(นิยายแปล) ออกเมืองมาปลูกผัก ดันมีรักมาทักทาย

    ตอนที่ 17 หาอาหาร

    ตอนที่ 17 หาอาหาร

            หลังจากตัดไม้ทั้งหมดให้เป็๞แผ่นที่มีความหนาใกล้เคียงกันแล้ว ก็ใช้ตะปูประกบแผ่นไม้เข้าด้วยกัน ตอกให้กลายเป็๞ไม้แผ่นใหญ่

            ระหว่างนั้นมู่เจ๋ออวี่ก็กลับเข้าไปในบ้าน หยิบน้ำจากตู้เย็นมาขวดหนึ่งแล้วยื่นให้กัวเทียน

            เขาเปิดฝาเงยหน้ากระดกอึกใหญ่ ดื่มเสร็จก็ปิดฝาวางไว้ด้านข้างแล้วทำงานต่อ

            วันนี้ทั้งสองต่างช่วยกันทำอยู่นาน มู่เจ๋ออวี่ที่ไม่เคยทำงานหนักพวกนี้ก็รู้สึกว่าใช้แรงไปไม่น้อย ไม่นานฝ่ามือก็มีตุ่มน้ำพองขึ้น เพื่อไม่ให้กัวเทียนหัวเราะเยาะตัวเอง เขาจึงไม่พูดอะไร และช่วยกอีกฝ่ายสร้างห้องน้ำต่อ

            กระทั่งเวลาหนึ่งทุ่ม ห้องน้ำอย่างง่ายๆ ก็สร้างเสร็จสักที ทั้งสองคนต่างเหนื่อยจนเนื้อตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อ กัวเทียนมองดูห้องน้ำที่สร้างเสร็จตรงหน้าพลางเอ่ย “ไม่คิดเลยว่าของที่สร้างง่ายๆ แบบนี้ พอทำเข้าจริงๆ ก็ไม่ง่ายเลย”

            มู่เจ๋ออวี่ชี้นิ้วไปที่รูบนกำแพงห้องน้ำ อดถามไม่ได้ “ทำไมถึงเหลือรูเอาไว้ล่ะ”

            “คราวหน้าจะใส่ฝักบัวเข้าไป แล้วก็หาแท็งก์น้ำกับถังแก๊สมาไว้ด้วย หน้าหนาวใช้น้ำร้อนอาบน้ำจะได้ไม่หนาว” กัวเทียนอธิบาย

            มู่เจ๋ออวี่พยักหน้าเอ่ยว่า “คุณนี่รอบคอบดีจริง”

            เพราะเหนื่อยมาแล้วทั้งวัน ตอนเที่ยงก็กินซุปที่ตุ๋นไปเมื่อเช้า ตกเย็นจึงไม่มีอะไรให้กินอีก กัวเทียนและมู่เจ๋ออวี่นอนตากแอร์อยู่บนเตียงอย่าง๠ี้เ๷ี๶๯ขยับตัวไปไหน

            ทั้งสองอ้อยอิ่งกันอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งมีเสียงโครกครากดังขึ้นจึงมองหน้ากัน กัวเทียนลุกขึ้นนั่งแล้วเอ่ย “ไปกันเถอะ ผมจะพาคุณไปหาของกิน”

            “ดึกขนาดนี้แล้ว จะมีของกินที่ไหนอีก” มู่เจ๋ออวี่มองออกไปด้านนอก ท้องฟ้ามืดแล้ว ทั้งยังอยู่ในชนบท เขาจึงนึกสงสัยว่ากัวเทียนจะพาเขาไปหาของกินที่ไหน

