ่มแสดงออกให้เห็นทุกครั้งและยังเคยบอกรักด้วยแต่เธอก็ปฏิเสธไป ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อใจของเธอได้มอบให้กับใครบางคนจนหมดทั้งดวงแล้วต้นรักษ์เลยเป็ได้แค่พี่ชายเท่านั้น
“เปล่าพี่ต้นไปทำงานต่างจังหวัดหลายวันเลยล่ะแก ปล่อยฉันอยู่บ้านคนเดียวเปล่าเปลี่ยวอุรา”กานพลูล้มตัวนอนบนเตียงสองมือวางซ้อนกันใต้ศีรษะแทนหมอน ขณะมองเมษาหยิบเสื้อผ้าตัวสวยของเธอในตู้มาใส่อย่างข้องใจเมื่อเห็นเพื่อนหยิบชุดชีฟองสีฟ้าน้ำทะเลมาใส่
“ก็ดีนะซิคืนนี้เราจะได้ไปเที่ยวกันให้สนุกสุดเหวี่ยง พอพรุ่งนี้ก็มาช่วยคิดวางแผนการกำจัดยายปีศาจมีนาให้พ้นไปจากพี่บีบอกตรงๆ ว่าถึงคิดตอนนี้ก็คิดไม่ออกอยู่ดี สมองมันตื้อมันงงไปหมดไปโยกซ้ายโยกขวาให้เหงื่อออก เผื่อจะได้มีความคิดดีๆผุดออกมาตอนกำลังเต้นอยู่บ้างก็ได้”
“ฮือ...เอาอย่างนั้นก็ได้ ว่าแต่เราจะไปไหนกันล่ะ เห็นแกแต่งชุดนี้แล้วน้ำลายหกว่ะหนูเมย์”กานพลูทำตาวับวาว กลืนน้ำลายลงคอ ขณะมองผิวขาวเนียนนุ่มและร่างสูงโปร่งของเมษาในชุดสีฟ้าน้ำทะเลตรงบ่าคล้องด้วยสายไก่เส้นๆ ตัวเสื้อแนบกับอกขาว ฐานอกจับจีบเล็กๆแล้วปล่อยตัวชุดให้ยาวลงมาจนถึงเข่าขับผิวขาวอมชมพูเนียนเด่นให้ยิ่งงามผุดผ่องมากยิ่งขึ้น
เบนนิโต้โง่หรือเปล่า เมษาสวยขนาดนี้และยังรักเขาถึงขั้นตายแทนได้แต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจ มัวแต่ไปสนใจยายปีศาจมีนาที่วันๆ คิดและทำแต่เื่ร้ายๆ คิดแล้วมันช่างเสียเซลฟ์จริงๆ
“ไปที่ประจำที่พี่บีชอบไปไงแก”เมษายิ้ม ด้วยนิสัยเบนนิโต้ ถึงจะประกาศว่าจะมีงานหมั้นกับยายปีศาจมีนาแล้วก็จริงแต่เขาก็ยังคงมีอิสระที่จะไปไหนมาไหนกับสาวคนอื่น จนกว่าจะได้หมั้นเป็ทางการนั่นแหละเบนนิโต้ถึงจะเลิกควงสาวคนอื่น หันมาควงมีนาเพียงคนเดียว
“ลุกไปอาบน้ำซิจ๊ะคุณกานพลูจ๋าจะได้ไปกันสักที ฉันอยากจะเจอหน้าพี่บีใจจะขาดแล้วนะจ้ะ”เมษาหันมาสั่งและดึงตัวกานพลูจากเตียง
“ได้จ้า...คุณหนูเมษาจอมยุ่ง แกนี่วุ่นวายที่สุดเลยคืนนี้ฉันว่าจะนอนดูหนังเกาหลีที่เช่ามาสักหน่อย เห็นน้องๆที่ร้านบอกว่าเื่สนุกต้องดูให้จบในคืนเดียว” กานพลูหยิบผ้าขนหนูอีกผืนที่อยู่ในตู้มาแทนผืนเก่าที่โดนเมษาใช่ไปเสียแล้ว
“แกนี่นะ จะดูหนังเกาหลีคิดผิดหรือเปล่ายายกาน ฉันว่าแกดูได้ไม่ทันถึงสิบนาที ตาก็ปิดแล้ว แกไปดูหนังบู๊ดุเดือดเืท่วมจอเหมือนเดิมดีกว่า เช่ามาทำไมไม่รู้ เสียเงินเปล่าๆ ”เมษาถามเสียงหลงหยิบแผ่นซีดีที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งของเพื่อนมาดู
“รักวุ่นวายคุณหญิงวายร้ายกับเ้าชายน้ำแข็ง โห! นี่แกคิดจะดูเื่นี้จริงเหรอกาน”เมษาตาโตแค่เห็นชื่อเื่ เธอก็คิดออกแล้วว่ามันจะต้องรักจี๋หวานจ๋อยอย่างกับน้ำตาลหกใส่แน่ๆ
