ขอบตาของโจวเจียฮุ่ยแดงระเรื่อ หลินซือหย่วนก็สังเกตเห็นเช่นกัน "หวาจื่อ นายทำเจียฮุ่ยร้องไห้เหรอ?"
หลินซือหย่วนพูดติดตลกกับสวี่เส้าหวา แต่โจวเจียฮุ่ยกลับไม่รู้ว่าเขาแค่ล้อเล่น "ซือหย่วน อย่าพูดจาเหลวไหลนะ ไม่เกี่ยวกับพี่หวาจื่อ เป็นเรื่องของฉันเอง"
"ฉันรู้ว่าพี่หวาจื่อไม่มีทางรังแกพี่หรอก พี่เจียฮุ่ย แล้วอะไรทำให้พี่ต้องเสียน้ำตากันล่ะ?" หูหลันเยวี่ยรีบถาม
โจวเจียฮุ่ยอึกอักอยู่นานกว่าจะเล่าสาเหตุที่ร้องไห้ออกมา "เมื่อกี้หลิวเฉิงไฉมาที่ร้าน ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นคนแบบนั้น"
โจวเจียฮุ่ยหน้าแดงก่ำ เล่าเรื่องที่หลิวเฉิงไฉมาก่อกวนให้หูหลันเยวี่ยกับหลินซือหย่วนฟัง
พอรู้ว่าสวี่เส้าหวาถึงขั้นให้ธนบัตรสิบหยวนหลิวเฉิงไฉไปตั้งสองใบ หูหลันเยวี่ยก็รู้สึกเสียดายเงินแทน "พี่หวาจื่อ รอบที่แล้วก็ให้เงินเขาไปแล้วหนึ่งใบ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของพี่สาวมีแค่นั้นเอง รอบนี้เขามาก่อเรื่องก็ได้เงินไปอีกสองใบ ถ้าเขามาก่อเรื่องอีกรอบล่ะ? พวกพี่ก็เห็นแล้วว่าหลิวเฉิงไฉมันคนพาล เป็นพวกอันธพาลน่ะ"
"เยวี่ยเยวี่ย ฉันควรทำยังไงดี? หลิวเฉิงไฉจะทำอะไรกับฉันก็ไม่เป็นไร ฉันไม่อยากทำให้พ่อแม่กับพี่ชายเดือดร้อนเพราะฉันอีก แถมยังดึงพี่หวาจื่อเข้ามาเกี่ยวข้องอีก ฉันมันตัวซวยจริงๆ" โจวเจียฮุ่ยปาดน้ำตาอีกครั้ง
ถ้าเธอรู้ตั้งแต่แรกว่าหลิวเฉิงไฉเป็นคนพาลแบบนี้ แม้ว่าเขาจะเคยมีบุญคุณด้วยมากแค่ไหน เธอก็จะไม่ใจอ่อนเลย
ตอนนี้โจวเจียฮุ่ยรู้สึกเสียใจจนแทบจะกินน้ำตาต่างข้าว
เมื่อเห็นโจวเจียฮุ่ยร้องไห้ หูหลันเยวี่ยก็อดสงสารไม่ได้ เธอเข้าไปปลอบอย่างอ่อนโยน "เรื่องนี้พอกลับถึงบ้านแล้ว เธอต้องเล่าให้คุณลุงกับคุณป้าบ้านเธอฟังทั้งหมดเลยนะ ทั้งสองคนต้องมีวิธีจัดการกับอันธพาลคนนี้แน่นอน"
สวี่เส้าหวาก็รีบพูดเสริม "ใช่แล้วเจียฮุ่ย พ่อของเธอเคยเป็นครูของหลิวเฉิงไฉมาก่อนนี่นา เขาต้องมีวิธีจัดการกับคนพาลแบบนี้แน่"
หลินซือหย่วนก็เสริมอีก "เจียฮุ่ย เธออย่าคิดมากเกินไปเลยนะ ถ้าครั้งหน้าหลิวเฉิงไฉมาก่อเรื่องที่ร้านอีก เธอก็ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านแถวนี้ได้เลย เธอเป็นผู้หญิง ต้องรู้จักปกป้องตัวเอง อย่าไปปะทะกับเขาตรงๆ"
โจวเจียฮุ่ยพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น "ที่พวกพี่พูดมา ฉันเข้าใจแล้วค่ะ"
จากนั้นโจวเจียฮุ่ยก็มองสวี่เส้าหวาด้วยน้ำตาคลอเบ้า กล่าวขอโทษอย่างสุดซึ้ง "พี่หวาจื่อ ฉันขอโทษจริงๆ ที่ทำให้พี่ต้องมายุ่งเรื่องวุ่นวายแบบนี้ ฉันไม่รู้จะพูดอะไรดี นอกจากคำว่าขอโทษ"
