บทที่ ห้า
เข้า่ท้ายวสันต์ลมโชยหอบกลิ่นดอกท้อผ่านม่านบางเข้ามาให้เรือนหญิงสาวที่นอนเอกเขนกรับลมพลางคิดที่เผ่าซาเฟิงไม่มีลมกรุ่นกลิ่นผกาเช่นนี้มีแต่ลมผสมเม็ดทรายจนต้องสวมผ้าปิดหน้าใน่นี้ที่ลมพัดแรงบ้างที่หลิวชิงเซียงก็เริ่มคิดว่าถ้าหลี่เสวี่ยทนเดินทางนานๆ ไหวการได้อยู่เมืองหลวงสุขสบายอาจจะดีเสียกว่า
แผนการเก็บตัวในเรือนนั้นผ่านไปด้วยดีผ่านมาสองวันหลิวชิงเซียงไม่ได้ก้าวออกไปไหนเลยนอกจากด้านหลังตำหนักเพื่อแอบฝึกวรยุทธ์ที่เหลือคือกินนอนเดินเล่นในเรือน ดีนัก..อีกหน่อยนางก็ไม่ต้องแต่งกายทำผมเสียเลย
“หลี่ตาอิ้งจะหมกตัวอยู่แต่ในเรือนแบบนี้หรือเ้าคะออกไปเดินเล่นอุทยานหลวงสักหน่อยดีหรือไม่” อิงหลานที่กำลังช่วยซ่อมชายกระโปรงที่เมื่อวานนางทำขาดจู่ๆ ก็กล่าวขึ้นมา
ด้านฟ่านหรูที่กำลังปัดกวาดเครื่องเรือนที่มีน้อยนิดได้ยินก็ร้องรับทันทีอย่างเห็นด้วยนายหญิงคนอื่น่นี้พากันเดินอุทยานอวดโฉมแข่งกับบุปผานานาพันธุ์ทั้งได้ชื่นชมความงามสวนสวยทั้งได้อวดความงามตัวเองใครจะรู้ว่าอาจจะได้พานพบเ้าแผ่นดินและได้ถูกตาต้องใจได้เข้าปรนนิบัติเพราะเมื่อคืนก็ไม่มีการพลิกป้ายเสียด้วย ไม่รู้ว่าราชกิจจะยุ่งหรือไม่คิดจะเสด็จกันแน่
หลิวชิงเซียงที่ตั้งมั่นแล้วว่าจะไม่ออกไปไหนใน่หนึ่งอาทิตย์นี้พลันส่ายหน้า“ถ้าพวกเ้าเบื่อก็ไปเดินเล่นเถอะข้าอยู่ได้”
ผู้เป็นายไม่ไปไฉนเลยบ่าวอย่างพวกนางจะไปเดินเล่นกันได้
“หลี่ตาอิ้งไม่ไปหม่อมฉันก็ไม่ไป”
โถ..ขาพวกเ้าไม่ได้ผูกติดกับข้าเสียหน่อยหลิวชิงเซียงคิดในใจหากแต่ก็รู้ว่าทำไมนางกำนัลทั้งสองถึงไม่ไปแต่นางก็ไม่ใจอ่อนพอที่จะพาพวกนางไปเดินเล่นอุทยานหลวงที่เปรียบดั่งสนามรบทางวาจาไปเดินเล่นก็เหมือนเอาขายื่นเข้ากรงให้ราชสีห์แทะกินนะสิ
“หรือหลี่ตาอิ้งจะเกรงว่าจะทำอาภรณ์ขาดอีกเมื่อวานห่างไปครู่เดียวก็สะดุดล้มหลี่ตาอิ้งอาจจะยังไม่คุ้นชินอาภรณ์อย่างคนต้าเหว่ยเ้าคะ?” หลังจากเหตุการณ์เมื่อวานก่อนหลิวชิงเซียงบอกกับสองนางกำนัลว่านางกำลังออกไปเดินเล่นรอบๆตำหนักโหล่วจือแต่สะดุดเข้าเสียก่อน ขากลับเข้าตำหนักจึงชายกระโปรงขาดเช่นนี้
