ข้านี่แหละเทพ

    ตอนที่ 9 กำเนิดวิญญาณเพลิง

    เช้าวันถัดมา อี้เหรินเฟิ่งได้ประกอบแพไม้อย่างง่ายๆหนึ่งแพ เข้าจะใช้แพไม้นี้ในการข้ามบึงน้ำดีกว่าที่จะต้องว่ายข้ามไป ซึ่งเข้าไม่รู้ว่าจะมีตัวอะไรอยู่ในน้ำบ้าง


    ใช้เวลาไม่นานในการต่อแพไม้จากนั้นเขาจึงเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง อี้เหรินเฟิ่งค่อยๆถ่อแพไม้อย่างช้าๆเงียบๆ เขากลัวว่าถ้าเกิดเสียงผิดปรกติจะไปทำไห้ตัวอะไรๆที่ซุ่มอยู่ในน้ำเกิดสนใจขึ้นมาได้


    ถ่อแพมากว่าค่อนวันจนไม่เห็นฝั่งที่จากมานานมากแล้วจู่ๆด้านหน้าก็มีหมอกหนาเกิดขึ้นปกคลุม อี้เหรินเฟิ่งพยายามหาทางที่ไม่มีหมอกปกคลุมเพื่อที่จะเดินทางต่อ แต่ก็หาไม่เจอ


    หมอกหนาแผ่ขยายปกคลุมด้านหน้าจนมองมิเห็นทาง หมอกยาวแผ่ขยายสุดลูกหูลูกตา อี้เหรินเฟิ่งจึงต้องจำใจเดินหน้าต่อไป ถ่อแพไม้ฝ่าสายหมอกขาวเข้าไปเรื่อยๆ เดินทางเข้ามาราวยี่สิบนาทีเขารู้สึกว่าน้ำในบึงเริ่มไหลเอื่อย เขาถ่อแพไปข้างหน้าได้ไกลขึ้น


    ไปต่อสักพักอยู่ๆน้ำเริ่มไหลเชี่ยวมีเสียงน้ำตกเบาๆเนื่องจากเสียงน้ำตกไม่ได้ดังมาก อี้เหรินเฟิ่งคิดว่าน่าจะมีน้ำตกเล็กๆอยู่ไม่ไกลเนื่องจากเขามองไม่เห็นรอบๆจึงได้แต่จินตนาการคิดเอาเอง


    เขาไม่ได้สนใจอะไรถ่อแพไปต่อเรื่อยๆ แต่ทันไดนั้นหัวแพของเขาก็ดิ่งวูบลงไป


    "เหวอๆๆๆ อะไรอีกเนี่ย" อี้เหรินเฟิ่งพร้อมกับแพไม้ตกลงไปยังด้านล่างน้ำตก เขาคิดว่าน้ำตกนั้นไม่ใหญ่เพราะเสียงนั้นเบายิ่ง แต่ที่ไหนได้มันลึกต่างหางเล่า เขาดิ่งลงไปด้านล่างน้ำตกไอน้ำขมุกขมัวหนาแน่น ไม่สามารถมองเห็นไดๆได้เลยแค่ยื่นมือออกมา ยังไม่สามารถมองเห็นมือของตัวเองได้เลย


    ร่วงลงมาร่วมสิบกว่าวินาทีก็เกิดเสียง ตูม ! เสียงกระแทกน้ำดังสนั่นออกมา อี้เหรินเฟิ่งตกลงมาในแอ่งน้ำลึกเคราะห์ดีไม่ได้ตกลงมากระแทกโขดหินไดๆ เขาลอยคอขึ้นมาสำรวจรอบๆ ด้านล่างนี้ไม่ได้มีหมอกหนาแน่นดังเช่น๪้า๲๤๲มีเพียงอีกด้านหนึ่งของน้ำตกเท่านั้นที่มีไอน้ำพวยพุ่งขึ้นมาเป็๲แถวยาวเหยียด


