“จ--จริงเหรอครับ” คราวนี้อี้เฟยถึงกับเอ่ยถามกลับอย่างตื่นเต้นตามเมื่อได้ฟังและเห็นท่าทางของจงิ เห็นไหมเล่าเขาก็ว่าแล้วเชียว ถึงแม้ว่าจะแค่วาดภาพนี้ด้วยอารมณ์แก้เบื่อเท่านั้น แต่ฝีมือของเขาก็หาได้พูดเป็เล่นได้!
อื้ม อี้เฟยตัดสินใจแล้วว่าจงิเป็คนที่สามารถคบหาเป็สหายได้!
“จริงแท้แน่นอนเสี่ยวเฟยน้องพี่ ฉันจะโกหกนายไปทำไมล่ะ” จงิยังตอบอี้เฟยทั้งน้ำเสียงตื่นเต้นอยู่ พร้อมกับยกมือขึ้นตบบ่าอีกฝ่ายสองสามทีพี่น้องสนิทสนมกันมากอย่างเผลอลืมตัว เมื่ออยู่ต่อหน้างานศิลป์อันงดงามเขาก็ไม่คิดหรือสนใจอะไรแล้ว... ลืมแม้กระทั่งว่าก่อนหน้านี้ตนนั้นเคอะเขินและใจเต้นแรงเพราะอี้เฟยไปเลย
เขาหยิบภาพวาดพู่กันจีนฝีมือของอี้เฟยขึ้นมาเชยชมดูอย่างหลงใหลในงานศิลป์อย่างที่เขาเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้จริงๆ
อี้เฟยพยักหน้ารับเมื่อเห็นท่าทีของจงิแล้วเขาก็เชื่อแล้วละว่าเ้าตัวนั้นชื่นชอบงานศิลป์เป็อย่างมากจริงๆ... อื้ม ถึงกับเข้าขั้นคลั่งไคล้งานศิลป์โดยเฉพาะภาพวาดพู่กันมากเป็พิเศษเลยด้วย
เขาคิดว่าคนประเภทนี้ก็น่าจะพอคบหาเป็สหายได้ในระดับหนึ่งน่ะนะ
“ฉันก็พอรู้ว่านายมีฝีมือมากนะแต่ก็ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้” ถึงจะกล่าวๆไปเช่นนั้นแต่สายตาของจงิก็ยังคงทอดมองเชยชมจดจ่ออยู่กับภาพวาดนกยูงคู่ที่คลอเคลียกันจนมิอาจจะละสายตาออกไปได้เลย
องค์รวมทุกอย่างของภาพมันดึงดูดสายตาของเขาอย่างยิ่ง มีเสน่ห์มาก เป็ภาพที่มีเสน่ห์มาก… เขาเคยคิดอยู่เสมอว่านกยูงจะสวยมากที่สุดก็ตอนรำแพนหางหาคู่ ฉะนั้นเวลาที่ได้ชื่นชมภาพงานศิลป์นกยูงเขาก็จะมองภาพที่นกยูงรำแพนหางเรียกคู่เสมอ แต่มาวันนี้พอได้มองภาพวาดของอี้เฟยแล้วจงิจึงได้ตาสว่าง และได้มองอีกแง่มุมหนึ่งที่เขาไม่เคยมอง
นกยูงไม่ได้สวยงามที่สุดแค่เฉพาะตอนที่รำแพนหางหาคู่เท่านั้น... ตอนที่มันรำแพนหางหาคู่เสร็จแล้วได้อยู่เคล้าคลอเคลียกันอย่างหวานชื่นท่ามกลางค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวงกับคู่ของมันเองนั้นต่างหากที่สวยงามยิ่งกว่า!
“เหอะๆ” อี้เฟยเพียงแค่ยกน้ำชาขึ้นจิบๆยิ้มแห้งๆ พอได้ฟังจงิพูดแล้วตกลงนี่คือคำชมใช่ไหม?
