ณ ห้องประกายอัสนี ภายในพระราชวังอัสนีดารา ซึ่งเป็ท้องพระโรงขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยแก้วผลึกสีฟ้าและทองคำ เหล่าขุนนางและเทพบริวารมากมายกำลังนั่งประชุมอยู่หน้าบัลลังก์อัสนี ทันใดนั้น ประตูห้องประกายอัสนีก็เปิดออก
เทพอัสนีย์และเทพเหมันต์เดินเข้ามาในห้องประกายอัสนี ทุกคนในที่ประชุมลุกขึ้นทำความเคารพ เทพอัสนีย์โบกมือให้ทุกคนนั่งลง
"ทุกท่าน นั่งลงเถิด ข้ากลับมาแล้ว ต้องขอบใจทุกคนที่ช่วยดูแลอาณาจักรใน่ที่ข้าและเทพเหมันต์ไม่อยู่" เทพอัสนีย์กล่าวด้วยเสียงก้องกังวาน
เทพเหมันต์ ยิ้มบางๆ แต่แววตาเคร่งขรึม กล่าวขึ้นว่า "หวังว่าทุกอย่างจะเป็ไปด้วยความเรียบร้อย"
เทพัเขียว ลุกขึ้นยืน กล่าวด้วยความเคารพ "ฝ่าาเทพอัสนีย์ และพระมหาชายา ทุกอย่างเป็ไปด้วยความสงบสุข ใน่ที่พระองค์ไม่อยู่ ข้าน้อยได้ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในอาณาจักรอย่างเต็มที่ ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่น่ากังวล"
"ดีมาก ท่านเทพัเขียว ข้าชื่นชมในความพยายามและความซื่อสัตย์ของท่าน" เทพอัสนีย์กล่าว
เทพวารี ลุกขึ้นยืนยิ้มละไมกล่าวขึ้นว่า "ฝ่าา ข้ามีเื่จะแนะนำให้พระองค์ได้ทราบ นี่คือลูกศิษย์ของข้า นางชื่อ "ภัทรา" ข้าได้ฝึกฝนนางมาครบ 1 เดือนเต็ม นางเป็อัจฉริยะอย่างไร้ที่ติ ปัจจุบันก้าวเข้าสู่ขั้นจอมเทพระดับ 5 แล้ว นอกจากนี้นางยังมีความสามารถในการปรนนิบัติและช่วยงานภายในพระราชวังได้เป็อย่างดี ข้าจึงอยากจะถวายตัวนางให้ท่านพี่พิจารณาเป็พระสนม เพื่อเป็ผู้นำกองทัพอีกคนในาเทพมารที่ใกล้จะมาถึงนี้"
ภัทราเดินออกมาจากด้านหลังเทพวารี พร้อมทำความเคารพเทพอัสนีย์และเทพเหมันต์ ดวงตาของเธอเปล่งประกายอย่างมีเสน่ห์
ภัทรากล่าวด้วยเสียงอ่อนหวาน "ข้าเพิ่งมีโอกาสได้พบฝ่าาและพระชายา หากฝ่าายินดีให้ข้ารับใช้ใกล้ชิด รับรองว่าจะถวายงานให้อย่างดีที่สุดเหนือกว่าผู้ใดในพระราชวังนี้เลย"
เทพอัสนีย์ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ แต่เทพเหมันต์สังเกตเห็นสายตาของภัทราที่มองเทพอัสนีย์ด้วยสายตาหว่านเสน่ห์ จึงเริ่มรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
เทพอัสนีย์ยิ้มรับและกล่าวว่า "ข้ายินดีที่มีคนหนุ่มสาวมากความสามารถเช่นเ้ามาร่วมงาน ถ้าเ้ามีความตั้งใจดี ข้าก็ยินดีรับเ้าไว้เป็ที่ปรึกษา แต่ก่อนที่ข้าจะรับเ้าเป็พระสนม เ้าต้องไปฝึกกับพระมหาชายาและผ่านการประเมินก่อน"
ภัทราส่งยิ้มหวานให้เทพอัสนีย์และเดินถอยกลับไปยังที่นั่งของตน เทพเหมันต์มองภัทราด้วยสายตาดุและเฉียบคม แต่ไม่พูดอะไร เทพวารีสังเกตเห็นอารมณ์ของน้องสาว จึงส่งสายตาเตือนให้เทพเหมันต์สงบลง
“ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องขอตัวแล้ว ข้ามีงานที่ต้องไปดูแล” เทพัเขียวกล่าว
