"หยุดนะ!!!"
เสียงของหญิงสาวะโดังลั่น ร่างอ้อนแอ้นรีบเดินปรี่เข้ามาก่อนจะคว้าตัวลูกชายคนเล็กมากอดแน่นอย่างหวงแหน ดวงตาสีอเมทิสต์เป็ประกายวาววาบด้วยความเกรี้ยวกราด
"บ้าไปแล้วหรือไง!"
เสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธะโลั่น ก่อนจะทรุดตัวลงลูบหลังของเด็กชายที่สำลักอากาศจนแทบไม่มีแรงยืน
ดวงตาสีน้ำแข็งเต็มไปด้วยความสับสน
"แต่ไอ้เด็กปัญญาอ่อนนี่ไม่ใช่ลูกของคุณสักหน่อยนี่ครับ"
หญิงสาวที่ได้ยินแบบนั้นก็โกรธจนอกกระเพื่อม
"ตามกฎหมายแล้วเขาเป็ลูกของฉันค่ะ แล้วก็เป็ลูกของคุณด้วย!"
"อ้อ... นี่เราจะมาเล่นสวมบทบาทกันด้วยใช่มั้ยครับ นึกว่าพวกเราแค่ต่างคนต่างทำตามข้อสัญญาที่ตกลงกันไว้ซะอีก" อันเลนพูดด้วยท่าทางกวนประสาท มือยกขึ้นจัดปกเสื้อที่ยับเยินไปด้วยอย่างไม่ยี่หระ
"อย่า ยุ่ง กับ เขา อีก"
ควีนเนตต้าพูดเน้นเสียงอย่างน่ากลัว ดวงตามองไปยังเอิร์ลหนุ่มด้วยสายตามุ่งร้าย ก่อนจะพาลูกชายออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
ท่าทีแบบนั้นยิ่งทำให้อันเลนหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างไม่พอใจก่อนจะหันไปเตะพุ่มดอกไม้ที่อยู่ข้างๆ เพื่อระบายอารมณ์ กลีบดอกสดสวยปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ
ไอ้เด็กบ้านั่น! ไอ้เด็กบ้านั่น!
ทำไมมันถึงได้น่ารำคาญขนาดนี้นะ!
.
.
.
"ไปหายาหาน้ำมาให้เขาดื่มหน่อยเร็วเข้า!" ฉันหันไปะโใส่พวกสาวใช้ที่กำลังเอ้อระเหยอยู่แถวนั้น โดยมีจูเลียวิ่งตามมาติดๆ
"ซินดริลขอแม่ดูแผลหน่อย!"
ฉันดูรอยช้ำบนคอของซินดริลที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความสงสารจับใจ
ไอ้กร๊วกนั่น! กล้าดียังไงมาทำลูกฉัน!!!
หลังจากคิดได้ ในตอนนั้นฉันน่าจะต่อยหน้าเขาไปสักหมัด ไม่ก็เตะตุ้มจิ๋วให้สูญพันธุ์ไปเลย!
"โอ๋ๆ ไม่เป็ไรแล้วนะ เดี๋ยวป้าจูเลียทาแผลให้ก็หายแล้วนะคนเก่ง"
จูเลียเข้ามาพร้อมกับยาทาแผลในมือ ฉันเลยตัดสินใจให้เธอเป็พี่เลี้ยงของซินดริลอย่างเป็ทางการ และกำชับว่าไม่ต้องพาอีกฝ่ายไปกินข้าวเช้า ประจันหน้ากับอันเลนอีก
แผลที่คอยังคงแดงอยู่เป็อาทิตย์ ระหว่างนั้นฉันกับจูเลียก็คอยช่วยดูแลเขาไม่ให้คลาดสายตา
ในส่วนของรีรอยด์นั้น... แค่มีเวลาหายใจก็ดีแค่ไหนแล้ว อย่าว่าแต่เจียดเวลามาดูน้องเลย ทำให้ฉันต้องคอยสอนมารยาทขุนนางที่อ่านจากอินเตอร์เน็ตให้กับซินดริล (/ _ ;) แต่ไม่เป็ไร... พนักงานออฟฟิศทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว โดยเฉพาะพนักงานจากบริษัทที่บอกว่าทำงานกันแบบครอบครัว
ฉันกับจูเลียเลยสอนเขาให้รู้จักบนมารยาทบนโต๊ะอาหารด้วยการเล่นหม้อข้าวหม้อแกง สอนหนังสือจากนิทานทำมือ เพลง ของเล่น และทุกๆ อย่างที่พอจะยัดลงสมองของซินดริลไปได้
ออใช่ ฉันบอกรึยังว่าตอนนี้ซินดริลชอบอ่านหนังสือมาก พวกหนังสือที่ฉันวาดภาพลงไปได้ผลดีอย่างไม่น่าเชื่อพอๆ กับนิสัยเสียของอันเลน ที่พอฉันเผลอเขาก็จะเข้ามารังแกซินดริลทันที
หลายต่อหลายครั้ง...