แต่เขาก็คร้านจะสนใจกับเ้าคนบ้าคลั่งภาพพู่กันนี้แล้ว ปล่อยไปเถอะ ดีเสียอีกจะได้ไม่ต้องมาทำสายตาหวานเชื่อมใส่เขาน่ะ อี้เฟยโคลงศีรษะอย่างอ่อนใจให้กับคนที่ตอนนี้ได้หลุดเข้าไปอยู่ในภวังค์ของนกยูงในภาพวาดของเขาแล้ว... ก็ไม่คิดว่าจงิจะชอบขนาดนี้นี่นา
ในยุคสมัยอดีตอี้อ๋องนั้นการวาดภาพพู่กันถือว่าเป็หนึ่งในศาสตร์ที่ต้องเรียนรู้ทั้งชายและหญิง แต่ว่าผู้ที่มีฝีมือที่แท้จริงน่ะหายาก ในยุคปัจจุบันนี้คงจะคล้ายๆกันนั่นแหละ... ผู้มีฝีมือย่อมหายากและมีจำนวนน้อยนั่นเป็เื่ธรรมดา
จนผ่านไปสักครู่หนึ่งนั่นแหละจงิจึงได้ผละสายตาจากภาพวาดได้ เขาพลางเหลือบมองเด็กหนุ่มตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนที่เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเอาจริงเอาจังผสมกับความตื่นเต้นด้วย
“ภาพวาดนี้ของนายน่ะไม่ต้องไปฝากขายที่แกลเลอรีแล้ว ขายให้ฉันเถอะฉันขอซื้อ!”
แค่ภาพๆเดียวแต่ทำให้เขามองอะไรได้สว่างขึ้นมากทีเดียว แล้วจะไม่ให้จงิมีความ้าอยากเป็เ้าของได้อย่างไร.... นอกจากอี้เฟยที่หล่อเหลาสง่างามจนทำให้เขาเสียอาการได้แล้วเนี่ย ก็มีภาพวาดของอี้เฟยนี่แหละที่ทำให้เขาไม่เป็ตัวของตัวเองได้ขนาดนี้ ช่างน่าขายหน้าแล้ว
“แล้วทำไมพี่ิถึงรู้ล่ะว่าผมมีฝีมือในการวาดภาพน่ะ” อี้เฟยเลือกที่จะเอ่ยถามสิ่งที่ตนเองสงสัยก่อน เขายังไม่ได้ตอบตกลงเื่เกี่ยวกับการซื้อขายภาพวาดนี้ต่อ แม้ว่าในใจจะยินดีมากก็ตามที่จงิเป็คนเอ่ยปากขอซื้อเอง
อ๋องอย่างเขาไม่เคยลืมที่จะรักษากิริยาความสำรวมของตัวเองเสมอ... อื้ม ส่วนเื่การซื้อขายเช่นนี้จะตอบตกลงเร็วเกินไปมันจะดูไม่งามนะ!
“อ๋อ ก็บอกแล้วไงว่าลุงเพ่ยน่ะชมนายสุดๆไปเลยละเสี่ยวเฟย” จงิพูดตามความจริง เพราะก่อนหน้านี้เขาก็ได้รู้จักอี้เฟยเพียงแค่ชื่อผ่านลุงของเขาเท่านั้น แต่พอได้มาเห็นวันนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยอี้เฟยด้วยอีกคน
“ตอนนั้นฉันก็ยังแอบคิดเลยว่าลุงเพ่ยน่ะพูดชมนายเกินจริงไปจริงๆ แต่พอมาวันนี้ฉันรู้แล้วละว่าสิ่งที่ลุงเพ่ยพูดชมนายไปน่ะมันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ เสี่ยวเฟยนายมีฝีมือในการวาดภาพจริงๆนะ”
“เสี่ยวเฟยแล้วตกลงนายจะขายภาพให้ฉันไหม ฉันไม่เกี่ยงเื่ราคาหรอกนะ” เพราะยังไม่ได้คำตอบจงิจึงได้เอ่ยถามอีกครั้ง ภาพดีๆเช่นนี้เขามิอาจปล่อยให้ไปอยู่ในมือของคนอื่นได้หรอก
จงิวาดภาพในหัวไว้แล้วว่าเขาจะได้เป็เ้าของมัน และเขาก็ติดภาพวาดนี้ในห้องนอนของตัวเอง!
