ตอนที่ 20 เรามาพนันกัน
เล่าชู่เองก็คิดอยู่เช่นกันว่าจู่ๆทำไมเจิ้งฟู่ถึงได้แข็งแกร่งขึ้นได้ภายในระยะเวลาอันสั้นทั้งๆที่เขาไม่น่าจะสามารถทะลวงระดับพื้นฐานขั้นสามมาได้ด้วยซ้ำนั้นเพราะเขามีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์แต่นี่เขากับมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างน่าใแถมยังสามารถทนอยู่ในด่านทดสอบจิตใจได้ตั้งนานอีกด้วย....
*มันต้องมีของวิเศษแน่นอนไม่งั้นมันคงไม่สามารถเพิ่มพลังอย่างรวดเร็วได้ขนาดนี้แน่เราต้องรู้ให้ได้ว่าอะไรที่ไอ้หนูนั้นเก็บซ่อนไว้*เล่าชู่คิดในใจพร้อมกับจ้องมองไปที่เจิ้งฟู่ด้วยใบหน้าที่ชั่วร้ายและโลภมาก....
เวลาก็ใกล้จะครบสามชั่วยามเข้าไปทุกทีเจิ้งฟู่ก็ยังไม่มีท่าทีที่เข้าจะบีบลูกแก้วเลยทำให้ทุกคนที่อยู่รอบๆหัวใจเต้นไม่มีจังหวะเพราะลุ้นว่าเขาจะทำได้หรือไม่ส่วนคนที่เตรียมตัวจะกลับแล้วต่างก็ยังคงอยู่เพราะ้าจะรู้ว่าเขาจะทำได้แค่ไหน....
ภายในมิติทดสอบจิตใจ....
“ร่างแสงนั้นอีกแล้ว แต่นั่นมัน!!?”
ในขณะที่เจิ้งฟู่กำลังนั่งดูดซับพลังซีภายในมิติทดสอบอยู่นั้นจู่ๆร่างแสงที่เขาเคยเห็นก็ปรากฏขึ้นแต่ครั้งนี้มันไม่ได้มีแค่ร่างเดียวแต่กับมีถึงสามร่างด้วยกันร่างแสงแต่ละร่างต่างก็ร่ายรำทักษะทั้งสามที่เขาพึ่งได้มาจากหอตำราอย่างเชื่องช้าช้าพอที่เจิ้งฟู่จะมองและจดจำได้....
ไม่เพียงแค่นั้นเมื่อพวกมันร่ายรำจนจบพวกมันยังหันไปต่อสู้กันเอโดยใช้ทักษะทั้งสามเข้าต่อสู้กันร่างที่หนึ่งใช้ทักษะกระบี่อ่อนในการตั้งรับทักษะกระบี่สายลมของร่างที่สองจากนั้นก็หันไปรับกระบวนท่าโจมตีของจากทักษะกระบี่ใบหลิวของร่างที่สาม.....
ทั้งสามร่างทั้งรุกและรับการโจมตีกันอย่างต่อเนื่องจากนั้นก็หยุดมือลงและหันมาทางเจิ้งฟู่ที่นั่งดูพวกมันอยู่ก่อนจะพยักหน้าให้กับเขาเหมือนกำลังเชื้อเชิญเขาให้มาร่วมด้วยอย่างนั้นแหละ....
"้าให้ข้าทำตามอย่างนั้นเรอะ?" เจิ้งฟู่ลองตระโกนถามพวกมันดู......
พวกมันไม่ได้ตอบเพียงแต่พยักหน้าตอบเท่านั้นเมื่อเป็เช่นนั้นเจิ้งฟู่ก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปยังที่พวกมันยืนอยู่และทันใดนั้นเองทัศนียภาพก็เปลี่ยนไปรอบๆตัวเขากลายเป็ท้องฟ้าไม่สิ้นสุดส่วนพื้นที่เขายืนอยู่กลายเป็ลานประลองขนาดใหญ่.....
ฟิ้วววว!!