สวี่เส้าหวายิ้มละมุน "เจียฮุ่ย ฉันบอกไปแล้วไงว่าพวกเราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนจะช่วยเหลือกัน มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว"
"เกี๊ยวจะเย็นหมดแล้วนะ พี่เจียฮุ่ยรีบไปเอาโต๊ะเล็กมา พวกเราจะได้กินข้าวกัน" พอหูหลันเยวี่ยเปิดถุงเกี๊ยว กลิ่นหอมก็อบอวลไปทั่วห้องเล็กๆ ในทันที
โจวเจียฮุ่ยรีบเข้าไปเอาโต๊ะเล็กๆ มาจากในโกดังด้านใน
ส่วนใหญ่โจวเจียฮุ่ยจะกินนอนอยู่ที่ร้านเสื้อผ้า ดังนั้นเธอจึงเอาโต๊ะเล็กๆ จากที่บ้านมาไว้ที่นี่ด้วย
หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ หูหลันเยวี่ยก็เริ่มตรวจนับบัญชี
เธอตกลงกับโจวเจียฮุ่ยแล้วว่าร้านเสื้อผ้าจะเปิดอีกสองวัน แล้วจะปิดร้านอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 28 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน และจะเปิดร้านอีกครั้งในวันที่ 8 เดือน 1
นับรวมๆ แล้วร้านเสื้อผ้าเปิดมาเกือบเดือนแล้ว ถ้าไม่นับรวมต้นทุนค่าเช่าร้านและอื่นๆ ที่จริงก็มีกำไรไม่น้อยเลยทีเดียว
ถ้าที่ร้านไม่ต้องไปรับเสื้อผ้ามาจากข้างนอก แต่สามารถผลิตและขายเองได้ กำไรก็จะยิ่งมากขึ้นไปอีก
ในขณะที่หูหลันเยวี่ยกำลังนั่งตรวจนับบัญชีอยู่ในร้าน หลินซือหย่วนกับสวี่เส้าหวาก็ออกไปเดินเล่นอยู่ข้างนอกอย่างสบายอารมณ์
"หวาจื่อ พูดมาตามตรงนะ นายชอบโจวเจียฮุ่ยใช่หรือเปล่า?" หลินซือหย่วนถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
สวี่เส้าหวาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "ฉันก็รู้สึกใจเต้นกับเจียฮุ่ยบ้างนะ แต่ก็ไม่แน่ใจว่านั่นเรียกว่าชอบหรือเปล่า วันนี้ที่ช่วยเจียฮุ่ย ก็แค่อยากช่วยเหลือเพื่อนเท่านั้นเอง"
หลินซือหย่วนส่งเสียง ‘อืม’ ในลำคอ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ "หวาจื่อ ฉันว่านายกับเจียฮุ่ยไม่เหมาะสมกันหรอก พวกนายเป็นเพื่อนกันได้ แต่ไม่ควรพัฒนาไปเป็นความสัมพันธ์แบบนั้นนะ"
"ทำไมพวกเราถึงไม่เหมาะสมกันล่ะ?" สวี่เส้าหวาหันไปมองหลินซือหย่วนอย่างไม่เข้าใจ "ฉันยอมรับว่าฉันแก่กว่าเจียฮุ่ยหลายปี แต่นายก็แก่กว่าหลันเยวี่ยหลายปีเหมือนกัน ทำไมนายเหมาะสม แต่ฉันกับเจียฮุ่ยไม่เหมาะสมกันล่ะ?"
หลินซือหย่วนรีบอธิบาย "ที่บอกว่านายกับเจียฮุ่ยไม่เหมาะสมกัน ไม่ได้หมายถึงเรื่องอายุ แต่เป็นเรื่องฐานะต่างหาก ถึงฉันจะไม่เห็นด้วยกับเรื่องความสมฐานะ แต่ฉันรู้ว่าพ่อแม่ของนายจะไม่ยอมให้ลูกชายแต่งงานกับผู้หญิงที่มาจากครอบครัวชาวนาแน่ นายลืมเรื่องตอนที่ย่าหลินแนะนำผู้หญิงให้นายเมื่อปีก่อนไปแล้วเหรอ?"
