บทที่ 18
ความหวังของครอบครัว
หนิงฮุ่ยหมินตกตะลึงนี่พี่ใหญ่จะซื้อจักรยานให้เขาและยังให้เขากลับไปเรียนอีกใช่ไหม เขาไม่ได้ฝันไปนะ
"พี่ใหญ่พูดจริงใช่ไหมเื่จะให้ผมกลับไปเรียน"
"จริง นายคือความหวังของฉันและแม่ ฉันมีน้องชายเพียงคนเดียวนะฮุ่ยหมินพี่อยากให้นายกลับไปเรียน เพราะนี่คือสิ่งที่นายทำได้พี่ไม่ขอให้นายต้องเรียนเก่งแล้วสอบเข้ามหาลัยดังๆเพียงแค่ให้นายทำตามความตั้งใจของตัวเอง เมื่อไหร่ที่นายประสบความสำเร็จแล้วพี่กับแม่อาจจะต้องพึ่งพานาย รวมไปถึงหลานๆ ด้วยการศึกษานั้นมันไม่มีที่สิ้นสุดหรอกนะฮุ่ยหมิน"หนิงเหมยจูบอกน้องชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"นายอย่าลืมนะฮุ่ยหมิน พี่และพี่สาวของนายจบแค่ชั้นมัธยมนายคือความหวังของพวกเรา ถ้าจะให้พี่กับเหมยจูกลับไปเรียนมันก็ไม่ใช่แล้วพี่อายุเยอะไม่เหมาะจะไปเรียนกับเด็กรุ่นหลังส่วนถ้าเหมยจูอยากจะไปเรียนพี่ก็จะสนับสนุนด้วยเหมือนกัน"ตงซีเฉินพูดเห็นด้วยกับภรรยา
"ไม่หรอกฉันไม่เรียนแล้ว พอแล้ว พี่สามารถซื้อหนังสือมาเรียนด้วยตัวเองได้พี่มีความฝันของพี่ นายก็ต้องทำตามความฝันของนายให้สำเร็จ เข้าใจไหมน้องรัก"หนิงเหมยจูคิดว่าชาติก่อนเรียนมาพอแล้วชาตินี้เธอขอทำงานหาเงินเตรียมตัวเป็เศรษฐีดีกว่า
"ขอบคุณครับพี่ใหญ่" หนิงฮุ่ยหมินโผเข้ากอดพี่สาวด้วยความดีใจ
"พี่ขอนายเพียงแค่เื่เดียว หากนายจะมีความรัก พี่ขอให้นายศึกษาดูดีๆความรักเป็สิ่งสวยงาม แต่ถ้านายคิดว่ายังดูแลไม่ได้ก็อย่ามีมีความรักระหว่างเรียนนั้นไม่ผิดแต่จะผิดตรงที่ไม่รู้จักหักห้ามใจจนถลำลึกลงไป"
"ครับพี่ใหญ่ ผมให้สัญญา"หนิงฮุ่ยหมินให้สัญญากับพี่สาวเพราะตัวเขาเองก็ไม่คิดที่จะมีใครยิ่งเห็นชีวิตแม่ด้วยแล้วเขาจึงเลือกที่จะไม่มีดีกว่า
"วันนี้นายพาพี่เขยไปหาสหายนะ ไปแจ้งเขาเื่สร้างบ้าน ส่วนนี่คือแบบลองดูว่าเขาคิดค่าก่อสร้างเท่าไหร่ แล้วนัดวันได้เลย แพงไม่ว่าแต่ของทนและดีแล้วอย่าลืมไปตามพี่ชายทั้งสิบคนนั้นด้วยที่เคยมาช่วยเราที่บ้านหนิงพี่ไม่อยากติดค้างบุญคุณใคร" หนิงเหมยจูบอกน้องชายก่อนจะเดินออกจากบ้านเข้าสู่อำเภอ
หนิงเหมยจูออกจากบ้านมีเพียงตะกร้าสะพายหลังใบเดียว่ระหว่างรอเกวียนมีชาวบ้านหลายคนที่ส่งยิ้มให้พร้อมกับเอ่ยทัก
"ไปซื้อของเหรอเหมยจู เมื่อวานพาสามีไปหาหมอเป็ยังไงบ้าง"
