ตะวันตกเย็นท่ามกลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตึกสูงลิ่ว แสงสีส้มของพระอาทิตย์ที่ตัดกับเมฆยังคงสว่างทั่วท้องฟ้า เบื้องล่างลานฟุตบาทต่างเต็มไปด้วยมนุษย์เงินเดือนที่พูดคุยกันจอแจหลังเลิกงาน รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะต่างแสดงให้เห็นการปลดปล่อยอารมณ์คลายเครียดจากการทำงานตลอดสัปดาห์
กึก กึก กึก
เสียงฝีเท้าของหญิงสาววัยทำงานดีไซน์เนอร์แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังแห่งนครพอทสดัม เธออายุเพียงแค่ 27 ปีเท่านั้นนามว่าเฟรย่า สาวร่างบางสุดเซ็กซี่ ใบหน้าสวยหวานไร้ที่ติ กำลังเดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์ด้วยรองเท้าส้นเข็มที่ช่วยให้สรีระของเธอดูเป็สง่าและโดดเด่น ชุดเดรสเหนือเข่าสีน้ำเงินตัดกับผิวขาวเนียนของเธอที่ใครได้เห็นต่างก็มองเหลียวหลัง ผมสีบลอนด์ยาวถึงสะโพกอันกลมกลึง ด้วยแรงลมยามเย็นทำให้มันปลิวสไวรอบกรอบใบหน้าและด้านหลังอย่างเซ็กซี่ ดวงตาสีฮาเซลเป็ประกายล้อมรอบไปด้วยขนตายาวงอนธรรมชาติ
ติ๊ดดด –บบบ
“ฮัลโหล ที่รัก ฉันเลิกงานแล้วนะ กำลังจะขับรถกลับบ้าน เย็นนี้คุณจะมารับฉันที่บ้านกี่โมงดีคะ?”
“เอ่อ… คือ เฟรย่า... ผมมีอะไรจะบอกคุณ” ออสตินแฟนหนุ่มของเธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเ็าและแ่เบาจนทำให้สาวเ้าััถึงความผิดปกติ
“เอ่อ ถ้าคุณไม่สะดวก เราเลื่อนดินเนอร์ไปอีกวันก็ได้นะ ยังไงซะ เราฉลองครบรอบ 5 ปีของเราย้อนหลังก็ได้นิ”
“คงไม่ได้แล้วล่ะ คือ…ผมขอโทษ ผมทำผู้หญิงท้อง” เขาเปร่งออกมาด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำเพื่อให้ความกระจ่างแก่เธอ
“ห้ะ! มะ ไม่นะ!คุณทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไงกัน เราผ่านอะไรด้วยกันมาตั้งมากมาย แล้วเราไม่รักกันั้แ่ตอนไหน…” เฟรย่าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือที่ไร้เรี่ยวแรงพลันทำแก้วกาแฟกระดาษหล่นร่วงลงสู่พื้น คราบกาแฟกระเด็นกระจัดกระจาย
“ผมขอโทษ…ผมรักเธอและอยากแต่งงานกับเธอ เธอให้ในสิ่งที่คุณให้ผมไม่ได้ นั่นคือลูก”
“ลืมผมไปซะเถอะนะ ยังไงซะผมก็ขอให้คุณเจอคนที่ดี ผมขอโทษ และผมอยากให้เราจบกันด้วยดี” ชายหนุ่มพูดลาด้วยน้ำเสียงเ็า แต่ทว่าทันใดนั้นคำพูดต่างๆ จากหญิงสาวทะลักพรูขึ้นมาในอกและพูดออกมาด้วยการหักห้ามอารมณ์ไม่อยู่หลังจากได้ยินคำร่ำลาจากเขา
“เหอะ ฉันจะเจอคนที่ดีกว่าคุณแน่นอน รับรอง! อ้อแล้วรู้อะไรไหม ไหนๆ เราก็เลิกกันล่ะ จะบอกให้ว่าไอ้เ้าโลกของคุณน่ะ มันเล็กมากกก จนมันทำให้ฉันเนี่ย ไม่เคยััถึงสรวง์ชั้น 7 เลยสักครั้ง! ฉันแกล้งแอคติ้งออกัสซั่มไปยังงั้นแหล่ะ หึ! เชิญหดกลับไปเป็มิจิโกะจะดีกว่านะ ไอ้แบคทีเรียในร่มผ้า ไอ้ถั่วฝักยาวในผัดกะเพรา!”
