“ช่างเป็ชาดที่ดีนัก น้องสาวห้าตัดใจนำมาให้เช่นนี้ข้าจะรับไว้ได้อย่างไรกัน” ฉู่จวินหลันกล่าวพลางหัวเราะเสียงเบา
เมื่อฉู่อวิ๋นเจียวเห็นว่านางมีทีท่าว่าจะไม่รับก็ยิ้มกล่าวอย่างสนิทสนม “พี่หญิงสามกล่าวอะไรเช่นนี้ สกุลฉู่เป็หนึ่งเดียวกันถึงแม้ไม่ได้เกิดจากมารดาเดียวกัน แต่ก็เป็พี่น้องกันอยู่ดีเมื่อก่อนข้าผู้นี้ยังไม่รู้ความ หากเคยทำให้ท่านขุ่นข้องใจ ก็หวังว่าท่านจะไม่ถือโทษโกรธเคือง”
ฉู่จวินหลันเลิกคิ้วเล็กน้อยปากกล่าวเช่นนี้ แต่สิ่งที่นำมามอบให้กลับเป็ชาดผสมพิษ
เพียงใช้ชาดนี้ไม่ถึงครึ่งเดือนใบหน้าก็จะเต็มไปด้วยผื่นแดงดุจดวงดาวบนท้องนภาจะให้กลับมาเหมือนเดิมได้อย่างน้อยต้องใช้เวลาสามถึงห้าปีแม้ไม่ได้อันตรายถึงชีวิต แต่สำหรับสตรีวัยกำลังหาคู่ครอง นี่นับเป็หายนะใหญ่หลวงเพราะในยุคนี้ ชีวิตของสตรีล้วนผูกติดกับการแต่งงาน
“ในเมื่อเป็พี่น้องกันน้องสาวห้าก็อย่าได้เกรงใจไปเลย เ้านำของสิ่งนี้กลับไปใช้เองเถิด”ฉู่จวินหลันที่ยังคงฝังเข็มให้ฉู่หวาถิงพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจและไม่แม้แต่จะเหลือบมองฉู่อวิ๋นเจียว
“พี่หญิงสามยังถ่อมตนอีกหรือทำเช่นนี้ไม่ใช่ว่าเราจะกลายเป็คนแปลกหน้ากันหรืออย่างไร”
เมื่อเห็นฉู่จวินหลันยังคงนั่งนิ่งไม่แสดงท่าทีต้อนรับ ฉู่อวิ๋นเจียวก็รู้สึกอึดอัดกล่าวถ้อยคำเกรงใจเพียงสองสามประโยคก่อนจะขอตัวจากไป
เมื่อจื่อเยียนออกไปส่งแขกฉู่หวาถิงที่เงียบมาตลอดก็ขมวดคิ้วเอ่ยว่า“ของที่มอบให้โดยไม่มีเหตุผลมักแฝงเล่ห์เหลี่ยม เ้าต้องระวังให้มาก”
“พี่ชายใหญ่ไม่ต้องกังวลข้ารู้ดีเ้าค่ะ”
มือที่กำลังฝังเข็มยังคงเคลื่อนไหวต่อไปเสียงเข็มกระทบดังแ่เบา
ฉู่หวาถิงหลับตาลงคิ้วขมวดแน่นเล็กน้อย
“พี่ชายใหญ่รอบดวงตารู้สึกปวดหรือคันหรือไม่”
“อื้ม”
ฉู่จวินหลันเข้าใจดีจึงยิ้มบาง“รู้สึกก็ถือว่าดี หากไม่รู้สึกข้าคงต้องปรับวิธีใหม่แล้ว”
ฉู่หวาถิงได้ยินเช่นนั้นก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อยและเชื่อมั่นในวิชาแพทย์ของฉู่จวินหลันมากขึ้น
ระหว่างที่ฉู่จวินหลันกำลังฝังเข็มข้างนอกก็มีเสียงเป่าเล่อดังขึ้น
“คุณหนูรองท่านมาที่นี่มีเื่อันใดหรือขอรับ”
“อะไรกันข้าจะมาเยี่ยมพี่ชายใหญ่ไม่ได้หรือ”เสียงฉู่เมิ่งอิ๋งแข็งกร้าวแตกต่างจากภาพลักษณ์คุณหนูผู้เรียบร้อยอ่อนโยนที่เคยแสดงออกโดยสิ้นเชิง
ฉู่จวินหลันอดยิ้มไม่ได้นางกระซิบกับฉู่หวาถิงเสียงเบา “นางคงโกรธข้าจนเก็บอาการไม่อยู่เกรงว่าคงเล่นละครต่อไปไม่ไหว”
“ขัดใจบุรุษดีกว่าทำให้คนพาลขุ่นเคือง”
“พี่ชายใหญ่ท่านนี่ชอบว่าคนโดยอ้อมนัก”
ทั้งสองคนต่างกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
ฉู่เมิ่งอิ๋งก้าวพรวดมาถึงหน้าประตูห้องกวาดตามองเพียงแวบเดียวก็เห็นกล่องชาดจากร้านเฟิ่นเตี๋ยสองกล่องบนโต๊ะนางโกรธจนแทบะเิ แต่ยังฝืนข่มโทสะเดินเข้ามาหาฉู่จวินหลันพลางยกมือส่งสัญญาณให้คนด้านหลัง
ซู่หลันกับซู่จวี๋สาวใช้คนสนิทของฉู่เมิ่งอิ๋งรับคำสั่งทันทีทั้งสองกันตัวเองขวางประตู จากนั้นผลักจื่อเยียนกับเป่าเล่อออกไปนอกห้องอย่างแรง
เป่าเล่อกับจื่อเยียนโกรธจัด
“พวกเ้าคิดจะทำอะไร!”