“อือ...ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน แค่คิดว่าจะลองดูก่อน แต่อย่างแกว่าแหละไม่รู้ฉันจะดูได้ถึงสิบนาทีหรือเปล่า สงสัยคงจะหลับในเสียก่อนเป็แน่” คนในห้องน้ำะโกลับมา
“เออ...ดีนะแก อยู่ดีไม่ว่าดีหาเื่เสียงเงินเปล่าๆ แกนี่จริงๆ เลยยายกานถ้าฉันเป็พี่ต้นนะ จะตีแกให้หลังลายเชียวโทษฐานนำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายในทางไม่เหมาะสม”
เมษาบ่นยาวกับการใช้เงินของกานพลูเพื่อนเธออยากได้อะไร อยากซื้ออะไรก็ซื้อทันทีโดยไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อนบางครั้งมานั่งเสียใจเมื่อสายไปแล้ว เสื้อชุดนี้ก็เหมือนกัน ตอนแรกที่เห็นก็ชอบบอกสวยอย่างโน้นสวยอย่างนี้ อยากได้จนอดใจไม่ไหว แล้วเป็ไงล่ะ พอซื้อมาแล้วก็ไม่ใส่เธอเสียดายเลยเอามาใส่ซะเอง
“อย่าบ่นเป็แม่แก่ไปเลยหนูเมย์ตอนนี้ฉันก็รู้จักคิดแล้วนี่ แต่มันก็ยังคงมีเล็กๆ น้อยๆ ที่รอดหูรอดตาไปบ้าง แต่ถึงฉันไม่ดูแกก็ดูไม่ใช่หรือไง” กานพลูพูดมาจากในห้องน้ำ ด้วยรู้ว่าเมษาเป็คนชอบหนังเกาหลีและมักจะบ่อน้ำตาตื้นทุกครั้งที่ได้ดูหนักรักโรแมนติกหรือหนังรักเศร้าๆประเภทที่พระเอกหรือนางเอกตายตอนจบ
เมษายิ้มกานพลูมักจะบอกกับตัวเองและใครๆว่าเธอไม่ใช่คนสวย แต่เมษากลับไม่เห็นเป็เช่นนั้น กานพลูเป็คนที่สวยทั้งร่างกายและจิตใจเรือนร่างของคนที่เดินออกจากห้องน้ำห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูผืนโตและยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ตามผิวเนื้อทั้งขาวและนวลเนียนน่าัั
“มองอะไรหนูเมย์”กานพลูเอ่ยถามเมื่อเห็นเพื่อนรักมองตนตาวาว เธอเดินนวยนาดไปที่ตู้เสื้อผ้าและคว้าเสื้อชุดหนึ่งออกมาจากตู้ทาบทับไปบนเรือนกายหมุนไปหมุนมาสองสามรอบราวกับว่ากำลังตัดสินใจอะไรที่หนักหนา
เมษาเลิกคิ้วขึ้นสูง เมื่อเห็นกานพลูหยิบชุดผ้าไหมสีเหลืองนวลในตู้มาใส่อย่างแปลกใจปกติแล้วเพื่อนรักมักจะมีเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่เป็สีชมพูเท่านั้น แต่ชุดนี้มันสีเหลืองนี่น่า
“แกจะใส่เสื้อตัวนี้จริงๆ หรือกาน ไหนแกเคยบอกฉันว่าใส่สีเหลืองแล้วนึกเนยแข็งทุกทีสีเหลือยังทำให้แกดูอ้วนด้วยนะ” กานพลูก้มหน้ามองชุดที่ใส่ก่อนจะทำหน้ามุ่ย
“แกว่าฉันใส่แล้วไม่สวยหรือไงหนูเมย์ รู้ไหมชุดนี้พี่ต้นพึ่งจะซื้อมาให้ฉันเองเลยนะ”
“ฮ้า...จริงดิ”
“จริง”สิ้นคำพูดกานพลูเมษาถึงกับหัวเราะลั่น “ทำไมพี่ต้นถึงซื้อชุดนี้ให้แกล่ะกาน ไหนแกว่าพี่ต้นไม่สนใจเื่การแต่งตัวของแกไงแล้วพี่ต้นนึกยังไงถึงซื้อเดรสให้แก...”