"หมอให้ยามาดูอาการแล้วรอวันที่จะนัดผ่าตัดอีกครั้ง ส่วนวันนี้ทั้งไปซื้อของและขายของด้วยพอดีว่าฉันได้ลูกค้าที่อยากได้รถเข็นแบบของพี่ซีเฉินฉันเลยต้องไปรับของแล้วพาไปส่งให้ลูกค้า" หนิงเหมยจูไม่คิดจะปิดบังและที่สำคัญเธอเห็นสะใภ้ใหญ่ยืนอยู่ตรงนี้ด้วย ขอสักนิดเถอะเพื่อความสะใจเธอไม่ใช่คนชอบความรุนแรงแต่อดไม่ได้สักทีเมื่อเห็นหน้าคนบ้านตง
"น้องสี่ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้ มีภรรยาที่ออกจากบ้านไปหาเงินและยังออกไปขายของด้วยตัวเองอีกแต่ไม่รู้ว่าของที่ขายนั้นจะเป็เพียงรถเข็นหรือว่าจะขายอย่างอื่นกันแน่เธอว่าจริงไหม น้องสะใภ้สี่"กู้เปียวอ้ายสะใภ้ใหญ่ของบ้านตงจีบปากจีบคอพูดก่อนจะหันมาถามน้องสะใภ้ที่เธอไม่ชอบหน้าด้วยน้ำเสียงที่ส่อไปทางไม่ดี
"ใช่ค่ะ จริงอย่างที่พี่สะใภ้บอก เพราะฉันไม่ได้รับมาขายเพียงแค่รถเข็นแต่ไม่ว่าลูกค้า้าอะไรฉันพร้อมที่จะหามา ใครบ้างมีเงินอยู่ตรงหน้าแล้วไม่เอาแต่ถ้าหากเป็ของส่วนตัวที่อยู่กับฉัน ฉันขายให้กับสามีคนเดียวไม่คิดจะให้คนอื่นมาซ้ำรอย แต่ว่าที่พี่สะใภ้ถามฉันเนี่ยพี่สะใภ้เคยแล้วเหรอถึงได้รู้ดีจังเลย เอาล่ะเกวียนมาแล้วขึ้นเกวียนกันดีกว่า" เอาสิ ด่ามาด่ากลับไม่โกงวันนี้พอแค่นี้ก่อนพอเป็น้ำจิ้ม ส่วนสะใภ้ใหญ่บ้านตงนั้นโกรธจนพูดไม่ออกไม่คิดว่าจะโดนย้อน ชาวบ้านที่ได้ยินพากันกลั้นขำต่างก็คิดว่าสะใภ้ใหญ่นั้นอยู่ดีไม่ว่าดีหาเื่ให้โดนด่า
เมื่อมาถึงในอำเภอหนิงเหมยจูเดินเข้าซอกตึกที่ไม่มีคน เอารถเข็นออกมาเจ็ดคันเอามาเผื่อไว้หนึ่งคันความรู้สึกบอกว่าเธอต้องขายคันสุดท้ายได้ เมื่อเอาของมาครบแล้วเธอจึงเดินกลับออกมาหาเกวียนรับจ้างเธอมองดูเห็นเกวียนหลายเล่มที่จอดอยู่แต่มีคุณลุงคุณหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีคนจ้างเท่าไหร่เพราะเกวียนของลุงนั่นค่อนข้างเก่าและวัวที่ลากเกวียนท่าทางจะมีอายุแล้วหนิงเหมยจูจึงเดินตรงไปหาลุงคนนั้น
"สวัสดีค่ะลุง ฉันอยากเหมาเกวียนของลุงไปบ้านลูกค้าทั้งหมดสถานที่ ลุงดูก่อนว่ามีที่ไหนบ้าง" หนิงเหมยจูจึงบอกสถานที่ทั้งหมดให้ฟังลุงขับเกวียนได้ยินก็ตาเป็ประกายบอกเลยว่าเขาดีใจมากที่มีลูกค้ามาจ้างแบบนี้สองวันมานี้เขาไม่มีลูกค้าว่าจ้างไปที่ไหนแม่หนูคนนี้จึงเป็ลูกค้ารายแรกและรายใหญ่ของเขา
