เย่ชิงเฉินมองหน้าซูเจินก็เห็นสายตามุ่งมั่นของเธอ เขาเริ่มเล่าเื่ราวในอดีตให้เธอฟัง “วันนั้นคุณพ่อทำงานที่บริษัทจนดึก คุณแม่ก็เลยพาฉันกับพี่ใหญ่ขับรถไปหาท่านที่บริษัท พอเราไปถึงเราก็เห็นคุณพ่อกับเลขาทำเื่อย่างนั้นกันอยู่ในห้องทำงาน เหตุการณ์หลังจากนั้นฉันก็ไม่รู้อะไรแล้ว เพราะพี่ใหญ่พาฉันกลับบ้านก่อน ส่วนคุณแม่ก็อยู่กับคุณพ่อที่บริษัท จนกระทั่งเช้าของอีกวันหนึ่งก็มีคนมาบอกว่าคุณพ่อกับคุณแม่ประสบอุบัติเหตุ เพราะอุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้ขาของคุณพ่อใช้การไม่ได้ ส่วนแม่ก็เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตำรวจสรุปผลของการเกิดอุบัติเหตุคราวนั้นว่าเป็เพราะฝนตกถนนลื่นทำให้รถเสียการควบคุม แต่ฉันกับพี่ใหญ่ไม่เชื่อ พี่ใหญ่ก็เลยให้คนสนิทไปสืบเื่นี้ต่อ จนรู้ว่าบริษัทคู่แข่งคือใคร พวกเขาเป็บริษัทที่อยากจะขยายธุรกิจของตัวเองออกมาจากฐานธุรกิจเดิมน่ะ”
ซูเจินทำท่าใ เพราะตอนนี้มีใครไม่รู้บ้างว่าหลินกรุ๊ป นอกจากจะทำธุรกิจเสื้อผ้าแล้ว พวกเขายังมีบริษัทย่อยที่ทำด้านอสังหาริมทรัพย์ด้วย
“นายหมายถึงหลินกรุ๊ปเหรอ”
“ใช่ คนของพี่ใหญ่สืบรู้มาว่าเลขาหน้าห้องคุณพ่อเป็คนที่หลินกรุ๊ปส่งเข้ามาทำงานที่บริษัทของเรา พวกเขาทั้งขโมยข้อมูล ขัดขวางการทำงานทุกอย่าง หรือแม้แต่วางยาคุณพ่อ” เย่ชิงเฉินเงียบไปพร้อมกับกัดริมฝีปากตัวเองแน่น
ซูเจินรีบย้ายที่นั่งไปนั่งข้างชายหนุ่มและจับมือเขาไว้อย่างปลอบใจ “นายโอเคนะ”
เย่ชิงเฉินจับมือเธอไว้แน่นแล้วเริ่มเล่าต่อ “ตอนนั้นถึงฉันจะอายุ 15 แล้ว เื่ความสัมพันธ์ของชายหญิงฉันก็เข้าใจ แต่ภาพในห้องทำงานของคุณพ่อกับเลขามันทำให้ฉันไม่กล้ามองหน้าคุณพ่ออีกเลย ถึงฉันจะรู้ว่าที่คุณพ่อทำเื่อย่างนั้นลงไปเป็เพราะคุณพ่อถูกวางยา แต่ฉันลบภาพพวกนั้นออกไปจากหัวฉันไม่ได้จริงๆ”
“นายก็เลยย้ายออกมาอยู่คอนโดคนเดียวั้แ่ตอนนั้นเลยเหรอ”
“อืม”
“คุณพ่อกับพี่ใหญ่รู้เื่นี้ไหม” ซูเจินถามต่อ
“ฉันเคยเล่าให้พี่ใหญ่ฟังนะ แต่เหมือนเขาจะไม่เชื่อ เขาคิดว่าฉันหาข้ออ้างเพื่อที่จะโทษคุณพ่อกับการจากไปของคุณแม่เท่านั้น”
“แล้วคุณพ่อล่ะ นายเคยเล่าเื่นี้ให้ท่านฟังไหม”
เย่ชิงเฉินได้แต่ส่ายหน้า ซูเจินมองหน้าเขาทั้งนึกสงสารและเห็นใจ “ฉันคิดว่าพี่ใหญ่ก็คงไม่เล่าให้ท่านฟังเหมือนกัน ฉันจะไม่บอกให้นายลืมเื่พวกนี้ไปหรอกนะ ฉันรู้ว่ามันทำไม่ได้หรอก เหมือนกับฉัน ภาพที่น้องชายของฉันถูกรถชนฉันก็ลืมมันไปไม่ได้เหมือนกัน แต่นายยังโชคดีที่ยังมีคุณพ่อและพี่ใหญ่คอยอยู่ข้างๆ แต่ฉัน...ฉันไม่เหลือใครเลย ฉันอยากให้นายลองนึกดู ตอนนั้นนายอายุ 15 แล้ว แต่เพราะนายเสียใจและไม่อยากนึกถึงเื่วันนั้นอีก นายก็เลยแยกตัวออกมาอาศัยอยู่คนเดียว ใช้ชีวิตเพียงคนเดียว แต่คุณพ่อล่ะ นายคิดว่าท่านจะไม่เสียใจเหมือนกันเหรอ เพราะเหตุการณ์คืนนั้นท่านต้องเสียขาของท่านไป ท่านต้องกลายเป็คนพิการ ท่านต้องเสียภรรยาที่ท่านรัก แล้วท่านยังเสียลูกชายคนเล็กไปอีก ยังมีพี่ใหญ่อีกคน ทั้งที่อายุเขาห่างจากนายแค่ 3 ปี เขายังต้องเรียน ต้องดูแลครอบครัว แล้วยังต้องมาดูแลกิจการของครอบครัวอีก ภาระที่อยู่บนบ่าของเขามากมายขนาดไหน ฉันไม่ต้องบอกนายก็คงจะรู้ ชิงเฉิน...าแในใจมันต้องมีทางรักษาได้ เพียงแค่นายต้องลองเปิดใจและต้องยอมเผชิญหน้ากับมัน ถ้านายทำไม่ได้ เราลองไปปรึกษาจิตแพทย์กันดีไหม คนไปพบจิตแพทย์ไม่จำเป็ต้องเป็คนป่วยเสมอไป”
“เจินเจิน ฉันเคยไปพบจิตแพทย์นะ ฉันปกติดี แต่อันที่จริง มันไม่ได้มีแค่เื่ที่ฉันไม่กล้าพบคุณพ่อเท่านั้นหรอกนะ หลังจากเหตุการณ์นั้นมันยังทำให้ฉันไม่กล้าและไม่ชอบให้ผู้หญิงมาอยู่ใกล้ฉันอีกด้วย” เย่ชิงเฉินพูดอย่างระวัง
“นายก็เลยปลีกตัวเองออกมา แล้วแกล้งปิดบังหน้าตาตัวเองไว้เพื่อไม่ให้เป็ที่สนใจของสาวๆ อย่างนั้นเหรอ”
“ฉันจะรู้สึกอึดอัดและหายใจไม่ค่อยออกเวลามีผู้หญิงมาอยู่ใกล้ๆ น่ะ” เย่ชิงเฉินพยักหน้ารับ
“ทำไมฉันถึงไม่รู้ล่ะ นายอยู่กับฉันก็ปกติดีทุกอย่างนี่ ดูสิ...นายยังจับมือฉันได้อยู่เลย” ซูเจินทำหน้างงพร้อมกับยกมือที่เขาจับมือเธอไว้ขึ้นมาดู
“ฉันไม่ได้รู้สึกอึดอัดอย่างนั้นเลยตอนที่อยู่กับเธอ ฉันกลับรู้สึกสบายใจและชอบที่จะอยู่กับเธอมาก” เย่ชิงเฉินมองซูเจินด้วยสายตาอ่อนโยน
“ไม่ต้องมาทำตาเ้าชู้ใส่ฉันเลย” ซูเจินพูดแก้เขิน เธอแกล้งผลักเขาออกไปเบาๆ
เพราะเย่ชิงเฉินไม่ทันตั้งตัว ถึงเธอจะผลักเขาออกไปเบาๆ แต่ก็ทำให้เขาก็เกือบหงายหลังตกโซฟาลงไปจริงๆ แต่ซูเจินมือไว เธอคว้าแขนและออกแรงดึงเขากลับมาด้วยความใ แต่กลายเป็ว่าเธอดึงเขาแรงจนเขาล้มมาทับเธอแล้วทั้งตัว
ตอนนี้ระยะห่างระหว่างพวกเขาไม่มีเหลืออยู่เลยสักนิด เย่ชิงเฉินก้มลงมองหน้าหญิงสาวที่อยู่ชิดกับหน้าตัวเอง แล้วเขาก็เลื่อนสายตาไปหยุดที่ริมฝีปากบางที่ขยับเหมือนกำลังจะพูดบางอย่างออกมา เย่ชิงเฉินโน้มลงไปหาริมฝีปากบางนั้นอย่างห้ามใจไม่อยู่ เวลาผ่านไปสักพัก จนเสียงหายใจของทั้งคู่เริ่มไม่เป็ปกติ เย่ชิงเฉินจึงหยุดการกระทำของตัวเองลง เขาถอนใบหน้าของตัวเองออกมา แล้วยิ้มให้หญิงสาวด้วยความพอใจ
ซูเจินยังอายกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ นี่เป็จูบแรกของเธอ แม้แต่ชีวิตที่แล้วเธอกับกัวจิ้งหยวนยังทำเพียงแค่เดินจับมือหรือกอดให้กำลังใจกันเท่านั้น ซูเจินนึกอะไรไม่ออก เธอได้แต่ถามคำถามโง่ๆ ออกไป “นาย...นายไม่เคยทำอย่างนี้กับใครมาก่อนเลยจริงๆ เหรอ”
“ไม่เคย ฉันทำแบบนี้กับเธอเป็คนแรก” เย่ชิงเฉินยิ้มตอบเมื่อเห็นท่าทางเขินอายของอีกฝ่าย
“นายห้ามทำแบบนี้กับใครเด็ดขาด” ซูเจินถลึงตามอง
เย่ชิงเฉินลุกขึ้นนั่งพร้อมกับดึงซูเจินให้ลุกตาม “ชีวิตนี้ฉันจะมีเธอแค่คนเดียว เธอไม่จำเป็ต้องห่วงเื่นั้นหรอก”
“แต่ว่านะ...ไหนนายบอกว่าเวลาอยู่ใกล้ผู้หญิงแล้วนายจะอึดอัดไง แต่ดูจากการกระทำเมื่อครู่ นายดูมีประสบการณ์มากเลยนะ” ซูเจินหรี่ตาถาม
“ฉันทำแบบนี้ได้กับเธอคนเดียว เธอเป็คนพิเศษของฉัน เดี๋ยวก่อนนะ...แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าฉันดูเหมือนมีประสบการณ์เยอะ” เย่ชิงเฉินแกล้งหรี่ตาถามกลับ
“นายอย่ามาหาเื่สิ ฉันแค่เห็นว่านายใจเย็นมาก ฉันก็แค่ลองถามดูไปอย่างนั้นเอง” ซูเจินรีบตอบ “ฉันรู้แล้วล่ะ ฉันว่าปัญหาของนายกับคุณพ่อ บางทีแค่นายลองไปเจอคุณพ่อบ่อยๆ มันก็อาจจะดีขึ้นก็ได้นะ”
เย่ชิงเฉินรู้ว่าซูเจินแกล้งพูดเบี่ยงประเด็น เขาก็ไม่ได้แกล้งเธอต่ออีก ได้แต่ตอบรับกับคำพูดของเธอ “ตกลง เวลาไปเยี่ยมคุณพ่อเธอก็ไปกับฉันด้วยสิ คุณพ่อก็ชอบเธอมากเหมือนกัน”