อย่างตอนที่ซินดริลกำลังเล่นต่อบล็อกอยู่
โครม!
"เกะกะลูกตา" เขาพูดหลังจากที่เตะปราสาทที่ซินดริลสร้างพังครืนลงมา ก่อนจะเอาเท้ายันร่างของเด็กน้อยที่กำลังใจนล้มกลิ้ง
"อันเลน!!!" ฉันปรี๊ดแตก
...........
หรือตอนที่กำลังออกไปเดินเล่น
"มานี่ซิ ไอ้ลูกไม่มีพ่อ" เขากวักมือเรียกเด็กน้อยให้ไปหาอย่างว่าง่ายก่อนจะพ่นควันจากยาสูบใส่
"อันเลน!!!"
...........
ตอนที่กำลังกินของว่าง
"เดี๋ยวช่วยเพิ่มรสชาติให้ใหม่ กินๆ เข้าไปแล้วไม่ต้องไปบอกแม่ล่ะ" เขาแอบมาเทไวน์ราดลงไปในนมและขนมเค้กของซินดริลพร้อมกับหัวเราะเยาะ
"อันเลน!!!"
...........
ก๊าซซซซซซซ
ไม่ไหวแล้วนะโว้ย!
ตุ้บตั้บๆๆๆๆๆๆ
"ไอ้ถั่วงอก ฉันจะใช้เงินแกให้หมดกรุ! จะใช้ไม่เหลือแม้แต่เหรียญให้แกได้อมตอนตายเลย!"
เหล่าคนใช้ในครัวมองดัสเชสที่กำลังนวดแป้งขนมปังอย่างหวาดหวั่น นินทาไปก็เสียวหลังไปเพราะนายหญิงของพวกเขาในตอนนี้น่ากลัวจนเหมือนจะพ่นไฟออกมาจากปากได้
"ถึงจะเข้ามาระบายอารมณ์ก็เถอะ แต่นางเป็ดัชเชสนะ! ดัชเชสเชียวนะ!!!"
"อยากให้นางมาระบายแส้ม้าลงหลังรึไงเล่า! ดูพลังแขนนั่นซะก่อน ปล่อยให้นวดแป้งไปนั่นแหละดีแล้ว"
"แป้งยืดเป็ผ้าขาวบางเลยดูสิ นักอบขนมปังในเมืองยังทำไม่ได้ถึงขนาดนี้เลย..."
ฟู่ว~~~
ขนมปังหลายก้อนทยอยออกมาจากเตาส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วครัว จำนวนของก้อนขนมปังเท่ากับความแค้นในจิตใจของดัสเชสเลยก็ว่าได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังหอมน่ากินจนพวกคนครัวกลืนน้ำลาย
"ใครก็ได้เตรียมโต๊ะของว่างกับน้ำชามาให้ที่สวนที เรียกพ่อบ้านมาด้วยนะ" ร่างบางถอดผ้ากันเปื้อนโยนบนโต๊ะก่อนจะหันไปสั่งพวกคนใช้ที่กำลังกลัวตัวสั่นงันงก
"คะ... ครับ แล้วขนมปัง?"
"เอาไปโยนให้หมูกิน!"
โยนให้หมู? พวกคนใช้มองขนมปังก้อนนุ่มเด้งพลางกลืนน้ำลายดังเอื้อก
"หมายความว่าไม่้าใช่มั้ย? ถะ... ถ้างั้นเราก็กินได้สินะ"
พูดจบพวกเขาก็กรูกันเข้ามารุมตะกร้าขนมปัง หยิบมันเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม
"นะ นุ่มมาก!!!"
"เหนียวนุ่มสุดๆ ไปเลย!"
"อร่อยจนแสงออกปาก!"
.
.
.
"อะไรนะครับ?" โทมัส พ่อบ้านประจำคฤหาสน์ถามซ้ำอีกครั้ง
"ก็อย่างที่พูดไปนั่นแหละค่ะว่าวัตถุดิบที่ใช้ในคฤหาสน์หลังนี้มันไม่มีคุณภาพ การเก็บรักษาก็ไม่ค่อยดี ควรมีห้องสำหรับเก็บวัตถุดิบเน่าเสียง่ายกับน้ำแข็ง" ดัชเชสคนงามพูดอีกครั้งด้วยท่าทีวางมาดพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
"แต่รายการวัตถุดิบพวกนี้มันไม่ได้ราคาถูกเลยนะครับ ปกติเราจะใช้แค่เวลาจัดเลี้ยงเท่านั้น จะเอามาใช้ทุกวันแบบนี้มันก็..."
"ไม่สิ้นเปลืองสักนิดเลยค่ะ อาหารการกินที่ดีก็แสดงถึงศักยภาพของเ้าบ้านเหมือนกัน ส่วนการจัดหาวัตถุดิบมีค่าแสดงถึงอำนาจและความกว้างขวางของตระกูล อ้อใช่! แล้วก็เรียกช่างตัดชุดใหม่จากห้องเสื้อมาดามแม็กซิมกับนักปรุงน้ำหอมจากร้านบูเก้ให้ด้วยนะคะ"
ควีนเนตต้ายิ้มอย่างภาคภูมิใจในข้อมูลที่ตัวเองหามาได้จากการไปเที่ยวในเมือง ทีนี้เธอก็ดูเป็พวกลูกขุนนางหัวสูงแล้ว...
โทมัสฟังคำขอที่เอาแต่ใจของนายหญิงก่อนจะตอบรับคำไปอย่างทำอะไรไม่ได้ จำต้องเดินแบกภาระอันหนักอึ้งกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง
พอตกเย็นเขาก็ต้องไปดูแลเื่อาหารให้กับท่านเอิร์ลที่ยังขลุกตัวอยู่ในห้องทำงานพร้อมกับตัวเลขบัญชีมหาศาล
"เปลี่ยนคนทำขนมปังเหรอ?"
ท่านลอร์ดอันเลนที่ปกติจะทำงานไม่สนใจอาหารว่าง วันนี้เขากลับละสายตาออกจากงานมาตั้งใจกินมื้อเย็นจนโทมัสรู้สึกประหลาดใจ
"ปกติเราจะซื้อขนมปังจากร้านในเมืองครับท่านลอร์ด แต่วันนี้เป็ขนมปังอบใหม่ที่คนในห้องครัวอบกันเองครับ"
อัลเลนดันจานออก "เอาไปเก็บ"
"แต่ทานแค่ขนมปังอย่างเดียวจะเสียสุขภาพนะครับ" พ่อบ้านโทมัสเตือนอย่างเป็ห่วง แต่ก็ถูกหางตาเ็าของเ้านายมองกลับมาจนต้องเงียบปากและยกจานออกไป
"จริงสิ คุณผู้หญิงคนใหม่ของบ้านเป็ไงบ้าง"
"ดัชเชสมีคำขอร้องเกี่ยวกับข้าวของเครื่องใช้หลายเื่ และดูเหมือนเธอจะพยายามละลายเงินของท่านลอร์ดไปกับห้องเก็บวัตถุดิบและแป้งสาลีน่ะครับ"
อันเลนหัวเราะขณะที่เท้าคางฟังเื่ที่โทมัสกำลังเล่า ท่าทางของเขาดูอารมณ์ดีเสียจนพ่อบ้านแปลกใจ ทั้งที่เวลาทำงานเป็่ที่ท่านลอร์ดหงุดหงิดได้ง่ายมาก
"เป็ความพยายามที่น่ารักดีนะ" พูดจบก็ปัดมือไล่พ่อบ้านให้ออกไป
"ช่างเป็ดัชเชสที่น่ากลัวอะไรแบบนี้... ชักกลัวแล้วสิว่าชาตินี้เธอจะใช้เงินไม่หมด" เขาพึมพำก่อนที่ใบหน้าจะคลายรอยยิ้มอันหาได้ยากยิ่งออกมา
อันเลนหยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาดู ด้านในเป็เนื้อหาเกี่ยวกับการเจรจาการค้าครั้งสำคัญและยังเป็ก้าวแรกของตระกูลชเนดิทที่จะมีอำนาจในเมืองหลวง แถมคู่ค้าในครั้งนี้ยังเป็พวกหัวสูงยุ่งยากอีกด้วย
...เพียงแค่คิดถึงเื่ยุ่งยากพวกนั้นเวลาก็ผ่านพ้นไปหนึ่งอาทิตย์
จากโต๊ะทำงานที่ต้องนั่งหน้าเครียดเป็ประจำในความเงียบก็เปลี่ยนเป็เสียงหัวเราะที่น่าสะอิดสะเอียดในห้องนั่งเล่น รอยยิ้มละโมบของตาแก่เ้าเล่ห์และสายตาดูถูกเหยียดหยามตระกูลที่ไร้ชื่อเสียงของเขาทิ่มแทงเข้ามาจนรำคาญตา
ดยุกจากภาคตะวันออก เ้าของที่ดินขนาดใหญ่อันเต็มไปด้วยไร่องุ่นและโรงกลั่นไวน์ที่เคยบอกว่าอยากจะมีโอกาสติดต่อค้าขายกับเขา ที่แท้แล้วก็แค่้ามาเหยียดหยามพร้อมกับขยี้คู่แข่งให้ป่นปี้...
ส่วนอันเลนที่รู้กลโกงอันเสียเปรียบนี้อยู่แล้วก็ทำได้เพียงแค่ปั้นหน้ายิ้มอย่างไร้อำนาจต่อรอง ส่งคู่ค้าหัวสูงที่พร่ำอวดแต่สายเืตระกูลตัวเองให้เดินจากไปพร้อมกับการเจรจาที่พังไม่เป็ท่า