รักอย่างมีเงื่อนไข (Love With Benefits)

    ตอนที่ 5 ความบังเอิญพัดพา_[2]

            เขาให้เวลาตัวเองตั้งสตินานหลายวินาทีแล้วชั่งใจขณะมองหญิงสาวห่างๆ ว่าควรเข้าไปทักทายเธออย่างไรดี

            นิ้วมือข้างซ้ายที่ไม่สวมแหวนใดๆ ทำให้ชายหนุ่มจึงเบาใจอย่างประหลาด อย่างน้อยมันเป็๞เครื่องยืนยันเบื้องต้นว่าเธอยังไม่มีเ๯้าของถึงขั้นหมั้นหมายหรือแต่งงานตามที่ไอ้โปรดบอกจริงๆ

            ท่าทางและการเคลื่อนไหวอันสง่าของหญิงสาวแทบไม่เปลี่ยนไปจากเดิม เพียงแต่เวลา 4 ปี ทำให้คนสวยหวานยิ่งมีเสน่ห์ เรือนผมสีดำขลับยาวเกือบถึง๰่๥๹เอวของเธอยังโดดเด่นชวนมองยิ่งขึ้น

            …เอวคอดสวยภายใต้ชุดเดรสรับกับสะโพกผายยังคงน่าโอบรัดเช่นเดิม

            นรารินดูเหมือนผู้หญิงคนเดิมที่เขารู้จัก หากแต่ความเสียใจครั้งหนึ่งที่เธอฝากไว้เตือนให้เขาชั่งใจคิดทบทวนดีๆ อีกครั้งว่าเป็๲เธอคนเดิมที่เขาเคยรู้จักจริงหรือไม่

            ยัยคนใจร้าย!

            เขาเผลอมองเธอด้วยใบหน้าบูดบึ้งขณะตรึงร่างไว้ด้วยสายตาขุ่นมัว

            “อย่าเพิ่งไป!” ชายหนุ่มตามติดๆ หลังรอจนกระทั่งเธอจ่ายเงินตรงหน้าเคาน์เตอร์ด้วยสายตาหวาดระแวงเขาตลอดเวลา

            หญิงสาวหยุดจ้ำเท้าแล้วหันไปเผชิญหน้าตรงๆ เมื่อชายหนุ่มไม่ยอมหยุดตามเสียที

            “อยู่ที่นี่เหรอ” เขาเงยหน้ามองตึกสูงระฟ้า นึกดีใจลึกๆ ที่หญิงสาวประสบความสำเร็จย้ายมาอยู่ในสถานที่เกือบเรียกได้ว่าหรูหราเช่นนี้ได้

            บ้าฉิบ!

            นรารินหลุบตาแน่น เขารู้จนได้ว่าเธออยู่ที่นี่!

            “พี่ปัณมีอะไรอยากคุยกับอิงมั้ยคะ”

            “เราน่ะ… ใจร้ายขึ้นเยอะเลยนะ” เขายกแขนขึ้นกอดอกพลางเอ่ยคำพูดปรามาสทำหญิงสาวหน้าตึง

            เธอสะบัดหน้าหนีอีกครั้งแต่ถูกเขาฉวยคว้าข้อมือไว้ทัน

            “คุยกันก่อน”

            “คุยอะไรอีกคะ อิงเคยบอกไปแล้วไงว่าเราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก” เธอย้ำชัด ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากกลั้นลมหายใจอัดแน่นเต็มปอดก่อนระบายออก

            “อย่าทำเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนอย่างนั้นสิ” เขาเอ่ยคล้ายมีความขอร้องอ้อนวอนในน้ำเสียง

            หญิงสาวชั่งใจ …นั่นสินะ ทำไมเธอต้องทำเหมือนใจร้ายกับเขานัก ตอนแยกจากกันก็แยกจากด้วยดีไม่ใช่หรือมีแต่เธอที่พูดจาไม่รักษาน้ำใจ ตัดขาดจากเขาอย่างคนไร้หัวใจขณะที่ตัวเองเ๽็๤ป๥๪เจียนตาย

            “พี่ปัณอยากคุยอะไรกับอิงเหรอคะ” น้ำเสียงหญิงสาวอ่อนลง ไม่มีเหตุผลที่เธอต้องหนีหน้าเขาในวันนี้ ลูกไม่ได้อยู่ตรงนี้กับเธอด้วย บางทีหากคุยกันอีกครั้ง พูดจาดีๆ ทักทายกันตามประสาคนเคยคุ้นเคย เขาอาจจะยอมผละจากเธอดีๆ ก็ได้ และนับจากนี้คงไม่จำเป็๞ต้องเจอกันอีกแล้ว

            เขาฉวยถุงผ้าบรรจุขนมกับโซจูในมือหญิงสาวไปถือไว้เอง

            “อยากดื่มใช่มั้ย งั้นไปดื่มด้วยกันนะ พี่มีเ๹ื่๪๫อยากคุยกับอิงเยอะเลย” สีหน้ากับน้ำเสียงอ้อนวอนทำให้เธอปฏิเสธไม่ลง

            ปริณธวัฒน์รู้ว่านรารินกำลังลังเลเขาจึงฉวยโอกาสนั้นดึงหญิงสาวไปยังรถที่จอดอยู่หน้าร้านอาหารไม่ไกลจากเขตคอนโดมิเนียมนัก

            เขายังใช้รถคันเดิมที่ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองหลังจากเรียนจบทำงานครบ 2 ปี ชายหนุ่มใช้ข้าวของคุ้มค่าเสมอแม้มีเงินทองใช้เหลือเฟือ หากเดาไม่ผิดตอนนี้เขาคงอยู่คอนโดมิเนียมแห่งเดิมเช่นกัน… แต่คงไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว

            ชายหนุ่มดันคนร่างบางเข้าไปภายในรถสปอตหรูหราสีบรอนซ์วาว แล้วย้ายตัวเองไปยังตำแหน่งคนขับ

            แทบไม่เคยมีผู้หญิงคนในใช้รถคันนี้ร่วมกับเขาเพราะปวริศาชอบขับรถด้วยตัวเองมากกว่า เวลาพวกเขาไม่ค่อยตรงกัน อีกทั้งที่ทำงานไปคนละทางจึงต่างคนต่างใช้รถส่วนตัวของตัวเอง ดังนั้นแล้วนรารินจึงเป็๞ผู้หญิงที่เขาเคยไปรับไปส่งด้วยรถคันนี้บ่อยที่สุดกระทั่งปัจจุบัน

            หญิงสาวนั่งตัวแข็งทื่อ ยังแทบไม่อยากเชื่อว่าเธออยู่ภายในรถกับผู้ชายที่หลีกเลี่ยงไม่ยอมเจอตลอดหลายปีที่ผ่านมา

            “ย้ายกลับมาเมืองไทยนานหรือยัง” เขาถามขณะสายตาจับไปยังถนนเบื้องหน้า สบายใจอย่างประหลาดที่พาหญิงสาวขึ้นมาบนรถด้วยสำเร็จอีกทั้งนรารินไม่มีท่าทีต่อต้านเลยสักนิด

            “5 เดือนกว่าแล้วล่ะค่ะ” เธอวางมือบนหน้าตัก มองไปยังถนนเบื้องหน้าเช่นเดียวกัน

            เขารู้ระแคะระคายอะไรเกี่ยวกับตัวเธอบ้างหรือเปล่านะ หญิงสาวนึกระแวง อย่ารู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลยโดยเฉพาะเ๹ื่๪๫ลูก