เทพอัสนีย์พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ขอบใจท่านเทพัเขียว ไปเถอะ”
เมื่อเทพัเขียวออกไป บรรยากาศในห้องเงียบงันลง เทพเหมันต์มองดูเทพวารีและภัทราอย่างไม่สบายใจ แต่ยังคงสงบเสงี่ยมไม่พูดอะไรออกมา
“ถ้าเช่นนั้นวันนี้เลิกประชุมแค่นี้ ให้ภัทราไปพักกับเทพเหมันต์เพื่อรับการฝึกเป็พระสนม ส่วนข้าวันนี้จะไปตรวจงานตำหนักลมสักหน่อย” เทพอัสนีย์พูดจบก็เดินไปจูงองค์หญิงภูติซึ่งนางกำลังยิ้มแก้มปริอยู่ แล้วพากันเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้เทพเหมันต์มองค้อนอยู่คนเดียว
“ไปเ้าไปกับข้า” เทพเหมันต์กล่าวกับภัทราด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแล้วทั้งคู่ก็พากันเดินออกจากห้องไป
17.00 น. ณ ห้องอาบน้ำ พระราชวังอัสนีดารา
เทพเหมันต์นั่งอยู่ในอ่างน้ำร้อนขนาดใหญ่ น้ำร้อนส่งกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ นางหลับตาพริ้มอย่างผ่อนคลาย แต่แววตานั้นยังคงแฝงไว้ด้วยความคิดร้ายเงียบๆ นางเอ่ยเรียกภัทราที่อยู่ด้านนอกห้องให้เข้ามาหา
"ภัทรา เข้ามานี่สิ มาถูหลังให้ข้าหน่อย" เทพเหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยอำนาจ
ภัทราก้าวเข้ามาอย่างเชื่อฟัง นางมองดูเทพเหมันต์ที่นั่งอยู่ในอ่างน้ำด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน แล้วหยิบฟองน้ำขึ้นมาเตรียมถูหลังให้เทพเหมันต์โดยไม่รู้ถึงแผนการแฝงของนาง
ภัทรายิ้มอย่างอ่อนหวานแล้วกล่าวว่า "เพคะ พระชายา ข้าจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อให้พระชายาสบายใจ"
ภัทราเริ่มถูหลังให้เทพเหมันต์อย่างอ่อนโยน นางแอบสังเกตเห็นอาการของเทพเหมันต์ที่ดูจะกำลังทดสอบบางอย่าง นางยังคงทำงานของตนอย่างตั้งใจ ไม่ให้ความระแวงแสดงออกทางสีหน้า
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเริ่มก่อตัวเป็เมฆดำครึ้ม ฟ้าแลบและสายฟ้าพุ่งลงมารอบๆ ห้องอาบน้ำอย่างรุนแรง แต่ภัทรากลับยังคงถูหลังให้เทพเหมันต์ได้อย่างปกติ ไม่มีอาการเจ็บหรือได้รับผลกระทบจากสายฟ้า
เทพเหมันต์รู้สึกประหลาดใจและตื่นตะลึงเล็กน้อยในใจ เพราะทัณฑ์อัสนีมักจะผ่าผู้ที่นางไม่้าให้เข้าใกล้ถึง 100 ครั้ง นางเริ่มเข้าใจว่า ภัทราไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็มารที่แฝงตัวมาอยู่ในร่างมนุษย์ แต่อารมณ์ของนางยังคงสงบนิ่ง ไม่แสดงให้เห็นว่าตนรู้ความลับนี้แล้ว
เทพเหมันต์ยิ้มเรียบและสงบกล่าวขึ้นว่า "เ้ามือเบาดีนะภัทรา เ้าได้เรียนรู้วิธีการทำให้ผู้อื่นผ่อนคลายได้อย่างดี"
ภัทรายิ้มตอบ "ขอบพระทัยพระชายาที่ทรงชม ข้าเพียงแต่พยายามทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดเท่านั้น
เทพเหมันต์พยักหน้าและมองลึกเข้าไปในดวงตาของภัทรา แววตาของนางนั้นเงียบขรึม แต่กลับมีประกายเล็กๆ ของความเ้าเล่ห์แฝงอยู่ นางเก็บความลับนี้ไว้ในใจเพื่อรอเวลาที่เหมาะสมที่จะเปิดโปงความจริงของภัทราในอนาคต