ร่างที่สองกระโดนใส่เขาพร้อมกับใช้ทักษะกระบี่สายลมซัดมาทางเขาโดนไม่ได้ตั้งตัว....
คลืดดดดด!!
แรงลมและคลื่นพลังที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างแสงนั้นเจิ้งฟู่ััได้ราวกับว่ามันเป็ของจริงอย่างนั้นแหละทั้งความรู้สึกและความนึกคิดต่างก็เหมือนจริงทั้งหมดแต่เมื่อทักษะถูกปล่อยออกมาเจิ้งฟู่ก็ไม่รู้จะทำอะไรก่อนดีเพราะมันกะทันหันมากแต่จู่ๆเขาก็รู้สึกเหมือนกำลังถือกระบี่ไว้ในมือและโดยสัญชาติยานเขายกกระบี่ขึ้นมารับมันไว้ทันที.....
ปัง!!
ร่างของเจิ้งฟู่กระเด็นถอยไปด้านหลังหลายก้าวจากการปะทะกันเมื่อครู่นี้พร้อมกับความรู้สึกเจ็บเล็กๆและชาที่มือของเขาด้วย....
ภายนอกมิติ.....
“นั้นเขาเืออกนิ!!”
เมื่อทุกคนได้ยินเสียงร้องอุทานเจิ้งฟู่มีเืออกทุกคนก็จ้องมองไปที่เจิ้งฟู่ทันทีที่เป็แบบนั้นเพราะว่าผลกระทบจากมิติทดสอบจิตใจที่เขาอยู่นั้นทำให้เขามีเืออกมาที่มุมปากเล็กน้อยพร้อมกับใบหน้าที่ซีดลงจากการปะทะเมื่อครู่....
“กะ กะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงเืออก?” ถ่างหลินรู้สึกใอย่างมากเมื่อเห็นลูกชายตัวเองมีเืไหลออกมาจากปาก.....
“มันเป็ธรรมดาน้องหลิงผู้ที่เข้าทดสอบทุกคนต้องเจอกับสถานการณ์ที่ตัวเองกลัวและเมื่อได้รับาเ็จากภายในการทดสอบมันก็จะส่งผลกระทบถึงตัวตนจริงๆของเราด้วย”เสียงของเล่าชู่ดังขึ้นเพื่ออธิบายแต่จริงๆแล้วมันคิดจะใช้โอกาสนี้ทำให้นางลังเลที่จะให้เจิ้งฟู่ลงประลองส่วนถ่างหลินเมื่อได้ยินแบบนั้นนางก็หันไปมองที่คงซือทันทีด้วยท่าทางอยากรู้และ้าคำตอบ....
อือ!!
“ท่านพี่เล่าชู่พูดถูกแล้วเ้าเองไมได้รับการทดสอบเ้าจึงไม่รู้เื่นี้ก็ไม่ผิดเฮ้อออ!!” คงซือพยักหน้าตอบนางเพราะเองก็เข้าใจดีเพราะเขาเองก็ผ่านการทดสอบนี้มาเช่นกันแต่ถ่างหลิงนางเป็คนนอกตระกูลที่แต่งเข้ามานางจึงไม่รู้เื่นี้....
“แล้วลูกเจิ้งจะเป็อะไรไหม?”
คือว่า....
“อาซ้อ ท่านไม่ต้องเป็ห่วงหรอกเขาไม่เป็อะไรแน่นอนถ้าเขาไม่สามารถทนมันได้เขาคงจะบีบหินทดสอบเองเพราะมันเป็แค่การทดสอบท่านไม่ต้องห่วงหรอก” ถงหลางที่นั่งดูอยู่อีกข้างหนึ่งได้พูดขึ้นเพื่อให้นางสบายใจ......
อือ!!
ถึงนางจะได้ยินแบบนั้นแต่นางเองก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดีจากนั้นนางก็มองกลับไปที่เจิ้งฟู่อีกครั้งด้วยสายตากังวลและเป็ห่วง......
ภายในมิติทดสอบจิตใจ....