“ข้าเริ่มคุ้นเคยดีแล้ว อยู่ต้าเหว่ยก็ควรแต่งกายอย่างต้าเหว่ยให้แต่งอย่างเผ่าซาเฟิงนั้นไม่เหมาะอาภรณ์ที่ข้านำติดมายังมีอีกหลายชุดก็จริงแต่ละที่ก็ไม่เหมาะกับภูมิภาคนี้”
“ไว้รอได้เงินเดือนครั้งหน้ามาหลี่ตาอิ้งนำไปซื้อผ้าเพิ่มสักสองสามพับดีไหมเ้าคะหม่อมฉันเย็บผ้าเป็สามารถตัดชุดให้ได้ ไม่ต้องส่งให้ห้องผ้าตัดก็ได้”
หลิวชิงเซียงที่นอนเอกเขนกพลันชันตัวขึ้นเมียงมองสตรีทั้งสองแล้วอมยิ้มเบาๆ“พวกเ้าดูแลข้าดีขนาดนี้ข้าชักรู้สึกผิดแล้ววันก่อนก็นำอัฐส่วนตัวมาใช้ให้กงกงที่นำสาร ครั้งนี้ก็จะตัดชุดให้อีกเกินหน้าที่ไปแล้วจากนี้ไม่ต้องทำอะไรแบบนั้นอีกนะ”
อิงหลานที่ตลอดเวลาก้มหน้าซ่อมอาภรณ์ให้หลี่ตาอิ้งก็เงยหน้าขึ้น“ไม่นับว่าเกินหน้าที่หรอกเ้าค่ะเพราะอย่างไรก็ว่างไม่ค่อยมีอะไรทำอยู่แล้ว ตัดชุดเท่านี้ไม่ใช่ปัญหา”
ที่อิงหลานว่ามานั้นก็จริงเช่นตอนนี้นางว่างเสียยิ่งกว่าอะไรดี ว่างชนิดที่ว่าแทะเมล็ดแตงจนเบื่อถึงมานอนรับลมพร้อมกลิ่นดอกท้ออย่างนี้“ก็จริง..ข้าชักสงสัยแล้วว่าพวกสนมเขาทำอะไรกันเวลาว่างเช่นนี้”
“หม่อมฉันก็ไม่ทราบเ้าค่ะหลี่ตาอิ้งเป็นายหญิงคนแรกของหม่อมฉันเช่นกัน” ฟ่านหรูหยุดมือที่ทำงานลงแล้วเริ่มครุ่นคิดให้นายหญิงว่าอะไรที่สนมส่วนใหญ่น่าจะทำกันเวลาว่าง
“หลี่ตาอิ้งลองฝึกปักถุงหอมมงคลเพื่อมอบให้ฝ่าาดีไหมเ้าคะ”
“หรือฝึกปรุงชาไว้เตรียมรับรองฝ่าาเวลามาเยี่ยมเรือน”
ทำไมงานอดิเรกนางจะต้องไปเกี่ยวพันกับบุรุษด้วยเหล่าได้ยินสองนางกำนัลกล่าวมานางก็ทำปากบุย “ไว้ได้เงินเดือนมาข้ามิสู่ซื้อตำรามาอ่านเล่นดีกว่าไม่เอาอาภรณ์ไม่เอาเครื่องประดับแล้ว ไม่ฝึกเย็บปักไม่ฝึกทำอาหารอะไรทั้งนั้น” หลิวชิงเซียงเอนตัวกลับไปนอนดั่งเดิมพลางนึกในใจถูกพลิกป้ายไปหนึ่งครั้งใช้ว่าปาฏิหาริย์จะเกิดซ้ำสอง