ซู่หลันแสยะยิ้ม กล่าวเสียงเย็น“คุณหนูของข้ามีเื่จะคุยกับคุณหนูสาม พวกเ้าอย่าเข้ามาแทรกจะดีกว่าหากขัดขวางเื่สำคัญของคุณหนู รับรองว่าพวกเ้าจะเดือดร้อนแน่”
จื่อเยียนตัวสั่นด้วยความโกรธ “ถุย!พวกอาศัยอำนาจนายกดขี่ผู้อื่น!”
ซู่จวี๋เกือบจะพุ่งเข้ามาทะเลาะกับจื่อเยียนแต่ถูกซู่หลันรั้งไว้ ทั้งสองคนยืนคุมอยู่หน้าประตูราวกับสิงโตหินเฝ้าศาลาจื่อเยียนกับเป่าเล่อจึงทำได้เพียงชะเง้อมองสถานการณ์ในห้องแต่ก็ยังไม่ได้ยินสิ่งที่ด้านในคุยกัน
ฉู่เมิ่งอิ๋งหยิบกล่องชาดสองกล่องมาวางลงบนฝ่ามือ“ไม่คิดเลยว่าน้องสาวสามกับน้องสาวห้าจะสนิทสนมกันถึงเพียงนี้”
พอได้ยินน้ำเสียงประชดประชันนี้ฉู่จวินหลันก็เข้าใจทันที
ฉู่เมิ่งอิ๋งอาศัยอนุหวังที่เป็ผู้ดูแลการเงินภายในเรือนเวลามีของดีใดๆ บรรดาพี่น้องในจวนต่างประจบเอาใจฉู่เมิ่งอิ๋ง มักจะส่งให้นางหนึ่งส่วนเสมอเดิมทีเ้าของร่างเดิมก็ทำเช่นนั้น
ฉู่เพ่ยซานส่งชาดไปให้นางแล้วแต่ฉู่อวิ๋นเจียวยังไม่ได้ส่งเพียงแค่ลองสืบถามดูก็รู้ได้ทันทีว่าฉู่อวิ๋นเจียวแวะมาที่เรือนตะวันออกเพื่อมอบชาดให้ฉู่จวินหลันและแสร้งทำเป็พี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวกัน
ต่อให้ฉู่เมิ่งอิ๋งจะมากเล่ห์เพทุบายเพียงใดทว่านางก็ยังเป็เพียงสาวน้อยวัยสิบหกปี เกรงว่าตอนนี้คงโกรธจนแทบขาดใจภาพลักษณ์อ่อนหวานนุ่มนวลที่เคยสร้างไว้ไม่เหลือแม้แต่น้อย
แต่ฉู่จวินหลันหาได้ใส่ใจกับเื่เล็กน้อยเช่นนี้ไม่
เมื่อเห็นฉู่จวินหลันไม่สนใจแม้แต่น้อยฉู่เมิ่งอิ๋งก็โกรธจนมือสั่น รีบคว้าชาดทั้งสองกล่องไว้แน่นแล้วตวาดลั่น“เ้าคู่ควรกับชาดของร้านเฟิ่นเตี๋ยนี้ด้วยหรือ จะใช้ถึงสองกล่องเชียวหรือหน้าหนาพอแล้วกระมัง!”
แม้ฉู่หวาถิงจะมองไม่เห็นแต่ก็ได้ยินชัดเจน เขาขมวดคิ้วทันที “ฉู่เมิ่งอิ๋ง ระวังคำพูดของเ้าด้วย”
ฉู่เมิ่งอิ๋งยังคงกล่าวอย่างอวดดี“ระวังคำพูด? ถึงข้าไม่ระวังแล้วท่านจะทำอะไรข้าได้”
ฉู่จวินหลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉยเมย“ใช้สองกล่องก็เรียกว่าหน้าหนาหรือ เช่นนั้นเมื่อรวมของที่เ้ามีอยู่ในมือนี้ด้วยเกรงว่าคงไม่ต่ำกว่าสี่กล่องแล้วกระมัง”
“เ้า!”