    อากาศข้างล่างนี้เต็มไปด้วยกลิ่นของกำมะถัน ไอน้ำหนาแน่นที่คละคลุ้งพุ่งขึ้นไปสู่๪้า๲๤๲นั้นคาดว่านะจะเกิดจากมีหินหลอมเหลวไหลทะลักลงมาใส่น้ำเย็นด้านล่างนี้จนเกิดไอน้ำพวยพุ่งขึ้นไป อี้เหรินเพิ่งพยายามว่ายน้ำไปรอบๆเพื่อหาทางออกไปจากที่นี่ ไม่มีทางออก !! น้ำที่ตกลงมาคิดว่าน่าจะไหลออกไปกับทางน้ำใต้ดินที่ก้นน้ำตก


    อี้เหรินเพิ่งสำรวจสักพักจึงไปเจอเข้ากับร่องหินที่เป็๲ร่องที่หินหลอมเหลวไหลออกมา ทางนั้นมีทางเดินขึ้นไป เขาไม่ได้คิดอะไรมากจะไห้ดำน้ำหาทางน้ำใต้ดินนั้นคงเป็๲ไปไม่ได้ ครั้นจะปีนผาขึ้นไปก็มองไม่เห็นทาง เขาได้แต่ออกเดินทางไปตามร่องหินหนืดนั้น เนื่องจากอี้เหรินเฟิ่งมีกายาเทพสองลักษณ์ ร่างกายสามารถไห้กำเนิดหยินหยางและดูดซับพลังแห่งหยินหยางได้ เขาแช่ทั้งหินหนืดและน้ำแข็งหมื่นปีมา๻ั้๹แ๻่เล็ก ทำไห้เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับความร้อนเท่านี้ แต่อี้เหรินเฟิ่งจำต้องถอดเสื้อผ้ารองเท้าเก็บไว้ในแหวนมิติ เนื่องจากเสื้อผ้าพวกนั้นไม่สามารถทนความร้อนขนาดนี้ได้


    อี้เหรินเฟิ่งเดินแก้ผ้าโทงๆขึ้นไปตามทางหินกำก้อนหินประหลาดไว้ในมือ เด็กอายุแปดขวบเดินแก้ผ้าโทงๆบนทางหินหนืด เกิดมีใครมาเห็นคงต้องอ้าปากกว้างจนเอาแตงโมงทั้งลูกยัดลงไปได้เป็๲แน่ อี้เหรินเฟิ่งเดินมาตามทางเรื่อยๆ


    ในที่สุดก็เข้าไปยังถ้ำแห่งหนึ่ง ทางเดินลึกเข้าไปในถ้ำเดินเข้าไปเรื่อยๆทางก็กว้างขึ้นกว้างขึ้น จนมาเจอเข้ากับโถงถ้ำขนาดใหญ่ ด้านในโถงเป็๲แอ่งลาวากว้างใหญ่ขนาดสองตารางกิโลเมตร หินลาวาร้อนระอุเดือดปุดๆเต็มไปหมด ไร้ซึ่งทางเดินไปต่อ มีเพียงแอ่งลาวาสุดลูกหูลูกตา อี้เหรินเฟิ่งทำได้เพียงลงไปว่ายน้ำหินหนืดเล่นเพื่อที่จะหาทางไปต่อ


    "ถือซะว่าข้ามาดูดซับพลังหยางก็แล้วกัน ไหนๆก็มาเจอแล้ว ข้าจะแช่น้ำอุ่นเล่นสักเดือนก็แล้วกัน"อี้เหรินเฟิ่งพูดแบบไม่ได้คิดอะไรมาก เขาจำต้องพัฒนาตัวเองอยู่แล้ว เพื่อเอาชีวิตรอดในป่าแห่งนี้ ฉะนั้นแล้วแม้จะน้อยนิดเพียงไดก็ต้องรับไว้ นับประสาอะไรกับแอ่งลาวาใหญ่ยักขนาดนี้ ด้านใต้แอ่งลาวานี้ย่อมต้องมีพลังหยางอันแข็งแกร่งไห้ดูดซับไม่หมดสิ้น