ขณะที่หลิวชิงเซียงกำลังเอนตัวใกล้ถึงหมอนใบเล็กศีรษะค่อยๆปรับมุมหาองศาที่เหมาะสมจะให้นอนสบายแต่เสียงประกาศหน้าตำหนักก็ดังลั่น
“หลี่ตาอิ้งรับราชโองการ” ในห้องโถงตำหนักเล็กที่เงียบสงบของตำหนักโหล่วจือมีประกาศลั่นจนได้ยืนเสียงแว่วมาถึงเรือนของนาง
“หลี่ตาอิ้ง?” หญิงสาวร่างบางแต่คงมีความห้าวหาญอยู่ในทีเอ่ยทวนไม่แน่ใจว่าได้ยินผิดหรือไม่ ท่ามกลางความเงียบหลังจากนั้นขันทีคนสนิทของฮ่องเต้หลี่ต้ากงก็เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบแต่สำรวมจนถึงหน้าเรือนของหลี่ตาอิ้ง
“หลี่ตาอิ้งรับราชโองการ” เสียงขันทีกล่าวเสียงดังพร้อมค้อมตัวอย่างนอบน้อมขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้นางไม่มีทางได้ยินผิด
อิงหลานวางกระโปรงที่กำลังซ่อมในมือทันทีฟ่านหรูก็วางผ้าที่เช็ดเครื่องเรือนลงถัดมาทั้งสองหันมองนายหญิงที่เอกเขนกอยู่ที่บัดนี้ตัวแข็งเกร็งค้างหลิวชิงเซียงแม้หัวใจจะเต้นระรัวภายในเท่านั้นสิ่งที่แสดงออกมามีเพียงสงบนิ่งและความสงสัยทำไมมีราชโองการมาถึงนางได้ หรือว่า..ความจริงถูกเปิดโปงแล้วหากเป็เช่นนั้นควรเป็หมายจับมิใช่หรือ?
“รีบออกไปเถอะเ้าค่ะ” ฟ่านหรูเห็นนายหญิงไม่ขยับกายเลยั้แ่เสียงประกาศเรียกจึงรีบเข้ามาพยุงหลี่ตาอิ้งหลิวชิงเซียงรีบสลัดความคิดทิ้ง คิดไปก็เปล่าประโยชน์จึงลุกออกไปหน้าเรือนเดินมาถึงก็คุกเข่าลงอย่างสุภาพก้มศีรษะต่ำ
หลี่ต้ากงผู้เป็หัวหน้าขันทีเปิดกล่องราชโองการที่ประดับด้วยลวดลายัทองพลางค่อยๆหยิบม้วนผ้าสีทองอร่ามก่อนจะคลี่ออกแล้วเริ่มอ่านข้อความพร้อมประกาศเสียงกังวาน
“โดยพระบัญชาของฮ่องเต้” ขันทีเริ่มอ่านราชโองการอย่างชัดเจน “หลี่ตาอิ้งผู้มีคุณงามความดีอ่อนน้อมถ่อมตนจิตใจเปี่ยมความสุภาพอ่อนโยนและกิริยามารยาทอ่อนหวาน ความประพฤติงดงามมากล้น” หลี่ต้ากงหยุดหายใจชั่วครู่ก่อนจะกล่าวต่อส่วนหลิวชิงเซียงที่ก้มหน้าอยู่ต้องซ่อนความรู้สึกจากราชโองการลอยลมเช่นนี้นางไปอ่อนโยนอ่อนหวานงดงามเมื่อไร!