ติ๊บ-
เฟรย่ากดวางสายโทรศัพท์หลังจากเธอได้ตะคอกใส่อดีตแฟนหนุ่มอย่างสาแก่ใจเพื่อให้เขารู้สึกอับอาย เธอระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ข่มกลั้นความรู้สึกอยากร้องไห้เอาไว้ นัยต์ตาหญิงสาวเต็มไปด้วยความชอกช้ำ ยืนแข็งทื่อพร้อมใบหน้าซีดไม่เหลือสีเื แม้ว่าเธอจะพยายามควบคุมสติแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่วายต้องเสียน้ำตาให้กับเื่ที่กระทบจิตใจเธออย่างหนักเช่นนี้ น้ำใสๆ ค่อยๆ ไหลเอ่อออกจากนัยต์ตาสีน้ำตาลกลมโตช้าๆ หยดลงบนสองฝั่งแก้มของเธอ
************************************************
วิ้ว วิ้ว~
เสียงลมพัดบวกกับเพลงบรรเลงตามร้านอาหารและบาร์จากทุกมุมตึก ทำให้บรรยากาศแลดูครึกครึ้นในค่ำวันศุกร์ ผิดกับบ้านทาว์นเฮาส์อันเงียบงันในซอยเล็กๆ ถัดมาที่เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง
"กริ๊ง กริ๊งงงงง” กริ่งถูกกดดังลั่นจากบุคคลปริศนา
แอ๊ดดด ตึง!
เฟรย่าเปิดประตูออกมาพร้อมชะโงกใบหน้าแดงก่ำออกมาช้าๆ พลางหรี่ตามอง ไปยังบุคคลผู้มาเยี่ยมเยียน
“ป๊าดดด ยัยเฟรย่า ทำไมแกปล่อยให้สภาพโทรมยังงี้ ล่ะนี่กลิ่นเบียร์หึ่งเชียว หัวก็ฟูเหมือนไปหยุมหัวกับใครมา” ลิลลี่ผู้เป็ทั้งเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานของเฟรย่าเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงพร้อมตำหนิเพื่อนสาวเบาๆ
“ฉันเลิกกับออสตินแล้วนะ เมื่อตอนเย็นนี้เอง รู้สึกเฟลๆ ว่ะแก ฉันเลยอยากจะเมาสักหน่อยอ่ะ อึ๊ก~” เฟรย่าพูดออกมาด้วยสีหน้าเมาแอ๋ กลิ่นเบียร์คละคลุ้ง
“อืม ฉันเข้าใจแล้ว เพราะตอนฉันช้อปปิ้ง ฉันเห็นนายออสตินแฟนเก่าแกเดินควงกับผู้หญิงคนอื่นอ่ะ ฉันเลยรีบขับรถดิ่งมาหาแกว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“อือ ตามที่แกเห็นเลย เขามีคนใหม่น่ะ”
“แกน่ะ เป็ผู้หญิงสตรอง แต่เจอเื่แบบนี้ไปมันก็ต้องเสียใจเป็ธรรมดา แต่แกรู้ไหมการที่เราจะรักใครสักคน เราต้องรู้จักเห็นแก่ตัวซะบ้าง รักตัวเองให้มากกว่า ใส่ใจความสุขของตัวเองให้มากกว่า คืนนี้ร้องไห้ออกมาได้ให้เต็มที่ พรุ่งนี้แกต้องเป็คนใหม่ที่ปังปุริเย่กว่าเดิมรู้ป่ะ มูฟออนซะเถอะ ผู้ชายหล่อๆ มีอีกเยอะ แกน่ะทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ โสดได้ไม่นานหรอกน่า” ลิลลี่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังเพื่อเรียกสติเธอ
“อือ ขอบใจแกมากนะ” ดวงตาเฟรย่าเหลือบมองขึ้นที่ใบหน้าของเพื่อนสาวขณะเอ่ยเบาๆ
“เอาล่ะ อย่าจมปลักอยู่ในบ้านเลย รีบอาบน้ำแต่งตัวสวยๆ ออกไปล่าเหยื่อดีกว่า คืนนี้มีผับใหม่เปิดตรงแถวในเมืองน่ะ ว่าแต่แกจัดการแว็กซ์หรือยัง?”
