“อุแว้...อุแว้...อุแว้...”เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังลั่นไปทั่วกระโจมแห่งหนึ่งใกล้ๆ กับป่าหินหนึ่งในพื้นที่ ที่เผ่าหรวนตี้เสียงร้องของเด็กน้อยดังสะท้อนขับไล่ความหนาวเย็น ความเงียบเหงาวังเวงในยามรัตติกาลมาเยือนจนหมดสิ้นทั้งยังนำพาความสุขใจมาให้แก่ลี่ย่ามารดาผู้ให้กำเนิดและช่วยขจัดทุกความหวาดกลัวที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้จนหมดไป
บนเตียงหนังสัตว์ภายในกระโจมมีร่างอวบอิ่มสมบูรณ์ของสตรีผู้ได้ให้กำเนิดบุตรนอนพักอยู่ดวงตาสวยคมของนางจ้องมองแม่เฒ่าผู้ทำคลอดบุตรของนาง ที่กำลังยกมือขึ้นเพื่อเช็ดเหงื่อตามใบหน้าคล้ำแดดของตนเพราะต้องคอยดูแลลี่ย่าที่กำลังเจ็บท้องคลอดทั้งยังคอยกำกับบรรดาสาวใช้ให้ไปจัดเตรียมสิ่งของตามที่แม่เฒ่า้ารวมถึงความอบอุ่นภายในกระโจมที่มากกว่าเดิมด้วยความเป็ห่วงสมาชิกตัวน้อยจะเจ็บไข้ั้แ่ถือกำเนิดเพราะโดนอากาศหนาวเย็นเข้าไปฉะนั้นภายในกระโจมจึงมีเตาไฟเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเป็เท่าตัว
ตอนนี้แม่เฒ่าฉูฮู่กำลังตัดสายสะดือทารกตัวน้อยอย่างระมัดระวังก่อนที่จะลงมือทำความสะอาดเด็กน้อยด้วยตัวเองแม้จะมีหญิงรับใช้คอยช่วยอยู่ข้างๆก็ตามแม่เฒ่าบรรจงอาบน้ำและเช็ดร่างของเด็กน้อยอย่างเบามือด้วยผ้าทอที่หนานุ่มท่ามกลางสายตาของทุกคนในกระโจมจนทุกอย่างเรียบร้อยก็ส่งคืนเด็กน้อยสู่อ้อมอกของมารดา
“ลูกของข้า เป็หญิงหรือว่าชาย” ลี่ย่าส่งเสียงอ่อนล้าของนางออกมาก่อนที่จะยื่นแขนรับบุตรน้อยที่ตอนนี้ถูกห่อด้วยผ้าหนังสัตว์อ่อนนุ่มหญิงสาวโอบประคองบุตรของตนเข้ามาไว้ในอ้อมกอดโดยที่ทารกน้อยยังคงแผดเสียงร้องออกมาไม่หยุด ลี่ย่าปลดเสื้อคลุมของตนแล้วประคองร่างเล็กจ้อยให้ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มได้ดูดดื่มน้ำนมจากอ้อมอกพร้อมส่งเสียงกล่อมเบาๆ เมื่อทารกน้อยได้ดื่มน้ำนมและอยู่ในอ้อมกอดก็ทำให้ตนรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยแล้วตั้งหน้าตั้งตาดูดนมจากปทุมถันคู่งามของมารดาอย่างหิวโหย
“จ๊วบ จ๊วบ” เสียงดูดน้ำของทารกน้อยดังก้องกระโจมพลันได้รับสายตาเอ็นดูจากผู้คนที่รายล้อม
“จะกละตัวน้อยนี่”หญิงสูงวัยมีสีหน้าที่อ่อนโยนลงก่อนที่จะยื่นนิ้วมือของตนไปเขี่ยแก้มแดงเหี่ยวย่นของทารกน้อยเบาๆแล้วตอบข้อสงสัยของลี่ย่า
“เป็หญิง เป็ท่านหญิง”
“ยินดีกับนายหญิงด้วยเ้าค่ะ ที่ได้ให้กำเนิดท่านหญิง”บรรดาสาวใช้ต่างพูดแสดงความยินดีกับนายหญิงของตนกันอย่างพร้อมเพรียงด้วยความยินดี
“ท่านหญิงอย่างนั้นหรือ” ลี่ย่าพึมพำเบาๆ อดผิดหวังไม่ได้นางหวังจะได้บุตรชายมากกว่าบุตรสาวเพราะ้าจะให้บุตรของตนสามารถต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งทูฉี (รัชทายาทของเผ่า)