“เพื่อเป็การตอบแทนและปลอบโยนทำหลี่ตาอิ้งเสียขวัญที่ฝ่าาไม่อาจเสด็จตำหนักเลื่อนตำแหน่งให้หลี่ตาอิ้งขึ้นเป็หลี่กุ้ยเหรินพร้อมมอบของล้ำค่าให้กับหลี่กุ้ยเหรินได้แก่ ผ้าแพรไหมดิ้นเงินสามพับ ผ้าทอบรรณาการจากเจียงตะวันออกห้าพับชุดพิธีการสองชุดและชุดแพรตัดเย็บสามชุด โคมไฟหยกขาวสลัก แจกันครามเคลือบผงมุกปิ่นทองผีเสื้อฉลุและเครื่องประดับแต่งกายครบชุด แผ่นหยกห้อยพร้อมพู่ไหมถักกระบี่เงินประดับอัญมณีห้าสี และเงินสามร้อยตำลึงไว้ใช้ตามอัธยาศัย”
หลิวชิงเซียงก้มหน้ายังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมือทั้งสองยังคงประกบอยู่เบื้องหน้าได้ยินเสียงขันทีเอ่ยอีกครั้ง “และเพื่อให้สมฐานะกุ้ยเหริน ให้หลี่กุ้ยเหรินย้ายตำหนักหากแต่ตำหนักกุ้ยเหรินเวลานี้หนาแน่นให้ย้ายไปประจำตำหนักฟู่ตงซึ่งได้รับการตกแต่งใหม่ทั้งเพื่อให้หลี่กุ้ยเหรินยิ่งสะดวกแก่การปรนนิบัติพระองค์”
หลังจากที่ขันทีสูงวัยอ่านราชโองการจบเขาเก็บม้วนผ้าแล้วยื่นกล่องบรรจุให้หลี่กุ้ยเหริน หลิวชิงเซียงที่ยังคุกเข่าอยู่ก็ยื่นมือออกไปรับกล่องใบนั้นเอาไว้พร้อมกล่าวขอบคุณ“ขอบพระทัยฝ่าาที่เมตตาขอให้ฝ่าาทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”
เป็อีกครั้งที่หลิวชิงเซียงผู้เนื้อตัวเปล่าไม่มีเงินติดตัวแม้แต่ตำลึงฟ่านหรูจึงส่งถุงใบเล็กให้หลี่ต้ากงผู้รั้งตำแหน่งขันทีใหญ่ ด้านขันทีสูงวัยเห็นถุงเงินก็ปัดมือปฏิเสธหลี่ต้ากงไม่ใช่ว่าิ่เงินน้อยของนางกำนัลแต่เขารู้ว่าสนมคนนี้มิใช่นางในดาษดื่นที่จะทำข่มได้ถึงตำแหน่งกุ้ยเหรินจะนับว่าเป็สนมขั้นต่ำเวลานี้สามารถข่มเหงได้ก็จริงแต่ใครจะรู้หากผ่านไปอีกฤดูเกิดฝ่าาพอพระทัยนางนักหนา เขาอาจจะถูกสั่งให้ไปนอนทับแอ่งน้ำเพราะเกรงรองเท้าปักสนมรักจะเปื้อนแล้วให้นางเหยียบข้ามไปก็ได้เทียนหลงฮ่องเต้ก็เถอะไม่รู้ว่าหลงใหลสิ่งใดในตัวหลี่กุ้ยเหรินนัก
ขบวนขันทีจากไปพร้อมกับนำสิ่งของที่ฮ่องเต้ประทานให้หลี่กุ้ยเหรินไปตำหนักฟู่ตงนำหน้าไปก่อนถัดมาก็มีนางกำนัลและขันทีประจำตำแหน่งกุ้ยเหรินเข้ามาทำความเคารพหลี่กุ้ยเหรินคนใหม่ต่อทันที
สนมตาอิ้งนางอื่นๆพอได้ยินเสียงว่ามีราชโองการก็ยื่นศีรษะมาลอบมองกันยกใหญ่สิ่งที่หลี่ต้ากงประกาศลั่นใครๆ ก็ได้ยิน หลังขบวนจากไปพวกนางก็เริ่มซุบซิบกันไม่ใช่ว่าคืนก่อนนั้นหลี่กุ้ยเหรินไม่ได้ปรนนิบัติมิใช่หรือแล้วราชโองการนั้นมันอย่างไรกันคำชมเชยยาวเหยียดดั่งว่าพอใจสตรีผู้นี้ยกใหญ่มาจากไหนแล้วประโยคสุดท้ายที่ว่าให้สะดวกต่อการปรนนิบัติคืออย่างไร?