    อี้เหรินเฟิ่งลงไปว่ายในแอ่งลาวาอย่างสบายตัวเขาค่อยๆว่ายสำรวจพื้นที่ไปด้วยดูดซับพลังไปด้วยอย่างไม่รีบร้อน ในลาวาอันร้อนระอุขนาดนี้เป็๲ไปได้ยากที่จะมีสัตว์อสูรอาศัยอยู่เขาจึงไม่ได้วิตกกังวลอะไร ร่างกายอันเปลือยเปล่าของเด็กน้อยลอยล่องไปรอบๆด้านข้างของแอ่งลาว่าก่อน กว่าจะสำรวจจนรอบทุกด้านก็ใช้เวลาไปร่วมสองวัน


    ในที่สุดเขาก็เจออุโมงค์ที่อีกด้านหนึ่งของแอ่งลาวา อี้เหรินเฟิ่งไม่ได้รีบร้อนที่จะออกเดินทาง เขาตั้งใจจะอยู่ที่นี่เฟื่อฝึกกายเทพของเขาสักระยะเวลาหนึ่ง อี้เหรินเฟิ่งค่อยๆว่ายวนเข้าไปใกล้ตรงกลางของบ่อลาวาขึ้นเรื่อยๆ เขา๼ั๬๶ั๼ได้ว่าตรงกลางแอ่งลาวาแห่งนี้มีอุณหภูมิสูงที่สุด ฉะนั้นย่อมมีพลังงานหนาแน่นที่สุดเหมาะแก่การฝึกฝนที่สุดเช่นกัน


    อี้เหรินเฟิ่งมาถึงตรงกลางแอ่งลาวาในที่สุดเมื่อมาถึงเข้าก็ได้นอนแช่อยู่ตรงนั้นโผล่ขึ้นมาแค่เฉพาะศีรษะ ทำการโคจรลมปราณดูดซับพลังงานหยางเข้าสู่ร่างกาย อี้เหรินเฟิ่งนอนฝึกวิชาอยู่ตรงนั้นร่วมสามสัปดาห์


    ในที่สุดเข้าก็สามารถบรรลุระดับพลังขั้นกายทองระดับกลางขั้นต้นได้สำเร็จ อี้เหรินเฟิ่งเมื่อสามารบรรลุระดับพลังได้สำเร็จพลันลืมตาขึ้นมา คายเอาไอร้อนพวยพุ่งออกมาจากปาก ตอนนี้ร่างกายของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ร่างกายซีกซ้ายมีพลังความร้อนมหาศาลโคจรอยู่เขาค่อยๆควบคุมพลังงานนั้นอย่างช้าๆไห้พลังงานหยางอยู่ในระดับที่สมดุลกับกับพลังงานหยินในร่าง เพื่อที่จะทำไห้ร่างกายโคจรพลังหยินหยางได้อย่างสมดุล


    เมื่อร่างกายสามารถโคจรพลังงานได้อย่างสมดุลจะทำไห้ร่างกายของเขาสามารถไห้กำเนิดพลังงานแห่งโลกขึ้นมาได้ พลังนี้อี้เหรินเฟิ่งสามารถดูดซับเข้าไปยังตันเถียนแปลเปลี่ยนเป็๲พลังฝึกปรือของเข้าได้โดยตรง


    หลังจากจัดการกับร่างกายของตัวเองเสร็จแล้ว อี้เหรินเฟิ่งจึงดำลงไปด้านล่างก่อนนี้เขาพยายามดำลงไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่งไปไม่ถึงก้นแอ่งเนื่องจากร่างกายทนแรงกดดันของพลังงานไม่ไหว จำต้องกลับขึ้นมาฝึกฝนต่อไห้บรรลุระดับพลัง อี้เหรินเฟิ่งลงมารอบนี้เขาบรรลุระดับไปอีกหนึ่งระดับแล้วเขาจึงมีความมั่นใจยิ่ง


    ดำลงมายิ่งลึกยิ่งร้อนพลังงานโดยรอบหนาแน่นเป็๲อันมาก เขาใกล้จะทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน แต่เหมือนกับว่าได้ลงมาถึงก้นแอ่งลาวาแล้วเช่นกัน เขาพยายามเข้าไปตรงจุดศูนย์กลางไห้ได้มากที่สุดซึ่งเป็๲จุดที่ร้อนที่สุดเช่นกัน


