ทุกคนเรียกเขาว่า“เทพแห่งโรคภัย” คิมแจซอก ชายวัยห้าสิบต้น ๆ นักธุรกิจผู้มั่งคั่งเ้าของมูลนิธิช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้สร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่กลางเมืองจองเฮ ที่รักษาฟรีสำหรับคนจนไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีเงื่อนไข
ข่าวโทรทัศน์ชอบถ่ายภาพเขายืนจับมือคนไข้ผู้สูงอายุร้องไห้ เด็ก ๆ ส่งดอกไม้ให้ ผู้คนเรียกโรงพยาบาลนั้นว่า
“ที่พึ่งสุดท้ายของผู้ยากไร้”
แต่ไม่มีใครรู้ว่าในโลกอีกด้านหนึ่งคนอีกกลุ่มเรียกมันว่า “ตลาด”
แจซอกเติบโตมากับโลกมืดเขาไม่ได้เริ่มจากการเป็คนใจดี เขาเริ่มจากเป็คนยากจน และเมื่อเติบโตก็เข้าใจว่าความสิ้นหวังมีราคา ในอดีตเขาเป็คนกลางของเครือข่ายอาชญากรรม เงิน อำนาจและความกลัวทำให้เขาอยู่รอด แต่เมื่ออายุมากขึ้นเขาเริ่มมองเห็นว่าความรุนแรงเปิดเผยเกินไป สิ่งที่ทำกำไรที่สุด ไม่ใช่ยาไม่ใช่อาวุธ แต่คือ “ความหวัง”
แรกเริ่มเดิมทีการตั้งมูลนิธิมีไว้เพื่อใช้เลี่ยงภาษีและฟอกเงินแต่ต่อมาธุรกิจนั้นทำให้เขาพบช่องทางอีกอย่าง เขาสร้างโรงพยาบาล ผู้คนบริจาคบริษัทสนับสนุน สื่อยกย่องแต่แท้ที่จริงแล้ว เขาใช้ประโยชน์จากคนพวกนั้น
เขานำอวัยวะของคนไข้ไปขายโดยจะคัดเลือกเหยื่อ ที่เป็คนไร้ญาติ ไร้ตัวตน คนที่ถึงจะหายไป ก็ไม่มีใครสนใจไม่ต้องลงมือเอง แค่แสร้งทำหน้าเศร้าแล้วพูดว่า
“เราพยายามเต็มที่แล้ว”
เพียงเท่านั้นคนทั้งโลกก็พร้อมจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดแล้ว
เขามีภรรยาชื่อมินยอง เธอเป็ลูกคนรวยมีชาติตระกูลผู้หญิงสุขุมที่มักยืนข้างเขาในงานการกุศลเสมอทั้งคู่มีลูกชายหนึ่งคน คืออิมโยอัน เด็กหนุ่มวัย 8 ปีที่เติบโตมาอย่างสุขสบายกับคฤหาสน์หลังใหญ่ บ้านของพวกเขาเหมือนภาพในนิตยสาร
ทานอาหารเย็นพร้อมหน้า มีวันหยุดครอบครัว และรอยยิ้มในรูปถ่าย
แต่ภาพลักษณ์เ่าั้ ไม่ใช่ความจริงชีวิตคู่ของพวกเขา มันเป็เพียงธุรกิจเช่นกัน การอยู่ด้วยกันของเขากับมินยองนั้นเป็เหมือนคู่ค้าพ่อของเธอเป็นักการเมือง มันเอื้ออำนวยต่อธุรกิจสีเทาที่เขาทำเป็อย่างมาก
แจซอกเป็พวกชอบกดขี่เขามีผู้หญิงมากมาย บางคนเป็พนักงาน บางคนเคยได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิ บางคนติดหนี้ บางคนแค่อยากได้เงินไม่มีการผูกมัด เมื่อใดที่เขาเบื่อ เขาก็จะเฉดหัวพวกเธอทิ้งอย่างไร้ค่า