"นี่มัน? เจ็บจริงนิดีนะที่เมื่อครู่เราเกร็งพลังซีไว้ไม่เช่นนั้นเราคงแย่ไปแล้ว"เจิ้งฟู่บ่นอุบออกมาถึงความรู้สึกเจ็บจริงไม่ใช้ตัวแสดงแทนเมื่อครู่นี้แต่กว่าเขาจะตั้งตัวและคิดได้ร่างที่สามก็พุ่งเข้าใส่เขาแล้วพร้อมกับใช้ทักษะกระบี่ใบหลิวแทงมาที่เขา.......
ฟิ้ววว!!
เชอะ!!
"รอบนี้ข้าไม่ยอมพวกเ้าแน่"แต่ทว่าเจิ้งฟู่ไม่ยอมพลาดเหมือนครั้งที่แล้วอีกแล้วและทันใดนั้นเขาก็นึกถึงตอนที่พวกมันสู้กันก่อนหน้านี้และเขาก็ยกกระบี่ขึ้นมาและรับมันด้วยทักษะกระบี่อ่อนตอบรูปแบบของทั้งสามที่เคยแสดงให้เขาดู......
ทักษะกระบี่อ่อนกระบวนท่าแรก!!
[อ่อนตั้งรับ]
ปัง!!
กระบี่ของร่างแสงที่สามที่โจมตีเข้ามานั้นถูกรับไว้ด้วยทักษะกระบี่อ่อนตั้งรับของเจิ้งฟู่ทันทีที่ปะทะกันทำให้ร่างแสงที่สามนั้นสะงักลงในชั่ววิก่อนที่เจิ้งฟู่จะใช้ท่าต่อไปทันที...
[อ่อนปัดป้อง]
เมื่อเขาใช้กระบวนท่านี้ออกไปทำให้กระบี่ของร่างแสงถูกผลักออกไปพร้อมกับร่างของมันที่กระเด็กไปด้านหลังจากนั้นร่างแสงที่สองก็โจมตีใส่เขาอีกครั้งเขานึกท่าป้องกันที่ใช้รับกระบวนท่านี้และใช้มันรับกระบี่จากร่างแสงนั้นทันที.......
ปัง!!
เพ้ง!!
ปัง!!!
เจิ้งฟู่ทั้งรุกและรับการโจมตีจากร่างแสงทั้งสามร่างอยู่นานราวกับมันผ่านไปเป็วันอย่างนั้นแหละแต่เขาก็ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยมีแต่มันจะทำให้พลังของเขาเพิ่มมากขึ้นกว่าตอนนั่งเฉยๆด้วยซ้ำ.....
"ยิ่งเราต่อสู้มากเท่าไหร่พลังของเราก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นแหะถ้าเป็อย่างนี้ต่อไปเราคงจะทะลวงระดับต่อไปได้อีกแน่แต่เสียดายที่เวลา...."
เวลา!!?
เมื่อเขานึกถึงเวลาเจิ้งฟู่ก็คิ้วกระตุกทันทีเขาลืมไปเลยว่าเขายังทดสอบอยู่และนี้ก็เหมือนกับว่ามันผ่านไปหนึ่งวันแล้ว....
"แต่ทำไมเราถึงยังไม่ออกไปกันน่าจะครบสามชั่วยามตั้งนานแล้วนิ?"เจิ้งฟู่หยุดคิดและสงสัยว่าทำไมเขาถึงยังไม่ออกไปจากมิติทดสอบอีกทั้งๆที่น่าจะหมดเวลาที่กำหนดแล้วแต่ในขณะนั้นเองร่างแสงทั้งสามร่างก็ค่อยๆหายไปพร้อมกับทัศนียภาพรอบตัวของเขาที่ค่อยๆจางลงและในที่สุดมันก็หายไปพร้อมกับสติของเขาที่ดับวูบลงจากนั้นเขาก็เริ่มที่จะได้ยินเสียงของผู้คนอีกครั้งและก็เสียงที่เขาคุ้นเคย.....
หวืดดดด!!