เทพเหมันต์กล่าวด้วยเสียงเ็าแฝงความอ่อนโยน "ดีมาก ข้าหวังว่าเ้าจะคอยเรียนรู้และทำให้ดีที่สุดต่อไป"
ภัทราโค้งศีรษะเล็กน้อย "แน่นอน พระชายา ข้าจะทำเช่นนั้น"
ภัทรายังคงถูหลังให้เทพเหมันต์ต่อไป โดยไม่รู้ว่าแผนการและความลับของตนกำลังถูกจับตาดูอย่างใกล้ชิดจากพระมหาชายาผู้แสนเยือกเย็นและชาญฉลาดอย่างเทพเหมันต์
เทพเหมันต์นอนแช่อยู่ในอ่างไม้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำอุ่น กลิ่นหอมของดอกไม้และควันอุ่นๆ ลอยฟุ้งขึ้นมารอบๆ ห้อง ขณะที่ภัทรายืนอยู่ข้างๆ อ่าง นางแอบหยดยาเทพนิทราที่กลั่นจากมารจิ้งจอกเก้าหางผู้เป็อาจารย์ของนางลงไปในอ่างไม้โดยไม่ให้เทพเหมันต์สังเกตเห็น
ไม่นานนัก ยาเทพนิทราก็เริ่มออกฤทธิ์ เทพเหมันต์รู้สึกงุนงง ง่วงและหนักตาจนในที่สุดนางก็หลับไปอย่างสงบในอ่างน้ำอุ่นนั้น
ภัทรายิ้มมุมปากด้วยความพอใจ นึกในใจว่า "หลับไปเถิด พระชายาผู้งดงามยิ่งนัก"
ภัทราลองเขย่าตัวเทพเหมันต์เบาๆ เพื่อทดสอบดูว่ายาได้ผลหรือไม่ แต่นางกลับไม่ขยับตัวและยังคงหลับสนิทภายใต้ฤทธิ์ยา นางหัวเราะเบาๆ ด้วยความสะใจเมื่อรู้ว่าทุกอย่างเป็ไปตามแผน
ภัทราคิดในใจ "อืม... ยานี้ได้ผลดีจริงๆ เช่นที่อาจารย์ข้ากล่าวไว้ คงต้องรออีกหนึ่งชั่วยามนางจึงจะตื่น"
ภัทราค่อยๆ อุ้มเทพเหมันต์ขึ้นมาจากอ่างน้ำอุ่นและวางนางลงบนพื้นไม้ นางมองสำรวจเรือนร่างที่งดงามไร้ที่ติของเทพเหมันต์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและริษยา
ภัทราพูดกับตัวเองเสียงเบา "งดงามจริงๆ สักวัน... ข้าจะพานางไปให้นายท่านมารพยัคขาวย่ำยี น่าจะเป็ภาพที่สนุกไม่น้อย"
นางะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจเมื่อจินตนาการถึงสิ่งที่ตัวเองวางแผนไว้ เสียงหัวเราะของนางก้องไปทั่วห้อง สะท้อนถึงความร้ายกาจและแผนการชั่วร้ายที่นางคิดจะทำ
จากนั้น ภัทราก็อุ้มเทพเหมันต์กลับลงไปแช่ในอ่างน้ำอุ่นและนั่งคอยอยู่ใกล้ๆ รอให้ฤทธิ์ยาหมดไป
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เทพเหมันต์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น และหันไปมองภัทราที่นั่งอยู่ข้างๆ นางพยายามซ่อนความสงสัยและความไม่พอใจที่เกิดขึ้นในใจไว้อย่างมิดชิด
เทพเหมันต์ยิ้มบางๆ และพูดเสียงเบา "เ้านวดได้มือเบาดี ทำให้ข้าหลับสบายเลยทีเดียว"
ภัทรายิ้มตอบ "ยินดีที่ทำให้พระชายาพักผ่อนได้อย่างเต็มที่"
แต่ในใจของเทพเหมันต์ นางเริ่มเข้าใจว่าตนโดนวางยานอนหลับ
เมื่อภัทราไปแล้ว นางจึงดูภาพผลึกเหมันต์ที่ตนได้แอบวางไว้บนเพดานของห้องอาบน้ำ ซึ่งสามารถบันทึกเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องนี้ได้ นางเห็นภาพชัดเจนว่าภัทราได้แอบหยดยาบางอย่างลงในอ่างน้ำ
เทพเหมันต์คิดในใจ "อืม... ยาเทพนิทรา ใช่มั้ย? เ้าคิดว่าเ้าจะเอาชนะข้าได้งั้นหรือ ภัทรา..."