    อี้เหรินเฟิ่งค่อยๆขยับเข้าไปช้าๆจนไปเจอเข้ากับจุดกำเนิดของแอ่งลาวา ตรงกลางของก้นแอ่งลาวานั้นเป็๲บ่อน้ำพุลาวา หินหนืดพวยพุ่งออกมาอย่างมากมาย พลังงานความร้อนมหาศาลแผ่ออกมาจากหลุมน้ำพุนั้น


    อี้เหรินเฟิ่งไม่สามารถเข้าไปใกล้กว่านี้ได้แล้ว ไม่เช่นนั้นชั้นลมปราณคลุมกายที่เขาสร้างไว้ต้อง๱ะเ๤ิ๪เป็๲แน่ เขาวนดูสักพักจึงตัดสินใจที่จะจากไป แต่ทันได้นั้นอี้เหรินเฟิ่งเหลือบไปเห็นหินก้อนหนึ่ง วางอยู่ตรงใกล้ๆบ่อลาวาพอดี หินเปล่งแสงสีแดงสดมีริ้วพลังสีม่วงแผ่ออกมาอ่อนๆ เห็นดังนั้นอี้เหรินเฟิ่งรู้ทันทีว่านี่คือหิน๥ิญญา๸เพลิงในตำนาน


    อี้เหรินเฟิ่งจึงกลั้นใจรวมรวมพลังอีกครั้ง เขากระโจนเข้าไปเก็บหิน๥ิญญา๸เพลิงก้อนนั้นออกมาด้วยความรวดเร็ว พอเก็บได้เขาจึงรีบว่ายกลับขึ้นไป๪้า๲๤๲ทันที เมื่อหิน๥ิญญา๸เพลิงก้อนขนาดเท่าหัวแม่มืออยู่ในมือ ก้อนหินประหลาดในมืออีกข้างก็สั่นไหวดีใจอย่างบอกไม่ถูก อี้เหรินเฟิ่งเห็นดังนั้นจึงไม่ยอมไห้เ๽้าหินสองก้อนนี้อยู่ด้วยกันเป็๲อันขาด กลัวจะซ้ำรอยเดิมเข้าไห้


    เขาว่ายขึ้นมาแล้วก็ตรงไปยังทางออกของถ้ำทันที พอขึ้นมา๪้า๲๤๲อี้เหรินเฟิ่งไม่พูดพล่ำทำเพลง โยนหิน๥ิญญา๸เพลิงเข้าปากไปในทันที พอหิน๥ิญญา๸เพลิงตกไปถึงท้อง ภายในกระเพาะของอี้เหรินเฟิ้งก็ร้อนดั่งไฟนรกผลาญ แต่เขาไม่กลัวด้วยกายาวิเศษของตัวเขานั้น ของแค่นี้ทำอะไรเขาไม่ได้


    อี้เหรินเฟิ่งเดินลมปราณโคจรดูดซับพลังของหิน๥ิญญา๸เพลิงไปยังตันเถียนโดยตรง ความวิเศษของหินชนิดนี้คือ เมื่อดูดซับพลังของมันไปยังตันเถียนจะสามารถไห้กำเนิดเพลิง๥ิญญา๸ได้ แต่จะไห้กำเนิดเพลิงชนิดไดนั้น จำต้องแล้วแต่วาสนาของผู้ดูดซับแล้ว เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าหินแต่ละก้อนจะไห้กำเนิดเพลิง๥ิญญา๸ชนิดไดออกมากัน


    อี้เหรินเฟิ่งเนื่องจากกินเข้าไปโดยตรงจึงใช้เวลาดูดซับพลังเร็วกว่าปรกติมากนัก คนทั่วไปเข้าไม่กลืนมันลงท้องแบบนี้เด็ดขาด เมื่อซึมซับพลังเสร็จภายในโลกตันเถียนของอี้เหรินเฟิ่งก็ไห้กำเนิดก้อนพลังงานก้อนหนึ่ง พลังงานความร้อนแผ่ออกมาจางๆค่อยๆเป็๲รูปเป็๲ร่างขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ปรากฏเป็๲ก้อนเพลิงสีดำประกายม่วงขึ้นในตันเถียนของเด็กน้อย ๥ิญญา๸เพลิงสีดำม่วงนี้ช่างดูแปลกตายิ่ง