แจซอกไม่เคยปิดบังเื่ที่เขามีผู้หญิงมากมายเขาพาพวกเธอมานอนกกที่บ้านอย่างเปิดเผย มินยองก็รู้เื่นี้ดีแต่ก็ทำได้แค่เพียงเงียบ และเก็บความคับแค้นใจไว้ภายใน หลายครั้งที่เธอทำร้ายผู้หญิงพวกนั้นบางคนเจ็บเล็กน้อยถ้าหนีทัน บางคนถึงกับสาหัส และบางคน....ตาย
แจซอกเป็คนปิดข่าวและถึงแม้ว่าเขาจะไม่ทำอะไรพ่อของเธอก็ไม่มีทางยอมให้ลูกสาวติดคุกอยู่แล้ว ดังนั้นเธอก็เลยได้ใจทุกครั้งที่แจซอกพาผู้หญิงมาที่บ้านเมื่อไหร่เธอก็จะทำร้ายจนผู้หญิงพวกนั้นทนอยู่ไม่ได้และหนีไปในที่สุด
“เลิกทำตัวงี่เง่าสักทีผมี้เีตามล้างตามเช็ดให้คุณแล้วนะ”
แจซอกเริ่มต่อว่าเมื่อเห็นเธอเดินผ่าน
“ตราบใดที่คุณยังไม่เลิกเอาพวกมันฉันก็ไม่มีวันเลิกเหมือนกัน”
ตาต่อตา ฟันต่อฟันผู้ร้ายเจอผู้ที่ร้ายกว่า แจซอกไม่ได้ยอมเพราะกลัว แต่เขายอมเพราะเธอยังมีประโยชน์
หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยพาผู้หญิงมาที่บ้านอีกจนในวันหนึ่ง โยอันเริ่มโต แจซอกรับรู้ได้ถึงพฤติกรรมที่ไม่ปกติของลูกชาย ไม่ใช่เพราะเขาเป็พ่อที่ใส่ใจแต่เพราะสิ่งที่โยอันทำ มันทำให้เขาหวาดกลัว
โยอันในวัย10 ปี เด็กหนุ่มไม่ได้มีปัญหาในโรงเรียน ไม่ได้ทะเลาะกับใคร ผลการเรียนดี พูดจาสุภาพ แต่แววตานั้นกลับไม่มีความกลัวสิ่งใดบนโลกทุกครั้งที่ถูกพ่อตี เขาก็จะยืนนิ่ง ไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย หรือแม้แต่แก้ตัวบางครั้งยิ้มออกมาด้วยซ้ำ
แม้ว่าแจซอกจะตีเขาจนไม้หักหรือตีจนแทนเขาแทบหลุด หรือจนเืไหลเต็มตัว เขาก็จะนิ่งและมองกลับด้วยแววตาเคียดแค้น
“เหนื่อยแล้วใช่มั้ย งั้นผมขอกลับห้องก่อนแล้วกัน”
นั่นเป็คำพูดที่พูดกับพ่อหลังจากโดนทำโทษอย่างหนักใบหน้าที่ไม่สนใจว่าตัวเองต้องถูกทำโทษ เพราะขัดคำสั่ง ทำให้แจซอกยิ่งโมโห
เมื่อไม่สามารถควบคุมลูกได้เขาจึงจ้างนักจิตวิทยาคนหนึ่งมาดูแล ไม่ใช่เพราะอยากรักษา แต่เพราะอยาก “แก้ไข”ก่อนที่ลูกจะสร้างปัญหา นักจิตวิทยาสาวคนนั้นชื่อฮานะเป็ม่ายสาววัย 38 เธอมักมากับลูกสาวที่อายุแก่กว่าโยอัน 6 ปี เธอชื่อชูรัน
ชูรันกำลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยเธออยากทำงานเป็นักจิตแพทย์เหมือนแม่ของเธอ ทันทีที่เจอโยอันเธอก็เข้าไปทัก
“สวัสดีค่ะคุณหนูโยอัน”
เด็กน้อยไม่ตอบ ไม่หันมามอง และไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาเขานั่งนิ่งอ่านหนังสือต่อไป แต่ชูรันกลับนั่งอยู่ตรงนั้นไม่ยอมไปไหน ไม่ถามและไม่พูด เพียงแต่จ้องมองโยอันอยู่อย่างนั้น
หนึ่งชั่วโมง สองชั่วโมง สามชั่วโมง ผ่านไป จนถึงชั่วโมงที่ห้าในที่สุดโยอันก็ยอมหันมา
“เธอชื่ออะไร?”