“แว็กซ์อะไร?”
“นี่ ก็ต้องเตรียมตัวให้ดีไงล่ะ ของลงของลับ เผื่อแกได้กินตับผู้ชายหล่อๆ ฮ่าๆ” ลิลลี่หัวเราะชอบใจ
“พวกเธอนี่นะ! ของยังงี้ฉันต้องเตรียมอยู่แล้วล่ะ”
*************************************************
แอ๊ดดด ตึง
22:00 ณ ผับสไตล์ไอริชย่านเมืองพอทสดัม ทันทีที่ประตูผับถูกเปิดออก เสียงเพลงจากดีเจก็ดังกระหึ่มทั่วทั้งผับ 3 เสือสาวก้าวย่างเข้ามาด้านในโดยมีทุกสายตาจดจ้องมาที่พวกเธอ โดยเฉพาะเฟรย่า สาวร่างบาง หากแต่มีทรวดทรงอันสมบรูณ์แบบและงดงามน่าจับตาอย่างเหลือเชื่อ ผมสีบลอนด์ทรงผมฟาร่าห์ยาวถึงกลางหลัง ดูช่างเข้ากันกับชุดเดรสสีแดงปากเลื่อมระยิบระยับจากแสงไฟดิสโก้ เดรสผ่าอกเผยให้เห็นเนินอกคัพอีขาวผ่อง กระโปรงผ่าสูงด้านหน้าโชว์่ขาอ่อนขยี้ใจชายที่มองผ่าน
“นั่งโต๊ะนี่แหล่ะ วิวดี มองผู้ชายโต๊ะด้านหน้านั้นได้สะดวก ฮ่าฮ่า” จูเลียพูดพลางเอามือปิดปากตามแบบฉบับจริตเขินอายของเธอ
“พวกแกจะนั่งตรงนี้ก็ตามใจนะ ฉันจะไปนั่งดริ้งที่เคาน์เตอร์บาร์สักพัก”
กึก กึก
“ขอกามิกาเซ่ 1 แก้วค่ะ” เฟรย่าพูดพลางส่งยิ้มหวานจนแทบจะทำให้ชายหนุ่มอ่อนระทวย
“จัดไปครับผมพี่สาวคนสวย”
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแห่งการนั่งดื่ม ฤทธิ์น้ำเมาเริ่มทำให้เฟรย่าดูมีชีวิตชีวาร่าเริงมากขึ้นกว่าปกติ เธอลุกจากเคาน์เตอร์บาร์แล้วตรงดิ่งไปยังหน้าเวทีพร้อมกับกามิกาเซ่แก้วที่ 4 เธอดื่มหนักจนเมามาย และกำลังมีความสุขกับการเต้นเบาๆ ผมลอนฟาร่าห์ของเธอที่พริ้วสไวและลีลาการเต้นเพลงแนวป๊อปของเธอช่างน่าดูดสายตาชายหนุ่มยิ่งนัก
ยิ่งดึกเท่าไหร่ บรรยากาศก็เริ่มคึกครื้นขึ้นเรื่อยๆ เสียงพูดคุยจอแจมีให้ได้ยินทั่วทุกมุมผับ เช่นเดียวกับอีริคและเอเดน สองหนุ่มคลาสโนว่าขวัญใจสาวๆ ที่นั่งดื่มกันที่โต๊ะมุมของผับ
“เอ้า ชนนนน!กริ๊ง”