“แหะๆ พี่ิเราคนกันเองทั้งนั้น ผมขอพูดตรงๆเลยว่าผมก็ไม่ค่อยรู้ในเื่ราคาของงานศิลป์หรอก” อี้เฟยยิ้มแห้งๆแล้วพูดอย่างตรงไปตรงมาจริงจัง... สำหรับในยุคปัจจุบันตีราคาภาพวาดพู่กันหรืองานศิลป์ต่างๆอย่างไรเขาก็ไม่รู้จริงๆ
แต่ถ้าหากเป็ในยุคสมัยอดีตอี้อ๋องละก็ แค่ภาพวาดนี้เป็ชื่อหรือฝีมือของอี้อ๋องแล้วไม่แคล้วคนที่ใหญ่สุดในวังหลวงคนนั้นจะส่งของกำนัลล้ำค่าควรเมืองมาให้เขาก่อนเลย เพื่อบ่งบอกความ้าอยากได้
และคนผู้นั้นเป็ใครก็คงจะไม่ต้องให้เขาเอ่ยนามกระมัง
“เอาเป็ว่าเื่นี้พี่ว่าอย่างไรผมว่าอย่างนั้นก็แล้วกันครับ” เขาพยักหน้าตอบจงิสบายๆ เพราะถึงยังไงซะก็เป็เพียงแค่ภาพวาดเล่นๆแก้เบื่อของเขาเท่านั้นเอง ได้ราคามากกว่าสามพันหยวนก็ดีแล้วละนะ
“ได้ยังไงๆ จะแบบนั้นได้ยังไงเล่า การค้าต้องตกลงปลงใจและได้ความสมดุลทั้งสองฝ่ายสิ...” จงิเอ่ยแย้ง ถึงอี้เฟยจะเป็เด็กหนุ่มและไม่รู้เื่พวกนี้นักแต่เขาก็ไม่คิดจะเอาเปรียบ
ด้วยเพราะว่าภาพวาดนี้ช่างล้ำค่าจริงๆ ควรค่าแก่การจ่ายเพื่อให้ได้เป็เ้าของอย่างยิ่ง ฉะนั้นเขาจึงไม่เสียดายเงินหรอก อีกอย่างเพราะเขารวยมาก!
“งั้นเอายังงี้แล้วกัน พวกเราไปที่แกลเลอรีหนึ่งเพื่อให้เขาช่วยประเมินราคาภาพวาดให้ดีไหม” จงิเสนอแนะ
“อื้ม ได้ครับ” อี้เฟยฟังแล้วก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเลอะไร และอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามอย่างหยอกเย้าจงิเกี่ยวกับการตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็วปุบปับของเ้าตัว “ว่าแต่พี่ตกลงซื้อเร็วเกินไปหรือเปล่าเนี่ย ไม่ดูให้ดีก่อนหรือครับ”
“โฮ้ เสี่ยวเฟยนี่ก็ดูดีแล้ว! ดูดีๆมากๆเลย! ฉันน่ะเชื่อดวงตาของตัวเองเป็ที่สุด หากมองแล้วมันพาชวนให้ได้ลิ้มรสชาติและรู้สึกลึกซึ้งน่ะ...” ถึงแม้ว่าอี้เฟยจะหล่อเหลาและสง่างามชวนให้ใจเต้นด้วยมากแค่ไหน แต่จงิก็มิอาจปล่อยให้อีกฝ่ายมากล่าวอย่างสบประมาทสายตาของเขาที่มีต่องานศิลป์ของเขาได้หรอก!