“นั่น!! เขาลืมตาแล้ว เขาลืมตาแล้ว!!”ไหกังที่เห็นว่าเจิ้งฟู่ลืมตาตื่นขึ้นก็ได้ตระโกนเสียงดังออกมาทำให้ทุกคนได้ยินกันหมด....
คงซือเมื่อเห็นเช่นนั้นเขาก็ไม่รอช้าทะยานตัวไปที่ลานทดสอบทันทีจากนั้นก็เป็ถงเทียงและถงหลางและตามมาด้วยไหกู่และไหกังส่วนถ่างหลิงนั้นนางต้องวิ่งไปเพราะนางไม่ใช้ผู้ฝึกตน....
ลูกเจิ้ง!! ลูกเจิ้ง!!
หือ!!?
"ที่นี่?"เมื่อเจิ้งลืมตาขึ้นเขาก็พบกับพ่อของเขาและคนอื่นที่กำลังยืนอยู่รอบตัวเขาพร้อมจ้องมองมาที่เขาด้วยความสงสัย.......
“ลูกเจิ้งเ้าเป็อย่างไรบ้าง?” คงซือพูดขึ้นเมื่อเห็นเจิ้งฟู่ได้สติดีแล้ว......
เป็อะไร?
"ข้าเป็อะไรอย่างนั้นหรอ? ข้าก็สบายดีนะไม่เห็นเป็อะไรเลย"เจิ้งฟู่เมื่อได้ยินคำถามจากบิดาก็ทำหน้างงเอียงคอเหมือนหมาสงสัยตอบกลับไป.....
คิ้วของทุกคนกระตุกทันทีเมื่อเห็นท่าที่สบายๆของเจิ้งฟู่หลังจากที่เขาลืมตาตื่นขึ้นเหตุก็เพราะว่าเขานั้นนั่งอยู่ที่ลานนี้และเลยเวลาทดสอบไปถึงสามชั่วยามด้วยกันจึงทำให้ทุกคนเป็ห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา....
“นี่เ้ารู้ไหมว่านี่เวลามันผ่านมาเท่าใดกันแล้ว?” เสียงของถงหลางดังถามขึ้นทันที.....
"ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันข้าเองก็้าที่จะรู้เหมือนกันว่านี่เวลามันผ่านไปเท่าใดแล้ว?"เจิ้งฟู่เองก็อยากที่จะรู้เช่นกันว่าเวลาผ่านไปมากน้อยเท่าไหร่แล้ว.....
เ้าไม่รู้!!?
“หลานเจิ้งฟู่หลังจากที่เ้าเข้าร่วมการทดสอบมาตอนนี้มันผ่านไปแล้วหกชั่วยามด้วยกันซึ่งมันเป็เื่ที่น่าใอย่างมากที่หินทดสอบของเ้ามันไม่แตกเมื่อเวลาครบเวลาสามชั่วยามที่ได้กำหนดไว้แต่มันกลับมาแตกเมื่อถึงตระกี้นี้เอง” ไหกู่ตอบอธิบายให้เจิ้งฟู่ได้รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด......
หกชั่วยาม!!?
เจิ้งฟู่เองก็ทราบดีว่าหินทดสอบนี้มีเวลาเพียงแค่สามชั่วยามเท่านั้นแต่เขากลับอยู่มาแค่หกชั่วยามเองทั้งๆที่เขาคิดว่ามันน่าจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำเพราะตอนที่สู้กับร่างแสงนั้นเหมือนมันผ่านไปเป็วันอย่างนั้นแหละและเื่ที่หินไม่แต่เขาก็ใพอแล้วแต่เื่เวลานี้สิแต่ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจเจิ้งฟู่จึงได้สลัดความคิดนั้นทิ้งไปก่อนจะถามขึ้นมาว่า.....
"แล้วการทดสอบละครับ?"
“การทดสอบนะเรอะ? จบไปแล้วละมีคนผ่านเพียงแค่สิบกว่าคนเท่านั้นและเ้าก็เป็ที่หนึ่งของงานนี้ด้วยแถมเ้ายังทำลายสถิติั้แ่ตระกูลของเรามีมาด้วยนะ”คงซือยิ้มกว่าก่อนจะพูดบอกบุตรชายของตนอย่าสงภาคภูมิใจ......