หลิวชิงเซียงรีบหายตัวเข้าไปในเรือนหลังรับราชโองการครั้งนี้นางกำนัลขันทีก็เดินตามเป็ขบวนยาวเรือนพักจึงดูเล็กลงไปถนัดตาอิงหลานฟ่านหรูสองนางกำนัลยังคงอยู่ข้างกายนายหญิงเช่นเดิมใบหน้ายิ้มแย้มแก้มขึ้นเป็ลูกกลมต่างจากเ้านายที่คิ้วขมวดยุ่งคนละอารมณ์โดยสิ้นเชิง
‘เทียนหลงฮ่องเต้ท่าน้าอะไรจากข้านักหนา’ ยิ่งดันตำแหน่งนางขึ้นสูงก็ยิ่งถอนตัวยากขยับไปไหนก็มีสายตาจับจ้องก็ยิ่งเสี่ยงความแตกหลิวชิงเซียงคิดก็เกิดอาการร้อนรนนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ความกระสับกระส่ายของหลี่กุ้ยเหรินเรียกความสนใจของอิงหลานฟ่านหรูที่กำลังเก็บของเตรียมย้ายไปตำหนักใหม่
สองนางกำนัลมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจทำไมผู้เป็นายถึงสีหน้ายุ่งยากใจแบบนั้น“หลี่กุ้ยเหรินเป็อะไรหรือเพคะ?”
“เ้าสองคนไม่คิดว่าแปลกหรือ? ไม่ว่าจะข้าวของ เลื่อนตำแหน่งย้ายตำหนัก ทุกอย่างล้วนไม่แปลกถ้าได้ข้าปรนนิบัติพระองค์แต่นี่เข้าเฝ้าสักครั้งก็ยังไม่เคย ข้า..” กลัวว่าจะมีเื้ัอะไรสักอย่างที่ตัวนางไม่รู้แล้วจะนำเื่เดือดร้อนมาสู่ตนสู่เผ่าในภายภาคหน้า
อิงหลานที่คิดได้ก่อนก็เริ่มเข้าใจใบหน้าที่ยิ้มแย้มเริ่มหุบทันควัน “แล้วเราควรทำอย่างไรดีเพคะหลี่กุ้ยเหริน”
“เราจะทำอะไรได้เส้นทางนี้ผู้เป็ใหญ่ขีดให้มีแต่ต้องเดินตาม ระวังอะไรได้ก็ระวังไปเท่านั้น”
ฟ่านหรูที่พึ่งเข้าใจก็ถอนหายใจสองนางกำนัลกลับไปทำหน้าที่จนอิงหลานที่เก็บกระโปรงที่กำลังเย็บซ่อมแซมขึ้นมาแล้วหายไปถามนายหญิงอีกครั้ง“หลี่กุ้ยเหรินเพคะกระโปรงตัวนี้ท่านยังอยากเก็บไว้ไหมเ้าคะ”
“จริงสิได้ผ้ามาหลายพับทั้งอาภรณ์อีกหลายตัวแล้วแบบนี้หลี่กุ้ยเหรินก็ไม่ต้องใส่ชุดที่ปะชุนเช่นนี้ก็ได้เดี๋ยวจะดูไม่ดีด้วยนะเพคะ”
“ไม่หรอก เอาไปด้วย มีเหลือดีกว่าขาดเดี๋ยวข้าจะให้เ้าแก้รูปแบบให้ดีกว่า เอาไว้ใส่เวลาที่้าขยับให้คล่องตัว”