"รับลูก ลุงไปทุกที่เลย ลุงขอค่าจ้างห้าหยวนพอ"แค่ห้าหยวนเขาก็สามารถซื้ออาหารไปฝากภรรยาและลูกได้แล้วปกติห้าหยวนนี้เขารับจ้างขับเกวียนตั้งสามสี่วันตอนนี้เขาทำงานแค่วันเดียวห้าหยวนเขาก็พอใจแล้ว
"ถ้าอย่างนั้นฉันให้ลุงสิบหยวนนะ เพราะระยะทางทั้งหมดมันไกลพอสมควร ลุงตามมานะฉันต้องไปเอารถเข็นก่อนจะได้รีบไปส่งลูกค้า"หนิงเหมยจูไม่รอให้ลุงคนนี้ปฏิเสธเธอขึ้นนั่งเกวียนและบอกให้ลุงไปจอดตรงซอกตึกซอยข้างหน้าเพื่อขนของขึ้นเกวียน
หนิงเหมยจูและลุงขับเกวียนใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงจึงจะส่งของครบตามบ้านทั้งห้าหลังจึงเหลือเพียงร้านขายเสื้อผ้าของป้าอ้ายเจินเพียงร้านเดียวเมื่อมาถึงเธอจึงจ่ายค่าเกวียนพร้อมกับเอารถอีกสองคันลงจากนั้นจึงแกล้งหยิบของมาจากตะกร้า หนิงเหมยจูหยิบเนื้อมาสี่ชั่งและข้าวขาวหนึ่งถึงรวมทั้งน้ำตาลทรายแดง
"นี่ค่ะค่าจ้างสิบหยวนและนี่เอาไปกินนะ วันนี้ลุงไปกับฉันตั้งหลายที่ต้องได้กินของดีๆนะ" หนิงเหมยจูยื่นให้ด้วยรอยยิ้ม
"มันมากไปหรือเปล่าลุงรับไม่ได้หรอกลูก"
ลุงเซียงใไม่คิดว่าลูกค้าคนนี้นอกจากให้เงินค่าจ้างสิบหยวนแล้ว ยังให้เนื้อให้ข้าวสารยังมีน้ำตาลทรายแดงอีกถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีร้านค้ามากมายแต่เนื้อยังเป็อะไรที่จำกัดอยู่และมีราคาสูงเขาจึงไม่กล้ารับ
"ฉันชื่อเหมยจู ฉันยังต้องทำงานค้าขายแบบนี้อีกต่อไปหากต้องไปส่งของให้ลูกค้า ฉันต้องใช้บริการเกวียนของลุงบ่อยๆ ลุงรับไปเถอะนี่คือของขวัญสำหรับการร่วมงานครั้งแรกของเราเพราะฉันยังมีครั้งต่อไปที่ต้องวิ่งส่งของ"
"ทำไมเหมยจูไม่หาร้านค้าล่ะ วางขายเลยลุงว่าน่าจะขายดีนะอีกทั้งคนป่วยที่ต้องใช้รถเข็นแบบนี้มีเยอะอยู่เหมือนกัน"เขาเป็คนขับเกวียนย่อมรู้อยู่แล้วว่ามีคนาเ็ที่เดินไม่ได้และต้องใช้รถเข็นแบบนี้มากขนาดไหนยังมีพวกทหารที่พิการอีกมากเหมือนกันที่มีฐานะและ้ารถเข็นแบบนี้
"ฉันก็อยากได้นะลุง แต่ว่าไม่มีร้านค้าให้เช่าเลยนะสิถ้าลุงพอจะแนะนำที่ไหนก็บอกฉันได้นะคะ ฉันอยู่หมู่บ้านเหอซานไปหาบ้านสี่ตงสามีฉันชื่อตงซีเฉิน ถ้าลุงมีลูกค้าอยากได้รถเข็นลุงบอกได้นะฉันให้กำไรลุงคันละห้าสิบหยวนลุงไปบวกค่าขนส่งเอาเอง แต่ถ้ามีการสั่งสามคันขึ้นไปฉันให้กำไรลุงคันละเจ็ดสิบหยวน ลุงตกลงไหม"หนิงเหมยจูมีความสงสารลุงขับเกวียนคนนี้หากลุงมีลูกค้าเธอก็พร้อมที่จะให้ส่วนต่างและกำไร ถึงแม้ว่าอยากให้มากกว่านี้ก็กลัวลุงจะสงสัย