เมษาถามอย่างแปลกประหลาดใจต้นรักษ์เคยใส่ใจเสียทีไหน กานพลูจะแต่งกายยังไงก็ได้ ขอเพียงแค่ไม่แก้ผ้าออกจากบ้านเป็พอแต่คราวนี้กลับซื้อเสื้อผ้าให้...
ต้นรักษ์จะต้องมีเหตุผลถึงได้ซื้อเสื้อให้กานพลู แต่...มันคืออะไรล่ะ
เมษามองชุดผ้าไหมสายเดี่ยวสีเหลืองนวลตรง่อกจับเดรฟและประดับด้วยคริสตัลเม็ดเล็กๆ เรียงตัวกันอย่างเป็ระเบียบตรงฐานอกประดับด้วยผ้าชีฟองทิ้งตัวยาวลงมา ชายกระโปรงยาวแค่เข่าเน้นให้ผู้สวมใส่โชว์ได้ทั้งอกอวบและ่ขาเรียวยาว จนเธออดที่จะชมไม่ได้ ต้นรักษ์เลือกชุดนี้ได้เหมาะกับกานพลูมาก เพื่อนดูสวยเด่นเป็สง่าขึ้นมาในทันที
“ฉันคิดว่าพี่ชายแกน่าจะไปแอบปิ้งใครเข้าแล้วล่ะ แกระวังตัวไว้บ้างนะเพื่อน เดี๋ยวบ่อเงินบ่อทองหายไปมันจะยุ่งเอานะกาน”
“บ้า! ไม่หรอกย่ะหนูเมย์ ที่พี่ต้นซื้อมาให้ก็คงจะเห็นว่ามันสวยดี แบบว่าดูดีมีสไตล์ไงแล้วที่สำมะคัน อีตาพี่ต้นบอกว่า...” กานพลูนึกถึงคำพูดของพี่ชายแล้วอดเจ็บใจไม่ได้
“ฉันเห็นว่ามันกำลังลดราคาอยู่ฉันเลยนึกถึงแกขึ้นมาก็เท่านั้นแหละ”
“สองสาวหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“พี่ต้นเล่นมุกนี้เลยหรือว่ะกานแล้วแกยอมได้ไง” เมษาถาม เพราะรู้นิสัยเพื่อนดี เป็คนไม่ยอมใคร แม้ว่าคนนั้นจะเป็พี่ชายแท้ๆก็เถอะ อีกอย่างกานพลูเป็คนที่ชอบสีชมพูเป็ชีวิตจิตใจ ข้าวของทุกชิ้นจะต้องเป็สีชมพูเท่านั้นแต่เสื้อชุดนี้กลับไม่ใช่ ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าสงสัยหรือว่าพี่ต้นสามารถตัดใจจากเธอได้แล้วและคงจะแอบไปชอบใครเข้าแล้วจริงๆ
เมษายิ้ม นิสัยของกานพลูกับเธอไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ต่างก็ไม่คิดยอมแพ้ถ้าตัวไม่ทำอะไรผิด หากเธอทำตัวไม่ดี เพราะเรียกร้องความสนใจ แต่ไม่ว่าจะทำยังไงพ่อก็ยังไม่สนใจอยู่ดี แต่เผอิญสิ่งที่เธอทำในครั้งแรกมันได้เงินด้วย เธอเลยทำมาตลอด
“ฉันก็ต้องยอมไงฉันก็เลยได้ชุดนี้มา ถ้าไม่ยอมซิแก พี่ต้นได้เอาไปโยนทิ้งในถังขยะหน้าบ้านนะซิ่นี้พี่ต้นยิ่งแปลกๆ มึนๆ งงๆ อยู่ เพราะเห็นว่าจะเก็บเงินซื้อไร่อะไรไม่รู้ทางอยู่ทางภาคใต้โน่น”กานพลูทรุดตัวลงนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบเครื่องสำอางมาแต่งแต้มใบหน้าของตัวเองพอประมาณไม่ให้หนาเกินหรืออ่อนเกินไป
“ถ้าแกไปอยู่ทางใต้ ฉันคงจะเหงาแย่เลยนะ”เมษาปรารภ ใบหน้าผุดผาดเศร้าลงทันตา