นางปิดปากเงียบและเก็บความลับนี้ไว้ในใจ เพื่อตรวจสอบและรอเวลาเหมาะสมในการเปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของภัทรา และจุดประสงค์ที่แท้จริงของนางในการเข้ามาที่พระราชวังแห่งนี้ นางรู้ดีว่าเวลานี้ต้องระวังตัวมากกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เสียท่าแก่ศัตรูที่อาจแฝงตัวอยู่ใกล้ๆ อีกครั้ง
วันรุ่งขึ้น ณ ห้องเรียนการเย็บ ปัก ถัก ร้อยในพระราชวังอัสนีดารา ห้องนี้ถูกตกแต่งด้วยผ้าม่านไหมพรมและเครื่องประดับหรูหรา โต๊ะยาวที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์การเย็บ ปัก ถัก ร้อยวางเรียงรายอยู่ เทพเหมันต์นั่งอยู่บนเก้าอี้หัวโต๊ะด้วยท่าทางสง่างาม ส่วนภัทรานั่งอยู่ตรงข้ามในท่าทางที่ค่อนข้างกระวนกระวายใจ
เทพเหมันต์กำลังสอนภัทราเย็บปักถักร้อยด้วยท่าทีสุภาพและอ่อนโยน แต่ในสายตาของนางมีความเ้าเล่ห์แฝงอยู่ ขณะที่ภัทราพยายามจับเข็มเย็บผ้าแต่ก็ทำออกมาได้อย่างไม่คล่องแคล่วและกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากนางไม่ชอบเรียนรู้สิ่งที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้
เทพเหมันต์ยิ้มอ่อนโยน ไม่ต้องรีบร้อนภัทรา ค่อยๆ ทำตามขั้นตอน ดูข้าสิ ใช้เข็มปักเบาๆ ไปตามเส้นนี้ เห็นไหม?
เทพเหมันต์ทำการปักด้ายให้ดูอย่างคล่องแคล่วและสวยงาม แต่ภัทรากลับเย็บผิดพลาดและไม่เป็ระเบียบ นางเริ่มรู้สึกหงุดหงิดและเหงื่อเริ่มซึมบนหน้าผาก
ภัทราพึมพำกับตัวเอง “ทำไมข้าต้องมาเรียนสิ่งที่น่าเบื่อนี้ด้วย…”
เทพเหมันต์แกล้งทำเป็ไม่สนใจและให้กำลังใจภัทรา แต่แล้วนางก็เปลี่ยนเื่เพื่อเปิดเผยแผนการที่แท้จริงของตนออกมาอย่างแยบยล
เทพเหมันต์ยิ้มเยาะเล็กน้อย "ภัทรา ข้าอยากถามอะไรเ้าสักหน่อย... เมื่อวานนี้ เ้าได้อุ้มร่างอันเปลือยเปล่าของข้าออกมาจากถังอาบน้ำจริงหรือไม่"
ภัทราสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถาม แต่พยายามรักษาท่าทีไว้ นางรู้ว่าเทพเหมันต์คงสังเกตเห็นคราบน้ำเป็ทางที่พื้นจากเหตุการณ์เมื่อวาน แต่ก็ยังคงตอบอย่างตรงไปตรงมา
ภัทราพยักหน้าและพูดเสียงเรียบ “ใช่ ข้าเห็นพระองค์งดงามยิ่งนัก จึงอดไม่ได้ที่จะดูว่ารูปร่างของพระองค์ว่ามีที่ติตรงไหนหรือไม่”
เทพเหมันต์แกล้งทำเป็ใและกรีดร้องออกมาอย่างรุนแรง ใบหน้านางแดงก่ำด้วยความอาย แต่เป็การแกล้งทำเพื่อดูปฏิกิริยาของภัทรา "เ้า... เ้าแหวกดูทุกซอกหลืบเลยหรือ!?"