"อย่างนั้นหรอท่านพ่อแล้วท่านแม่หละครับ?"
“แม่ของเ้าพึ่งจะกลับไปเมื่อครู่เองเพราะนางกลัวว่าถ้าเ้าลืมตาขึ้นมาแล้วเ้าจะหิวนางเลยรีบกลับไปทำอาหารไว้รอเ้านะตอนนี้เ้าก็ฟื้นแล้วพวกเรากลับกันเถอะ!”
ขอรับ!!
ก่อนจะไปเจิ้งฟู่ได้มองไปยังรอบๆลานทดสอบและเขาก็พบว่ามันมืดแล้วและที่เหลืออยู่ก็มีเพียงพวกเขาและก็ผู้คนอีกจำนวนหนึ่งที่รอดูว่าเขาจะตื่นตอนไหนเท่านั้นส่วนเล่าชู่และตงชู่กลับไปแล้วเมื่อครบสามชั่วโมงเนื่องจากพวกมันทดดูต่อไปไม่ได้.....
และเมื่อเขาเลื่อนสายตาไปอีกนิดก็พบว่าเทียนฉีและพ่อของนางยังคงอยู่ที่เก้าอี้และจ้องมองมาที่เขาเช่นกันสายตาที่หม้อจือมองเขานั้นเต็มไปด้วยประกายแวววับแต่สำหรับเทียนฉีนั้นสายตาของนางทั้งแดงและใสพร้อมๆกัน.......
มันเป็เพราะว่านางทำอะไรไม่ถูกกับเื่ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่ผ่านมานางได้ชื่อว่าคืออัจฉริยะในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาของตระกูลและจู่ๆชื่อของนางก็ตกไปเพราะว่าเจิ้งฟู่นั่นจึงทำให้นางรู้สึกโกรธมากเมื่อมองมาที่เขาก่อนที่จะตระโกนออกไปว่า....
“เ้าตื่นมาก็ดีแล้ว!!ในการประลองของด่านที่สามนั้นข้าหวังว่าเ้าจะเข้าร่วมมันด้วยแต่ถ้าเ้ากลัวก็.....”
"แน่นอนแม่นางอกไข่ดาวข้าจะเข้าร่วมแน่นอนเ้าไม่ต้องเป็ห่วง"ยังไม่ทันที่เด็กหญิงจะได้พูดจบเจิ้งฟู่ก็พูดตัดในทันที......
เ้า!!
จากอารมณ์ที่ไม่ดีอยู่ก่อนหน้าของนางแล้วเมื่อได้ยินคำพูดเมื่อครู่นางถึงกับตัวสั่นไปทั้งตัวด้วยเพลิงโกรธอย่างมากส่วนคงซือและคนอื่นต่างก็ตะลึงกับคำพูดของเขาเช่นกันเพราะไม่มีใครคิดว่าเจิ้งฟู่จะกล้าพูดแบบนั้นออกมา......
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
“ไอ้เด็กนี่มันร้ายแหะ กล้าไม่เบาเลยนะลูกชายท่านนะท่านผู้าุโคงซือ” ถงกลางพูดหยอกล้อขึ้นมาทันทีพร้อมกับหันไปมองที่คงซือส่วนคงซือเองก็ทำได้แต่ยิ้มแห้งๆกลับไปเท่านั้นและส่วนเทียนฉีนางไม่รู้จะพูดยังไงต่อไปดีด้วยความอายนางจึงกัดฟันและพูดขึ้นอีกครั้ง....
“ดี!! เราจะได้รู้กันว่าใครคืออัจฉริยะตัวจริง!!”
อัจฉริยะ!!?
"ก็ได้ ก็ได้ แต่แบบนั้นมันจะไปสนุกอะไร เอาอย่างนี้ไหมเรามาพนันกัน"
พนัน!!?