“เ้าอะไร เ้าว่าข้าหน้าหนา?แต่ข้าว่าหน้าเ้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองเสียอีก!เรียกตนว่าคุณหนูตระกูลใหญ่ ทั้งที่วันๆ แสร้งทำเป็เรียบร้อยอ่อนโยนลับหลังกลับแอบมาขโมยชาดของผู้อื่น รีบไสหัวออกไปเสียอย่าให้ความชั่วช้าของเ้ามาแปดเปื้อนเรือนของพี่ชายข้า”
ฉู่เมิ่งอิ๋งที่ไม่เคยถูกด่าเช่นนี้มาก่อนโกรธจนแทบคลั่งริมฝีปากสั่นระริกน้ำตาคลอ
ฉู่จวินหลันปักเข็มสุดท้ายเสร็จก็เงยหน้าทันทีดวงตาคู่งามทอประกายเย็นะเืจ้องเขม็ง
ฉู่เมิ่งอิ๋งถึงกับตัวแข็งทื่อหวาดหวั่นขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ คำที่จะเอ่ยก็จุกอยู่ในลำคอก่อนจะกำกล่องชาดแล้วหันหลังวิ่งออกไปทันที
ซู่หลันกับซู่จวี๋ตามฉู่เมิ่งอิ๋งออกไปด้วยสีหน้าโอหังแต่ในใจกลับฉงนสงสัย คุณหนูชิงชาดไปได้ แต่เหตุใดยังทำหน้าเหมือนถูกทำร้ายเช่นนั้น
จื่อเยียนกับเป่าเล่อเห็นฉู่เมิ่งอิ๋งถือชาดสองกล่องเดินจากไปก็โกรธจนตาแดง
“คุณหนูสามนางล่วงเกินกันเกินไปแล้ว!”
“มาชิงของกันเช่นนี้ได้อย่างไรเราได้ชาดดีๆ มาแค่กล่องเดียวก็ยังจะมาแย่งไปอีก!” จื่อเยียนกล่าวเจือเสียงสะอื้น“บ่าวจะไปเรียนให้ฮูหยินผู้เฒ่าทราบ!”
สีหน้าฉู่หวาถิงเคร่งขรึมดุจเหล็กกล้าหากไม่ถูกฝังเข็มจนทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ เขาคงพุ่งออกไปแล้ว
ฉู่จวินหลันกล่าวด้วยท่าทีสงบนิ่ง“ไม่ต้องใจร้อน ข้ามีแผนแล้ว”
“แต่ว่า…”
“วางใจข้าเถิด จื่อเยียนหยุดร้องได้แล้ว ไม่ต้องไปฟ้องใครด้วย และห้ามความลับนี้รั่วไหลเด็ดขาดอย่าทำลายแผนของข้า”
จื่อเยียนใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาพลางพยักหน้าอย่างเชื่อฟังถึงในใจยังรู้สึกสงสารฉู่จวินหลันอยู่บ้าง แต่ด้วยเห็นสิ่งที่นางทำมาไม่น้อยจึงทำได้เพียงเชื่อฟัง
ฉู่จวินหลันสั่งให้จื่อเยียนกับเป่าเล่อออกไปจากนั้นเล่าเื่ที่ฉู่อวิ๋นเจียวส่งชาดพิษมาให้ฉู่หวาถิงฟังเสียงเบา
ฉู่หวาถิงเบิกตากว้างด้วยความใ“เป็อย่างนี้ได้อย่างไร!”
“อนุซุนผู้นี้คิดหวังจะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวอย่างไรเล่า”ฉู่จวินหลันดึงเข็มให้ฉู่หวาถิงออกอย่างคล่องแคล่ว พร้อมวิเคราะห์ว่า“ชาดพวกนี้ล้วนเป็สิ่งที่อนุหวังสั่งให้เปิดคลังเอาออกมาปกติแล้วอนุหวังเป็ผู้ดูแลคลัง หากข้าทาชาดพิษแล้วเสียโฉมท่านลองคิดดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่เพียงทำให้ข้าเสียโฉม แต่ยังทำให้อนุหวังมีความผิดยิ่งไปกว่านั้น เื่นี้จะทำให้ข้ากับอนุหวังต่อสู้กันจนตายไปข้างหนึ่งส่วนอนุซุนก็จะนั่งชมเื่สนุกนี้อย่างสบายใจ”