หลิวชิงเซียงนึกขึ้นได้ว่าในบรรดาของพระราชทานนั้นมีกระบี่ห้าสีอะไรสักอย่างสิ่งนี้ยังพอทำให้ยิ้มได้ เพราะนางจะได้ไม่ต้องไปเหลากิ่งไม้อันใหม่กระบี่งามเท่าใดก็ไม่สู้ได้ใช้จริงเอาไปวางจัดแสดงก็ไร้ค่ามิสู้ให้เอามาใช้ตอนฝึกวรยุทธ์เดี๋ยวถ้าชุดนั้นแก้เป็แบบใหม่น่าจะยิ่งคล่องตัวด้วย
ผ่านไปเพียงครึ่งวันหลี่กุ้ยเหรินก็ย้ายมาถึงตำหนักฟู่ตงหลิวชิงเซียงที่มาถึงโถงตำหนักก็เริ่มแปลกใจ สนมคนอื่นๆ ไปไหนกันหมดภาพแรกที่นางคิดเอาไว้คือสนมนางในจะต้องมาแอบยืนหลบมุมลอบมองนางเพื่อสำรวจผู้มาใหม่มิใช่หรือแต่ทำไมไม่มีสักคนแบบนี้
“ทุกคนไปไหนหมด” หลิวชิงเซียงเอ่ยถามขันทีผู้หนึ่งที่ยืนเฝ้าหน้าประตูตำหนัก
“หลี่กุ้ยเหรินตามหาใครหรือพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมจะตามมาให้”
“เปล่า ข้าหมายถึงคนอื่นๆสนมคนอื่นน่ะ”
“ไม่มีสนมคนอื่นพ่ะย่ะค่ะหลี่กุ้ยเหรินเป็สนมคนเดียวที่อยู่ตำหนักฟู่ตงพ่ะย่ะค่ะ”
“คนเดียว..?” ขนาดสนมขั้นผินก็ยังไม่ได้มีตำหนักของตัวเองนางที่เป็กุ้ยเหรินกลับครองตำหนักคนเดียวแบบนี้หาเื่ให้นางชัดๆจากนี้นางอย่าหวังอยู่อย่างสงบเลยจนกว่าจะมีสนมคนอื่นข้ามหัวนางเท่านั้นถึงจะไม่ถูกรุมทึ้ง
หลิวชิงเซียงแทบจะเดินกุมขมับเข้าตำหนักแต่กลับถูกของพระราชทานที่นำมาวางเรียงที่โถงรอนางเข้ามาเชยชมส่องสะท้อนเข้าแก้วตาเสียก่อนความกังวลเมื่อครู่เหือดหายไปเยอะเปลี่ยนมาใกับความมั่งคั่งไม่ตั้งตัวตรงหน้านางหยิบหยกมาส่องมือหนึ่งหยิบเงินก้อนใหญ่มาดูอีกมือเพียงครู่ก็วางลงเพราะกล่องสุดท้ายที่วางกระบี่เงินเล่มยาวเพรียวดูน้ำหนักเบากำลังดีประดับอัญมณีห้าสีที่ปลายด้ามถึงจะบอกว่าให้มาใช้ประดับตำหนักหลิวชิงเซียงกลับคิดว่าไม่ค่อยเหมาะแต่ดูเหมาะกับสำหรับใช้งานจริงเสียมากกว่าทั้งยังเหมาะกับคนที่มีลักษณะรูปร่างเพรียวเล็กเช่นสตรีอีกด้วย
“ปกติกระบี่เช่นนี้จะพระราชทานให้แม่ทัพหรือขุนนางไม่รู้ทำไมฝ่าาพระราชทานให้หลี่กุ้ยเหรินนะเพคะ” ฟ่านหรูเห็นนางจดจ้องที่กระบี่จึงเอ่ยถามต่อ“หลี่กุ้ยเหรินให้เก็บที่ไหนดีเพคะ”