            “ตามมาก็พอ” กัวเทียนคว้ารีโมตปิดแอร์ ก่อนเดินนำออกไป

            มู่เจ๋ออวี่จึงลุกขึ้น แล้วสวมรองเท้าแตะออกจากบ้านตามไป

            เวลานี้แม้ไม่มีพระอาทิตย์ แต่ก็ยังมีลมพัด ทว่าก่อนหน้านี้เพิ่งออกมาจากห้องแอร์ ทำให้กัวเทียนรู้สึกถึงไอร้อนที่พุ่งเข้ามาปะทะหน้า ตอนนี้ตากแอร์จนชินไปแล้ว เมื่อก่อนยังชินกับความร้อนด้านนอกอยู่บ้าง ตอนนี้กลับรู้สึกไม่สบายตัวเอาเสียเลย

            มู่เจ๋ออวี่เดินตามหลังมาติดๆ เขาหันกลับไปมองอีกฝ่ายที่กำลังมองไปรอบๆ จากนั้นก็เดินนำหน้าต่อไป

            มู่เจ๋ออวี่ไม่รู้ว่ากัวเทียนจะพาเขาไปไหน พอมองไปรอบๆ ตัว ตอนนี้ยังไม่มืดสนิท ยังเห็นทิวทัศน์รอบๆ อยู่บ้าง ตกดึกแล้วชนบทก็ยิ่งดูเงียบสงบอย่างชัดเจน บางครั้งก็เจอสุนัขเฝ้าบ้านตัวสองตัวนอนอยู่ด้านนอกด้วย

            มู่เจ๋ออวี่ชอบความรู้สึกเงียบสงบแบบนี้มาก เหมาะจะนั่งเหม่อนิ่งๆ มากทีเดียว

            เดินมาได้เกือบสิบนาที กัวเทียนที่อยู่ข้างหน้าก็หยุดลง มู่เจ๋ออวี่ละสายตาไปมองอีกฝ่ายและแวดล้อมรอบๆ ตัวอีกครั้ง จึงพบว่าพวกเขามาหยุดอยู่ที่แปลงถั่วลิสง

            มู่เจ๋ออวี่ถาม “ที่นี่มีของกินเหรอ”

            กัวเทียนพยักหน้า เขาก้มตัวลงแล้วดึงต้นถั่วลิสงออกมาต้นหนึ่ง จากนั้นก็ดึงอีกหลายต้นแล้วหันมาพูดกับมู่เจ๋ออวี่ “ไปกัน ข้างหน้ามีแม่น้ำ พวกเราไปล้างกันตรงนั้น”

            “กินไอ้นี่น่ะเหรอ” มู่เจ๋ออวี่รู้สึกแปลกใหม่สุดๆ

            “ใช่ กินไอ้นี่แหละ คุณเคยกินถั่วสิลงที่เพิ่งถอนออกมารึเปล่า” กัวเทียนถามขณะเดินไปเรื่อยๆ

            “ก็ยังไม่เคยหรอก หรือว่าถั่วลิสงที่เพิ่งถอนขึ้นมากับถั่วลิสงที่พวกเรากินตามปกติไม่เหมือนกันงั้นเหรอ” มู่เจ๋ออวี่ถาม

            “แน่นอนสิ ถั่วลิสงที่เพิ่งเก็บสดๆ จะมีน้ำเยอะมาก รสชาติก็ดีมาก ส่วนตัวผมคิดว่ามันอร่อยกว่าถั่วลิสงตากแห้งซะอีก”

            ครั้งนั้นบังเอิญได้ชิมถั่วลิสงที่เพิ่งถอนขึ้นมาใหม่ กัวเทียนจึงพบว่าที่แท้ถั่วลิสงที่เพิ่งถอนขึ้นมานั้นรสชาติดีมาก อร่อยกว่าเขาเคยกินเป็๞ประจำเป็๞ไหนๆ ดังนั้นบางครั้งก็ถอนมันมากินเวลาพักผ่อน

            

            แต่ด้วยยังไม่ถึงฤดูเก็บเกี่ยว ถั่วลิสงบางต้นยังไม่สุกดี ดังนั้นจึงไม่ได้ถอนบ่อยนัก เพราะเป็๞การสิ้นเปลืองเปล่าๆ