ตอนที่ 26 ขอร้อง
ตอนที่ 26เสียงน้ำและเสียงกระทบจานดังออกมาจนถึงห้องนั่งเล่นของบ้านซึ่งจันทร์วาดกำลังนั่งแกะส้มกินอยู่มันล้างจานอะไรของมันวะเปิดน้ำยังกับท่อแตกแล้วก็เบามือหน่อยไม่ได้หรือไงเดี๋ยวจานกูร้าวหมดไอ้ทิศจันทร์วาดคิดในใจพลางโยนกลีบส้มใส่ปากอย่างเป็นกังวลไม่นานเสียงในครัวก็เงียบไปก่อนลูกชายเธอจะวิ่งออกมาจากห้องครัวพร้อมมือเปียกๆและน้ำที่หยดลงบนพื้นบ้านของเธอ“ล้างจานเสร็จแล้วเหรอมึงทำไมไม่เช็ดมือให้แห้งก่อนน้ำหยดเป็นทางเลยเห็นมั้ย” จันทร์วาดมองพลางถามลูกชายเธอ“เสร็จแล้วแม่ไปทำรายงานก่อนนะเจอกันพรุ่งนี้เช้าแม่” ทิศพูดก่อนจะวิ่งปรู้ดขึ้นไปบนห้องทันที“หึ...รีบขึ้นไปเล่นเกมส์สินะไอ้เวรถ้าเปิดเทอมยังทำตัวแบบนี้กูจะยึดหมวกเล่นเกมส์มึง” จันทร์วาดพูดว่าแต่มันล้างจานเสร็จจริงเหรอวะชักไม่แน่ใจแฮะไปดูหน่อยดีกว่า !! จันทร์วาดคิดในใจก่อนจะกินส้มลูกที่แกะให้เสร็จก่อนจะเดินไปดูที่ครัวและเมื่อเธอเดินมาดูก็ถึงกับกำหมัดแน่นเพราะจานที่เจ้าทิศลูกชายของเธอบอกว่าล้างเสร็จแล้วมันไม่เรียบร้อยเลยสักนิดคราบฟองน้ำยาล้างจานยังติดอยู่บนจานที่ถูกวางเอาไว้ในถาดเก็บบนจานบางใบยังมีคราบเศษอาหารติดอยู่เลยด้วยซ้ำ“ไอ้ลูกเวรแบบนี้เรียกเสร็จเหรอเว้ยเห้ยมึงลงน้ำยาแล้วไม่ล้างออกมึงบ้าหรือไงวะใครสั่งใครสอนให้มึงล้างจานแบบนี้เนี่ยแล้วนี่อะไรเศษอาหารยังคิดอยู่บนจานอยู่เลยล้างไม่สะอาดเวลาเอาไปใช้สารเคมีมันสะสมนะเฮ้ย !!” จันทร์วาดตะโกนด่าลั่นบ้านแต่แน่นอนทิศมันไม่ได้ยินแล้วเพราะเข้าเกมส์ไปเรียบร้อยแล้ว“เฮ้อ...ไอ้ลูกคนนี้นี่สงสัยอีกหน่อยต้องไปซื้อเครื่องล้างจานอัตโนมัติซะแล้วเกิดวันไหนเราไม่อยู่ขึ้นมามันคงกินแต่ข้าวนอกบ้านชัวร์” จันทร์วาดถอนหายใจออกมาก่อนจะไปหยิบจานออกมาล้างใหม่ให้เรียบร้อยแกร๊ก !! แกร๊ก !! แกร๊ก !! จันทร์วาดค่อยๆล่างจานทั้งหมดใหม่ทีละใบอย่างช้าๆระหว่างที่ล้างอยู่นั่นเองจู่ๆออดบ้านเธอก็ดังขึ้นติ๊งต่อง !! เสียงออดดังขึ้นทำให้การล้างจานหยุดชะงัก“ใครมาตอนนี้วะ” จันทร์วาดแปลกใจก่อนจะรีบเช็ดมือให้แห้งและรีบออกไปดูว่าใครมาบ้านเธอตอนนี้แกร๊ก !! แอ๊ด !! ทันทีที่จันทร์วาดเปิดประตูออกไปก็พบกับรุ่นน้องของเธอในชุดสูทเรียบร้อยข้างกันนั้นมีชายที่เธอจำได้ว่าเป็นคนขับรถของรุ่นน้องเธอ“อ้าวอีเจนมึงหิวข้าวเหรอถึงมาบ้านกูนี่พึ่งเลิกงานล่ะสิ” จันทร์วาดพูด“เปล่าค่ะพี่วันนี้หนูไม่ได้แวะมากินข้าวขอเข้าไปข้างในบ้านก่อนได้มั้ยคะ” เจนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เป็นอะไรของมึงน้ำเสียงดูจริงจังเชียวหรือว่าประจำเดือนมาเลยแวะมายืมผ้าอนามัย” จันทร์วาดสงสัย“พี่ก็ชอบพูดเล่นอยู่เรื่อย” เจนทำหน้างอ“เออเข้ามาก่อนแล้วกันคงมีเรื่อยจะคุยสินะแล้วคนของมึงจะเข้ามามั้ย” จันทร์วาดพูดพลางหลบให้“รออยู่เฝ้ารถนี่แหละฉันคงเข้าไปไม่นาน” เจนหันไปบอกคนขับรถของเธอ“ครับท่าน” คนขับรถพยักหน้าก่อนจะเดินไปรอในรถจากนั้นเจนจึงเข้ามาในบ้านของจันทร์วาดห้องนั่งเล่น“อ่ะนี่น้ำเปล่ากินได้ก็กิน” จันทร์วาดหยิบน้ำมาเทใส่แก้วพลางวางตรงหน้าเจนรุ่นน้องของเธอ“ขอบคุณค่ะพี่” เจนพยักหน้าก่อนจะยกแก้วขึ้นมาดื่มไปหลายอึก“เอาล่ะมึงมาหากูมีเรื่องอะไร” จันทร์วาดถามเข้าเรื่องทันที“เข้าเรื่องเลยสินะถ้าอย่างนั้นตอนนี้พี่พอจะได้ยินข่าวเรื่องโค้ชทีมชาติคาราเต้ที่บาดเจ็บมั้ยคะ” เจนถามกลับ“ก็พอจะได้ยินอยู่” จันทร์วาดตอบซึ่งเธอได้ยินเมื่อตอนบ่ายตอนที่เจ้าลูกชายเธอมันเปิดข่าวดู“ดีเลยหนูจะได้ไม่ต้องพูดสาธยายให้เหนื่อยพี่จันทร์พี่มาทำงานกับหนูได้มั้ยคะ” เจนชวนจันทร์วาดทันที“หา...ให้ไปทำงานกับมึงเนี่ยนะมึงบ้าเปล่ากูมีเงินเก็บตั้งหลายล้านจะไปทำงานทำไมให้เหนื่อยมึงก็รู้นี่กูได้เงินจากการแข่งและจากการเป็นทีมชาติมาเยอะแยะถ้าบริหารใช้ให้ดีใช้ไปได้อีกร้อยปีนั่นแหละมึงเองก็ได้มาเยอะนี่เงินน่ะเอาจริงๆนักกีฬาอย่างพวกเราหลังจากถอนตัวมาถ้าไม่ใช้เงินโง่ๆไม่ต้องทำงานเลยด้วยซ้ำ” จันทร์วาดพูด“ถ้าอย่างนั้นพี่จะไม่ช่วยหนูเหรอคะ” เจนที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าหนักใจเพราะถ้าไม่ได้จันทร์วาดไปเป็นโค้ชเธอก็ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรจะเสี่ยงไปจ้างโค้ชโนเนมก็ไม่น่าจะดี“โอยกูจะไปช่วยอะไรมึงได้วะถึงกูจะได้วุฒิมหาลัยแต่นี่เขาก็ให้กูมาจากการที่กูได้เหรียญทองโอลิมปิกความรู้กูจริงๆก็แค่มัธยมต้นเท่านั้นกูจะไปทำงานที่ออฟฟิศกับมึงได้ยังไงวะ” จันทร์วาดพูดไม่เข้าใจอีเจนจริงๆจะมาชวนเราทำงานออฟฟิศทำไมความรู้เราก็ไม่มีแถมถ้าเราไปทำงานจะเอาเวลาที่ไหนไปเก็บเงินที่ตลาดได้ยินมาว่างานออฟฟิศกว่าจะเลิกงานก็ห้าโมงเย็นกว่าจะถึงบ้านคงไม่ต่ำกว่าสองทุ่มถ้าเรากลับบ้านมืดแบบนั้นไอ้ทิศมีหวังได้กินแต่อาหารไม่มีประโยชน์แน่นอนจันทร์วาดคิดในใจ“โธ่พี่งานที่หนูอยากให้พี่ทำไม่ต้องมีความรู้ก็ทำได้” เจนพูดใช่พี่มีประสบการณ์เล่นคาราเต้มาตั้งแต่เด็กแถมคาราเต้ที่พี่เรียนก็ไม่ใช่คาราเต้สำหรับกีฬาพี่น่ะรู้ศาสตร์แท้จริงของคาราเต้เลยแถมพี่เองก็มีดีกรีแชมป์โลกคาราเต้ห้าสมัยไหนจะเหรียญทองโอลิมปิกสองเหรียญนั่นอีกรับรองไม่มีใครคัดค้านแน่ถ้าพี่จะไปเป็นโค้ชทีมชาติให้น่ะเจนคิดในใจซึ่งทั้งสองคนนี้ไม่รู้เลยว่ากำลังเข้าใจผิดกันอยู่เพราะจันทร์วาดนึกว่ารุ่นน้องของเธอจะชวนเธอไปทำงานออฟฟิศอะไรพวกนั้นส่วนเจนก็ลืมไปว่ายังไม่ได้บอกว่าจะชวนจันทร์วาดไปเป็นโค้ชทีมชาติแถมจันทร์วาดก็ไม่รู้ด้วยว่าเจนเป็นหัวหน้าสมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทยเพราะไม่ได้ดูและติดตามข่าวจึงเข้าใจว่าเจนรุ่นน้องของเธอทำงานออฟฟิศอะไรพวกนั้นเพราะใส่สูท“ไม่ต้องมีความรู้ก็ได้งั้นเหรอนี่มึงจะให้กูไปทำงานแบบนั้นเนี่ยนะกูก็บอกแล้วไงเงินกูมีเยอะไม่ต้องทำงานก็ได้!!” จันทร์วาดพูดออกมาเสียงดังหนอยอีเจนอีรุ่นน้องเนรคุณนี่คิดว่าเราไม่มีเงินสินะถึงชวนไปทำงานที่ไม่ต้องใช้ความรู้อย่างพวกงานทำความสะอาดบริษัทมึงคงรับคนงานพวกนี้ล่ะสิถ้าเราขาดเงินเราคงไปเป็นพวกอาจารย์สอนพละศึกษาไปแล้วเพราะด้วยวุฒิและประสบการณ์จะสอนพวกนี้ไม่ยากเลยหรือไม่ก็จะเปิดโรงเรียนสอนคาราเต้ก็ยังได้จันทร์วาดคิดในใจ“พี่หนูรู้ว่าพี่ไม่ลำบากเรื่องเงินแต่หนูอยากให้พี่ช่วยจริงนะตอนนี้ประเทศชาติต้องการพี่นะช่วยชาติอีกสักครั้งได้มั้ย” เจนพูดขอร้องเธอนั้นยังไม่ละความพยายาม“ประเทศชาติต้องการนี่บ้านเมืองเรามันขาดพนักงานทำความสะอาดขนาดนั้นเลยเหรอวะ !!” จันทร์วาดอุทานออกมา“พนักงานทำความสะอาดนี่พี่กำลังพูดถึงเรื่องอะไร!!” เจนทำหน้างง“ก็มึงมาชวนกูให้ไปทำงานบริษัทมึงไม่ใช่เหรองานที่ไม่ต้องใช้ความรู้ก็น่าจะมีแค่ไม่กี่งานไม่เป็นพนักงานทำความสะอาดก็พวกพนักงานรักษาความปลอดภัยอะไรพวกนั้นนี่” จันทร์วาดบอก“ห๋า...