“กับภาพที่ทำให้ฉันรู้สึกลึกซึ้งและหลงใหลได้ถึงเพียงนี้ หากปล่อยให้ไปเป็ของคนอื่นนั่นไม่ใช่แปลว่าฉันโง่หรอกรึ”
“อือ พี่ิผมเชื่อแล้วครับว่าพี่น่ะชื่นชอบงานศิลป์มากจริงๆ” ยิ่งเห็นท่าทีที่จงิมีต่องานศิลป์แล้ว อี้เฟยก็ยอมรับจริงๆว่าอีกฝ่ายคงจะชอบมากจริงๆ... แต่ว่าทำไมถึงได้ชอบมากถึงขนาดนั้นนะ นี่มันถึงระดับขั้นที่เรียกว่าบ้าคลั่งงานศิลป์ได้เลยกระมัง หรือจะมีเหตุผลที่มาอะไรหรือเปล่า? เขาก็อดสงสัยเื่คนอื่นบ้างไม่ได้
เมื่อพูดถึงเื่เกี่ยวกับงานศิลป์ มาดคุณชายใหญ่ผู้แสนเย่อหยิ่งของเขาจงิก็มิอาจจะรักษาได้อีกต่อไป และอาจเป็เพราะว่าอี้เฟยเป็จิตรกรน้อยผู้มีฝีมือด้วยกระมัง หรืออาจเป็เพราะอี้เฟยเป็คนที่สามารถคุยด้วยได้หรือเปล่า เขาจึงมักเผลอตัวลืมรักษามาดคุณชายใหญ่ของตัวเองไปได้ง่ายๆเลย
“อ๋อ ฮ่าๆฮ่าๆ ถ้าฉันพูดไปแล้วจะหาว่าคุยโว”
“งั้นไม่ต้องพูดก็ได้ครับ” อี้เฟยส่ายหน้าและพูดตัดบททีเล่นทีจริงกับคนชอบลีลาท่ามาก จะพูดก็ไม่พูดเสียที... คิดว่าอ๋องอย่างข้าอยากรู้มากนักรึ ไม่รู้ก็ได้หรอก ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้นเสียหน่อย
“เสี่ยวเฟยนายต้องไม่พูดแบบนี้สิ”
“ฮ่าๆฮ่า ผมล้อเล่นน่า ก็พี่บอกว่าไม่เกรงใจไปทุกคำนิครับ”
“เยี่ยมๆแบบนี้แหละดีแล้ว” จงิมองใบหน้าหล่อๆของอี้เฟยแล้วก็พยักหน้า เขาเองก็ชอบแบบนี้เช่นกัน บรรยากาศระหว่างเขากับอี้เฟยดูค่อยสนิทสนมกันขึ้นมาจริงๆหน่อย เห็นเขาที่สามารถคุยได้เช่นนี้ก็ใช่ว่าเขาจะคุยเช่นนี้กับทุกคน คุณชายใหญ่ตระกูลจงอย่างเขาไม่เคยมองสีหน้าใครอยู่แล้ว
กับอี้เฟยอย่างไรก็เป็คนหนึ่งที่น่าคบหาทีเดียว ทั้งที่แบบชอบพอและเป็สหาย หน้าตาดีมากเป็พิเศษ มีความสามารถเลิศล้ำ แม้ว่าเดิมจะเป็เด็กกำพร้าก็ตาม
“งั้นทำไมพี่ถึงรู้เกี่ยวกับงานศิลป์ดีมากจัง คุยโวให้ผมฟังบ้างสิ”
“อื้มได้สิ คืองี้นะเสี่ยวเฟย...”