“เอาน่า มันยังอีกนานจ๋าเพื่อนรักตอนนั้นแกอาจโชคดีได้แต่งงานกับพี่บีไปแล้วก็ได้นะ และก็คงจะมีแต่ฉันนี่แหละ ที่จะกลายเป็ยายแก่เฝ้าคานทองไปคนเดียว”
กานพลูพูดให้ดูเป็เื่ตลกลุกขึ้นกอดเพื่อนรักก่อนหันไปหยิบกระเป๋าลูกปัดสีชมพูมาถือไว้ ก่อนจะเดินไปคล้องแขนเมษาพากันออกจากบ้านหลังเล็กของตนด้วยรอยยิ้มกระจ่างใบหน้าสำหรับเธอไม่ว่าเื่อะไรก็ไม่เคยใหญ่เลยสักนิด เพราะเธอคิดเพียงแค่ว่า เมื่อเื่มันมาก็มีปัญหาให้แก้ที่จะแก้ได้หรือไม่ได้มันก็เป็อีกเื่หนึ่ง
“ขอให้มันจริงตามปากแกเถอะกานฉันจะถวายหัวหมูให้แกสักสิบหัวเลย” เมษาล้อเล่น
“เอาหัวโตๆ เลยนะแก ฉันกลัวหัวเล็กเนื้อน้อยกินได้ไม่อิ่ม”
“ได้! เดี๋ยวฉันแถมให้อีกเท่าตัวเลยแกจะได้กินให้หน้าเป็หมูไปเลย”
ว่าแล้วสองสาวก็หัวเราะพร้อมๆกัน ขณะพากันออกจากบ้านแสนสุขที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความอบอุ่นที่ยังเผื่อแผ่ความรู้สึกนั้นให้กับนกที่หลงรังอย่างเมษาด้วย
แม่ของกานพลูเสียชีวิตเพราะเส้นเืในสมองแตกเมื่อตอนที่เพื่อนเธออายุ15ปี ส่วนพ่อก็ตัดทางโลกไปบวชเป็พระอยู่ที่วัดต่างจังหวัดนานๆกานพลูกับต้นรักษ์จะไปเยี่ยมท่านสักครั้ง แต่ครอบครัวนี้ก็ไม่เคยที่จะขาดความอบอุ่นแม้แต่น้อยต้นรักษ์ยังคงทำหน้าที่เป็ทั้งพ่อและแม่ให้กับน้องสาวอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง
“แกแน่ใจนะหนูเมย์ไอ้ที่จะไปนี่ จะได้เจอพี่บี” ยิ่งรู้ว่าเมษาพยายามแยกตัวเองออกจากเบนนิโต้ มีนาจะต้องคิดหาทางกีดกัดและทำให้เมษาดูร้ายกาจในสายตาชายหนุ่มแน่ๆ
“ก็...ไม่แน่ใจเหมือนกัน”เมษาตอบกลับเสียงแ่
“ถ้าอย่างนั้น...ไปที่บริษัทดูก่อนไหม”กานพลูเสนอความคิด
“ฮื่อ...เอาตามนั้นก็ได้”
สิ้นเสียงเมษากานพลูก็พารถออกจากบ้านไปยังจุดหมายปลายทางที่้าอย่างระมัดระวัง
“คาร์เมน”เบนนิโต้เงยหน้าจากโน๊ตบุ๊คตัวเล็ก ร้องเรียกที่เป็ทั้งเพื่อนและบอร์ดี้การ์ดคู่ใจชายหนุ่มเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเมื่อยล้า เขานั่งเคลียร์งานั้แ่เช้าจนถึงตอนนี้ก็บ่ายตอนนี้เลยเหนื่อยและเพลีย อยากจะได้ใครสักคนมาช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าที่เกิดและคนที่เขานึกถึงในตอนนี้ก็คือศรีอัปสรม่ายสาววัยสามสิบปี สาวสวยใจถึงที่พร้อมจะบริการให้เขาได้มีความสุขเหมือนกับได้ขึ้น์