นี่พี่คิดว่าหนูทำงานบริษัท ??” เจนทำหน้าเหวอ“ใช่มึงไม่ได้ทำงานบริษัทเหรอ” จันทร์วาดพยักหน้า“ใช่ที่ไหนกันเล่าพี่หนูไม่ได้ทำงานบริษัท” เจนส่ายหน้า“อ้าวแล้วมึงทำงานอะไร” จันทร์วาดถาม“ตอนนี้หนูดำรงตำแหน่งหัวหน้าสมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทยหนูน่ะจะมาขอให้พี่ไปเป็นโค้ชให้นักกีฬาคาราเต้ทีมชาติไทยของเราพี่น่ะจะช่วยนำทัพประเทศไทยเราได้มั้ยช่วยกลับมารับใช้ชาติอีกสักครั้งไม่ใช่ในฐานะนักกีฬาแต่ในฐานะโค้ชทีมชาติ !!” เจนตอบพลางขอร้องจันทร์วาด“ว่าไงนะโค้ชทีมชาติ !!” จันทร์วาดอุทานออกมา“ใช่พี่โค้ชที่เราจ้างมาประสบอุบัติเหตุอาการหนักมากจนต้องถอนตัวจะหาโค้ชใหม่ตอนนี้ไม่ทันแล้วเวลาก็เหลือไม่มากแถมปีนี้ประเทศอื่นก็มีนักกีฬาแข็งแกร่งทั้งนั้นถ้าไม่ได้โค้ชดีและเก่งล่ะก็เด็กพวกนั้นมีหวังแย่แน่” เจนบอก“รับใช้ชาติงั้นเหรอ.....” จันทร์วาดพูดออกมาพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ก่อนจะเงยหน้ามองเพดานใช้ความคิดย้อนกลับไปถึงตอนที่เธอคิดถอนตัวจากกีฬาคาราเต้กรุงเอเธนส์ กรีซ ปี 2004หลังจากจันทร์วาดชนะเลิศการแข่งขันคาราเต้และคว้าเหรียญทองกลับมาให้ประเทศไทยได้อย่างไม่ยากเย็นเธอก็เดินไปเข้าห้องน้ำทันทีโดยไม่ได้สนใจให้สัมภาษณ์เลยสักนิดเพราะโค้ชกลัวเธอเผลอด่าคำหยาบออกไปซึ่งมันจะทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหายจึงบอกให้ออกไปทันทีที่แข่งเสร็จ (ไรท์ : เพราะแบบนี้ข่าวของจันทร์วาดตอนเป็นนักกีฬาจึงน้อยมากครับ)จันทร์วาดหลบออกมาแอบในห้องน้ำเพื่อหลบนักข่าวระหว่างที่หลบอยู่นั่นเองเธอก็ได้ยินเสียงร้องไห้“ฮือ...ยัยบ้าจากไทยนั่นไม่รู้จะมาลงแข่งทำไมมันน่ะสัตว์ประหลาดชัดๆมันไม่ใช่คนตราบใดที่ยังมียัยนั่นอยู่คงไม่มีใครสามารถคว้าเหรียญทองได้” เสียงนักกีฬาหญิงคนหนึ่งร้องไห้ออกมาเสียงนี่มันนักกีฬาจากจีนที่แพ้ให้เราแล้วได้เหรียญเงินไปนี่จันทร์วาดจำเสียงได้“ใจเย็นๆน่าเหรียญเงินก็ดีแล้วนี่ดูอย่างฉันสิได้แค่เหรียญทองแดงเอง” นักกีฬาอีกคนปลอบเพื่อน“แต่ฉันหวังไว้มากนี่เงินรางวัลอัดฉีดจากเหรียญทองน่ะประเทศเราให้ตั้งสิบล้านหยวนต่างจากเหรียญเงินที่ได้แค่แสนหยวนเท่านั้นธุรกิจของพ่อฉันพึ่งจะมีปัญหาถ้าฉันได้เงินรางวัลอัดฉีดนั่นไปฉันคงช่วยพ่อได้” นักกีฬาที่ร้องไห้ระบายเรื่องราวของเธอออกมาซึ่งประเทศจีนของเธอนั้นจะให้ความสำคัญกับนักกีฬาที่ได้ที่หนึ่งเท่านั้นถ้าไม่ใช่ที่หนึ่งก็แทบจะไม่ได้อะไรเลย“ใจเย็นน่าคราวหน้าเราเอาใหม่ไม่สิปีหน้ามีแข่งระดับประเทศเราไปหาเงินจากรายการนั้นก็ได้ฉันจะช่วยเธอซ้อมเอง”“ไม่มีประโยชน์ยัยสัตว์ประหลาดจากไทยนั่นมันลงทุกรายการแข่งขันอยู่แล้วยัยนั่นน่ะมีดีกรีแชมป์โลกห้าสมัยเลยนะมันคงไม่พลาดลงแข่งหรอก!!”