หากจะพูดไปก็เหมือนเขาคุยโว... งั้นคุยโวเลยดีกว่า อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้แม้ว่าเขาจะเรียนบริหารแต่ความชื่นชอบที่มีต่องานศิลปกรรมนั้นล้วนเป็สายเืที่แท้จริง
เนื่องจากลูกหลานในตระกูลจงจะถูกสั่งสอนให้เรียนรู้เกี่ยวกับความเป็ศิลปะหรือเกี่ยวกับงานศิลปะั้แ่วัยเยาว์ เช่น การจับพู่กันจีนที่ถูกต้อง องศาการวางมือ การเขียนพู่กันจีน การวาดพู่กันจีน มุมองศาภาพวาด องค์ประกอบภาพวาด มองภาพวาดให้ล้ำค่าอย่างไร ทั้งยังส่งเสริมจิตใจลูกหลานให้เป็ศิลปะและรักในงานศิลป์อีกด้วย
หากขึ้นชื่อว่าอยู่ในสกุลจงแท้จริงล้วนต้องเรียนรู้ศิลปะหรือมีพร์ล้วนนี้ด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนเหตุผลหลักๆมีสองอย่างคือ ‘เพื่อไม่ให้ลืมกำพืดที่มาของตนเอง’ กล่าวคือ ประวัติความเป็มาของตระกูลจง เพราะบรรพบุรุษของตระกูลจงนั้นเดิมเป็บัณฑิตผู้ยากไร้แต่มีพร์ด้านการวาดภาพ จึงวาดภาพขายงานศิลป์เพื่อเลี้ยงยังชีพตนมาตลอด จนวันหนึ่งได้มีโอกาสไปต้องพระเนตรพระกรรณของฝ่าาเข้า จึงได้ถูกเรียกเข้าวังหลวงเพื่อถกเรียนแลกเปลี่ยนความรู้กันเกี่ยวกับด้านการวาดภาพงานศิลป์
การพูดคุยที่ถูกคอและฝีมือการวาดภาพของบรรพบุรุษเป็ที่ถูกพระทัยของฝ่าา จึงได้ถูกรั้งตัวไว้ในเมืองหลวงและถวายงานในวังหลวงต่อไป ไม่ต้องออกไปร่อนเร่หาเลี้ยงชีพอย่างยากไร้ข้างนอกแล้ว บางครั้งยังมีโอกาสได้ถ่ายทอดความรู้สอนสั่งให้แก่เหล่าองค์ชายในวังหลวงอีกด้วย
ส่วนเหตุผลที่สอง คือ เพราะด้วยคำสั่งสอนของบรรพบุรุษที่สืบทอดมาั้แ่ดั้งเดิมเก่าก่อนพันปีร้อยปีตระกูลจง ‘ศิลปะและพู่กันจะขัดเกลาและกล่อมเกลาตัวบุคคลให้เป็ยอดคนได้’ ฉะนั้นเพื่อให้สกุลจงมีแต่ยอดคนและถือเป็การปฏิบัติตามคำสั่งสอนของบรรพบุรุษด้วยความกตัญญูอย่างเคร่งครัดแล้ว ‘ศิลปะ’ จึงเป็แกนกลางสำคัญของตระกูล ลูกหลาน ‘จง’ ทุกคนต้องเรียนรู้
ทุกคำสั่งสอนของต้นบรรพบุรุษ ลูกหลานตระกูลจงล้วนปฏิบัติตามมาอย่างเคร่งครัดเสมอ และเพราะบรรพบุรุษเคยถวายงานใกล้ชิดแด่ฝ่าาในวังหลวง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ในปัจจุบันตระกูลจงของจงินั้นเป็หนึ่งตระกูลใหญ่ระดับต้นของประเทศที่มีทั้งทรัพย์สิน ภาพลักษณ์และชื่อเสียงมากทีเดียว
เพราะมีต้นบรรพบุรุษดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!