“หน้าตาและผิวพรรณของเด็กคนนี้ช่างถอดแบบมาจากนายหญิงใหญ่ที่เปอร์เซียมาเลยทีเดียว”เมื่อได้ยินคำพูดเสริมขึ้นมาของแม่เฒ่าฉูฮู่ ลี่ย่าที่โอบประคองบุตรน้อยของตนอยู่ก็ยิ่งเพ่งพินิจบุตรสาวของตนมากยิ่งขึ้น
แม่เฒ่าฉูฮู่มองลี่ย่าที่เริ่มตั้งใจจะดูแลบุตรของตนก็ถอนหายใจอย่างบางเบาก่อนที่จะสั่งให้หญิงรับใช้ยกถังน้ำอุ่นที่เต็มไปด้วยผ้าเปื้อนเืออกไปและตนก็ออกไปเพื่อเปลี่ยนชุดที่เปื้อนเืออกเช่นกันเมื่อแม่เฒ่าฉูฮู่กลับเข้ามาในกระโจมอีกครั้งก็เห็นลี่ย่าขับกล่อมบุตรน้อยในอ้อมอกด้วยบทเพลงไพเราะแ่เบานางจึงพาตัวเองมานั่งอยู่ด้านข้างของเตียงหนังสัตว์ และมองสองแม่ลูกอย่างเงียบๆจนทารกน้อยหลับตาพริ้มและหยุดดื่มนม ลี่ย่า จึงค่อยๆ ประคองบุตรสาวของตนวางไว้ด้านข้าง
“คนของข้าแจ้งมาว่า เมื่อครึ่งชั่วยามก่อนนายหญิงใหญ่ฟูอันได้ให้กำเนิดบุตรออกมาเป็หญิงเช่นกัน”
“หญิงเช่นกันหรือ ดี ดียิ่ง”เมื่อลี่ย่าได้ฟังข่าวนี้ก็อดที่จะยิ้มเย้ยหยันให้กับโชคชะตาบุตรสาวของนางและบุตรสาวของนายหญิงใหญ่ฟูอันไม่ได้
“ดียังไง” แม่เฒ่าถามด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากสตรีตรงหน้า
“ท่านบอกว่าบุตรสาวของข้า เหมือนกับมารดาข้าใช่หรือไม่”ที่ลี่ย่าถามออกไปเช่นนั้น เพราะแม่เฒ่าฉูฮู่เป็คนสนิทของมารดาของลี่ย่า
วาซิลีสตรีผู้ได้รับความโปรดปรานและเป็หนึ่งในบรรดาหญิงสาวมากมายในฮาเร็มของท่านชายอัฟชาร์ในวังหลวงแห่งเปอร์เซียเมื่อนางคลอดบุตรออกมาเป็หญิงและเลี้ยงดูจนถึงวัยที่พร้อมจะแต่งงานด้วยไม่ใช่บุตรที่เกิดจากพระชายา วาซิลีจึงคิดหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้บุตรสาวของนาง กลายเป็ของกำนัลแด่พวกทาสทหารหรือพ่อค้าเร่นางจึงเตรียมแผนการไว้มากมายประจวบเหมาะกับที่ท่านชายอัฟชาร์เดินทางท่องเที่ยวทั้งได้นำหญิงสาวในฮาเร็มรวมถึงบุตรสาวและบุตรชายบางส่วนก็พาไปด้วยและได้เกิดเหตุการณ์ท่านชายคนเล็กเนสฮาแอบหนีออกมาท่องเที่ยวกับทหารคนสนิทจนเจอเข้ากับกลุ่มโจรทะเลทรายแล้วได้ชานหยูจิวมั่วเชิงช่วยชีวิตไว้ด้วยความบังเอิญ
ขณะที่ท่านชายอัฟชาร์คิดอยู่ว่าจะมอบสิ่งใดตอบแทนให้แก่ชานหยูจิวมั่วเชิงให้สมกับเกียรติของอีกฝ่ายวาซิลีจึงแอบกระซิบบอกท่านชายอัฟชาร์ในยามค่ำคืน ถึงการมอบบุตรสาวของตนออกไปพร้อมทั้งกล่าวอ้างถึงเหตุผลต่างๆจนท่านชายทรงเห็นด้วยโดยที่ท่านชายไม่ทราบถึงความคิดที่แท้จริงของวาซิลีและบุตรสาวลีน่าการได้แต่งออกไปเป็เมียเอกของคนต่างแดนที่มีศักดิ์เป็ถึงหัวหน้าเผ่าน่าจะดีกว่าการที่ชีวิตทั้งชีวิตจะต้องกลายเป็ของขวัญของกำนัลไม่รู้ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งหรืออาจจะตลอดจนสิ้นชีพเมื่อได้แต่งให้กับชานหยูจิวมั่วเชิง วาซิลีก็สั่งให้คนสนิทฉูฮู่และนางทาสส่วนหนึ่งติดตามมากับลีย่าด้วย
“ใช่”
“มารดาของข้านางเป็สตรีที่งดงามทรงเสน่ห์ยิ่งนัก ข้าก็หวังเป็อย่างยิ่งว่าบุตรสาวของข้าจะงดงามเฉกเช่นท่านยายของนางนางจะได้ไม่ต้องมีชีวิตแบบข้าในตอนนี้” ดวงตาคู่สวยของลี่ย่าเหลือบมองบุตรสาวตัวน้อยของนางอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวเลื่อนไปลูบเบาๆที่ไฝเม็ดเล็กๆ ตรงตำแหน่งหางตาขวาของทารกน้อย
“เ้าเสียใจ และโทษนายหญิงหรือไม่ที่ให้เ้าแต่งออกมา”
“ไม่ข้าไม่เคยเสียใจ มีแต่จะขอบคุณท่านแม่ด้วยซ้ำแม้ชีวิตข้าจะเจอจุดพลิกผัน แต่ข้าก็เชื่อว่า ชีวิตที่เป็อยู่ตอนนี้ถ้าเทียบกับตอนที่อยู่ที่เปอร์เซียร์แล้วดีกว่ากันมากนัก”
“เ้าคิดได้อย่างนี้ข้าก็สบายใจ” แม่เฒ่าเมื่อได้ฟังความคิดของลี่ย่าก็เบาใจมากขึ้นชีวิตของลี่ย่าหลังจากมาถึงเผ่าหรวนตี้นั้นนับได้ว่าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือจริงๆ แต่ก็ถือว่าดีกว่าชีวิตในฮาเร็มยิ่งนัก
“ข้าจะสั่งสอนทุกสิ่งที่ข้ารู้ ให้กับนางเพื่อที่นางจะได้เป็หญิงงามอันดับหนึ่งของเผ่า และข้า้าให้เ้าสั่งสอนนางในสิ่งที่เ้ารู้เพื่อที่จะทำให้นางไม่ต้องมีชีวิตเฉกเช่นเดียวกับข้า”
“นางคือบุตรของข้าลี่ย่านางระบำจากเปอร์เซียของกำนัลเพื่อมิตรภาพแด่ชานหยูเผ่าหรวนตี้สตรีผู้เป็ที่รักของเหล่าบุรุษและก็เป็ผู้ที่น่ารังเกียจของสตรีในเผ่านี้เช่นกัน”
“นั้นก็เพราะเ้างดงามแปลกตาดึงดูดสายตาของบุรุษ จนสตรีในเผ่าต่างริษยาเ้าแต่ก็เป็ข้อดีที่ทำให้ชานหยูโปรดปรานเ้ามากจนมอบพื้นที่ตั้งกระโจมบริเวณนี้ให้แก่เ้าเพื่อกันเ้าออกมาจากแรงริษยาของสตรีในเผ่า โดยเฉพาะนายหญิงใหญ่ฟูอัน”
“นางคิดจะโทษข้าอยู่ฝ่ายเดียวงั้นหรือคนที่นางสมควรจะกล่าวโทษคือสามีของนางไม่ใช่ข้าใครกันที่ทำให้ชีวิตข้าเปลี่ยนเป็เช่นนี้ ใครกัน”ลี่ย่ากล่าวโทษออกมาด้วยความแค้นใจ เพราะความมักมากของบุรุษผู้นั้นและธรรมเนียมแปลกประหลาดของเผ่าทำให้ชีวิตนางต้องเป็เช่นนี้นางอยากะโกรีดร้องระบายออกมาให้มากกว่านี้แต่ก็กลัวบุตรตัวน้อยจะสะดุ้งตื่นใขึ้นมา
แม่เฒ่าฉูฮู่เลื่อนสายตามองหญิงงามตรง ด้วยความเข้าใจก่อนจะเอ่ยชวนพูดคุยเื่อื่นเพื่อที่จะไม่ให้จิตใจของสตรีหลังคลอดบุตรผู้นี้บอบช้ำเพราะาแในอดีต
“แล้วเ้าจะเป็ผู้มอบชื่อให้กับนาง หรือรอให้ชานหยู มามอบให้”
“ข้ากับชานหยู......เคยตั้งชื่อให้บุตรของเราไว้แล้วว่าหากเกิดเป็ชายข้าจะให้ชื่อว่าฉูฮูเฉียน”ดวงตาของลี่ย่าเมื่อเอ่ยถึงชานหยู.....ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความเคารพรักใคร่
“แต่นางเกิดเป็หญิง”
“ส่วนชื่อของบุตรสาว ชานหยูตั้งชื่อไว้ว่า หยินน่า”
“หยินน่า อย่างนั้นหรือ” แม่เฒ่าเอ่ยทวนชื่อที่ได้ฟังอย่างแ่เบา
“ใช่หยินน่า ชื่อของนางคือ หยินน่า”