“เอ่อ.....” เพื่อนของเธอถึงกับพูดไม่ออกเพราะเป็นเรื่องจริงนั่นเอง“ยี่สิบปีฉันเล่นคาราเต้มาเกือบยี่สิบปีอายุเองก็ใกล้จะสามสิบแล้วคงเหลือเวลาอีกไม่มากในชีวิตนักกีฬาแล้ว” นักกีฬาจากจีนที่ได้เหรียญเงินพูดอย่างท้อถอย“เฮ่...พวกเธอโค้ชเรียกรวมแล้วไปเร็ว !!” เสียงจากนอกห้องน้ำเรียกสองสาวนักกีฬา“โอเคจะไปเดี๋ยวนี้...ไปกันเถอะไปรวมกับทุกคนกันไม่ต้องคิดมากนะ” จากนั้นนักกีฬาสองคนนั่นก็เดินออกไปจากห้องน้ำ“อืม....” จันทร์วาดที่ได้ยินทุกอย่างถึงกับพูดอะไรไม่ออกเพราะที่เธอลงแข่งนั้นก็เพื่อหาคู่ต่อสู้เก่งๆเท่านั้นแต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่ทำให้เธอสู้สุดกำลังได้เลยเราเป็นสัตว์ประหลาดอย่างที่พวกนั้นบอกหรือเปล่านะ !!จันทร์วาดคิดในใจจากนั้นพอผ่านไปหลายเดือนเธอก็กลับมาซ้อมคาราเต้อยู่เหมือนเดิมระหว่างที่เธอกำลังพักและเดินไปหยิบน้ำมาดื่มเธอก็เจอกับหนังสือพิมพ์ข่าวกีฬาจากต่างประเทศฉบับหนึ่งถูกวางทิ้งเอาไว้ตอนแรกเธอก็ไม่ได้สนใจเพราะเธอไม่ชอบอ่านข่าวแต่พอเห็นจั่วหัวของหนังสือพิมพ์เท่านั้นแหละเธอก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจนักกีฬาจีนเหรียญเงินจากเอเธนส์ผูกคอดับในบ้านคาดสาเหตุจากโรคซึมเศร้า !!ตึก !! เสียงขวดน้ำในมือจันทร์วาดตกลงบนพื้นเธอรีบหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านทันที“พบนักกีฬาเหรียญเงินโอลิมปิกจากประเทศจีนผูกคอดับในห้องพักส่วนตัวพบยาแก้โรคซึมเศร้าคาดว่าน่าจะเครียดจากผลงานที่ทำได้ไม่ดีเมื่อไม่กี่เดือนก่อนส่วนสาเหตุอื่นคงต้องสืบทราบต่อไปแต่จากการให้ข้อมูลของเพื่อนสนิททำให้ได้รู้ว่าธุรกิจของที่บ้านกำลังไปได้ไม่ค่อยดีนี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นักกีฬาคนนี้ผูกคอตายก็เป็นได้....” จันทร์วาดอ่านเนื้อหาในข่าวก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวจากนั้นเธอก็ทิ้งหนังสือพิมพ์ลงและวิ่งหายไปจากห้องซ้อมทันทีและหลังจากวันนั้นก็ไม่มีใครพบจันทร์วาดอีกเลยจบ...