“ครับนาย” คนถูกเรียกขานรับใบหน้าเฉยชาละจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะตัวเก่งที่เขาใช้ทุกครั้งเวลาที่มาทำงานที่นี่ชายหนุ่มมองหน้าผู้เป็นายอย่างรู้ดีว่าคงจะเหนื่อย อยากได้ใครสักคนมาคอยนวดผ่อนคลายอารมณ์ให้
“หลังจากเคลียร์งานบ้าๆนี่ให้เสร็จ เราสองคนมีโปรแกรมอะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า” ชายหนุ่มลุกขึ้น สอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขณะพาร่างสูงใหญ่ไปยืนที่ตรงกระจกบานแก้วและมองออกไปด้านนอก
บ้านหลังนี้พ่อและแม่สร้างขึ้นโดยให้เขาและพี่ชายออกแบบตกแต่งห้องทำงานและห้องส่วนตัวตามความชอบของแต่ละคนด้านนอกก็ให้เขาและพี่ชายรวมไปถึงคาร์เมนและคริสเตียโนช่วยกันหาต้นไม้ใบหน้าที่แต่ละคนชอบมาปลูกไว้อย่างเป็สัดส่วนบางต้นไม่น่าจะเข้ากันเลย แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับดูกลมกลืนและเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
“ไม่มีครับ” คาร์เมนตอบก่อนจะก้มลงดูตัวเลขของบัญชีในคอมพิวเตอร์ตัวเดิม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยมันเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างมาฉุดรั้งสายตาเอาไว้ ที่เขายังบอกไม่ถูกว่ามันเป็อะไรคงจะต้องรอให้เบนนิโต้ตรวจสอบอีกครั้งนั่นแหละ เขาถึงจะได้คำตอบที่กระจ่างชัด
“มีอะไรหรือคาร์เมน”เบนนิโต้ถามเมื่อหันมาทันได้เห็นสีหน้าคาร์เมนที่เปลี่ยนไปแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็เหมือนเดิมเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งและไร้ชีวิตชีวาเป็เหมือนหุ่นยนต์มากกว่าคนเสียอีก จนเขาอยากจะรู้เหมือนกันจะมีใครทำให้สีหน้าเพื่อนคนนี้เปลี่ยนแปลงไปได้บ้าง น้อยนิดก็ยังดี
ชายหนุ่มเดินไปหาเพื่อนรักมองตัวเลขสีแดงสองสามจุดที่คาร์เมนชี้ให้ดูด้วยความสงสัย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันดวงตาเป็ประกายสีแดงวาบขึ้นมานิดหนึ่งก่อนที่จะกลับมาเป็เหมือนเดิมราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นายคิดว่าไงคาร์เมน”
คาร์เมนไม่ตอบ แต่เดินไปหยุดตรงที่เบนนิโต้เดินไปดูเมื่อครู่เขาพอจะรู้ว่าตอนนี้คนเป็นายคิดจะทำอะไร อีกไม่นานก็จะได้รับคำตอบ ตัวเลขสีแดงที่เห็นหมายถึงอะไร