“ใช่แล้ว ‘การเรียนรู้ศิลป์และรักศิลป์’ เป็หนึ่งในคำสั่งสอนและกฎของบรรพบุรุษตระกูลจงที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานน่ะ... มันก็ประมาณนี้ละ”
จงิไม่ได้เล่ารายละเอียดแบบลงลึกมากถึงประวัติความมาใดๆขนาดนั้นให้อี้เฟยฟัง เขาเพียงแค่เล่าอย่างคร่าวๆเท่านั้นว่าเป็คำสั่งสอนและกฎของบรรพบุรุษที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนับพันปีเท่านั้น
ประเทศมีกฎประเทศ บ้านก็ต้องมีกฎบ้านเช่นกัน... ที่ตระกูลจงยงยืนอยู่ได้นานถึงเพียงนี้ก็ล้วนเพราะลูกหลานยึดปฏิบัติตามหลักคำสั่งสอนของบรรพบุรุษอย่างเคร่งครัดทุกข้อ
“ ‘ถ้าจะกล่าวว่าศิลป์นั้นอยู่ในสายเืของตระกูลจงนั้นก็ว่าได้เช่นกัน...’ คำกล่าวนี้ ฉันคุณชายใหญ่จงน่ะถูกกรอกหูั้แ่อยู่ในท้องแม่แล้วละเสี่ยวเฟย”
มีอยู่ยุคสมัยหนึ่งที่ผู้นำตระกูลจงคัดเลือกผู้นำตระกูลคนต่อไปด้วยงานศิลปะ ผู้ที่ได้รับการสืบทอดเป็ผู้นำคนต่อไปกลับไม่ใช่คุณชายใหญ่ที่เป็บุตรชายคนโตของฮูหยินใหญ่ของจวน แต่เป็คุณชายสี่บุตรชายของอนุผู้หนึ่งเท่านั้นเอง
เห็นหรือไม่เล่าว่า ‘ศิลป์’ นั้นสำคัญแค่ไหนสำหรับตระกูลจง เขาในฐานะคุณชายใหญ่ไม่อาจไม่รักหรือไม่สนใจในงานศิลป์ได้ มิฉะนั้นนอกจากจะไม่ควรเป็คนตระกูลจงแล้ว ยังผิดต่อบรรพบุรุษเก่าก่อนอีกด้วย!
“เมื่อก่อนฉันก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมต้องเรียนรู้ศิลป์ พอฟังบ่อยๆเข้าก็เลยเกิดความสนใจ และจากนั้นก็เลยลองมองงานศิลป์เป็เอกเทศดูสักครั้ง...” จงิพูดแล้วยกยิ้มอย่างจริงใจและอ่อนโยนเมื่อกล่าวสิ่งนี้ ไม่ใช่ว่าที่เขาชอบงานศิลป์นั้นเป็เพราะตนเองเป็คุณชายใหญ่ตระกูลจงอย่างเดียวนะ เขาก็ดันตกหลุมรักงานศิลป์นี้เป็อย่างมากจริงๆด้วยต่างหาก มีแค่งานศิลป์แหละที่ทำให้เขาอ่อนน้อมถ่อมตนได้น่ะ
“ตอนนั้นเมื่อได้ััจิติญญาของงานศิลป์ครั้งแรกฉันก็ตกหลุมรักเลยละ”
----------------------------------
Talk
คุยโวคำโตเชียวนะพี่จงิ!
อ๋อ ละที่แท้งานวาดฝีมือของท่านอ๋องนี่คนที่ใหญ่ที่สุดในวังหลวงคนนั้นเขามากวาดเรียบไปนี่เอง.... !
ตอนนี้มาคุยกันและได้รู้จักเื่ตระกูลของพี่จงิกันแล้ว ตอนหน้ามาร่วมกันเป็กำลังใจให้ท่านอ๋องด้วยกันอีกเถอะ!
อ่านแล้วเป็เช่นไรบ้างก็ฝากคอมเมนต์เพื่อเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ :)