time-

    16 / 2

            “อะ-โอย~”

            เสียงอวดครวญจากคนที่นอนบนพื้นดูเหมือนว่าพวกแป๊กจะเริ่มได้สติ

            “ไงน่วมเชียวนะ” แป๊กมองค้อนเขาก่อนจะหันหน้าหนี “อย่ามายุ่งดิ”

            “กูก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกแต่คนที่มึงหาเรื่องดันเป็นรุ่นน้องในสาขาถ้ามีปัญหาขึ้นมาพวกมึงนั่นแหละจะซวยเอา”

            “เรื่องของพวกกูมั้ยล่ะอย่าเสือกให้มากไม่งั้นมึงจะโดนด้วย”

            แป๊กเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะพากันเดินออกจากจุดนั้นจนลับสายตาไปฟาโรห์ได้แต่ถอนหายใจ ช่างเถอะ เหนื่อยกับพวกนี้เต็มทนแล้ว

            “อ๊ะพี่ฟาโรห์นี่ครับ”

            เสียงใสเอ่ยทักพอหันไปก็พบกับไทม์และบูมที่กำลังยืนถือถ้วยข้าวอยู่

            “หวัดดีมาซื้อข้าวกินหรอ”

            “ครับแล้วพี่ฟาโรห์ล่ะครับ”

    “พี่มาทำธุระน่ะ เออใช่สิพี่มีเรื่องอยากจะถามพวกเราหน่อย จะได้มั้ย”

            “เรื่องอะไรหรอครับ”

            “เพื่อนเราน่ะที่ชื่อติม” ไทม์กับบูมหันมองหน้าก่อนจะพยักหน้าตกลง

            ทั้ง​ 3​ คนเดินมานั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนในมหาวิทยาลัย​ ตอนแรกก็กะจะหาที่นั่งแถวนั้นแหละ​ แต่บูมกับไทม์ต้องเข้าสอบเลยเลือกมานั่งแถวๆ​ ตึกที่น้องต้องสอบแทน

            “พี่ฟาโรห์​จะตามอะไรเกี่ยวกับ​ติมหรอครับ”

            “ติมเขาเคยเรียนพวกศิลปะ​การต่อสู้มาก่อนหรือเปล่า”

            “ไม่เคยนะครับ​ หรือว่าติมไปมีเรื่องกับใครมาหรอครับ”

    “อ๋อ​ โจรน่ะ” ฟาโรห์​เลือกที่จะโกหกเพราะไม่อยากให้เด็กๆ​ เป็นกังวล​ แต่ก็ดูเหมือนพวกเขา​จะรู้

            “พวกพี่แป๊กใช่มั้ยครับ”บูมเอ่ยถาม​ เหมือนจะไม่เนียนแฮะ

            “อ่า​ ใช่”

            “ติมเขาเคยเล่าให้ฟังน่ะครับ​ ว่าสมัยเรียนอาชีวะ​ เขาเคยมีเรื่องมาก่อน”

            “มีเรื่อง?”

            “ครับ​ มีเรื่องจนเข้าคุกเลยล่ะครับ”

            ฟาโรห์​ได้ยินก็ถึงกับคิ้วขมวด​ก่อนบูมจะเริ่มเล่า

            ในช่วงขึ้นอาชีวะ​ปี​ 1​ ติมเรียนสาขาคอมพิวเตอร์​ธุรกิจ​ สาขาที่หลายคนคิดว่ายังไงก็คงไม่ไปมีเรื่องกับใครแน่ๆ​ แต่ก็คิดผิด​

            ติมถูกรุ่นพี่ในวิทยาลัย​หาเรื่องด้วยเหตุผลที่โคตรจะแสนปัญญาอ่อน​

            “เพราะมึงมันหน้าตีเกินไปไง”

            ประโยค​ที่รุ่นพี่เมื่อตอนนั้นทำเอาติมถึงกับงงงวย​ ช่วงแรกๆ​ ติมก็ไม่ได้ตอบโต้​หรอก​ อย่างมากก็โดนแค่พูดจาเสียดสี​ จนกระทั่งวันหนึ่งของช่วงท้ายของปี​ 1​

            ติมโดนดักกระทืบ…

            6​ รุม​ 1​ แน่นอนว่ายังไงก็แพ้​ แต่โชคดีที่ไม่หนักเท่าไหร่​ ไม่ใช่ว่าติมจะสู้ไม่ได้​ แต่เขาเลือกไม่สู้ซะมากกว่า​ ส่วนเหตุผลก็ไม่ใช่อะไร​ เขามาเรียนไม่ใช่มาต่อยตีปล่อยไปเดี๋ยว​มันก็เลิก

            ตอนแรกก็คิดงั้นแหละแต่ก็เมือนจะคิดผิด

            แม่งมาอีกล่ะ..

            มาแบบเดิม​ พวกเดิม​ เพิ่มเติม​แม่งถือไม้มาด้วย​ คราวนี้กะว่าจะปล่อยแต่ก็คงไม่ได้​ เพราะถ้าปล่อยให้พวกมันมากระทืบเขาคงได้ไปนอนเจาะสายน้ำเกลือ​เล่นแน่

            ผลสุดท้าย​เลยจบที่ต้องซัด​และติมก็ชนะ​ แม้พวกนั้นจะมากัน​ 6​ พร้อมไม้หน้าสามเต็มือแน่ติมก็สามารถเอาชนะได้ภายใน​ครึ่งชั่วโมง

            ติมเคยเรียนวิชาการต่อสู้​มา​ เพราะพ่อของเขาอยากให้​เรียนเอาไว้ป้องกันตัว​ แต่ก็เลิกเสียก่อนเพราะเมื่อ​ 2​ ปี​ก่อนพ่อได้อย่ากับแม่เนื่องจาก​จับได้ว่าแม่มีชู้​ ทำให้ติมต้องมาอยู่กับพ่อแทน

    ในทุกๆ​ วันที่ติมไปเรียนก็มักจะมีคนชอบมาหาเรื่องแต่ก็ไม่ได้หนักมากถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล​ก็แค่เด็กตีกันธรรมดา​ แต่พอติมสู้ชนะทุกครั้งทุกคนที่เคยหาเรื่องก็เริ่มหวั่นเกรง​ ไม่ค่อยกล้ายุ่งเพราะรู้ว่าต่อให้ไปกันเป็น​ 10​ ยังไง​ก็แพ้อยู่ดี

            จนกระทั่ง​วันนึง​ วันที่เพื่อนต่างสาขาไปมีเรื่อง​ วันนั้นติมไม่ได้ไปด้วยเขาตรงกลับบ้านทันที​ แต่จู่ๆ​ ก็มีตำรวจมาหาถึงบ้านบอกว่าเขาเป็นคนต้นเรื่อง​ทำให้ถูกคุมตัวไปโดยไม่รู้เรื่อง

            วันนั้นเขาจำได้ดีว่าพ่อเสียใจมากถึงขั้นร้องไห้ออกมาทีเดียว​ เขารู้สึก​ผิดจนถึงขั้นอยากจะฆ่าตัวตาย​ด้วยซ้ำ​ แต่ถ้าเขาทำก็เท่ากับว่าเขายอมรับผิด​ ติมเลยตัดสินใจ​ที่เล่าความจริง​ให้ตำรวจฟังจนนำไปสู่การจับกุมคนที่​กระทำความผิด​ทั้งหมด​

            หลังจากติมถูกปล่อยตัวเขาก็กลับไปขอโทษ​พ่อและยอมดรอปเรียนปีนึงไปช่วยพ่อทำงานเพื่อที่จะพิสูจน์​ตัวเองว่าเขาดีขึ้นแล้วจริงๆ​ จนในที่สุดพ่อก็ยอมกลับมาเชื่อใจอีกครั้งก่อนจะกลับมาเรียนปีนี้

            “ก็​ประมาณ​นี้ล่ะครับ”

            หลังจากฟังบูมกับไทม์เล่าจบสมองของฟาโรห์​ก็เหมือนสตาฟไว้ชั่วขณะ​ ไม่คิดเลยว่าเด็กหน้านิ่งที่ดูไม่มีอะไรคนนั้นกลับผ่านเรื่องราว​ชีวิต​โชกโชน​ยิ่งกว่าตัวเขาอี​ก​ แล้วที่สำคัญเขาก็พึ่งรู้ด้วยว่าติมกับเขาอายุเท่ากัน​ แบบนี้ก็เรียกน้องไม่ได้แล้วสิ

            “ชีวิต​เขาดูโชกโชน​ดีเนาะ”

            “ตอนที่พวกผมฟังครั้งแรกก็ตกใจเหมือนกัน​ครับ​ เขายังเคยถามพวกผมด้วยนะว่ากลัวเขารึป่าว”

            “แล้วเรากลัวมั้ย”ไทม์ส่ายหน้าเป็นคำตอบ​ “ไม่ครับ​ ถึงประวัติติมจะโชกโชน​แต่ติมก็ไม่เคยทำร้ายพวกเรา​แถมยังคอยช่วยอยู่ตลอด​ ติมเป็นเพื่อนที่ดีอีกคนของพวกเราครับ”

            ไทม์ยิ้มตอบ​ ฟาโรห์​ที่เห็นถึงกับส่ายหัว​ เด็กคนนี้นี่เป็นคนดีจริงๆ

            “โอ๊ะ​ พวกผมต้องไปสอบแล้ว​ งั้นขอตัวก่อนนะครับ”

            “อือ​ สู้ๆ​ นะ​ แล้วก็ขอบใจที่เล่าให้ฟังนะ”

            “ครับ​ ไปนะครับ”

            ดวงตาสองคู่มองรุ่นน้องทั้งสองวิ่งดุ๊กดิ๊ก​กันไปตามซอยตึก​ เขาเองก็ต้องไปเรียนเหมือนกันฟาโรห์เก็บของลุกจากม้านั่งก่อนจะตรงขึ้นเรียน หวังว่าคงจะไม่มีอะไรให้วุ่นวายอีกแล้วนะ

     

     

            16.00น. เป็นเวลาเลิกเรียนของฟาโรห์ หลังจากเรื่องเป๊กก็ไม่มีเรื่องอย่างอื่นอีกส่วนเรื่องรับน้องอาทิตย์นี้คงพักไปก่อน เขาก็ได้แจ้งในไลน์กลุ่มไปแล้วล่ะถ้าคนอื่นจะค้านก็ค่อยให้พวกนั้นทักมาคุยส่วนตัวเอาเอง

            เดินลงจากตึกตรงไปยังลานจอดรถที่ได้จอดเอาไว้ขณะที่กำลังไปตามทางเดินสายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่นั่งเล่นโทรศัพท์ที่ม้านั่งหน้าตึกเรียนนักศึกษาคนหนึ่งในชุดวอร์มกีฬาของมหาวิทยาลัยชุดวอร์มสีฟ้าที่แค่ดูก็รู้ว่าคงเป็นนักกีฬาฟุตบอลแน่

    เดินตรงเข้าไปหาเจ้าตัวพอใกล้ก็เริ่มเห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่เขาคิดแน่ๆ

            “ติม…สินะ”เจ้าของชื่อละจากมือถือเงยหน้ามองคนต้นเสียงพร้อมกับเลิกคิ้ว “ครับ?”

            “ไม่กลับบ้านหรอ”

            “เดี๋ยวกลับครับ”

            “พี่ไปส่งมั้ย”ติมเงยหน้ามองอีกคนพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างสงสัย “ไม่เป็นไรครับ ผมกลับเองได้”

            “เอาน่าเดี๋ยวพี่ไปส่ง”

            ติมเงยหน้ามองอีกคนพรล้อมกับขมวดคิ้วเป็นปมหนักกว่าเดิมก่อนจะย้ำคำตอบ“ผมกลับเองได้ครับ”

            “พี่ไปส่ง”สีหน้าของติมเริ่มเปลี่ยนพร้อมกับติ้วขมวดปมเป็นรอบที่สาม “ฝนมันจะตกเราพึ่งแข่งบอลมาด้วยจะได้กลับบ้านเร็วๆ จะได้กลับไปพักไง”

            ติมสูดหายใจลึกหันมองอีกคนด้วยความไม่เข้าใจ“แล้วแต่พี่เลยล่ะกัน”

            บรรยากาศบนลงเงียบสงบขนาดที่ว่าได้ยินเสียงแอร์กับเสียงรถยนต์ด้านนอกได้อยากชัดเจนติมเท้าคางกับกระจกพลางทอดมองวิวด้านนอกด้วยความเบื่อหน่าย

            “แข่งวันนี้เป็นไงมั่ง”ฟาโรห์เปิดประเด็นทำให้ติมเหลือบมองครู่นึงก่อนจะกลับไปมองวิวด้านนอกต่อ “ก็ชนะครับ”

            “ดีใจด้วยนะ”

            “ขอบคุณครับ”

            บรรยากาศ​ในรถกลับมาเงียบ​อีก​ครั้ง​ ไม่ใช่ว่าติมไม่อยากคุยกับเขาเพราะรังเกียจ​แต่เพราะเขารู้ว่าฟาโรห์​กำลังจีบเพื่อนตัวเองอยู่​

            “จะว่าไป​ เราอายุเท่าพี่ใช่มั้ย​ เห็นไทม์บอก”

            คำถามของฟาโรห์​ทำเอาติมถึงกับหันไปมองพร้อม​ขมวดคิ้ว​ “ครับ”

            “เกิดเดือนไหน”

            “สิงหาครับ”

            “งั้นก็เป็นน้องสินะ”

            ติมมองรุ่นพี่อย่างพินิจ​ก่อนจะเอ่ยคำถาม​ “ผมถามจริงนะ​ พี่ต้องการอะไรจากผมกันแน่​”

            “พี่ก็แค่อยากรู้จักเราก็แค่นั้นเอง”

            “ไม่ใช่ว่าจะตีสนิทผมเพื่อจะจีบไอ้ไทม์หรอ”

            ติมมองอีกคนเพื่อรอคำตอบ​ “ถ้าใช่แล้วจะทำไม”

            ฟาโรห์​หันมามองอีกคนแต่คราวนี้สายตาของเขามันไม่ได้ดูใจดีเหมือนกับตอนแรก​ แววตาที่ดูเหมือนมีเลศนัย​และดูน่ากลัวในเวลาเดียวกัน

            เขาไม่ชอบสายตาแบบนี้เลย​ มันเหมือนกับสายตาของคนๆ​ นั้น​ คนที่เขารังเกียจ​

            “จอดรถเดี๋ยว​นี้​ ผมจะลง”

            “ยังไม่ถึงนี่”

            “จอด​ เดี๋ยว​ นี้” ฟาโรห์​ไม่ได้ตอบโต้ยังคงขับรถไปตามถนนต่อ​

            “ผมบอกให้จอดไง!”

            รถยนต์​ที่กำลังเคลื่อน​ตัวจู่ๆ​ ก็จอดกระทันหันจนติมแทบหัวทิ่ม​ ติมจับหัวตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นแต่ก็พบว่ารถได้มาจอดที่หน้าบ้านของเขาเรียบร้อย​แล้ว​

            “ถึงแล้ว​ ลงสิ”

            น้ำเสียงที่ดูเย็นชาราวกับ​ว่าไอ้รุ่นพี่คนเมื่อกี้เป็นคนละคน​กัน

            ติมไม่รอยอกลาหรือเอ่ยคำขอบคุณ​เขารีบลงจากรถทันทีที่ตัวล็อคเปิดออก​ ตอนแรกเขาก็จะหันไปด่าสักคำก่อนจะเข้าบ้านแต่ก็ต้องชะงักเมื่อไอ้รุ่นพี่คนนั้นดันขับรถเข้ามาในบ้านหน้าตาเฉย

            “เห้ย​ ใครบอกให้เข้าบ้าน”

            ติมปรี่เข้าไปถามทันทีที่ฟาโรห์​ลงจากรถ​ “อยากเข้าเอง”

            “เพื่อ? กลับไปเดียวนี้เล-”

            “อ่าว​ มาแล้วหรอโรห์”เสียงชายวัยหลางคนเอ่ยขึ้นให้ทั้งสองคนที่ทำท่าจะทะเลาะกันต้องหยุดชะงักก่อนจะพาหันไปมอง

            “สวัสดี​ครับลุง”ฟาโรห์​ยกมือไหว้ราวกับรู้จักกันมาก่อนนั่นยิ่งทำให้ติมขมวดคิ้ว​หนักขึ้นกว่าเดิม

            “ดีๆ​ หืม​? รู้จักกับลูกชายลุงด้วยหรอ”

            “ผมเรียนสาขาเดียวกับติมครับ”

            “งั้นหรอเข้ามาก่อนสิ” ติมมองตามฟาโรห์ที่เดินเข้าบ้านก่อนจะเดินตามเข้าไปตอนนี้ความคิดในหัวของเขาตีกันไปหมด สรุปผู้ชายคนนี้ต้องการอะไรจากเขากันแน่

            ในห้องรับแขกโถงกว้างติมนั่งมองคนตรงหน้าที่กำลังพูดกับพ่อของเขาอย่างสนุกสนานราวกับว่ารู้จักกันมากว่า10 กว่าปี ทั้งที่ความจริงพึ่งรู้จักกันเมื่อปีที่แล้ว

            เท่าที่พ่อเล่าให้ฟังคร่าวๆคือพ่อของเขากับพ่อของฟาโรห์เป็นเพื่อนสมัยเรียน ทั้งสองท่านสนิทกันมากแต่พอช่วงหลังเรียนจบทำงานก็เริ่มไม่ได้คุยกันจนช่วงหนึ่งที่พ่อของฟาโรห์ล้มป่วยจนไม่สามารถทำงานได้แต่ก็ได้พ่อของติมช่วยเลยทำให้ฟาโรห์ได้รู้จักกับพ่อของเขา

            ขณะที่กำลังนั่งคุยกันอยู่นั้นอยู่ๆก็มีเสียงสั่นแจ้งเตือนจากมือถือทำให้ติมต้องหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นข้อความ​เพื่อนตัวเอง

            “ผมขอตัวขึ้นเปลี่ยน​ชุดก่อนนะ”

            พ่อพยักหน้า​รับ​ ติมหยิบของลุกออกไปโดยมีสายตาของฟาโรห์​มองตาม

            พอเข้าห้องของตัวเองเขาก็วางของนั่งลงที่ที่นั่งขอบหน้าต่าง​ที่ประจำ​ก่อนจะกดเข้าแชทแล้วพิมพ์​ตอบเพื่อนตัวเองทันที

            กลุ่มเครื่องปาสระอึ ที่มีอายุไขไร้กำหนดแล้วก็มีเสี้ยวชีวิตของกางเกงในตัวเมื่อวานซืนของชินจัง บัลมุงค์=เฟซาเรี่ยนไอแซ็ค=ชไนเดอร์ สองในสามที่เหลือของความรู้สึกเดียงสานั้น­หนึ่งในสามก็คือ ความรู้สึกกังวลหนังเล็บเปิด การทรยศที่ชั้นรู้คือการไม่รู้ชื่อแต่ทำเหมือนรู้ไปหมด แมวไม่อยู่หนูร่าเริง รักลูกให้ผูกรักวัวให้ตีแต่ที่จริงเมื่อกี้ก็คือ รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี แย่งกันไปมา ตาอยู่เอาไปกิน ปู๊ดปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด กระสุนอึเหลว (3)

            time00.00 : ส่งรูปภาพ​

            time00.00 : อร่อยยยยยยยย

            BOOM: พี่ลูซี่เลี้ยงหรอ

            time00.00 : ช่ายยยย

            BOOM: ไอ้รูป3​ คือ?

            BOOM: แหวนหมั้นหรอ

            time00.00 : ไม่ใช่​ๆๆๆๆ

    time 00.00 : เห็น​มันสวยก็เลยใส่​ แล้วพี่ลูซี่ก็ใส่ด้วยเห็นมันคู่กันเลยถ่ายเฉยๆ

            BOOM: จ้าๆ​ แค่คู่กันจ้า

            time00.00 : ส่งสติกเกอร์​

            tim????: คบๆ​ ไปเลย

            tim????: ไม่ต้องไปสนใจไอ้พี่ฟาโรห์แล้ว

            time00.00 : เอ๊ะ? ทำไมอ่ะ

            BOOM: แปลกๆ นะ วันนั้นมึงยังไม่ดูไม่รังเกียจพี่เขาขนาดนี้เลยหนิ

            BOOM: เกิดไรขึ้นวะ

            tim????: แม่งเหี้ย

            time00.00 : ห๊ะ?

            ยังไม่ทันจะพิมพ์ต่อจู่ๆก็มีมือปริศนามาดึงโทรศัพท์เขาไป ซึ่งคนที่ดึงก็ไม่ใช่ใครนอกจากฟาโรห์

            ฟาโรห์เหลือบมองแชทที่ติมคุยกับเพื่อนก่อนจะเหลือบมองอีกคนที่ตอนนี้ทำท่าเหมือนจะพร้อมซัดเขาทันที

            “พิมพ์แบบนี้ได้ไงใจร้ายจังนะ”

            “เอาโทรศัพท์คืนมา”

            ติมยื่นมือหมายจะเอาโทรศัพท์คืนแต่อีกคนกลับยกมือสูงขึ้นทำให้ติมที่เตี้ยกว่าไม่สามารถหยิบได้

            “บอกให้เอามาไง”

            “ได้แต่ต้องแก้ที่พิมพ์ไปด้วย”

            “คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม”

            “แต่สิ่งที่เราทำคือใส่ร้ายป้ายสีพี่อยู่นะ”

            “แล้วมันสมควรมั้ยล่ะเหอะ จะจีบกันแต่เอาคนอื่นเป็นทางผ่าน ถ้าไม่มีปัญญาขนาดนั้นจะไปจีบทำไม”

            ฟาโรห์มองคนตรงหน้านิ่ง“พูดแบบนี้แสดงว่าเคยโดนมาก่อนสินะ”

            พูดจบติมก็จับคอเสื่อของเขาก่อนจะกระแทกติดกำแพงอย่างแรง“แม้จะเป็นรุ่นพี่ที่จีบเพื่อนผมก็ซัดหน้าได้นะ”

            แม้น้ำเสียงจะดูโมโหแต่แววตาของติมกลับมีน้ำตาเอ่อออกมาก่อนจะปล่อยมือออกและหันหลังเพื่อจะปกปิดน้ำตาที่เอ่อออกมา

            ฟาโรห์ลอบถอนหายใจก่อนจะเดินไปหาติมหมายจะเข้าไปปลอบแต่ก็ถูกอีกคนปัดมือออก​

            “อย่ามายุ่ง!!”

            ใบหน้าหล่อที่ตอนนี้มีแต่น้ำตา​ไม่เหมือนติมคนก่อนหน้าที่เคยซัดพวกแป๊กจนสลบเหมือด

            “ออกไปได้แล้ว​ แล้วก็อย่าโผล่หน้ามาให้เห็นอีก”ฟาโรห์ถอนหายใจก่อนเดินออกจากห้องตามคำสั่ง​

            ประตู​ปิดลงพอเห็นว่าอีกคนออกไปแล้วติมก็ทิ้งตัวเองลงบนเตียงก่อนปล่อยโฮออกมา

            เขายังจำได้ดี​ เมื่อครั้นตอนที่ยังเรียนปวช.ปี​ 1​ เขาได้หลงรักผู้ชายคนหนึ่ง​ คนๆ​ นั้นเข้ามาตีสนิทจนติมเริ่มชอบ​ แต่แล้ววันหนึ่ง​ วันที่เขาไปสารภาพ​รัก​ ผู้ชายคนนั้นกลับปฏิเสธ​กลับมาและบอกว่า

            “เหอะ!ชอบหรอ​ บ้าป่ะ​ มึงมันก็แค่ทางผ่านกับของเล่นแก้เบื่อกูเท่านั้นแหละ​”

            ถึงแม้ตอนแรกติมจะรู้ดีอยู่เเล้ว​ว่าคนๆ​ นั้นไม่ได้ชอบเขา​ แต่ไอ้รูปประโยคกับสายตาน่ารังเกียจ​นั่นมันทำให้เขาโมโหจนฟิวส์ขาดจนเผลอลงมือซัดจนคนๆ​ นั้นถึงกับเสียโฉมไปเลย​

            เขารู้ว่าตอนนั้นมันเป็นเพียงอารมณ์​ชั่ววูบ​ รู้ว่าเขาทำผิดมากแค่ไหน​ และก็รู้ว่าตัวเองผิดเองที่ไปหลงเชื่อคารมบ้าๆ​ นั่น​ ไม่งั้นเขาก็คงไม่ต้องมานั่งจมปลัก​กับความหลังอันน่ารังเกียจ​นั่น

            ส่วนเรื่องที่บอกว่าสายตาของฟาโรห์​เหมือน​กับ​ของ​คนๆ​ นั้นเขาพูดไม่ผิด​ มันเหมือนจริงๆ

            แววตาอันน่ารังเกียจ​นั่น​ เขาไม่อยากเห็​น​ เพราะทุกครั้งที่​เห็น​แววตานั้นทีไรมันรู้สึกอึดอัดจนอยากจะอ้วกทุกครั้ง​

            แล้วถึงแม้จะรู้ว่าฟาโรห์ไม่ใช่ชายคนนั้นแต่สายตาเหมือนกัน เหมือนจนเขาไม่อยากอยู่ใกล้

            เสียงมือถือสั่นจนทำให้ติมที่กำลังเช็ดน้ำตาต้องหันไปเปิดมือถือแต่พอเห็นชื่อติมก็ถึงกับคิ้วขมวด

            farohadd friend you

            faroh: ส่งรูปภาพ

            faroh: ลืมของ

            faroh: เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่เอาไปให้

            faroh: แล้วก็ห้ามบล็อค ห้ามหนีด้วย ไม่งั้นพี่ไม่คืน

            ติมจิ๊ปากกำมือถือแน่นด้วยความโมโหไอ้ที่เขาลืมมันคือมือถืออีกเครื่องแล้วเครื่องนั้นมันเป็นเครื่องที่พ่อซื้อให้ตอนช่วงเรียนปวช.

    สมองพยายามเค้นความคิดก่อนจะตัดสินใจแล้วกดปุ่มบนหน้าจอ

            you block faroh

            ช่างแม่งค่อยบอกพ่อว่าหายล่ะกัน

     

    คล้ายกับเรื่องtime- ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592