ย่าหลินก็เป็นห่วงสวี่เส้าหวาที่เป็นเหมือนหลานชาย จึงแนะนำผู้หญิงที่มีอายุไล่เลี่ยกัน หน้าตาและนิสัยใช้ได้ให้กับสวี่เส้าหวา
สวี่เส้าหวาดูรูปถ่ายของผู้หญิงคนนั้น และได้รู้ข้อมูลบางส่วนก็ตกลงที่จะไปดูตัว แต่แม่ของเขาก็ขัดขวางไว้
แม่ของสวี่เส้าหวารังเกียจที่ผู้หญิงคนนั้นจบแค่ชั้นมัธยมต้น แถมพ่อแม่ก็ทำแค่ธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ
แม่ของเขาอยากให้ลูกชายแต่งงานกับผู้หญิงที่สมฐานะกัน
ถึงแม้ว่าต่อมาสวี่เส้าหวาจะลาออกจากงานในรัฐวิสาหกิจ มาร่วมทำธุรกิจกับหลินซือหย่วนและคนอื่นๆ แต่แม่ของเขาก็ยังไม่ชอบผู้หญิงที่มาจากครอบครัวที่ทำธุรกิจอยู่ดี
แม่ของสวี่เส้าหวาจัดการหาคู่ดูตัวให้ลูกชายหลายคนแล้ว ซึ่งพวกเธอก็มาจากครอบครัวข้าราชการระดับสูงทั้งนั้น
พอพูดถึงแม่ที่ค่อนข้างหัวรั้นของตัวเอง สวี่เส้าหวาก็รู้สึกปวดหัว "หย่วนจื่อ ฉันก็รู้ว่าแม่ดื้อรั้นในบางเรื่อง แต่ถ้าวันไหนฉันเจอผู้หญิงที่รักจริงๆ แม่จะคัดค้านยังไง ฉันก็จะแต่งงานกับเธอให้ได้"
หลินซือหย่วนพูดขึ้น "ฉันก็หวังว่าปีหน้านายจะได้เจอคนที่นายรักจนหมดใจนะ ความรู้สึกของการมีความรักมันดีจริงๆ"
ระหว่างกลับบ้าน หูหลันเยวี่ยก็ครุ่นคิดถึงเรื่องของโจวเจียฮุ่ยตลอดทาง
เธอรู้สึกว่าหลิวเฉิงไฉคงไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ แน่นอน
คิดไปคิดมา หูหลันเยวี่ยก็ตัดสินใจไปที่บ้านของโจวเจียฮุ่ย
และหลินซือหย่วนก็ไปบ้านสกุลโจวที่หมู่บ้านต้าหวายเป็นเพื่อนเธอด้วย
พอเห็นคนหนุ่มสาวสองคนมาด้วยกัน สองสามีภรรยาจ้าวหงซิ่วก็ดีใจมาก
หลังจากนั่งคุยกันได้สักพัก หูหลันเยวี่ยก็พูดเรื่องสำคัญกับบ้านป้ารองสกุลโจว
พอรู้ว่าหลิวเฉิงไฉยังตามไปรังควานโจวเจียฮุ่ยถึงที่ร้านเสื้อผ้า จ้าวหงซิ่วก็ถอนหายใจออกมา "ทำไมบ้านเราถึงต้องมาข้องเกี่ยวกับพวกอันธพาลแบบนี้ด้วยนะ นี่พ่อ คุณต้องหาวิธีจัดการนะ"
โจวเลี่ยงพูดอย่างอึดอัด "เดี๋ยวผมจะไปที่บ้านสกุลหลิวสักหน่อย อย่างน้อยหลิวเฉิงไฉก็ยังมีน้องสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานอยู่ ผมคิดว่าพวกเขาคงไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย"
จากนั้นโจวเลี่ยงก็ตำหนิตัวเองซ้ำๆ "ผมไม่ได้สอนลูกสาวให้ดี ไม่ได้สอนให้เธอรักศักดิ์ศรีตัวเอง เป็นความผิดของผมเอง"
หูหลันเยวี่ยรีบปลอบใจ "คุณลุง อย่าตำหนิตัวเองเลยค่ะ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว พวกเราต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ร้านเสื้อผ้าจะปิดในวันที่ 28 ช่วงนี้หนูว่าให้พี่เฉินกวงไปอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวที่ร้านตอนกลางคืน หรือไม่ก็ให้พี่เขาไปรับพี่สาวกลับมาอยู่ที่บ้านดีกว่า"
หูหลันเยวี่ยกังวลว่าถ้าโจวเจียฮุ่ยอยู่คนเดียวที่ร้าน หลิวเฉิงไฉจะกลับมาคุกคามอีก
ถ้าหลิวเฉิงไฉไม่ได้ออกไปทำงานในช่วงสั้นๆ นี้ แล้วคิดร้ายขึ้นมา ก็คงไม่ใช่เรื่องดีแน่
ถ้าไม่ใช่เพราะต้องกลับบ้านไปเร่งตัดเสื้อผ้าที่จะเอาไปขายหลังปีใหม่ หูหลันเยวี่ยคงจะอยู่ที่ร้านเป็นเพื่อนโจวเจียฮุ่ยแล้ว