ภัทรายอมรับโดยไม่รู้สึกผิดและพูดต่อไปด้วยความตรงไปตรงมา ทำให้เทพเหมันต์ยิ่งอายหนักขึ้น
ภัทราพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "ใช่ ท่านไม่ต้องอาย เราเป็ผู้หญิงเหมือนกัน ท่านช่างล้ำค่ายิ่งนัก หาที่ตำหนิใดไม่ได้เลย นวลเนียนขาวใส อบชมพูสมบูรณ์แบบจริงๆ"
เทพเหมันต์หน้าแดงด้วยความอายจริงและอึ้งจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ นางรู้สึกได้ว่าภัทราไม่มีความรู้สึกละอายใจเลย
เทพเหมันต์พูดเสียงเข้มแฝงด้วยความอาย “หยุดพูดเถิด! ข้าเป็สาวงามอันดับหนึ่งของพิภพนี้ก็ต้องดีที่สุดของพิภพนี้ ต่อไปเ้าห้ามพูดเช่นนี้กับข้าอีกนะ”
ภัทรายิ้มมุมปากอย่างพอใจที่ทำให้เทพเหมันต์อายได้ แต่ก็รู้ว่าเทพเหมันต์ยังคงสงบนิ่งและรอเวลาที่เหมาะสมในการตอบโต้กลับ
บรรยากาศภายในห้องเรียนการเย็บ ปัก ถัก ร้อยในพระราชวังอัสนีดาราดูสงบเสงี่ยม แต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เหมือนมีคลื่นใต้ผิวน้ำ เทพเหมันต์ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้หัวโต๊ะด้วยท่าทีสุขุมสง่างาม ส่วนภัทราแสร้งทำเป็ตั้งใจเรียน แต่ในใจกลับเตรียมแผนการร้ายบางอย่างเอาไว้
หลังจากที่ภัทรายอมรับในเื่เมื่อวาน เทพเหมันต์จึงได้กล่าวบางสิ่งที่ทำให้ภัทราต้องกังวลใจ
เทพเหมันต์ทำท่าครุ่นคิดก่อนจะพูดออกมา "อ้อ จริงสิ เมื่อวานข้าพบขนสุนัขจิ้งจอกในห้องอาบน้ำ... เ้าไปสืบมาให้ข้าหน่อยสิว่าใครเอาสุนัขจิ้งจอกมาเลี้ยงในวัง"
ภัทราหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่เทพเหมันต์พูด แต่รีบปกปิดความกังวลไว้ นางรู้สึกถึงความฉลาดของเทพเหมันต์และไม่แน่ใจว่านางรู้หรือยังว่าตนเองเป็นางมารจิ้งจอกโลหิตที่แฝงตัวเข้ามาสืบความลับในวัง
ภัทราพยักหน้า "ได้ พระชายา ข้าจะไปสืบดูให้"
ในใจของภัทราเริ่มกังวล แต่ก็รีบวางแผนตลบหลังเทพเหมันต์ นางแอบเปลี่ยนเอาเข็มโลหิตขึ้นมาแทนเข็มเย็บปัก แล้วทำทีเป็เย็บปักด้วยท่าทางที่ดูเก้ๆ กังๆ แกล้งทำให้ผลงานออกมาไม่สวยงาม
ภัทราทำท่าทางเหนื่อยหน่าย "พระชายา ข้าเย็บปักไม่สวยเลย ท่านช่วยแก้ให้ดูหน่อยได้ไหม"
เทพเหมันต์ยิ้มอย่างเมตตาและไม่แสดงความระแวดระวัง นางรับผ้าและเข็มของภัทรามาถือไว้ในมือเพื่อทำการแก้งาน แต่ไม่รู้เลยว่ามันเป็กับดักที่ภัทราเตรียมไว้แล้ว
ขณะที่เทพเหมันต์กำลังเริ่มเย็บปัก ภัทราแอบส่งปราณเข้าไปควบคุมเข็มโลหิตนั้นให้เย็บพลาดและจิ้มเข้าที่ปลายนิ้วของเทพเหมันต์ เืหยดเล็กๆ ไหลออกมา เทพเหมันต์บีบปลายนิ้วที่ถูกเข็มจิ้มและดูดเืเข้าไปอย่างไม่รู้ตัว นางรู้สึกว่าร่างกายเริ่มอ่อนล้าลงอย่างรวดเร็ว เพราะพิษของยานอนหลับที่ผสมอยู่ในเืนั้น
เทพเหมันต์รู้สึกง่วงหนัก และคิดในใจ "อืม... ยานอนหลับ..."