“ใส่กล่องไว้เอาไปเก็บในห้องนอนข้าส่วนของประดับอื่นๆ พวกเ้าก็หาที่วางประดับกันได้เลย”
อิงหลานฟ่านหรูเวลานี้จึงกลายเป็เหมือนผู้นำนางกำนัลของตำหนักฟู่ตงไปเสียแล้วเพราะได้รับใช้หลี่กุ้ยเหรินมานานกว่าคนอื่นไม่กี่วันทั้งสองจึงจัดแจงสั่งงานกับนางกำนัลคนอื่นๆปล่อยให้ผู้เป็นายเดินสำรวจตำหนักฟู่ตง
หญิงสาวเข้าไปดูห้องนอนก่อนเป็อย่างแรกคาดไม่ถึงว่าห้องนอนจะถูกใจนางขนาดนี้ เพราะก่อนนี้ภายนอกนั้นถูกตกแต่งวิจิตรโอ่อ่าสมกับเป็ตำหนักในวังหลวงแต่ทันทีที่เข้ามาในห้องกับเหมือนเป็อีกโลกซึ่งเป็ความเรียบง่ายไม่โดดเด่นส่วนมากจะเป็สีขาวและครามเข้มเป็สีที่นางชอบ และของประดับน้อยทำให้ดูโล่งโปร่งแต่เครื่องใช้ครบครันจนนางไปสะดุดตากับบานประตูเล็กบานหนึ่ง
“ทำไมมีประตูตรงนี้” หลิวชิงเซียงไม่ปล่อยความสงสัยเอาไว้ร่างบางเดินไปดันเปิดประตูออกจึงรู้ได้ทันทีว่านี้เป็ประตูออกหลังห้องนอนบริเวณนี้กว้างพอประมาณสามารถตกแต่งให้เป็สวนส่วนตัวเอาไว้พักผ่อนหย่อนใจได้ด้วยหรืออาจจะเอาไว้เป็พื้นที่ฝึกวรยุทธ์ก็ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาพบ“มาอยู่ตำหนักนี้ก็ดีเหมือนกันนะ” ความในใจของหญิงสาวเริ่มพอใจเล็กๆ
ตำหนักยู่คัง
นางกำนัลผู้น้อยคนหนึ่งเดินไม่เร็วไม่ช้าเข้ามาถึงตำหนักมาถึงก็ขอเข้าพบมามาผู้หนึ่งที่ประจำอยู่ที่แห่งนี้หลังกระซิบกระซาบได้เพียงสักครู่นางกำนัลผู้น้อยคนนั้นก็จากไปส่วนมามาผู้นั้นก็ตรงเข้าด้านในตำหนักยู่คัง
“ถวายพระพรเหลียงไท่เฟย หม่อมฉันมาแล้วเพคะ” มามาคนสนิทข้างกายเหลียงไท่เฟย ฉู่มามาพอมาถึงก็ทำความเคารพผู้เป็นายเสียก่อนจากนั้นก็เดินเข้าไปหาสตรีสูงศักดิ์ที่กำลังจัดแต่งดอกไม้ในกระถางที่เป็งานอดิเรก“หม่อมฉันได้ข่าวมาอย่างหนึ่งเพคะ”
“หืม? ..ข่าวอะไรหรือฉู่มามา”
“เมื่อครู่ตำหนักฟู่ตงมีคนย้ายเข้าไปแล้วเพคะ”
เหลียงไท่เฟยมือชะงักค้างก้านดอกไม้ที่ปักไปได้ครึ่งก้านยังคงนิ่งไม่ขยับเพียงแค่ชื่อตำหนักก็ทำให้ความความทรงจำเก่าๆ หวนคืน “เมื่อครู่ฉู่มามา..พูดว่าตำหนักฟู่ตง?”