"เหมยจูพูดจริงใช่ไหม ถ้าลุงมีลูกค้าลุงสามารถไปหาที่บ้านได้นะ"ลุงเซียงดีใจ เขาสามารถหาลูกค้าได้ ต่อไปเขาคงจะมีเงินขึ้นมาบ้างแล้วลูกและภรรยาเขาจะได้ไม่ลำบาก
"ฉันพูดจริงค่ะ ฉันแอบบอกลุงนะกับคนอื่นฉันยังไม่บอก จักรยานฉันก็มีมีทั้งสองล้อและสามล้อ"เหมยจูจึงบอกราคาขายจักรยานให้ลุงเซียงรวมทั้งราคารถเข็นแต่จักรยานนั้นเธอให้ส่วนต่างสามสิบหยวนเพราะราคาถูกกว่าแต่ก็อยู่ที่ลุงเซียงว่าจะขายเกินราคาหรือไม่ถ้าขายเกินราคาได้เธอก็ไม่ห้าม
เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วหนิงเหมยจูจึงกล่าวลาลุงเซียงเธอเพิ่งจะรู้จักชื่อก็ตอนบอกลากันนี่แหละจากนั้นจึงเดินเข้าร้านของป้าอ้ายเจินบอกพนักงานขายที่ร้านว่าเหมยจูมาขอพบ
"เหมยจูมาแล้ว ป้านึกว่าเราจะลืมเสียอีก"อ้ายเจินเมื่อคนงานเข้าไปบอกว่ามีหญิงสาวที่ชื่อหนิงเหมยจูมาขอพบเธอรีบเดินออกมาอย่างดีใจ
"ต้องขอโทษคุณป้าด้วยนะคะ พอดีว่าฉันต้องเอารถเข็นไปส่งให้หลายที่ทำให้เสียเวลาไปหน่อย ต้องขอโทษคุณป้าด้วยจริงๆ นะคะเหมยจูรู้ตัวว่าตัวเองมาสายจึงเอ่ยขอโทษด้วยความจริงใจ เพราะเธอผิดจริงๆ
"ป้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลย ว่าแต่อีกคัน มีคนสั่งหรือยัง ถ้ายังป้าขอซื้อได้ไหม"
"ได้เลยค่ะ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเลยสั่งเกินมาหนึ่งคันถ้าป้าเจินเอาทั้งสองคันฉันแถมไม้เท้าหัดเดินให้หนึ่งอันจะได้ช่วยเื่กล้ามเนื้อแขนด้วย เดี๋ยวมานะคะ" หนิงเหมยจูวิ่งออกมานอกร้านเธอเห็นว่าข้างร้านมีซอกตึกเธอพอจะมุดตัวเองเข้าไปได้ จึงเอาไม้เท้าสี่ขาออกมาก่อนจะวิ่งกลับไปที่ร้านอีกครั้ง
"นี่ค่ะเป็ไม้เท้าหัดเดิน ถ้ามีใครสนใจบอกฉันได้นะ ฉันหาให้ได้"จุดประสงค์ที่แท้จริงคือเธอ้าที่จะฝากขายเธอมองว่าป้าเจินรู้จักคนไม่น้อยเลยทีเดียว
"ดีเลย ลูกน้องของสามีป้า้าของแบบนี้เยอะ แล้วถ้าป้าสนใจเราจะให้ป้าติดต่อที่ไหน"
"หมูบ้านที่ฉันอยู่คือหมู่บ้านเหอซานค่ะป้าเจินไปหาบ้านของตงซีเฉินบ้านสี่ตง ถามชาวบ้านก็รู้ค่ะ"หนิงเหมยจูบอกและแสดงอาการดีใจ อย่างน้อยๆ่ที่ยังไม่มีหน้าร้านเธอวิ่งขายแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
********************