ด้วยพลังมหาเทพ ยาตัวใหม่นี้ไม่สามารถทำอะไรนางได้ นางจึงแกล้งเอนตัวนอนหลับไปบนเก้าอี้เหมือนหลับสนิท
ภัทราเห็นดังนั้นก็ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ นางเข้าใจว่าเทพเหมันต์หลับสนิทแล้ว และเริ่มเข้ามาใกล้เพื่อเตรียมดำเนินการตามแผน นางหลับตาลงและใช้พลังมารจิ้งจอกโลหิตเปิดประตูเข้าสู่ "มิติแห่งจิต" ของเทพเหมันต์ เพื่อตรวจสอบว่านางรู้อะไรเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของนางบ้าง
ในมิติแห่งจิตของเทพเหมันต์ ทุกอย่างดูสงบนิ่งแต่บรรยากาศมืดครึ้ม ภัทราเริ่มสำรวจและค้นหาความทรงจำและความลับ แต่เพียงชั่วครู่ นางก็พบกับฝูงวิหคอัสนี นกสายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วน บินมาโจมตีนางอย่างรวดเร็ว
ภัทราใและคิดในใจ "ไม่จริง! ทำไมนางถึงมีวิหคอัสนีในมิติแห่งจิตของนาง!?"
ภัทราพยายามป้องกันตนเองจากการโจมตีของฝูงวิหคอัสนี แต่ก็ต้านทานไม่ไหว นางถูกบังคับให้ถอยหนีออกจากมิติแห่งจิตของเทพเหมันต์กลับมาสู่โลกจริงในสภาพที่เหนื่อยหอบ
ในขณะเดียวกัน เทพเหมันต์ลืมตาขึ้นและยิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์ นางรู้แล้วว่าภัทราได้พยายามจะเข้ามาในมิติแห่งจิตของตน และรู้ว่าต้องใช้ร่างจริงในการเข้าสู่มิตินั้น นั่นหมายความว่าภัทราคือนางมารจิ้งจอกโลหิตที่แฝงตัวเข้ามาจริงๆ
เทพเหมันต์คิดในใจ "เ้าอยากรู้ว่าข้ารู้อะไรเกี่ยวกับเ้าใช่ไหม? สุดท้ายข้าซ้อนแผนเ้าได้สำเร็จ และรู้แล้วว่าเ้าเป็ใคร...เ้ามารจิ้งจอกโลหิตเอ๋ยเ้ายังอ่อนเยาว์นัก"
แต่เทพเหมันต์ยังคงทำตัวปกติและแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่ นางรอเวลาและโอกาสที่เหมาะสมในการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับมารจิ้งจอกโลหิตผู้นี้ให้มากพอก่อนที่จะเปิดเผยความจริงออกมา
เทพเหมันต์ยิ้มบางๆ "ขอบใจมากนะ ภัทรา ข้าคงต้องขอพักผ่อนสักครู่ งานเย็บปักวันนี้ข้าพอเท่านี้ก่อน"
ภัทราพยักหน้าและยิ้มกลับ แต่ในใจของนางเริ่มกังวลมากขึ้นเมื่อเห็นว่าแผนการของตนไม่สำเร็จเช่นที่หวังไว้ นางรู้ว่าเวลานี้ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิมเพราะเทพเหมันต์ผู้นี้อาจรู้มากกว่าที่นางคิดไว้ก็ได้