ชายหนุ่มมองต้นไม้ต้นเล็กที่เขาปลูกไว้ที่ตอนนี้มันเติบใหญ่และปริดอกออกผลให้เขาและทุกๆ คนในบ้านได้เก็บกิน เพียงพอสำหรับเอาไปฝากคนรู้จักได้อีกด้วยแต่ก็เคยมีครั้งหนึ่งที่มีเด็กที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ มาขโมยไปขาย
จำได้ว่าครั้งนั้นเบนนิโต้เป็คนจับได้บทลงโทษที่เด็กๆ พวกนั้นได้รับคือการให้กินมะม่วงที่ยังไม่สุกและเปรี้ยวจนเข็ดฟันจนเด็กเ่าั้ต้องอ้อนวอนขอร้องและบอกว่าจะไม่ขโมยอีกแล้วเบนนิโต้ถึงได้ยอมปล่อยตัวไป แต่ชายหนุ่มก็ยังคงติดตามดูพฤติกรรมของเด็กเ่าั้อยู่เสมอให้ทุนการศึกษาและจัดหาเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียนให้ตลอดทุกปีจนเดี๋ยวนี้เด็กเ่าั้เติบใหญ่และหันมาทำงานให้กับเบนนิโต้เป็การตอบแทนบุญคุณ
“นายติดต่อคนของเราที่นั่นให้เริ่มจับตาดูทุกคนและสืบหาข้อมูลด้วย”
“ครับนาย”คาร์เมนรับคำและจัดการติดต่อคนวงในให้จัดการเื่ที่เบนนิโต้สั่งอย่างรวดเร็ว
“เสร็จเื่แล้วฉันว่าเราไปหาอะไรผ่อนคลายอารมณ์กันดีกว่า”เบนนิโต้คว้ากุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานโยนให้คาร์เมนที่ลุกขึ้นและรับมันไว้ทันทีเช่นกัน
สองหนุ่มเดินเคียงข้างกันไปโดยที่เบนนิโต้ได้แต่ภาวนา ขออย่าให้วันนี้เป็วันโชคร้าย เจอกับยายสาวจอมยุ่งเมษาเลยไม่รู้เป็ยังไงราวกับหญิงสาวเป็แม่มด จึงสามารถติดตามเขาไปได้ทุกหนทุกแห่ง ก่อกวนอารมณ์เขาให้เป็ไฟได้ทุกครั้งด้วยซิน่า
เบนนิโต้สะบัดศีรษะ เขาคิดถึงยายตัวร้ายเมษาทำไมกันนี่เจอยายนั่นทีไร เขาต้องอารมณ์เสียทุกครั้ง ใบหน้าหวานสวย แต่ปากยิ่งกว่ากรรไกรโรงพยาบาลเถียงคำไม่ตกฟาก ไม่รู้ว่าเป็พี่น้องกับมีนาได้ยังไงซิ แฟนเขาทั้งอ่อนหวานและน่ารักการบ้านการเรือนก็เก่ง ไม่เคยมีข่าวไม่ดีผ่านมาเข้าหู ต่างจากเมษาที่มีแต่ข่าวคาวๆทั้งสิ้น แต่ถึงแม้จะบอกว่าอย่าไปคิดถึงยายตัวยุ่งเมษา แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมในสมองเขาถึงได้คุ้นเคยกับเมษาอย่างประหลาดในใจเหมือนกับมีอะไรบางอย่างบอกให้เขาคิดดูให้ดีๆ
“มีอะไรหรือเปล่าครับนาย”คาร์เมนถามเบนนิโต้ที่ตอนนี้เขาเข้ามานั่งในรถและสตาร์สเรียบร้อยแล้วแต่นายหนุ่มยังยืนขมวดคิ้วเท้าสะเอวอยู่ข้างๆ
“หือ เปล่า ไม่มีอะไรหรอกคาร์เมน”เบนนิโต้ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ “ออกรถเถอะ”
คาร์เมนทำตามคำสั่ง พารถคันใหญ่ออกไปจากบ้านทันทีเช่นกัน