“เพคะ”
ตำหนักฟู่ตงปิดไปแสนนานไม่มีสนมผู้ใดได้รับอนุญาตให้พักตำหนักนั้นนับมาั้แ่ฮ่องเต้พระองค์ก่อนตำหนักนั้นสร้างขึ้นใหม่ในรัชศกก่อนและปิดอย่างรวดเร็วทั้งที่เป็ตำหนักหรูหราวิจิตรตกแต่งงดงามและอยู่ใกล้กับตำหนักเฉียนชิงที่เป็ของฝ่าาพอๆกับตำหนักคุนหนิงของฮองเฮา ถ้าให้คิดง่ายๆหากมีสนมคนใดย้ายไปอยู่ที่นั่นคือฝ่าาพอพระทัยสนมคนนั้นอย่างมากอยากให้สตรีคนนั้นมาอยู่ใกล้ตัวแต่ไม่อาจจะอยู่ตำหนักเฉียนชิงหรือคุนหนิงได้สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนจากฮ่องเต้พระองค์ก่อน ผู้ที่เคยอยู่ตำหนักฟู่ตงก็คือเหอผิน..พระมารดาของเทียนหลงฮ่องเต้ในปัจจุบัน
“สองวันก่อนฝ่าาพลิกป้ายของหลี่ตาอิ้งแต่คืนนั้นพระองค์ไม่ได้เสด็จตำหนักโหล่วจือถึงเช่นนั้นก็ยังเลื่อนตำแหน่งเป็หลี่กุ้ยเหริน ทั้งประทานของมากมายสุดท้ายให้ย้ายไปตำหนักฟู่ตงเหตุผลว่าเพราะตำหนักของกุ้ยเหรินหนาแน่นมากแล้ว” ฉู่มามาสรุปเื่ราวใจความที่ได้รับมาให้ผู้เป็นายฟัง
“หนาแน่นงั้นหรือ?..ตำหนักอื่นที่ใกล้เคียงสมฐานะกุ้ยเหรินมีเป็สิบหลี่กุ้ยเหรินนี่ใครกัน งดงามมากหรือทำไมผ่าบาทถึงสนใจ”
“ทูลเหลียงไท่เฟยหลี่กุ้ยเหรินคนนี้หากพูดแล้วไม่ได้โดดเด่นทั้งเื่รูปลักษณ์หรือความสามารถแต่ถ้าจะกล่าวให้ระบุตัวง่ายนางเป็สตรีที่รับคัดเลือกคนสุดท้ายที่ฝ่าาเปลี่ยนพระทัยรับเข้าตำหนักในเพคะ” ฉู่มามารู้ดีว่าถ้ามากราบทูลเหลียงไท่เฟยนายหญิงจะต้องอยากรู้ตัวหลี่กุ้ยเหรินเป็แน่จึงตรวจข้อมูลทั้งหมดมาแล้ว
“อืม..คนนั้น” มือที่นิ่งค้างอยู่นานในที่สุดก็กลับมาขยับก้านดอกไม้ถูกปักลงแจกันจนสุดแล้วสตรีสูงศักดิ์ก็ถอยไปนั่งที่เก้าอี้ยาวบุนวม “ไม่ได้มีสิ่งใดโดดเด่นจริงๆ ฉู่มามาท่านแจ้งเฉินผินให้มาเข้าเฝ้าเช้าข้าวันพรุ่งนี้ด้วย
“เพคะเหลียงไท่เฟย”
-----------------------------------------------------------
่คุย^^
ตามกฎวังหลังที่ห้ามมีใครได้ดีเกิดหน้า ถ้าเกิดข้ามหน้าข้ามตาคือโดนเล็งแน่นอน
ชิงเอ๋อร์ของเราจะไหวไหมนะ ถ้าสู้ด้วยกระบี่น้องไม่ถอยแต่ด้านแผนร้ายน่าจะต้องส่งกำลังใจให้เสียแล้ว
ฝากรีดเดอร์ติชมด้วยนะคะ เจอกันตอนถัดไปค่าาา