“ฮานชูรันค่ะ”
หลังจากนั้นทุกครั้งที่ฮานะมาที่บ้านชูรันก็จะไปหาโยอันตลอดไม่เคยมีบทสนทนา เธอจะแค่ยืนมอง เดินตาม และนั่งเฝ้าแบบนั้นแต่ว่า...แค่นั้นมันก็เพียงพอสำหรับแจซอกแล้ว เพราะการที่มีชูรันคอยอยู่ด้วยตลอดเวลาทำให้โยอันไม่สร้างปัญหาโยอันจะอยู่ในพื้นที่ตัวเองและยอมทำตามคำสั่งโดยไม่มีเงื่อนไขอีก
ความเลวร้ายเกิดขึ้นหลังจากนั้นเพราะหลังจากที่ฮานะมาที่บ้านทุกวัน ไม่นานนักแจซอกก็มีความ้าในตัวเธอเขาเริ่มเข้าถึงตัวเธอมากขึ้น เรียกเธอไปหาที่ห้อง และเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆเขาใช้อำนาจในการบังคับเมื่อเธอเริ่มขัดขืน
สุดท้ายฮานะก็ต้องยอมจำนนด้วยความกลัวในอำนาจ แต่นั่นก็เป็แค่่แรกๆ เมื่อเธอได้รับเงินจำนวนมาก บ้านและรถ เธอก็เริ่มติดใจ เธอมาที่บ้านบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดแจซอกก็ให้เธอมาพักที่บ้านอีกหลังที่ติดกับคฤหาสน์ของเขา
แน่นอนว่ามินยองไม่พอใจแต่แจซอกใช้ข้ออ้างว่าเพื่อโยอัน เธอจึงต้องจำใจยอมรับ เพราะหลังจากแม่ลูกคู่นี้มาโยอันก็ดูสงบเสงี่ยมลงมากจริง ๆ
ความสัมพันธ์แอบกินกันลับ ๆของแจซอกกับฮานะถูกจับได้ในไม่นาน มินยองตบตีทำร้ายฮานะ และไม่เว้นแต่ชูรัน เธอโดนทำร้ายหลายครั้งรุนแรงถึงขึ้นผลักเธอตกบันไดจนหัวแตก ทำให้เกิดแผลเป็ใหญ่ที่หน้าผากด้านขวาของเธอ
เื่นั้นทำให้ฮานะตัดสินใจพาชูรันออกจากบ้านของแจซอกเธอไม่้าให้ลูกถูกทำร้าย แต่ทว่า..แจซอกกลับไม่ยอม เธอรู้เื่มากเกินไปมากเกินกว่าจะปล่อยให้ออกไปสู่โลกภายนอกได้ เขากักขังเธอและลูกไว้ในบ้านไม่ยอมให้ไปไหน โยอันถูกส่งไปเรียนต่อเมืองนอก เพื่อไม่ให้สร้างปัญหาได้
เงินทองของมีค่ามากมาย ถูกกองไว้ในบ้าน เพื่อให้ฮานะได้อยู่อย่างสุขสบายมีคนรับใช้และพ่อบ้าน ไม่ใช่เพื่อคอยรับใช้เพียงอย่างเดียวพวกเขายังคอยจับตามองไม่ให้เธอหลบหนี
มินยองเริ่มรู้สึกว่าแจซอกเปลี่ยนไปเขาไม่เคยเก็บผู้หญิงไว้นานขนาดนี้ เขาแวะไปหาฮานะแทบทุกวันแถมยังให้คนคอยเฝ้าอย่างใกล้ชิดจนเธอเองไม่สามารถเข้าใกล้บ้านนั้นได้
“คุณชอบเธองั้นเหรอ?”
มินยองเอ่ยถามสิ่งที่สงสัย
“ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ”
“จะเก็บเธอไว้นานแค่ไหน ทำไมไม่จัดการซะ”
แววตาที่หันมามองตอนที่เธอพูดเช่นนั้นมันน่ากลัวมากเสียจนทำให้เธอถึงกับสะดุ้ง
“อย่ายุ่งกับเธอ...ผมเตือนแล้วนะ”
นั้นเป็คำขู่...แต่เธอไม่ได้เกรงกลัวสิ่งนั้น
“คุณจะกล้าทำอะไรฉัน....”
เธอหัวเราะหึหึ ออกมา แต่นั่นมันคือคำท้าทายที่ผิดมหันต์แจซอกลุกขึ้นเอาบีบคอเธอ
“ถึงพ่อคุณจะใหญ่แค่ไหน แต่เส้นสายของผมในตอนนี้สามารถทำให้เขาหลุดจากตำแหน่งได้อย่างง่ายๆ คุณเองก็เช่นกันอย่ายุ่งกับเื่ของผม ไม่เช่นนั้น...ผมจะฆ่าคุณ”